<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-3545973934633776295</id><updated>2012-02-08T20:47:03.518-08:00</updated><category term='1'/><title type='text'>Da Nastina</title><subtitle type='html'></subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://spunkydracula.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3545973934633776295/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://spunkydracula.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><link rel='next' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3545973934633776295/posts/default?start-index=101&amp;max-results=100'/><author><name>Da Nastina</name><uri>http://www.blogger.com/profile/03330892158102476960</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_MoZwobnG2nE/Sljyy5PWHPI/AAAAAAAAAGw/Dd3faFSjc2M/S220/1.jpg'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>205</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3545973934633776295.post-8593062339927923730</id><published>2012-02-08T19:34:00.000-08:00</published><updated>2012-02-08T20:47:03.531-08:00</updated><title type='text'>Madonna : Like A Virgin (92%)</title><content type='html'>&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/-eMSCeh9Olc0/TzM_QDG1WDI/AAAAAAAAAvA/ECTAXzRbCR4/s1600/LikeAVirgin1984.png"&gt;&lt;img style="TEXT-ALIGN: center; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 300px; DISPLAY: block; HEIGHT: 300px; CURSOR: hand" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5706974697752975410" border="0" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/-eMSCeh9Olc0/TzM_QDG1WDI/AAAAAAAAAvA/ECTAXzRbCR4/s320/LikeAVirgin1984.png" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;Madonna : Like A Virgin (92%)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โบราณท่านว่าไว้ว่า "เจ้าจักตีเหล็กก็ต้องตีแม่งตอนที่มันร้อน"...ว่าแล้วดิฉันก็ขอทำหน้าที่สาวกที่ดีของเจ๊แม่หลังจากที่ห่างหายไปคลั่งไคล้กรี๊ดกร๊าดพวกหนุ่มๆสาวๆเกาหลีซะตั้งนานด้วยการ "หยิบอัลบั้มเก่าๆเลอค่าอมตะของอีเจ๊ที่ยังไม่เคยรีวิว ขึ้นมาเขียนให้เยาวชนรุ่นล่าได้อ่าน เหอๆๆๆ" หลังจากการหวนคืนสู่บัลลังก์ในระดับที่เป็นปรากฏการณ์อีกครั้งใน Give Me All Your Luvin' ก็รู้สึกดีใจมากๆเลยที่ทุกสิ่งทุกอย่างที่สะท้อนออกมาจากตัวตนของเธอไม่ว่าจะเป็นดนตรี คอนเส็ปท์ การแสดงยังคงเป็นเครื่องยืนยันได้อย่างดีว่า "มหาราชินีเพลงพ็อพตัวจริงของวงการก็ยังคงเป็นเธอ" - - รู้สึกดีใจที่ศิลปินที่ชอบออกงานมาแล้วได้รับกระแสตอบรับที่ดีมากๆตั้งแต่ Femme Fatale ของบริทนี่ย์เมื่อปีที่แล้วที่ทำเอาดิฉันนั่งอมยิ้มภูมิใจมาจวบจนทุกวันนี้ ริฮานน่าก็ไปได้ค่อนข้างสวย เจ๊แม่นี่ของตายอยู่แล้วแม้ว่าอันดับ1บนชาร์ตเพลงบิลบอร์ดอาจจะต้องลุ้นเพราะกระแสของอะเดลยังคงครองตลาดดนตรีในอเมริกาอยู่แต่อัลบั้มเชื่อว่าประสบความสำเร็จแบบจัดเต็มสตรีมแน่นอนค่ะ โฮะๆๆๆๆๆ เอ้า!!! ทีนี้ก็เหลือแต่แม่มาลัย เจ๊พิ้งค์และคุณนายคริสทิน่า อากิเลร่าแล้วนะคะ...สู้ๆไอ้อ้วนทั้งหลาย!!!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รูปแบบดนตรี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับอัลบั้มที่ขอหยิบขึ้นมาเขียนในวันนี้นี่ต้องบอกว่าเป็นอีกหนึ่งในอัลบั้ม "โลโก้" ของเจ๊เลยทีเดียวค่ะกับ Like A Virgin สตูโออัลบั้มชุดที่2ในปี1984ของมาดอนน่าที่นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งในอัลบั้มเพลงพ็อพแห่งยุค80ที่เป็นตัวแทนและสะท้อนมนตร์เสน่ห์จวบจนจิตวิญญาณของวัฒนธรรมดนตรีทีนพ็อพช่วง80ออกมาได้อย่างชัดเจนที่สุด - - เช่นเดียวกับที่เป็นหนึ่งในอัลบั้มพ็อพ80ที่พัดพาโลกทั้งใบให้กระเจิง - - แม้เทียบกันในแง่ของ "กึ๋น" ในภาคดนตรีอาจจะแลดูด้อยกว่า "The First Album" อยู่หลายชุมด้วยซาวนด์ดนตรีเต้นรำแบบอันเดอกราวนด์หนักหน่วงเป็นงานเพลงเต้นรำดีๆที่ผสานทั้งความเป็นแด๊นซ์พั้งค์ ฟั้งค์ ดิสโก้ นิวเวฟและท่วงทำนองของวัฒนธรรมพ็อพแบบ80แท้ๆเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งอาจจะค่อนข้างดิบกร้าวและ80จ๋าจนเกินไปจนทำให้แท้แต่แฟนพันธุ์แท้ของมาดอนน่าเองอาจจะไม่โปรดปรานงานชุดนี้เท่าที่ควร (ก็มันดนตรีใต้ดินนี่คะ!!!) ในขณะที่ Like A Virgin ถูกเจียระไนออกมาให้เป็นงานดนตรีพ็อพหวานหูประปรายด้วยดนตรีเต้นรำและสรรพสำเนียงจำพวกซินธิ์และนิวเวฟกลายๆพร้อมทั้งการนำเสนอที่ทั้งหวานหูและติดหูสุดๆแต่นี่แหละคือ "หัวใจแท้จริงของดนตรีพ็อพ" กับการทำเพลงให้เข้าถึงผู้ฟังในทุกระดับซึ่งไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามก็สามารถที่จะดื่มด่ำไปกับความสดใสและเนื้อหาสุดเสียดสีแสบๆคันๆของเธอในงานชุดนี้จวบจนที่จะปล่อยใจตัวเองให้ล่องลอยไปกับปรากฏการณ์ที่ถูกสร้างขึ้นโดยผู้หญิงชื่อ "มาดอนน่า" อย่างไม่รู้สึกขัดเขิน...วัดกันภายใต้กรอบของคำว่า Pop Culture แล้วนี่คือหนึ่งในอัลบั้มมาสเตอร์พีซของเจ๊เลยทีเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จุดด้อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าไม่โฟกัสในเรื่องของ "เสียง" ก็อย่างที่ได้เรียนท่านผู้อ่านไว้ข้างต้นว่าภาพรวมของ Like A Virgin เป็นงานดนตรีพ็อพในระดับที่ทรงคุณภาพ แต่จะว่าไปแล้วนี่ก็ไม่ได้เข้าข้างนะคะในเรื่องของการใช้เสียงแหลมๆแบบนี้นี่มันเป็นกระแสของความนิยมในยุคสมัยนั้นๆมากกว่ารวมถึงแม้ว่ามาดอนน่าจะไม่ใช่คนเสียงดีในระดับมารายห์หรือวิทนี่ย์ ฮุสทันแต่เธอก็สามารถทำได้ดีในมาตรฐานของเธอ - - บางทีการสื่อสารเข้าทะลุถึงหัวใจผู้ฟังก็นับว่าประสบความสำเร็จมากมายในฐานะศิลปินแล้วล่ะค่ะสำหรับดิฉัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แทร็คเด็ด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เปิดตัวมากับ Material Girl (5) อันเป็นโลโก้สุดคลาสสิคตลอดกาลของมาดอนน่า ภาพรวมอาจจะดูเหมือนเป็นเพลงพ็อพสนุกๆยียวนตามประสาผู้หญิงห่ามๆแบบเธอแต่สำหรับดิฉันตัวตนของมาดอนน่าได้ถูกสะท้อนออกมาอย่างครบถ้วนสมบูรณ์แบบในเพลงนี้อย่างหาที่เปรียบไม่ได้เลยทีเดียวกับแค่ท่อนที่ว่า "Cause We Are Living In A Material World And I Am A Material Girl"ก็สามารถบ่งบอกถึงความเป็นผู้หญิงทะเยอทะยานและกล้าที่จะยืนอยู่เหนือกรอบของทุกสิ่งทุกอย่างในตัวเธอชนิดที่ครบถ้วนด้วยจิตวิญญาณของคนๆหนึ่งในท่อนฮุคสั้นๆไม่กี่วินาที ตอกย้ำให้ลึกลงไปอีกหนึ่งระดับใน Like A Virgin (5) ไทเทิลแทร็คที่เป็นซิงเกิ้ลสุดคลาสสิคอมตะที่สุดตลอดกาลของโลกดนตรี มันย่อมเป็นอะไรที่ไม่ธรรมดาในการที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะลุกขึ้นมาร้องเพลงเกี่ยวกับเรื่องของ "พรหมจรรย์" ...ความน่ารัก สดใสแต่อาบไปด้งยจริตจก้านอันแพรวพราวของเธอในเพลงนี้คืออีกหนึ่งจุดเริ่มต้นของมาดอนน่าในฐานะ "สาวนักปฏิวัติ" อันแท้จริงของอาณาจักรดนตรีพ็อพโดยแท้ อีกหนึ่งในเพลงที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คงต้องยกให้แก่ In To The Groove (5) ที่เป็นหนึ่งในแทร็คเต้นรำที่ดิฉันคิดว่าดีที่สุดและส่วนตัวโปรดปรานที่สุดในช่วงต้นยุคของเจ๊เลยทีเดียว ความเป็นฟั้งค์แน่นๆจากกลองและเบสไลน์อัดแน่นๆพอๆกับดนตรีซินธิ์พ็อพเท่ห์ๆที่ผสานไปกับท่อนคอรัสที่ฟังทีไรก็อดไม่ได้ที่จะปล่อยใจให้หลุดลอยไปท่ามกลางฟลอร์เต้นรำ เป็นหนึ่งในเพลงเต้นรำแห่งยุค80ที่กล้าพูดว่าดีที่สุด!!! ต่อด้วย Dress You Up (4/5) เพลงโปรดของคุณพี่ Candy Perfume Girl หรือ Hard Candy นักรีวิวระดับตำนานของบอร์ดเราคนที่ดิฉันพูดถึงเสมอว่าเป็นแรงบันดาลใจในฐานะนักรีวิวของแนสทิน่าไม่แพ้นิตยสาร POP ในแง่ของดนตรีเพลงนี้ดูดิบและเกรี้ยวกราดกว่าแบบเพลงจำพวกแด๊นซ์ร็อคที่ผสานเสียงสังเคราะห์ตลอดจนดรัมส์แมชชีนเท่ห์ๆเข้ากับซาวนด์เต้นรำแบบคลับใต้ดินขอยกให้เป็นภาคอ่อนๆของ Burning Up ในงานชุดที่แล้วก็แล้วกัน Over And Over (4.5/5) เปลือกนอกอาจจะดูเหมือนเป็นแค่เพลงพ็อพกะโหลกกะลาแต่เมื่อลองได้มีโอกาสเข้ามาสัมผัสกับเพลงนี้มากครั้งแบบเปิดใจแล้วล่ะก็ขอบอกว่าถอนตัวไม่ขึ้นจริงๆเป็นเพลงที่ติดหูและหลอนหัวมากๆแถมยังมีเสน่ห์แบบร้ายๆของมาดอนน่าที่หอมหวานชวนสัมผัสไม่แพ้ซิงเกิ้ลดังเพลงไหนอีกต่างหาก Angel (4/5) อีกหนึ่งเพลงดีๆที่ไม่ค่อยจะเห็นใครพูดถึง สำหรับใครที่ชอบความสดใสและจริตจก้านใน Give Me All Your Luvin' ของเจ๊นี่พลาดไม่ได้นะคะที่จะต้องรีบไปทำความรู้จักกับแม่ของซิงเกิ้ลล่าสุดของเจ๊แม่ในเพลงนี้ ขอปิดท้ายก่อนที่จะต้องเขียนหมดอัลบั้มใน Shoo Be Doo (5) งานเซมิบัลลาดจำพวกดูว็อพที่ดูเหมือนจะได้แรงบันดาลใจมาจากเกิร์ลกรุ๊ปช่วงต้นยุค60 (โมทาวน์) หวานหูและไพเราะเพราะพริ้งสุดๆฟังแล้วอดคิดถึงบรรยากาศเก่าๆไม่ได้ เป็นอีกหนึ่งแทร็คที่ดีสำหรับหยิยบขึ้นมาเป็นเครื่องมือในการดึงความทรงจำเก่าๆกลับมานั่งคิดเล่นๆวันละ5-10นาที โดยเฉพาะเรื่อง "ความรัก"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สรุป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รีวิวนี้ขอมอบให้กับสาวกของมาดอนน่ารุ่นเก่าๆในบอร์ดอย่างพี่ Candy Perfume Girl,พี่รักเธอจริงๆมาดอนน่า,มาม่าเมย์,The Music Like A Bomb,พี่ซูฉี,มาดามจ๊อกกาโล่และอีกหลายๆคน...พอโตขึ้นแล้วคิดถึงบรรยากาศเก่าๆจัง&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3545973934633776295-8593062339927923730?l=spunkydracula.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://spunkydracula.blogspot.com/feeds/8593062339927923730/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://spunkydracula.blogspot.com/2012/02/madonna-like-virgin-92.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3545973934633776295/posts/default/8593062339927923730'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3545973934633776295/posts/default/8593062339927923730'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://spunkydracula.blogspot.com/2012/02/madonna-like-virgin-92.html' title='Madonna : Like A Virgin (92%)'/><author><name>Da Nastina</name><uri>http://www.blogger.com/profile/03330892158102476960</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_MoZwobnG2nE/Sljyy5PWHPI/AAAAAAAAAGw/Dd3faFSjc2M/S220/1.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/-eMSCeh9Olc0/TzM_QDG1WDI/AAAAAAAAAvA/ECTAXzRbCR4/s72-c/LikeAVirgin1984.png' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3545973934633776295.post-4951915438040228482</id><published>2012-02-04T20:35:00.000-08:00</published><updated>2012-02-04T21:16:59.390-08:00</updated><title type='text'>Give Me All You Luvin' (Myspace#91)</title><content type='html'>&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/-riqnGGU03ck/Ty4HDiEGE3I/AAAAAAAAAu0/CujrP6aAtig/s1600/1.jpg"&gt;&lt;img style="TEXT-ALIGN: center; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 300px; DISPLAY: block; HEIGHT: 300px; CURSOR: hand" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5705505535189980018" border="0" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/-riqnGGU03ck/Ty4HDiEGE3I/AAAAAAAAAu0/CujrP6aAtig/s320/1.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;Madonna (Feat.Nicky Minaj&amp;amp;M.I.A.) : Give Me All Your Luvin' : Pop/Dance (4/5)&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;จริงๆตอนแรกไม่คิดว่าจะเขียนวิจารณ์ถึงเพลงนี้ด้วยซ้ำเพราะหลังจากที่ได้ฟังช่วงปลายปีที่แล้วที่อีเจ๊แม่ปล่อยเดโมออกมาหลอนเอาซะอีตอนช่วงน้ำท่วมใหญ่ในรอบประวัติศาสตร์ของบ้านเราเลยทีเดียว ฟังจบรอบแรกถึงกับนั่งงทำตาปริบๆ "อะไรมันจะไม่เข้าท่ากว่านี้ไม่มีอีกแล้ว!!!" มันก็ไม่ได้แย่อะไรมากมายหรอกนะคะถ้าเทียบกับเพลงพ็อพจากหลายๆศิลปินหน้าใหม่ของยุคนี้...เพียงแต่อีเจ๊ขา!!!!หล่อนอายุปาเข้าไป50ต้นๆแล้ว ชั่วโมงบินในวงการรึก็สูงลิบไหนจะแอบไปขัดเกลาพิสูจน์ตัวเองในฐานะศิลปินคุณภาพทำเพลงดุๆเข้าใจยากลึกซึ้งสมค่าศิลปะดนตรีมาเสียนาน - - แล้วหล่อนเอาอะไรเป็นวัตถุดิบบันดาลใจให้ออกงานกะโหลกกะลาแบบนี้ออกมา&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;นับว่าเป็นเดชะบุญบารมีของเจ้าหล่อนที่เมื่อวานตอนสายๆดิฉันได้เผอิญดันทะลึ่งไปฟังออริจินัลเวอร์ชั่นที่ร่วมงานกับสองสาวสุดเปรี้ยวของวงการอย่าง "นิคกี้ ไมนาจ" แร็พเพอร์สาวตัวแม่แห่งยุคและสาวแสบของแรงอย่าง "M.I.A." ศิลปินอังกฤษเชื้อสายทมิฬส่งตรงจากศรีลังกา พร้อมๆกับดูเอ็มวีไปในตัวความรู้สึกแง่ลบอันกระอักกระอ่วนอัดแน่นไปด้วยความไม่แน่ใจและกังวลกับการคัมแบ็คของเจ๊แม่ในครั้งนี้ได้หายไปในบัดดล - - ไม่ต้องอะไรมากแค่ฉากที่เพื่อนสาวทั้งสองของเจ๊นั่งขี่คอเชียร์ลีดเดอร์เป็นสาวปอมๆในตอนแรกก็ทำเอาคนแถวนี้ถึงกับตาเหลือกอ้าปากค้างในความกล๊า กล้าประสาทแดกของทั้งสองนาง...อันนี้ไม่นับจริตจก้านของเจ๊ที่นอกจากจะแอ๊บแล้วยังต๊ายยยยทุกท่วงท่าที่แสดงออกมานี่มันมาดอนน่าล้วนๆเลยนี่คะเนี่ย ได้ใจชนิดที่ต่อให้แม่มาลัย แครีย์มือวางอันดับหนึ่งด้านการรังสรรค์ศิลปะเอ็มวีที่โปกฮาและตอแหลที่สุดตลอดกาลของโลกได้มานั่งดูแล้วจะต้องตกตะลึง&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;มาที่ตัวเพลงในเวอร์ชั่นนี้เอาจริงๆก็ไม่ได้เปลี่ยนอะไรไปจากเวอร์ชั่นเดโมที่"ชิงหลุด"มาในช่วงปลายปีที่แล้วนัก - - ที่ใช้คำว่า "ชิงหลุด" เพราะคิดว่าเป็นการตลาดที่แยบยลมากๆของอีเจ๊และทีมงานที่ปล่อยเดโมมาชิมลางตลอดก่อน เพราะโลกก็ห่างหายจากการได้ยินได้ฟังวดนตรีของอีเจ๊ในสภาพพ็อพจัดจ๋าตลาดแตกขนาดนี้ไปเสียนานน่าดูชม แรกฟังแล้วนั่งด่ามาถึงวันนี้ก็ชินหูกัรนพอดี - - ก็แค่เปลี่ยนท่อนสาวปอมๆในช่วงแรกให้สองสาวนิคกี้กับM.I.A.มาเสี่ยงตายร้องกันไปพร้อมกับแทรกท่อนแร็พเจ็บๆตามสไตล์ของสองนางก็แค่นั้น (M.I.A. ท่อนแร็พเธอช่างเก๋มากๆสั้นๆแต่ล่อทีหน้าหงายเลย) ส่วนโครงสร้างทางดนตรีอื่นๆก็ยังคงรูปแบบเดียวกับที่เคยได้ฟังกันไปแล้วในเดโมคือ "พ็อพเต้นรำ" ใสๆเนื้อหาแสบๆคันๆประกอบกับภาคการนำเสนอชนิดเมนทสตรีมจ๋าไม่มีหลุดไปจากความต้องการของอุปสงค์ตลาดเพลงสากลในยุคนี้ไปสักกระเบียด ไม่ว่าจะเป็นจังหวะดั๊บตุ๊บป่องๆน่ารักๆ - - ซึ่งอย่าครหาว่าเธอมาเกาะกระแสเพราะถ้าติดตามงานของมาดอนน่ามาทุกชุดจริงๆ เธอปูทางมาหา "ดั๊ปสเต็ป" ตั้งแต่ช่วง Hard Candy แล้วเพียงแต่ในช่วงเวลานั้นกระแสของดั๊บยังไม่ได้เข้าสู่ความสนใจของตลาดกระแสหลักจุดโฟกัสก็เลยอยู่ที่ภาคดนตรีอาร์แอนด์บีและฮิพฮอพตลอดจนดนตรีเต้นรำประเภทคลับที่ยังสืบทอดอานิสงส์ต่อจากความสำเร็จของ Confessions On A Dancefloor มากกว่า - - ผสานคลอเคลียไปกับภาคดนตรีอิเล็คโทรนิคซินธิ์พ็อพจางๆจังหวะมาร์ชชิ่งน่ารักๆที่อดทำให้คิดถึงเกว็น สเทฟานี่และอาวริล ลาวีญที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงไปแล้วกับลูกเล่นดนตรีแนวๆนี้ใน Hollaback Girl และ Girlfriend แต่ระดับมาดอนน่าทั้งทีจะทำอะไรสักอย่างก็ต้องให้มันมีเครื่องหมายการค้าของ "Queen Mother Of Pop" เป็นโลโก้ติดหนึบ - - ใช่ว่าจะเน้น Redo แบบใครๆเขานี่คะ หึหึหึ - - ซะหน่อยตั้งแต่กลิ่นอายแรงบันดาลใจของยุค80'sสมัยอีเจ๊ยังสาว ไหนจะบีทกีตาร์อคูสติคใสๆที่ตรงนี้แหละฟังยังไงก็เป็นมาดอนน่ามากๆสูตรสำเร็จนี้เราได้เห็นติดตัวอีเจ๊กันมาแล้วตั้งแต่ในสมัย Music บวกกับการวนเข้ามาทำดนตรีพ็อพจ๋าๆฮุคเจิดจรัสติดหูตายกันไปข้างแบบช่วงต้นยุคของเธอ ฟังแล้วชะรอยว่าอัลบั้มชุดนี้จะได้เห็น Material Girl เวอร์ชั่น2.0 รวมร่างกับเจ๊แม่ในยุค Music นะนี่ - - เผลอๆจะมีความเป็น COADF และ Hard Candy เจือมาอย่างละนิดละหน่อยด้วยซ้ำ - - &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ท้ายที่สุดเพลงนี้ไม่ใช่เพลงที่ดีนะคะถ้าเทียบกับมาตรฐานและศักยภาพของความเป็นมาดอนน่าแล้วอาจจะเรียกได้ว่าเป็นเพลงพ็อพสนุกๆติดหูสมยุคที่ "เห่ย!!" ทีเดียว แต่ที่ส่วนตัวให้4คะแนนเนือ่งจากมันมีจุดประทับใจในการกลับมาของเจ๊ทุกครั้งที่ไม่ว่าจะหลอมตัวเองเข้าไปเล่นกับภาคดนตรีแนวไหน "เธอก็ยังคงความเป็น มาดอนน่า แบบที่เรารักเหมือนเดิม" นอกจากการมีจุดยืนที่มั่นคงแล้วก็ขอให้คะแนนเจ๊แม่เราคนนี้ที่วิ่งนำโลกเสมอ สามารถทำให้ตัวเองอยู่ในกระแสเสมอ แบรนด์ของคำว่า "มาดอนน่า" ก็ยังคงเป็นเทรนด์ทางแฟชั่นที่ร้อนแรงเหนือกาลเวลาเสมอ...และที่สำคัญที่สุดพอได้ฟังเพลงนี้แบบเปิดใจแล้วรู้สึกเหมือนกับได้รับการเติมเต็มอะไรสักอย่างจากสิ่งที่เลือนหายไปแล้วใจไม่ได้สัมผัสซะนาน จริงๆแล้ว "มาดอนน่า" ที่ทำเพลงปะทะกับกระแสและสนุกสดใสแบบนี้สินะคือสิ่งที่เราต้องการอย่างแท้จริงมาโยตลอด!!!&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3545973934633776295-4951915438040228482?l=spunkydracula.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://spunkydracula.blogspot.com/feeds/4951915438040228482/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://spunkydracula.blogspot.com/2012/02/give-me-all-you-luvin-myspace91.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3545973934633776295/posts/default/4951915438040228482'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3545973934633776295/posts/default/4951915438040228482'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://spunkydracula.blogspot.com/2012/02/give-me-all-you-luvin-myspace91.html' title='Give Me All You Luvin&apos; (Myspace#91)'/><author><name>Da Nastina</name><uri>http://www.blogger.com/profile/03330892158102476960</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_MoZwobnG2nE/Sljyy5PWHPI/AAAAAAAAAGw/Dd3faFSjc2M/S220/1.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/-riqnGGU03ck/Ty4HDiEGE3I/AAAAAAAAAu0/CujrP6aAtig/s72-c/1.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3545973934633776295.post-8634888349701565573</id><published>2012-02-01T06:24:00.000-08:00</published><updated>2012-02-01T07:17:37.389-08:00</updated><title type='text'>KARA : Step (94%)</title><content type='html'>&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/-9ZhbUEoCegQ/TylLYqjz3MI/AAAAAAAAAuo/H92XGqfIKNE/s1600/Kara-step.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 234px; height: 320px;" src="http://1.bp.blogspot.com/-9ZhbUEoCegQ/TylLYqjz3MI/AAAAAAAAAuo/H92XGqfIKNE/s320/Kara-step.jpg" border="0" alt="" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5704173290154876098" /&gt;&lt;/a&gt; &lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;KARA : Step (94%)&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ห่างหายจากการเขียนวิจารณ์ยาวๆเต็มรูปแบบพร้อมกับตัดคะแนนตาม(บาง)แทร็คไปนาน จนผู้อ่านหลายท่านถามเข้ามากันว่าสรุปจะเขียนแต่ "คอลัมน์ Myspace ใช่มั้ย?"...จริงๆแล้วช่วงหลังๆที่เน้่นมายสเปซเพราะว่า "ไม่ค่อยมีเวลา" บางทีเราไม่ต้องลงรายละเอียดอะไรมากไงคะแถมบางทีอยากเขียนอะไรสั้นๆรวบที3อัลบั้ม5อัลบั้มก็เขียนได้ แถมสมาชิกในบอร์ดยุคนี้ไม่ค่อยชอบอ่านอะไรยาวๆกันแล้วดังนั้นรีวิวเต็มรูปแบบของ Da Nastina นี่จะเขียนเฉพาะอัลบั้มที่ดิฉันข้อมูลล้นจริงๆคือเป็นงานที่เป็นไฮไลท์ของช่วงนั้นรวมไปถึงงานกิติมศักดิ์ของศิลปินในดวงใจที่จะให้มานั่งเขียนกันย่อๆก็คงไม่ได้ต้องเจอกันเต็มๆ เช่นเดียวกับ Step สตูดิโออัลบั้มชุดที่3ในปีที่แล้วของ "คาร่า" 5สาวนางฟ้าจากแดนโสมที่ตอนนี้กลับดาหน้าขึ้นแท่นเป็นวงเกิร์ลกรุ๊ปอันดับ1ในดวงใจของแนสทิน่าคนนี้ไปได้แบบงงๆ ณ ขณะนี้นั่งฟังวงนี้ทุกวันไม่รู้ไปทำอะไรกับพวกเธอไว้ (คาดว่าจะเป็นเพราะเวรกรรมที่ก่อนหน้านี้ด่าพวกศิลปินเกาหลีเอาไว้เยอะ สวรรค์เลยสาปส่งให้ปีศาจสาวโลกีย์อย่างอะฮั๊นกลายร่างเป็นติ่งติดสอยห้อยตามพวกนางนายเกาหลีต้อยๆเฉกเช่นทุกวันนี้)&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;รูปแบบดนตรี&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;เชื่อว่าแฟนเพลงส่วนใหญ่ในบ้านเราจะรู้จักและจดจำพวกเธอกันได้จากเพลง Mister - - ที่ทุกวันนี้เข้าทำเนียบเพลงเคพ็อพวัยรุ่นคลาสสิคไปแล้ว - - พร้อมทั้งภาพลักษณ์หวานๆ สดใส น่ารักไปยันแบ๊วของทั้ง5สาวอันประกอบด้วย "คยูรี" - - เทพธิดาแห่งความงามลีดเดอร์ของวงรับหน้าที่ร้องนำแร็พบ้าง - - "ซึงยอง" - - หรือน้องแฮมที่แฟนๆหลายคนรักคนนี้นี่เสียงดีที่สุดในวงรับหน้าที่ Main Vocal เวลาแผดเสียงสูงหลบลงต่ำอิมโพรไวซ์หอนกระจาย- - "คูฮาร่า" - - น่าจะดังสุดในวงแล้วเพราะหน้าดันไปคล้ายคลึงกับศิลปินญี่ปุ่นท่านนึง คงนี้นอกจากจะร้องบ้างก้ยังรับบทประสานเสียงพร้อมเต้นนำ - - "นิโคล" - - สาวสุดเท่ห์แนวหน้าการแร็พของวง - - และ "จียอง" - - น้องเล็กของวงเสียงแหลมสูงประะสานสอดรับกับหนูแฮมได้ดี - - แต่กระนั้นแล้วจุดเริ่มต้นอันแท้จริงของพวกเธอในสมัยเดบิ้วท์กับอัลบั้มชุด The First Blooming กลับเป็นสาวเคพ็อพอาร์แอนด์บีสุดเท่ห์ซึ่งความหวานของพวกเธอทั้ง4 (ในช่วงนั้นก่อนที่นักร้องนำเสียงดีจะชิ่งออกไป) ก็ไม่ได้แพ้อย่างที่เราได้ยินกันในทุกวันนี้เลยหากแต่จะดูโตและเซ็กซี่น่าค้นหากว่าช่วง Honey,Pretty Girl และ Revolution ที่สมาชิกมาลงตัวกันที่5กับภาพลักษณืและดนตรีที่หวานมสจนอาจจะเลี่ยนกันไปข้าง...แต่ก็น่ารักนะ มาในสตูดิโออัลบั้มชุดที่3อย่าง Step นี้ความหวานในดนตรีเคพ็อพของพวกเธอยังคงอยู่แต่ถูกประยุกต์ปรับเปลี่ยนให้ก้าวสู่ยุคเคพ็อพที่ล้ำสมัยมากขึ้นกับดนตรีอิเล็คโทรพ็อพแด๊นซ์กันกระจายมีแแอบแกมเปรี้ยวเป็นฮิพฮอพบ้างอาร์แอนด์บีสวยๆ แต่ก็ยังคงไม่ลืมจุดยืนของตัวเองในฐานะขวัญใจวัยทีกับดนตรีแนวทีนพ็อพและบับเบิ้ลกัมพ็อพที่ครั้งนี้ไม่ได้มาแบบไก่กาอีกต่อไปหากแต่ถูกปรุงแต่งให้โฉบเฉี่ยวและมีความเป็นแฟชั่นมากขึ้นพร้อมทั้งสารพัดลูกเล่นที่งัดออกมาเสริมทัพให้อัลบั้มนี้เป็นงาน "เคพ็อพ" วัยรุ่นที่เข้าขั้นงานคุณภาพ...เรียกได้เต็มปากว่าเป็นก้าวกระโดดของ "คาร่า" ในภาคที่โตขึ้นและหลอมตัวเองใหม่เข้าสู่กับแฟชั่นและเทรนด์ทางดนตรีกระแสหลักของอุตสาหกรรมดนตรีเกาหลี ที่คราวนี้ดูเหมือนว่าไม้ตายจะเป็น "ฝีมือ" ที่สั่งสมมาประกอบกับ "พัฒนาการ" มากกว่าเปลือกนอกอันหวานใส (เอาแล้ว!!!)&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;จุดด้อย&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;พิจารณาจากพื้นทางของวงและคุณภาพในกรอบของอัลบั้ม "พ็อพ" (เข้าสู่หมวดสากลเพราะไม่ได้วักจากรอบของ "เคพ็อพ") ที่ดีแล้ว Step ไม่มีอะไรด้อยนะคะ ยิ่งถ้าคุณได้ติดตามงานของพวกเะฮตั้งแต่อัลบั้มแรกที่สมบูรณ์แบบไม่แพ้กันยันเป๋ไปแอ๊บแบ๊วเอาใจวัยหวานซะนานเป็นปีๆในช่วงก่อนหน้านี้ อัลบั้มชุดนี้คือ "สวรรค์" ของเหล่าคามิเลียที่ต้องการจะได้ยินพัฒนาการที่จากทั้ง5สาวเลยทีเดียว อาจจะติดอยู่ตรงที่พวกเธอยังต้องคำนึงถึงฐานของแฟนๆอยู่ภาคดนตรีและการนำเสนอโดยรวมจึงยังมีความเป็นทีนพ็อพตามสไตล์K-Idol ค่อนข้างมากแต่ถ้าพิจารณาลูกเล่นอะไรกันดีๆแล้ว ครั้งนี้เปรี้ยวขึ้นโข....พัฒนากันไปเรื่อยๆเชื่อว่าในงานชุดต่อๆไปเราต้องได้เห็น5นางฟ้าที่โตขึ้นและทำอะไรที่น่าตื่นตาตื่นใจขึ้นกว่าเดิมแน่นอน&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ป.ล. คาดว่ายุคของสาวแบ๊วในตลาดเกาหลีกำลังใกล้จะหมดไปเพราะทั้ง T-ARA,SNSDและWonder Girls ก็ต่างลอกคราบมาทำเปรี้ยวแข่งกันชนิดมันส์หยด วู๊ยยยยยย เอากันให้เต็มที่เลยเจ้าค่า&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;แทร็คเด็ด&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;EY!OH! (4/5) อินโทรเปิดอัลบั้มกับดนตรีอิเล็คโทรนิคเปรี้ยวเป็นฉากหลังตีกับบีทฮิพฮอพโจ๊ะๆพร้อมกับการแร็พชนิดตับแล่บกันไปข้างของสาวๆ วู๊ยยยย เปิดมาแค่นี้คามิเลียตัวจริงก็ฟังออกกันแล้วกระมังคะว่างวดนี้ได้ยินงานปล่อยของแน่ๆ ยิ่งมาเจอกับ Step (5) ไทเทิ่ลแทร็คที่เป้นซิงเกิ้ลแรกที่ใช่เลยทีเดียวค่ะกับการประยุคดนตรีเคพ็อพเต้นรำตามสไตล์ของคาร่าให้เปรี้ยวขึ้นบนโพรแกรมมิ่งอิเล็คโทรนิค ซินธิไซเซอร์ดืดดึ๋งพลางตบเท้าต่อด้วยยูโรบีทแจ่มจรัสตบกับดิสโก้ตึ๊บๆแถมเบรคเอ๊าท์สลับเป็นฮิพฮอพอีก (น่าจะเหยาะดั๊บมากันอีกนิดโน๊ะ) ฟังแล้วแถบจะลงไปดิ้นพราดๆๆๆๆๆๆๆแบบนี้นี่ใช่เลย Date (My Boy) (4.5/5) งานซินธิ์พ็อพโพรแกรมมิ่งหวานๆที่นอกจากความงามละมุนของอาร์แอนด์บีพ็อพแล้วยังแอบเจิมด้วยดนตรีเฮ้าส์ลอบๆ แถมท่อนคอรัสยังเพราะติดหูเอามากๆ ต๊ายยยย แฟนจ๋าเชีนร์ขาดใจทีเดียะ มาที่ I Am (Ing) (5) งานรีเร็คคอร์ดเวอร์ชั่นอคูสติคที่ก่อนหน้านี้เพลงนี้ได้ถูกรวมไว้ในมินิอัลบั้มชุด Pretty Girl ด้วย จริงๆแล้วงานบัลลาดของคาร่านี่ปกติจะได้ยินแต่อารมณ์เหงา ใสและหวานนะคะแต่นี่เป็นครั้งแรกจริงๆที่ได้ยินอะไรที่ดิบสดเข้มข้นและทรงพลังจากพวกเธอโหนเสียงกันโหยหวนแหลมปรี๊ดตายไปข้างทีเดียว อีกหนึ่งงานที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คงเป็น With My Heart (Dear Kamilia) (5) งานโบนัสแทร็คแบบอดัลท์คอนเทมโพรารีย์เพียโนบัลลาดเครื่องสายกรีดเสียงสวยงามงดที่พวกเธอพัฒนาเรื่องฮาร์โมนิคของการวางไลน์ประสานเสียงได้ดีจนที่ว่าแน่ๆอย่างพวก S.H.E. จากฝั่งไต้หวันฟังแล้วต้องเหลียวหลัง ให้5้เต็มเพราะว่าพวกเธอร้องให้ดิฉันได้ซึ้งม๊ากกกกกกกกกกกกก อ๊ะ! ก็เป็นคามิเลียนี่คะ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;สรุป&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ไหนๆได้ลองมาตกหลุมรักกันขนาดนี้แล้วก็ขอออกปาก ณ ที่นี้เลยว่าเชื่อในตัวพวกเธอมากๆแล้วกัน แฟนจ๋าคามิเลียคนนี้รอติดตามสิ่งดีๆและพัฒนาการใหม่ๆจาทั้ง5นางฟ้าเสมอนะจ๊ะ (ซารางเฮโย ว่ะ!)&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3545973934633776295-8634888349701565573?l=spunkydracula.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://spunkydracula.blogspot.com/feeds/8634888349701565573/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://spunkydracula.blogspot.com/2012/02/kara-step-94.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3545973934633776295/posts/default/8634888349701565573'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3545973934633776295/posts/default/8634888349701565573'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://spunkydracula.blogspot.com/2012/02/kara-step-94.html' title='KARA : Step (94%)'/><author><name>Da Nastina</name><uri>http://www.blogger.com/profile/03330892158102476960</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_MoZwobnG2nE/Sljyy5PWHPI/AAAAAAAAAGw/Dd3faFSjc2M/S220/1.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/-9ZhbUEoCegQ/TylLYqjz3MI/AAAAAAAAAuo/H92XGqfIKNE/s72-c/Kara-step.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3545973934633776295.post-9064580918119729240</id><published>2012-01-30T05:24:00.000-08:00</published><updated>2012-01-30T06:26:08.004-08:00</updated><title type='text'>Putumayo : Blues Lounge (Myspace#91)</title><content type='html'>&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/-a0li18Lg748/TyaaEulSwmI/AAAAAAAAAuc/eGvXAgZ0TSg/s1600/putblueslounge.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 320px;" src="http://1.bp.blogspot.com/-a0li18Lg748/TyaaEulSwmI/AAAAAAAAAuc/eGvXAgZ0TSg/s320/putblueslounge.jpg" border="0" alt="" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5703415384125915746" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;Putumayo : Blues Lounge : Blues/Lounge (100%)&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;เมื่อปีที่แล้วดิฉันได้ให้สัญญากับผู้อ่านที่รักดนตรีเวิลด์มิวสิคและเป็นสาวกของซีรี่ยส์จากค่าย Putumayo - - ค่ายดนตรีแนวเวิลด์มิวสิคที่เก๋ไก๋น่ารักที่สุดจริงๆนะ!!! - - ไว้ว่าจะเขียนแนะนำซีรี่ยส์ของค่ายนี้ให้เยอะๆแต่สุดท้ายก็ทำได้ไม่จุใจท่านผู้อ่านเท่าที่ควร ก็ต้องขอโทษจากกระัแสที่ตำหนิมานะคะไม่ได้ตั้งใจจะทำให้ผิดหวังเอาเป็นว่าปีนี้จอเริ่มใหม่ก็แล้วกัน และเพื่อความสบายใจสัญญาว่าถ้ามีเวลาดิฉันจะพยายามเขียนแนะนำซีรี่ยส์จากค่ายนี้ถ้าทำได้ก็จะเขียนให้ทุกเดือนก็แล้วกันนะคะ ^ ^&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;สำหรับงานชุดแรกที่ขอหยิบมาแนะนำในมายสเปซแบบเต็มๆในช่วงเดือนแรกของปีนี้เลย ยกให้กับซีรี่ยส์ชุด Blues Lounge ที่นับว่าน่าจะเป็นยุคแรกๆที่ทางค่ายเบรคจากความสนใจจากสายตาของมหาชนในอุตสาหกรรมดนตรีในฐานะค่้ายเพลงแนวหน้าที่นำเสนอดนตรีแนวเวิลด์และจุดประกายให้กระแสและความนิยมของดนตรีประเภทนี้เบ่งบานแบบสุดๆในช่วงทศวรรษ90เลยทีเดียว&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;จากการทำซีรี่ยส์อัลบั้มดนตรีแนวเวิลด์ที่มหาชนคาดหวังมาสู่การนำเสนอดนตรีแนวฟิวชั่นในอัลบั้มชุด Blues Lounge ที่เป็นการบูรณาการกันระหว่างความดิบสดของดนตรีแนว "บลูส์" ในช่วงปลายทศวรรษ40เข้ากับวัฒนธรรมดีเจคัลเจอร์ร่วมสมัยจากความเป็น "อิเล็คโทรนิก้า" ที่โดดเด่นบนภาคดนตรีแบบชิลล์เอ๊าท์และเล้าจ์นพลางผสมผสานเอาอิทธิพลจากดนตรีแนวทริพฮอพ ดาวน์เทมโพและบีทฮิพฮอพลงสู่ตัวงานได้อย่างแยบยล นับเป็นซีรี่ยส์ที่เป็นตัวแทนของการผนวกวิญญาณระหว่างนวัตกรรมและความดิบสดเข้มข้นของจิตวิญญาณดั้งเดิมอันก่อให้เกิดเป็นดนตรีแนวฟิวชั่นจำพวกนูโซลที่ได้รับกรัแสตอบรับอย่างท่วมท้นในช่วงปลายยุค90จนถึงต้นยุคสองพันได้อย่างชัดเจน&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;แทร็คที่ส่วนตัวอยากจะแนะนำนี่จริงๆแล้วก็อยากจะให้ฟังซะทุกเพลงเลยนะคะแต่ถ้าให้ตัดใจเลือกมาเฉพาะเพลงที่โดดเด่นและโดนใจแบบสุดๆเป็นการส่วนตัวจริงๆนี่ขอยกให้ Pablo's Blues จาก Gare du Nord ที่จับเอาเสียงร้องแบบบลูส์โซลดิบสดเข้มข้นมาปะทะเอากับแบ็คกราวนด์ดนตรีอิเล็คโทรนิก้าจำพวกดาวน์เทมโพได้อย่างลงตัวไปอีกแบบทำให้จินตนาการถึงวันใดที่เพลงบลูส์กลับขึ้นมาเป็นกระแสในยุคโลกาภิวัฒน์นี้อีกครั้งก็คงจะละจากการเล่นกับพวกเครื่องดนตรีสดไปสู่อารยธรรมของซาวด์สังเคราัห์แบบนี้แทนกระมัง Run On โดยดีเจคนเก่งอย่างโมบี้ย์ที่ฟังแล้วถึงกับจะลงไปชักกระแด่วๆๆๆๆๆๆ วู้ยยยยย เก๋กว่านี้ไม่มีอีกแล้ว ช่างคิดนะคะจับเอาวัฒนํรรมแบบลูส์ช่วงยุค30-40แท้ๆมามิกซ์เข้ากับลูกเล่นดนตรีโซลแบบโมทาวน์60ก่อนจะใส่ทั้งซาวนด์สแครช เฮ้าส์ติดเบรคบีทนิดๆ เจิดจรัสม๊ากกกกกก!!! Midnight Dream โดย Little Axe เพลงเปิดอัลบั้มอันนี้ออกแนวทริพฮอพเข้มๆแบบงานโซลและอาร์แอนด์บีช่วงต้นยุค90ที่มาฟิวชั่นเข้ากับดนตรีอิเล็คโทรนิคและบีทฮิพฮฮพน่ะค่ะ ต่อด้วย Parchmebn Blues จาก Tangle Eye ซึ่งนับว่าเป็นงานที่สมคอนเส็ปท์ของการผิวชั่นที่เอาบลูส์ดิบๆและดนตรีเล้าจ์นแท้ๆมายืนชนกันตรงกลางพอดิบพอดี และ John Henry's Blues โดยวงเดียวกันด็ตอกย้ำคำสรรเสริญเยินยอข้างต้นของดิฉันได้อย่างดีว่า ไม่ได้เกินจริงแต่อย่างใด&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ท้ายที่สุดต้องขอขอบคุณอีเมลล์ติเตียนจากท่านผู้อ่านทุกท่านนะคะ ไม่งั้นก็คงจะอีกนานทีเดียวกว่าจะได้เขียนแนะนำอัลบั้มดีๆแบบนี้ลงในบล็อคและในบอร์ด - - เพราะคงมัวแต่ไปเขียนถึงศิลปินเกาหลี 555 - - สพหรับครั้งหน้าใครอยากอ่านซีรียส์อะไรของทางค่ายนี้หรือสนใจดนตรีปรัเภทไหนจากค่ายนี้ไม่ว่าจะเป็นเออร์บัน กรู๊ฟ เซลติคหรือจะเจาะเป็นเวิลด์ของแต่ละภูมิภาคไปก็เขียนอีเมลล์เข้ามาได้นะคะ ^ ^&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3545973934633776295-9064580918119729240?l=spunkydracula.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://spunkydracula.blogspot.com/feeds/9064580918119729240/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://spunkydracula.blogspot.com/2012/01/putumayo-blues-lounge-myspace91.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3545973934633776295/posts/default/9064580918119729240'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3545973934633776295/posts/default/9064580918119729240'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://spunkydracula.blogspot.com/2012/01/putumayo-blues-lounge-myspace91.html' title='Putumayo : Blues Lounge (Myspace#91)'/><author><name>Da Nastina</name><uri>http://www.blogger.com/profile/03330892158102476960</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_MoZwobnG2nE/Sljyy5PWHPI/AAAAAAAAAGw/Dd3faFSjc2M/S220/1.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/-a0li18Lg748/TyaaEulSwmI/AAAAAAAAAuc/eGvXAgZ0TSg/s72-c/putblueslounge.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3545973934633776295.post-3796657164397337558</id><published>2012-01-24T06:13:00.000-08:00</published><updated>2012-01-24T08:04:30.084-08:00</updated><title type='text'>Jay Park + T-ara + JYJ (Myspace#90)</title><content type='html'>&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/-beHfeFGd9dU/Tx69WQrWFRI/AAAAAAAAAuM/9rF4wPYEOdk/s1600/Jay_Park_New_Breed_Part1.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 320px;" src="http://4.bp.blogspot.com/-beHfeFGd9dU/Tx69WQrWFRI/AAAAAAAAAuM/9rF4wPYEOdk/s320/Jay_Park_New_Breed_Part1.jpg" border="0" alt="" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5701202368429167890" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/-lCak2sw8dHg/Tx69V4NHsXI/AAAAAAAAAuE/JguCfn5wdbQ/s1600/FunkyTown.png"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 229px; height: 320px;" src="http://3.bp.blogspot.com/-lCak2sw8dHg/Tx69V4NHsXI/AAAAAAAAAuE/JguCfn5wdbQ/s320/FunkyTown.png" border="0" alt="" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5701202361859944818" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/-0_gffDM0RqI/Tx69VshsuAI/AAAAAAAAAt4/KN4AhzQnHPo/s1600/1.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 290px; height: 269px;" src="http://3.bp.blogspot.com/-0_gffDM0RqI/Tx69VshsuAI/AAAAAAAAAt4/KN4AhzQnHPo/s320/1.jpg" border="0" alt="" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5701202358725031938" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;Jay Park : New Breed Part 1 : POp/R&amp;amp;B/Hip-Hop (85%) + T-ara : Funky Town(EP) : K-Pop (78%) + JYJ : The Beginning : Pop/R&amp;amp;B/Electro Pop/Dance-Pop (94%)&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จริงๆแล้วมายสเปซครั้งที่90นี่รอแล้วรอเล่านะคะว่าจะเขียนถึงซิงเกิ้ลใหม่ของเจ๊แม่ไม่ก็นางติ๊นา แต่ก็อย่างว่าแหละค่ะรอแล้วรอเล่าจนไม่รอแล้วพวกตัวออกงานมาเมื่อไรก็ขึ้นชกกับเดี๊ยนเมื่อนั้นแล้วกันนะคะ ตอนนี้ขอหนีกลับไปหาเกาหลีให้มันชุ่มชื่นหัวใจและให้คนแถวนี้เขาด่ากันเล่นๆดีกว่า หึหึหึ&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;หลังจากเผชิญมรสุมจากกรณีพิพาทที่ข้อความทางมายสเปซที่มีเนือ้หาในเชิงดูถูกประเทศเกาหลีของ "ปาร์คแจบอม" ได้ถูกแอนตี้แฟนเจาะออกมาเผยแพร่ แม้ว่าหนุ่มซิกแพ็คสุดงามของเราจะออกมาขอโทษขอโพยพลางยอมรับว่าที่พิมพ์ไปเพราะไม่ตั้งใจแต่ด้วยแรงกดดันอันมหาศาลในช่วงนั้นก็มีผลถึงกับต้องทำให้หนุ่มแจบอมของเราถึงกับต้องเลือกที่จะสละตำแหน่งหัวหน้าวงของ 2PM วงบอยแบนด์อนาคตไกลกลับไปตั้งหลักที่ซีแอ็ตเทิ่ลเลยทีเดียว ส่วนตัวก็นั่งลุ้นใจแถบขาดค่ะว่าน้องเขาจะถึงขั้นอำลาวงการไปเลยรึเปล่าแต่ก็ต้องมีอันโล่งใจเมื่อโมเดอเรเตอร์แสนกลของบอร์ดเราอย่างคุณน้่อง Disney Boy ได้นำข่าวมาอัพเดทให้ดิฉันทราบว่าน้องเขาได้กลับมาแล้วในฐานะศิลปินเดี่ยวแถมออกEPมาให้ฟังแล้วถึงสองชุดต่างหาก หุหุหุ ว่าแล้วสาวแก่ก็ขอติดตามพาร์ทต่อไปด้วยตัวเองสิคะ...ไหนก็กลับมาให้ปีศาจสาวโลกีย์อย่างอิฉันแทะโลมแลเ้วก็ขอหยิบพาร์ทแรกของอัลบั้ม New Breed สตูดิโออัลบัมชุดแรกในชีวิตที่เพิ่งปล่อยครึ่งแรกมาให้ฟังเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมานี้สักหน่อย ต๊ายๆๆๆๆๆ ฟังแล้วเพลงเท่ห์มากเลยค่ะคุณน้อง คือเราวัดกันที่มาตรฐานของความเป็น "แจบอม" หรือในนามกรใหม่สุดกิ๊บว่า "เจย์ ปาร์ค" โดยไม่หยิบไปเทียบกับพวกเอมิเน็ม,จัสติน ทิมเบอร์เลค,สนู๊พด็อกก,หรือบัสทา ไรห์มที่คร่ำหวอดในเพลงแนวๆนี้จนเป็นเซียนไปแล้วน่ะนะคะ - - ในพาร์ทแรกของ New Breed นี่ภาพรวมออกมาเป็นงานพ็อพอาร์แอนด์บีซึ่งจะว่าไปเนื้องานนี่เข้าขั้นอินเตอร์เลยทีเดียวนะภาคดนตรีนอกจากจะหนักและแน่นแล้วยังครบหมดทุกสูตรตามวัฒนธรรมอาร์แอนด์บีที่เล่นกันในทุกตลาดมีตั้งแต่ฮิพฮอพอาร์แอนด์บีดิบๆหนักๆใน Enjoy The Show ที่ร่วมงานกับ Dok2และThe Quietตัวเพลงเป็นสตรีทแร็พบนจังหวะฮิพฮอพหนักๆแบบอีสต์โคสต์หน่อยๆที่ชวนให้คิดถึงยุคแรกๆของสนู๊พด็อกก,บัสทา ไรห์มและเอมิเน็มไม่น้อย - - จะว่าไปก็แอบนึกถึงแร็พเพอร์เอเชียอย่างจินเจ้าของเพลง Learn Chinese อยู่เหมือนกัน - - นับว่าโดดเด่นเข้าขั้นเป็นไฮไลท์ของอัลบั้มเลยทีเดียว หรือจะเป็น Star เพลงเปิดอัลบั้มนี่ก็เป็นมิดเทมโพพ็อพอาร์แอนด์บีบัลลาดติดกลิ่นสโลแจมไพเราะตามสูตร มาที่ Up And Down นี่ก็เมนทสตรีมเอาใจตลาดสุดๆกับงานอาร์แอนด์บีฮิพฮอพที่ลงเสียงเป็นพ็อพแร็พและไปขยำเอากับบีทเต้นรำโจ๊ะๆพวกฟลอไรด้ากับวิล ไอ แอมชอบทำกันนักละ ปิดท้ายด้วยอคูสติคเพราะๆใน Can't Live Without You ที่ทำเก๋ลงเสียงเป็นแร็พและการร้องแบบอาร์แอนด์บีชะอุ่มไปด้วยกลิ่นอายโซลฟูลหวานๆเต็มเปี่ยม....แหมมมมมมม ว่าแล้วก็อยากให้ถึงวันที่หนึ่งเดือนกุมภาเร็วๆจังนะคะเพราะแค่พาร์ทแรกนี่ก็เจิดจรัสซะขนาดนี้นะคะ อยากรู้จังเลยว่าพาร์ทสองจะออกมาอีหรอบไหนน๊อออออ&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;สลับจากศิลปินชายมาที่เกิร์ลกรุ๊ปกันบ้างนะคะเดี๋ยวจะหาว่าพูดถึงแต่ผู้ชาย งวดนี้ขอหยิบเอางาน Extended Play ชุดล่าสุดของ T-ara มาเขียนก็แล้วกัน ซึ่งกับวงนี้จริงๆแล้วไม่เคยอยู่ในสายตาดิฉันมาตั้งแต่ไหรแต่ไรแล้วแต่ไม่รู้อะไรเข้าสิงจู่ๆอยากฟังอยากเขียนถึงซะงั้น ย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้นของพวกเธอในวันที่สมาชิกลงตัวที่เลข5กับพัคจิยอน,เฮียวมิน,ฮันอึนจอง,จิวอนและจิเอ แต่เคราห์ซ้ำกรรมซัดไม่ทันจะได้เดบิวท์สาวจิวอนกับจิเอก็ดันเล่นชิ่งออกจากวงไปเสีัยก่อน (วงในเม้าท์มาว่าเป็นเ้พราะความโดดเด่นเกินหน้าเกินตาของคุณน้องจิยอนสองสาวเธอก็เลยไม่อยากจะอยู่ใต้เงาเป็นสะพานให้ใคร ตูข้าขอออกไปตายเอาดาบหน้าดีกว่าว่ะค่ะ) แต่หลังจากนั้นไม่นานทางต้นสังกัดก็ได้ดึงตัวจอนโบรัมเข้ามาเสียบสำทับด้วยQri,Soyeonและ Hwayoung (ขอเขียนเป็นภาษอังกฤษนะคะอ่านไม่ออก) เดินตามต้อยๆเข้าวงเรื่อยมาตามโชคชะตาจะปราณี วันนี้พวกเธอมาลงตัวกันที่เลข7เลขนำโชคอันมาพร้อมกับพลังมหาศาลอันน่าอัศจรรย์เสมอว่าไปนั่น!! พร้อมกับงานอีพีสุดเพราะอย่าง Funky Town ที่เป็นรีแพ็คเก็จจากงานชุด Black Eyes โดยมี Lovey-Dovey เพลงเคพ็อพเต้นรำน่ารักๆที่เปิดตัวมาออกแนวดั๊บสเต็ปที่ฟังแล้วหน้าของคุณนายหอกบริทนี่ย์ สเปียรส์เจ้าหญิงแห่งเพลงพ็อพจากฝากอเมริกาลอยมาฉีกยิ้มอยู่รางๆแต่พอเข้าตัวเพลงจริงๆกับเป็นงานอิเล็คโทรพ็อพเต้นรำติดฟั้งค์กี้ย์ดิสโก้เริงร่าแบบที่ีฟังแล้วคุณจะสามารถเห็นภาพในยุค80ของน้าไคย์ลี่ย์ มิโน้กโบว์ใหญ่เบ้อเริ่มเท่าหัวยืนดีดดิ้นวี๊ดว๊ายอยู่ตรงหน้า ที่พูดนี่ไม่ได้หาว่าพวกเธอไปก็อปเขามานะคะถือซะว่าเอาไปเปรียบเทียบกับพวกตำนานฝั่งตะวันตกเพราะทึ่งในฝีมือมากกว่าเพราะส่วนตัวชอบนะคะทำออกมาได้ถึงและติดหูมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกในอีพีนี้ยังมีเวอร์ชั่น Club Remix ที่ก็ไม่ต่างจาก Extended Mix ให้เลือกฟังกันด้วย สำหรับแทร็คอื่นๆที่เด็ดนี่ก็ &lt;span style="background-color: rgb(247, 247, 247); font-family: sans-serif; font-size: 13px; line-height: 19px; "&gt;우리 사랑했잖아(We Were In Love) เป็นคอนเทมโพรารีย์บัลลาดแบบพ็อพอาร์แอนด์บีงามๆเครื่องสายกรีดเสียงสวยมากกกกกกกกกกกกกกแถมแทรกเสียงแร็พลงกับแบ็คกรวนด์เพียโนเหงาๆเศร้าๆได้เนียนพริ้งสุดๆ ต๊ายยย ไม่น่าเชื่อว่าพวกเธอจะทำได้ นอกจากนี้ก็มี Cry Cry เพลงเก่งของพวกเธอที่ป่านนี้หลายคนก็คงได้ฟังกันแล้วก็สนุกสนานเซ็กซี่ดีและ O My God อันนี้ติดกลิ่นสแตนดาร์ดแจ๊ซซ์จางๆฟังทั้งหมดทั้งมวลจบแล้วก็ต้องขอซูฮกและคงต้องกลับไปมองพวกเธอกันใหม่...ฝีมือไม่เลวเลยทีเดียวถ้าเอาจริงๆ - - SNSD,KaraและWonder Girlsอย่าประมาท!!!&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="background-color: rgb(247, 247, 247); font-family: sans-serif; font-size: 13px; line-height: 19px; "&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ท้ายที่สุดกับ The Beginning สตูดิโออัลบั้มภาษาอังกฤษชุดแรกของสามทหารเสือ JYJ - - จุนซู,ยูชอนและ หึหึหึ แจจุงสุดที่รัก - - ที่ตอนแรกดิฉันว่าจะเขียนตัดคะแนนแบบเต็มๆแต่ไปๆมาๆงานมันก็ออกมาตั้งแต่ปี2010แล้วรอชุดหน้าแล้วกันนะคะที่รัก สัญญา!!! - - ผู้หญิงที่ดีมิมีเสียสัตย์ค่ะ - - เท่าที่ติดตามข้อมูลมาได้ข่าวว่าพวกตัวกังวลกับเรื่องการออกสำเนียงถึงขั้นต้องเทคคอร์สภาษากันเลย แต่าถึงแม้ว่าอาจจะไม่ได้ชำนาญการด้านภาษาแต่ดิฉันกล้าพูดนะคะว่านี่คือหนึ่งในงานที่ดีที่สุดในบรรดาทั้งหมดทั้งมวลที่พวกตัวเคยออกมาให้ฟังกันเลยทีเดียว - - นับรวมยุคดงบังชินกิด้วยเอ้า!!! - - ภาคดนตรีของพวกเขามันเป็นอะไรที่แบบก้าวกระโดดจากพวกเมนทสตรีมในตลาดเคพ็อพไปแล้วนับว่าไม่เสียทีที่ทำอัลบั้มภาษาอังกฤษเพราะวิสัยทัศน์ของพวกตัว พัฒนาการรวมไปถึงการนำเสนอแบบแทร็คต่อแทร็คในงานชุดนี้เป็นอะไรที่สากลม๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ชนิดที่ศิลปินตลาดยุโรปและอเมริกาบางคนฟังแล้วต้องอายเอาซีดีตัวเองไปเผาทิ้งแล้วหันไปขายแม็คโดนัลด์แทน แม้ว่าแนสทิน่าคนนี้จะเพิ่งมาเป็นแฟนจ๋าแคสสิโอเปีัยในช่วงเวลาสั้นๆแต่ฟังแล้วก็อดเช็ดน้ำตาป้อยๆไม่ได้ - - กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ แจจุงฉะนทำงานระดับนี้ออกมาได้เลยทีเดียวนะตัว - - พูดแล้วจะหาว่าเว่อร์งั้นเรามาแนะนำแทร็คเด็กันดีกว่าเริ่มต้นที่นี่เลยค่ะ Ayyy Girl ที่ได้ Kanye West และ Malik Yusef มาลงเสียงแร็พให้เป็นงานพ็อพอาร์แอนด์บีติดบีทฮิพฮอพเข้มๆออกลีดแบ็คดาวน์เทมโพแบที่จัสติน ทิมเบอร์เลคกับอัชเชอร์ชอบทำ เปรียบเทียบกันแล้วในแนวๆนี้อัชเชอร์คร่ำหวอดอยู่แล้วในเรื่องของความหวานและน้ำเสียงโซลนุ่มละมุนเหนือกว่าหนึ่งระดับในขณะที่ของจัสตินจะออกล้ำและเปรี้ยวแบบฟัลเซ็ทโทแหลมปรี๊ดดดด แต่จุดเด่นของ JYJ คือการวางไลน์เสียงที่สอดประสานกันได้อย่างนุ่มนวลราวกับขนนกแต่เปี่ยมด้วยพลังและที่สำคัญเซ็กซี่มาก!!! เส้นเสียงอิสระตามใจฉันของมิคกี้ไปได้ดีกับการส่งอารมณ์ขั้นเทพของจุนซูโดยจุดเด่นอยู่บนการอิมโพรไวซ์อันทรงเสน่ห์ที่เป้นเครื่องหมายการค้าของแจจุง ฟังแล้วแถบจะลงไปดิ้นพราดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ วู๊ยยย แฟนจ๋าภูมิใจในพวกเธอม๊ากกกกกกกกกกกกกกกกค่า เพลงถัดไป Empty นี่เปลี่ยนคอนเส็ปท์เร็วเหลือเกินนะคะกลายร่างเป็นหนุ่มเมโทรสุดเซ็กซี่กับเพลงแด๊นซ์พ็อพเทคโนโยกได้หวานๆและยูโรบีทติดดิสโก้ตึ๊บๆเปรี้ยวปรี๊ดดดดด แหมๆๆๆๆ ทำไมใน In Heaven ไม่ทำให้ได้แบบนี้บ้างล่ะค่ะเจ้าชาย??? มาที่ Be My Girl อันนี้เป็นมิดเทมโพพ็อพอาร์แอนด์บีเพราะๆหวานๆตามสูตรสำเร็จที่ดีไม่มีตกของ JYJ และ เอ่อ TVXQ เอาเป็นว่าพวกแคสสิโอเปียต้องชอบกันแน่ๆ และเจิดจรัสสุดๆใน I Can Soar ที่เป็นงานคอนเทมโพรารีย์บัลลาดจำพวกเพียวโซลหวานละมุนในช่วงต้นและสลับไปเป็นโมทาวน์และบลูส์โซลอาร์แอนด์บีกอสเพลจัดจ้านในช่วงหลัง ตกยกเครดิตให้พี่จุนซูเขาจริงๆค่ะที่นำชั้นเชิงของความเป็นมิวสิคคัลมาถ่ายทอดลงเพลงนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบสุดๆ สมแล้วที่ Mozart ที่พี่เล่นเป็นละครบรอดเวย์ที่ทรงอิทธิพลแห่งยุค...ฟังแล้วต้องบอกว่าไร้ข้อครหา!!!&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;Keep The Faith!!!&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3545973934633776295-3796657164397337558?l=spunkydracula.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://spunkydracula.blogspot.com/feeds/3796657164397337558/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://spunkydracula.blogspot.com/2012/01/jay-park-t-ara-jyj-myspace90.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3545973934633776295/posts/default/3796657164397337558'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3545973934633776295/posts/default/3796657164397337558'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://spunkydracula.blogspot.com/2012/01/jay-park-t-ara-jyj-myspace90.html' title='Jay Park + T-ara + JYJ (Myspace#90)'/><author><name>Da Nastina</name><uri>http://www.blogger.com/profile/03330892158102476960</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_MoZwobnG2nE/Sljyy5PWHPI/AAAAAAAAAGw/Dd3faFSjc2M/S220/1.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/-beHfeFGd9dU/Tx69WQrWFRI/AAAAAAAAAuM/9rF4wPYEOdk/s72-c/Jay_Park_New_Breed_Part1.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3545973934633776295.post-2770036979458996961</id><published>2012-01-14T05:26:00.001-08:00</published><updated>2012-01-14T07:09:07.858-08:00</updated><title type='text'>Amy Winehouse+Duffy+Adele (Myspace#89)</title><content type='html'>&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/-2kuTLNtcklM/TxGCz9UGkDI/AAAAAAAAAts/OD5_efHvUrg/s1600/Winehouse_Frank.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 300px; height: 300px;" src="http://1.bp.blogspot.com/-2kuTLNtcklM/TxGCz9UGkDI/AAAAAAAAAts/OD5_efHvUrg/s320/Winehouse_Frank.jpg" border="0" alt="" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5697478832744206386" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/-X_OeQKfREts/TxGCznxnVEI/AAAAAAAAAtg/W58yYe87sxc/s1600/Duffy_Rockferry.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 300px; height: 300px;" src="http://1.bp.blogspot.com/-X_OeQKfREts/TxGCznxnVEI/AAAAAAAAAtg/W58yYe87sxc/s320/Duffy_Rockferry.jpg" border="0" alt="" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5697478826962408514" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/-LX66260rpfs/TxGCzYoDUyI/AAAAAAAAAtU/650VJ_HbPZI/s1600/Adele19.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 300px; height: 300px;" src="http://4.bp.blogspot.com/-LX66260rpfs/TxGCzYoDUyI/AAAAAAAAAtU/650VJ_HbPZI/s320/Adele19.jpg" border="0" alt="" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5697478822895768354" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;Amy Winehouse : Frank : Soul/R&amp;amp;B/Neo-Soul/Jazz (95%) + Duffy : Rockferry : Pop/Soul (92%) + Adele : 19 : Pop/Soul (95%)&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;มายสเปซคอลัมน์ที่89นี้ต้องขอขอบคุณน้องเฟี๊ยต "Mcqueen" สุดหล่อที่เพิ่งจะรีเควสต์อัลบั้ม 19 ของอะเดลมาทางเฟซบุ๊คส์เมื่อไม่นานมานี้ ทำให้ดิฉันได้แรงบันดาลใจว่าไหนๆจะเขียนถึงอัลบั้มโซลจากฝั่งอังกฤษแล้วเราก็จับเอาอัลบั้มแรกของสามสาวโซลที่ส่วนตัวดิฉันจับตามองผลงานของพวกเธอและคิดว่าน่าสนสนใจมาโดยตลอด หลังจากวินาทีรุ่งโรจน์ของลิซ่า สแตนฟีลด์ (คนนี้จะออกแนวอาร์แอนด์บีที่กระเดียดไปทางทริพฮอพ),เบเวอลี่ย์ ไนท์และจอส สโทนแล้วก็มีสามท่านที่ดิฉันยกผลงาพวกเธอนมาเขียนในคอลัมน์ครั้งนี้แหละค่ะที่เป็นตัวแทนของบริทโซลฝากศิลปินหญิงจากฝั่งสหราชอาณาจักรที่ดิฉันคิดว่าเด็ดดวงที่สุดแล้วในครึ่งหลังของทศวรรษ2010ที่ผ่านมา&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;เริ่มต้นด้วยศิลปินมากความสามารถที่ด่วนลาโลกไปเมื่อปีที่แล้วอย่าง "เอมี่ ไวน์เฮ้าส์" กับอัลบั้มเปิดตัวในปี2003 - -แต่ไฮไลท์ของเธอทราบกันดีว่าคืองานถัดจากนี้ในอัลบั้มชุด Back To Black ในปี2006 - - ภายใต้ชื่อ Frank กับงานดนตรีแนวคอนเทมโพรารีย์ดิบดำเข้มข้นสไตล์ "โซลอาร์แอนด์บี" ที่ทั้งภาคดนตรี รูปแบบการนำเสนอและเสียงร้องของเธอในงานชุดนี้เปรียบเสมือนกับการทริบิ้วท์ให้แก่ศิลปินผิวสียุค50-60รวมถึงวัฒนธรรมของอาณาจักรดนตรีในช่วงนั้น - - กลางยุควินเทจแจ๊ซซ์จวบจนย่างเข้าสู่กลางโมทาวน์ - - ท่ามกลางภาคดนตรีที่เปี่ยมไปด้วยมนตร์เสน่ห์สุดคลาสสิคอย่างแจ๊ซซ์ที่ผสานเข้ากับจิตวิญญาณของความร่วมสมัยแบบ "นูโซล" ผนวกเข้าสู่ความเป็นเอกภาพได้อย่างกลมกลืนแถมยังอิสระไร้ขอบเขตุสุดๆ ฟังแล้วชวนจินตนาการถึงวันที่วิญญาณของเจ้าป้า "บิลลี่ ฮอลิเดย์" นึกสนุกแล้วลงมาชวน "เอริคา บาดู" เข้าห้องอัดเสียงทำสตูดิโออัลบั้มด้วยกัน...ผลงานที่ได้ก็คงจะออกมาอีหรอบเดียวกับอัลบั้ม Frank ชุดนี้กับความทรงพลังบนดนตรีโซลอาร์แอนด์บีเข้มข้นดิบบ้างลอยละล่องบ้างที่ผสานอิทธิพลของการอิมโพรไวซ์อย่างเหนือชั้นภายใต้วัฒนธรรมพลิ้วไสวหวานหอมแต่แฝงภายในไว้ด้วยความเร่าร้อนและห้วงอารมณ์อันรุนแรงดิบลึกและเชือดเฉือนแบบแจ๊ซซ์...จะว่าไปแม้จะไม่โด่งดังสร้างชื่อเท่า Back To Black แต่เอกภาพและความทรงพลังในเนื้องานเหนือชั้นกว่าชนิดที่เห็นได้ชัดทีเดียว&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;สลับจากงานโซลอาร์แอนด์บีดิบๆมาที่บลูส์อายส์โซลหวานๆจากศิลปินฝั่งเวลส์อย่าง "ดัฟฟี่" กับสตูดิโออัลบั้มเปิดตัวสุดโปรดปรานของดิฉันอย่าง Rockferry กันบ้าง ซึ่งงานเปิดตัวชุดนี้ของเธอก็สร้างความสำเร็จอย่างล้นหลามชนิดที่เรียกได้ว่าเป็นปรากฏการณ์ย่อยๆที่แถบจะไม่ค่อยเกิดกับศิลปินที่ทำดนตรีแนวๆนี้สักเท่าไร ตั้งแต่ทะยานขึ้นไปถึงอันดับหนึ่งบน UK Album Charts ได้ (นี่ยังจิ๊บๆเพราะเพลงดีจริง ไม่ได้ก็แย่แล้ว!!!) ถ้าจำไม่ผิดนี่งานชุดนี้น่าจะเป็นอัลบั้มที่ขายดีที่สุดของเกาะอังกฤษในปี2008ด้วยมั้งคะ นอกจากนี้อัลบั้มนี้ยังพาดัฟฟี่ขึ้นไปคว้ารางวัลบนเวที่บริทอวอร์ดในปี2009อีกด้วยลามไปจนถึงการเฉือนชนะคู่แข่งเขี้ยวลากดินทั้งหลายแหล่บนเวทีแกรมมี่ครั้งที่51โดยเอาชนะรางวัลสาขา Best Pop Vocal Album มานอนกอดได้ (ได้ยังไงวะ?) เห็นภาพลักษณ์เรียบๆนิ่งๆจากหน้าปกและในเอ็มวีทำเอาดิฉันนั่งไม่เชื่ออยู่นานแต่พอได้ลองสัมผัสกับผลงานของเธอนี่ต้องขอบอกเลยว่าเป็นอีกหนึ่งสา่วที่ต้องใช้สำนวนว่า "เสื่อซ่อนเล็บ" โดยแท้เพราะ Rockferry เป็นอัลบั้มพ็อพโซลที่เชือดเฉือนและทุกๆแทร็คโดดเด่นมีเอกลักษณ์ที่ชัดเจนแถมยังไพเราะยกอัลบั้มอีกต่างหาก ไม่เฉพาะเพลงเก่งของงานชุดนี้อย่าง Warwick Avenue งานอดัลท์คอนเทมโพรารีย์พ็อพโซลบัลลาดงามงดจับจิตที่คุณเธอโหนเสียงได้เพราะพริ้งเจียนขาดใจและ Mercy อันเป็นงานพ็อพโซล60แบบโมทาวน์แท้ๆที่ท้าชนกับพวกเจ้าป้าอรีธ่า แฟรงคลินร่างยักษ์ไล่แถกๆไปชนบลูส์อายส์โซลตัวแม่อย่างดัทที่ สพริงฟีลด์ไปจนถึงวงอาร์แอนด์บีโซลระดับตำนานอย่าง The Supremes ให้เจ็บปวดรวดร้าวเลือดซิบกันไปข้างแล้ว ทีเด็ดในอัลบั้มก็ยังมีไทเทิ่ลแทร็คอย่าง Rockferry ที่ล่วงหน้าเป็นซิงเกิ้ลแรกเป็นพ็อพโซลบัลลาดผสานซอฟท์ร็อคงามระยับ เครื่องสายสวยๆและกีตาร์บลูส์เชือดๆแต่สิ่งที่พาเพลงไปถึงจุดไคลแม็กซ์ได้มากที่สุดคงหนีไม่พ้นเรื่องของ "น้ำเสียง" ที่ส่งอารมณ์ได้สุดยอดจริงๆ Syrup&amp;amp;Honey นี่อาจจะไม่ถูกหูมากนักในช่วงต้นแต่ฟังไปนานแล้วขอยกให้เป็นงานบลูส์โซลที่ดีไม่แพ้บางเพลงใน Soul Sessions ของจอส สโทนเลยทีเดียว ปิดท้ายด้วย Distant Dreamer เพลงปิดอัลบั้มที่สวยสุดๆอลังการมาก&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;มาที่อัลบั้มที่ถูกใบสั่งให้เขียนมาบ้าง รีเควสต์นี้จากคุณน้อง Mcqueen เจ้าค่ะบอกว่า "อยากอ่านรีวิวอัลบั้มอัลบั้ม19ของอะเดลมากๆ" ซึ่งก็ต้องขอขอบคุณน้องเฟี๊ยตนะคะที่รีเควสต์อัลบั้มนี้มาเพราะทำให้พี่ได้ย้อนกลับไปตั้งใจฟังงานชุดนี้อีกครั้งและเปรียบเทียบกับงานชุดล่าสุดอย่าง "21" ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นมาสเตอร์พีซของเธอ ซึ่งตอนนี้ส่วนตัวไม่เห็นด้วยซะแล้วว่าเธอมีมาสเตอร์พีซเพียงชิ้นเดียว...เราอาจจะต้องยอมรับว่าใน 21 อะเดลพัฒนาขีดของศักยภาพที่สามารถไต่ระดับไปเล่นกับภาคดนตรีที่หลากหลายมากขึ้นตั้งแต่อินดี้ร็อควิ่งขึ้นไปหาเพลงระดับสูงอย่างพวกกอสเพลเลยทีเดียวรวมถึงความโดดเด่นและความกระชากใจของแทร็คที่เป็นไฮไลท์ อาทิ Rolling In The Deep และ Someone Like You เป็นต้นนี่ต้องยอมรับว่าทำได้ "ถึง" และทรงพลังกว่าเยอะ หากแต่พอได้ฟังงานชุดนี้แล้วกลับรู้สึกว่า "มีเอกภาพในตัวสูงกว่า" อันนี้มันแน่นอนนะคะเพราะด้วยภาคดนตรีที่มีขีดจำกัดในตัวมากกว่ามันก็ย่อมฟังแล้วลื่นไหลต่อเนื่องมากกว่าเป็นธรรมดา แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นคือความสมูธของ "เสียง" ที่มันสำคัญตรงที่ฟังแล้วมันรู้สึกอึดอัดน้อยกว่า 21 ที่ค่อนข้างจะเล็งขาดและเป๊ะกับตัวโน๊ตเกินจนฟังแล้วเกร็งขาดความเป็นธรรมชาติ (นั่นไม่ได้หมายความว่างานไม่ดี) ความรู้สึกนี้มันเริ่มตั้งแต่เมโลดี้ใน Daydreamer บรรเลงขึ้นอีกครั้งกับดนตรีแผ่วเบาของกีตาร์หวานๆและเสียงทุ้มนุ่มอบอุ่นแบบอคูสติคโซลซึ่งพอย้่อนกลับมาฟังแล้วสัมผัสได้ชัดเลยว่า "อะเดลสนุกและสบายๆกับอัลบั้มนี้มากกว่า" บางทีความที่ไม่ปรุงแต่งอะไรมากมันก็ทำให้เราเข้าใกล้สิ่งดีของศิลปินได้มากกว่าความสมบูรณ์แบบที่มันมีเกินขีดจำกัดจนเกินไปนะ!! Best For Last นี่แรกๆฟังแล้วไม่เข้าใจในการสื่อสารของเธอที่อิมโพรไวซ์แบบเลอะๆดิบๆในช่วงต้นแต่พอเข้าช่วงท่อนคอรัสเท่านั้นแหละ "เจิดจรัส!!!" (ทำเสียงแบบทาทา ยัง) กลายร่างเป็นงานโมทาวน์โซลจ๋าชนิดที่คอโซลและอาร์แอนด์บีฟังแล้วต้องลงไปชักๆๆๆๆๆรากเลือด เริ่ดมากกกกกกกกกกกกกกกว่าอะไรทั้งปวง ที่ไม่พูดถึงไม่ได้คงจะเป็น Chasing Pavements งานอดัลท์คอนเทมโพรารีย์บัลลาดเจืออารมณ์บลูส์โซลหม่นๆเหงาๆแรกๆฟังแล้วไม่ชอบเสีัยงของเธอแต่พอฟังไปนานๆแล้วถึงกับหยุดไม่ได้ แหมมม๊ อีแบบนี้มันต้องเบิ้ลๆๆๆๆๆๆอีกสักสิบรอบ อ๋อ เพลงนี้ชนะแกรมมี่สาขาศซิลปินพ็อพหญิงยอดเยี่ยมปี2009ด้วยนะคะ Crazy For You เป็นงานบลูส์บนเชิงอคูสติคเรียบง่ายแต่ชวนขนลุกแท้ๆ น่าจะชอบเกือบที่สุดในอัลบั้มนี้แล้ว Right As Rain นี่ติดหูตั้งแต่รอบแรกที่ฟัง อีกหนึ่งเพลงพ็อพโซลแบบโมทาวน์ดีๆที่ผสานดนตรีไลท์แจ๊ซซ์เข้ามาได้อย่างกลมกล่อมดีแท้ มาที่ Make You Feel My Love คัฟเว่อร์จากบ็อบ ดีแลนในฉบับคอนเทมโพรารีย์บัลลาดผสานโซลกรีดกรายฟังแล้วนึกถึง "แครอล คิง" ขึ้นมาจับใจ ปิดท้ายด้วย Hometowm Glory ซิงเกิ้ลเปิดตัวเป็นงานเพียโนบัลลาดสุดอลังการประหนึ่งสกอร์ประกอบภาพยนตร์จำพวกมิวสิคคัล เริ่ดมากกกกกกกกกกกกกก!!!&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ขอปิดท้ายด้วยการพูดถึงทั้งสามท่านเล็กน้อยสำหรับ "เอมี่ ไวน์เฮ้าส์" นี่คงต้องบอกว่าแม้จะชอบน้อยสุดแต่ส่วนตัวดิฉันให้เครดิตเธอเป็นตำนานไปแล้วน่าเสียดายที่ด่วนไปเข้าร่วม Forever 27 Club ทั้งๆที่เธอคนนี้เป็นศิลปินที่เก่งและมีวิสัยทัศน์ทางดนตรีที่ดี มาที่ "ดัฟฟี่" อาจจะพลาดในอัลบั้มที่สองแต่ส่วนตัวชอบเธอที่สุดเลยนะและขอเป็นกำลังใจให้เธอทำงานดีๆออกมาให้พวกเราฟังได้อีกในเร็วๆนี้ สิ่งที่อยากจะพูดคือในบรรดาสาวโซลจากฝั่งอังกฤษนับจาก "จอส สโทน" แล้ว ดัฟฟี่เป็นศิลปินหญิงที่ดิฉันให้ความสนใจในเรื่องของ "น้ำเสียง" ของเธอมากที่สุดคิดว่าเธอมีเส้นเสียงที่น่าสนใจและมีการอิมโพรไวซ์กับแอดลิบในตัวที่มีเสน่ห์มากๆแม้จะถุกค่อนขอดว่าเสียงของเธอจะออกลูกน่ารำคาญไปบ้าง แต่ก็อย่าได้แคร์!! ดิฉันคนนึงล่ะคะที่จะรอฟังเสียงของเธอในงานใหม่ๆอีก ส่วนอะเดลนี่ต้องขอบอกว่าเป็นศิลปินรุ่นใหม่ที่ "สุดยอด" ทั้ง19และ21เป็นอัลบั้มพ็อพโซลที่ทรงคุณภาพและมีพลังมากๆ เอาใจช่วยให้เธอสามารถพิสูจน์ตัวเองได้อย่างเหนือครั้งอีกในครั้งที่3 4และครั้งต่อๆไป - - ขอขอบคุณทั้งสามท่านที่ช่วยสานมนตร์เสน่ห์ของบริทโซลที่เปี่ยมไปด้วยความหวังอันเรืองรองให้ยังคงงดงามจวบจนทุกวันนี้ เอมี่ด่วนลาโลกไปแล้วไม่เป็นไีรเธอจะไม่ถูกลืมแน่นอน....ดังนั้นดัฟฟี่กับอะเดลรีบๆออกงานดีๆมาให้ฟังกันอีกนะคะ ^ ^&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3545973934633776295-2770036979458996961?l=spunkydracula.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://spunkydracula.blogspot.com/feeds/2770036979458996961/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://spunkydracula.blogspot.com/2012/01/amy-winehouseduffyadele-myspace89.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3545973934633776295/posts/default/2770036979458996961'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3545973934633776295/posts/default/2770036979458996961'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://spunkydracula.blogspot.com/2012/01/amy-winehouseduffyadele-myspace89.html' title='Amy Winehouse+Duffy+Adele (Myspace#89)'/><author><name>Da Nastina</name><uri>http://www.blogger.com/profile/03330892158102476960</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_MoZwobnG2nE/Sljyy5PWHPI/AAAAAAAAAGw/Dd3faFSjc2M/S220/1.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/-2kuTLNtcklM/TxGCz9UGkDI/AAAAAAAAAts/OD5_efHvUrg/s72-c/Winehouse_Frank.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3545973934633776295.post-4914026209055868391</id><published>2012-01-13T04:34:00.000-08:00</published><updated>2012-01-13T05:32:33.480-08:00</updated><title type='text'>Kylie Minogue + Etta James + Stereophonics (Myspace#88)</title><content type='html'>&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/-iCRaGao6Ing/TxAlZVn0ksI/AAAAAAAAAtI/HhY8Lc9EDD0/s1600/1.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 300px; height: 300px;" src="http://4.bp.blogspot.com/-iCRaGao6Ing/TxAlZVn0ksI/AAAAAAAAAtI/HhY8Lc9EDD0/s320/1.jpg" border="0" alt="" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5697094645854802626" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/-KCoEPUTWp9M/TxAlVsw24XI/AAAAAAAAAs8/3QHqUlyUp74/s1600/2.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 320px;" src="http://3.bp.blogspot.com/-KCoEPUTWp9M/TxAlVsw24XI/AAAAAAAAAs8/3QHqUlyUp74/s320/2.jpg" border="0" alt="" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5697094583347241330" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/-UWMFVOKje9M/TxAlBx2uTMI/AAAAAAAAAsw/gPCiP0vU_AI/s1600/2.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 169px; height: 170px;" src="http://4.bp.blogspot.com/-UWMFVOKje9M/TxAlBx2uTMI/AAAAAAAAAsw/gPCiP0vU_AI/s320/2.jpg" border="0" alt="" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5697094241116638402" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;Kylie Minogue : Kylie : Pop/Dance (77%) + Etta James : The Dreamer : Blues/Jazz (100%) + Stereophonics : Performances And Cocktails : Alternative Rock (96%)&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;จากมายสเปซคอลัมน์ที่แล้วของป้าวิทนี่ย์ ฮุสทันทำให้ดิฉันนั่งคิดถึงศิลปินหลายท่านที่ส่วนตัวชื่นชมมากๆอยู่เหมือนกันแต่ก็ไม่มีโอกาสที่จะได้เขียนงานวิจารณ์ถึงมากมายสักเท่าไรนัก ว่าแล้วมายสเปซคอลัมน์ที่88นีั้ก็ขอเขียนงานอุทิศแด่แรงบันดาลใจจากสามฝากฝั่ง - - ราชินีเพลงเต้นรำจากออสเตรเลีย "ไคลี่ย์ มิโน้ก",ตำนานเพลงบลูส์ที่ยังคงลมหายใจ "เอ็ทท่า เจมส์" และ "Stereophonics" วงบริทพ็อพชื่อก้องจากเวลส์ (สหราชอาณาจักร)&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;เริ่มต้นกับเจ๊ไคย์ที่ก่อนอื่นต้องบอกว่า "เธอคือแรงบันดาลใจของมายสเปซครั้งที่88นี้" เพราะว่าอัลบั้มที่หยิบมาเขียนถึงคือ Kylie ซึ่งเป็นสตูดิโออัลบั้มแรกในปี "1988" ซึ่งก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งปีสำคัญที่เปิดตัวให้โลกได้รู้จักกับราชินีฟลอร์เต้นรำจากฝั่งออสซี่ท่านนี้เลยทีเดียว ในฐานะที่ส่วนตัวไม่ได้เป็นแฟนเพลงขาจรของไคลี่ย์และติดภาพของเธอในฐานะราชินีดิสโก้ทำเพลงเต้นรำเปรี้ยวๆแรงๆตั้งแต่อัลบั้ม Fever ขึ้นไป พอได้มาลองสัมผัสกับความสดใสของเธอในอัลบั้มแรกนี้ก็รู้สึกแปลกไปอีกแบบ เพราะไม่คิดว่าส่วนตัวมาฟังเจ๊ไคย์ในภาคนี้แล้วจะชอบด้วยความที่ตัวงาน "หวาน" และ "ใส" มาก แถมฟังแล้วยังอดที่จะจับเอางานชุดนี้ไปเปรียบเทียบกับตัวแม่ของดนตรีพ็อพเต้นรำยุค80อย่างเจ๊แม่ "มาดอนน่า" และเจ้าป้า "ซินดี้ ลอเพอร์" อีก ในเรื่องของความแรงในด้านการนำเสนอตัวตนและเนือ้หารวมถึงความมีอัตลักษณ์ทางดนตรีที่ชัดเจนคงต้องบอกว่าในช่วงนั้นไคลี่ย์ยังสู้สองป้าไม่ได้ แต่หนึ่งในสิ่งที่ชอบในงานชุดนี้ของเจ๊ไคย์มากกว่าสองป้านั่นก็คือ "งานชุดนี้เป็นอัลบั้มพ็อพ80ที่ติดหูและไพเราะยกอัลบั้ม" คือฟังได้เรื่อยๆไม่เบื่อแถมฟังแล้วอารมณ์ดีอยากเบิ้ลต่ออีกหลายๆรอบต่างหาก ฟังแล้วก็หายคาใจว่าทำไมใครๆเขาถึงยกให้ SAW - - Stock,Aitken And Waterman - - เป็นหนึ่งในโปรดิวซ์เซอร์มือทองของยุค80 เพราะพวกเขาได้พิสูจน์ตัวเองอย่างยิ่งยวดในงานมาสเตอร์พีซ (อีกชุด) ชิ้นนี้แล้วว่าจิตวิญญาณของภาคดนตรีและมนตร์เสน่ห์แห่งยุค80ที่พวกเขาได้ฝังรากลงไปในอัลบั้ม Kylie นั้นมันเป็นอะไรที่เหนือกาลเวลาจริงๆ....ต่้อให้ทุกวันนี้คนรุ่นหลังนำกลับมาฟังความสดใสในวันนั้นก็ยังคงสดใหม่และไม่มีวันเชย&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ข้ามฝากมาที่ฝั่งอเมริกากับงานชุด The Dreamer ของเจ้าป้า "เอ็ทท่า เจมส์" ราชินีอีกหนึ่งท่านแห่งอาณาจักรดนตรีบลูส์และอาร์แอนด์บีผู้ที่เป็นแรงบันดาลใจอย่างยิ่งยวดให้แก่ดิว่ารุ่นเล็กในยุคนี้ อาทิ คริสทิน่า อากิเลร่าและบียอนเซ่ เป็นต้น - - เพลงดังๆของป้าก็มี At Last และ Something Gotta Hold On Me - - ซึ่งเจ้าป้าก็ออกมาประกาศแล้วว่า The Dreamer จะเป็นสตูดิโออัลบั้มชุดสุดท้ายของเธอ!!! แม้ส่วนตัวจะรู้สึกใจหายเล็กๆแต่ก็เข้าใจสัจธรรมที่ว่า "ไม่มีงานเลี้ยงใดที่ไม่มีวันเลิกรา" นะคะ และใน The Dreamer ก็เป็นการปิดม่านในฐานะตำนานและคนดนตรีคุณภาพของเจ้าป้าอย่าง "สมศักดิ์ศรี" ทีเดียว หลายแทร็คสะท้อนถึงจิตวิญญาณของตำนานผู้คร่ำหวอดและถ่ายทอดดนตรีผิวสีอย่างอาร์แอนด์บี บลูส์ โซลและแจ๊ซซ์ออกมาได้อย่้างดี แถมด้วยอารมณ์ดิบๆและเกรี้ยวกราดแบบสาวร็อคที่มีทั้งพวกฟั้งค์ร็อคและRockabilly ที่นำมาผสานกับความเป็นเออร์บันได้อย่างลงตัว ฟังแล้วก็ต้องขอคารวะให้แก่ความเป็น "ตัวจริง" ของป้าตั้งแต่แรกเริ่มจวบจนวินาทีที่จะอำลาสังเวียนดนตรีเลยทีเดียว&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ปิดท้ายคอลัมน์กับงาน "บริทพ็อพ" จากสหราชอาณาจักรกันบ้าง หลังจากที่ห่างหายจากการเขียนงานถึงบริทพ็อพไปค่อนข้างจะนานพอตัวทีเดียว - - ล่าสุดถ้าจำไม่ผิดนี่คงเป็น Mylo Xyloto ของ Coldplay - - ในมายสเปซครั้งนี้เราขอหยิบวงที่ไม่เคยเขียนขึ้นมากันบ้าง โดยขอมอบพื้นที่ให้แก่อีกหนึ่งตำนานร็อคจากเวลส์อย่าง Stereophonics และ Performances And Cocktails สตูดิโออัลบั้มชุดที่สองในปี1999 ซึ่งก็น่าจะเป็นอัลบั้มที่เป็นที่รู้จักในวงกว้างที่สุดของวงนี้แล้ว (มั้ง?) แต่ถึงไม่เป็นไปตามที่ดิฉันคาดส่วนตัวก็ขอยกให้อัลบั้มนี้เป็นหนึ่งในงาน "บริทพ็อพ" ที่ดีที่สุดของฝั่งสหราชอาณาจักรหลังจากพวกอัลบั้มสร้างชื่อในช่วงก่อนหน้านี้ของพวก Blur,Radiohead,Suede และ Oasis ทีเดียว โดยจุดเด่นของ Performances And Cocktails สำหรับดิฉันคือความเป็นอัลเทอเนทีฟร็อคเข้มๆที่โหมกระหน่ำกีตาร์กันแรงๆเต็มสตรีมพร้อมกับเสียงร้องยียวน - - กระเดียดไปทางพั้งค์ในเพลงเร็ว - - ของตานักร้องนำที่ฟังที่ไรแล้วรู้สึกว่า แหมมมมม นี่คือร่างแบ่งภาคของตาเลียม Oasis นักร้องนำปากดีคนนั้นหรืออย่างไร? ในส่วนของเพลงช้าก็เป็นการโชว์เสียงร้องทรงพลังคลอเคลียไปกับกีตาร์ร็อคตามวัฒนธรรมบริทพ็อพที่เพราะเหลือหลายฟังแล้วเหงาแถบขาดใจ บางเพลงก็ทำออกมาได้อารมณ์ฮาร์ดร็อคหม่นๆเศร้าๆที่มีท่อนคอรัสติดหูชะงักชะงันแบบที่พวกศิลปินคัฟเว่อร์ตามผับแถวข้าวสารฟังแล้วคงต้องรีบมาแกะริฟฟ์แล้วเอาไปร้องตาม...สำหรับเด็กยุค Arctic Monkey ถ้าอยากจะลองหาอะไรที่ใกล้เคียงกับงานอัลบั้ม Suck It And See ชุดล่าสุดนี่ลองหามาฟังดูก็น่าจะชอบนะคะ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;มายสเปซครั้งที่88นี้ก็ขอปิดท้ายด้วยการคารวะตำนานทั้งสามท่านและผลงานดนตรีในระดับตำนาน - - แบบที่ตำนานเขาทำกัน - - ทั้งสามชุดนี้และขอฝากฝังชื่อของพวกเขาทั้งสามไว้ในคอลัมน์ของดิฉัน...สักครั้งหนึ่ง!!! ก็รู้สึกเป็นเกียรติสุดๆ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3545973934633776295-4914026209055868391?l=spunkydracula.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://spunkydracula.blogspot.com/feeds/4914026209055868391/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://spunkydracula.blogspot.com/2012/01/kylie-minogue-etta-james-stereophonics.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3545973934633776295/posts/default/4914026209055868391'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3545973934633776295/posts/default/4914026209055868391'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://spunkydracula.blogspot.com/2012/01/kylie-minogue-etta-james-stereophonics.html' title='Kylie Minogue + Etta James + Stereophonics (Myspace#88)'/><author><name>Da Nastina</name><uri>http://www.blogger.com/profile/03330892158102476960</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_MoZwobnG2nE/Sljyy5PWHPI/AAAAAAAAAGw/Dd3faFSjc2M/S220/1.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/-iCRaGao6Ing/TxAlZVn0ksI/AAAAAAAAAtI/HhY8Lc9EDD0/s72-c/1.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3545973934633776295.post-5832203865258026251</id><published>2012-01-12T05:08:00.001-08:00</published><updated>2012-01-12T06:27:14.688-08:00</updated><title type='text'>Whitney Houston : My Love Is Your Love (Myspace#87)</title><content type='html'>&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/-LuXydy4wyxE/Tw7bdS8ptDI/AAAAAAAAAsk/H6fd6DlrpS0/s1600/Whitney_Houston_-_My_Love_Is_Your_Love_album_cover.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 302px; height: 300px;" src="http://3.bp.blogspot.com/-LuXydy4wyxE/Tw7bdS8ptDI/AAAAAAAAAsk/H6fd6DlrpS0/s320/Whitney_Houston_-_My_Love_Is_Your_Love_album_cover.jpg" border="0" alt="" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5696731875019174962" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;Whitney Houston : My Love Is Your Love : R&amp;amp;B/Soul/Pop (92%)&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;สำหรับวันนี้ - - 12 มกราคม - - ก็เป็นวันคล้ายวันเกิดของดิฉันนะคะ มายสเปซคอลัมน์ที่87นี้เลยขอมอบของขวัญให้แก่ตัวเองเป็นงานรีวิวเชิง Recommend สั้นๆจากศิลปิน "ดิว่า" ด้วยความที่อย่างที่เคยบอกไปแหละค่ะว่าไม่มีศิลปินประเภทใดในโลกที่จะสามารถสื่อสารทางจิตวิญญาณกับ "เกย์" ได้ลึกซึ้งเท่าสารพัดดิว่าอีกแล้ว พวกเธอเกิดมาเพื่อชนเผ่าเราโดยแท้เราสุขก็เปิดเพลงของพวกเธอเต้นเราเศร้าก็เปิดเพลงของพวกเธอคลอเคลียปลอบประโลมจิตใจ โดยมายสเปซครั้งนี้ขอเลือกดิว่าท่านที่ "ไม่ได้ผูกพันอะไรมากมายเป็นพิเศษ" - - แต่ก็เคารพในผลงานของเธอมากๆเลยทีเดียว - - อย่าง "วิทนี่ย์ ฮุสทัน" เพื่อเป็นนิมิตหมายของการมีชีวิตใหม่และเรียนรู้อะไรใหม่กับงานดนตรีใหม่ๆคนใหม่ๆและหลีกออกจากความเคยชินเดิมๆ เหนือสิ่งอื่นใดเราก็รู้กันดีอยู่แล้วนะคะว่าในอดีตวิทนี่ย์ ฮุสทันเคยเป็นดิว่าที่ยิ่งใหญ่และทรงพลังขนาดไหน...ถ้าจะหาสุภาพสตรีระดับแนวหน้าของวงการสักคนที่ส่องประกายความเป็นราชินีในตัวและสะท้อนนิยามของคำว่า "ดิว่า" ออกมาได้ดีที่สุด - - เช่นเดียวกับที่ถ้าคิดจะเลือกใครสักคนเป็นตัวแทนเอาฤกษ์เอาชัยของชีวิตแบบดิว่า ฮุฮุฮุ - - คงจะหนีไม่พ้นป้าวิทคนนี้แน่นอน&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;สำหรับอัลบั้มที่เลือกมาเขียนถึงในโอกาสพิเศษสำหรับตัวดิฉันเองในวันนี้ขอเป็น My Love Is Your Love สตูดิโออัลบั้มลำดับที่4ในปี1998ของป้าก็แล้วกันนะคะ แม้ว่้าในแง่ของสถิติจากการทำอันดับบนชาร์ตจะด้อยกว่้าทุกอัลบั้มที่ผ่านมาของเธอ - - สูงสุดที่อันดับ13 - - รวมถึงสตูดิโอสองอัลบั้มล่าสุดหลังจากงานชุดนี้อย่าง Just Whitney และ I Look To You แต่จากเนื้องานเท่าที่สัมผัสแล้ว แม้ว่าส่วนตัวจะไม่เคยฟังผลงานช่วงต้นยุคของป้าวิทแบบเต็มๆอัลบั้มแต่ก็กล้าพูดนะคะว่า "นี่อาจจะเป็นหนึ่งในงานที่ดีที่สุดของเธอเลยทีเดียว" ที่สำคัญสำหรับผู้ฟังรุ่นใหม่ที่รู้จักกับผลงานของป้าในยุคหลังๆนี้ถ้าได้ลองหามาฟังจะสัมผัสได้ขัดเจนเลยว่า "ความทรงพลังของตัวงานแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง"&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;8ปีที่ทิ้งห่างจาก I'm Your Baby Tonight อัลบั้มชุดก่อนหน้านี้ไป ใน My Love Is Your Love ภาคดนตรีของป้าวิทขยับขยายจากงานอดัลท์คอนเทมโพรารีย์สูตรสำเร็จและพ็อพอาร์แอนด์บีขึ้นไปเล่นกับภาคดนตรีหลากระดับโดยภาพรวมทั้งหมดยืนพื้นอยู่บนความเป็นงาน "คอนเทมโพรารีย์อาร์แอนด์บี" เข้มๆและนุ่มนวลตามแบบฉบับอาร์แอนด์บีผิวสีทรงเสน่ห์ของวิทนี่ย์ ฮุสทันผสานความร่วมสมัยด้วยบีทฮิพฮอพอินเทรนด์เกาะกระแสไล่้กวาดไปหาจิตวิญญาณของความเป็นโอลด์สคูล อาทิ โซล,Torch Song จำพวกบัลลาดที่แฝงกลิ่นอายของดนตรียุค50,สมูธแจ๊ซซ์,อดัลท์คอนเทมโพรารีย์สูตรสำเร็จตามแบบฉบับป้าวิท ไปจนถึง "กอสเพล" ตัดสินจากภาพรวมทั้งหมดทั้งมวลแล้วนับว่าเป็นงานที่แสดงให้เห็นถึงความทรงศักยภาพและวิสัยทัศน์ทางดนตรีของป้าวิทอย่างเด่นชัดที่สุดครั้งหนึ่งเลยทีเดียว - - Just Whitney ส่วนตัวคิดว่าหลากหลายกว่าแค่ไม่เข้มเท่า ออกไปเอาใจคอเมนทสตรีมเอาซะมากกว่า&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;แทร็คที่พลาดไม่ได้เลยจริงๆก็พวกบรรดาซิงเกิ้ลทั้งหลายของอัลบั้มนี้ที่เรียกได้ว่า "โด่งดัง" เป็นที่รู้จักและยอมรับในหมู่นักฟังเพลงอย่างกว้าขวางทีเดียวนับตั้งแต่สองอัลบั้มแรกและพีคสุดๆในยุค The Bodyguard เริ่มที่เพลงเปิดอัลบั้มอย่าง It's Not Right But It's OK เพลงอาร์แอนด์บีเต้นรำจังหวะจะโคนเก๋ๆและท่อนฮุคที่หลอนหัวติดหูกระซวกเข้าไปในจิตวิญญาณ เป็นหนึ่งในเพลงเต้นรำของป้าวิทที่ดังในหมู่เกย์ม๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกไม่แพ้ I Wanna Dance With Somebody หรือ I'm Every Woman เลยทีเดียว ขึ้นหิ้ง!!! มาที่ไทเทิ่ลแทร็คใน My Love Is Your Love เด็ดดวงตรงการผสานบีทมิดเทมโพอาร์แอนด์บีเนิบๆเข้ากับอิทธิพลของวัฒนธรรมดนตรีเร็กเก้และศิลปะการนำเสนอแบบกอสเพล เป็นหนึ่งในเพลงที่ชอบที่ของป้าวิทเท่าที่เคยฟังมาเลยทีเดียว และแน่นอนว่าเพลงที่เป็นไฮไลท์ของงานชุดนี้จะเป็นอะไรไปได้นอกจาก When You Believe ซาวนด์แทร็คจากแอนนิเมชั่นเรื่อง The Prince Of Egypt งานดูเอ็ทระดับตำนานกับดิว่ารุ่นน้องอย่างแม่มาลัย แครี่ย์เจ็ดสีเจ็ดศอก เป็นอดัลท์คอนเทมโพรารีย์บัลลาดกอสเพลที่เพราะและทรงพลังจนขนหัวลุก If I Told You That ผลผลิตจาก "ร็อดนี่ย์ เจอร์กินส์" ก็เปิดตัวได้อย่างสง่าผ่าเผยบนอารมณืดิบสดแบบบลูส์โซลอาร์แอนด์บีที่ชวนให้นึกถึงอารยธรรมโมทาวน์ก่อนจะหักดิบเข้าเป็นอาร์แอนด์บีฮิพฮอพร่วมสมัยที่พรมด้วยเพียโนแจ๊ซซ์พลิ้วไสวคลอเคลียเป็นแบ็คกราวน์ สำหรับ Heartbreak Hotel นี่ก็เป็นงานบัลลาดจำพวกคอนเทมโพรารีย์โซลฟูลอาร์แอนด์บีเนียนๆแบบที่ฟังแล้วนึกถึงเครื่องหมายการค้าของ "แบรนดี้" สมัยยังดังอยู่ แต่เชื่อว่าที่แฟนๆจะต้องชอบคือ I Learned From The Best ที่เป็นงานดิว่าบัลลาดโชว์พลังเสียงสไตล์บัลลา่ดสูตรสำเร็จของป้าวิท จะว่าไปฟังแล้วแอบนึกถึงป้าโทนี่ แบร็กทันในเวอร์ชั่นที่ดุขึ้นมาอีกระดับ อย่างไรก็ตามสำหรับดิฉันเพลงที่ดันหลงรักเข้าจริงๆกับเป็น Until You Come Back ที่มาแนวสแตนดาร์ดพ็อพบัลลาดอิืงแอบด้วยอารมณ์โซลหวานๆลอยๆปะทะสมูธแจ๊ซซ์กลมกล่อมเครื่องหมายการค้าของป้าวิท น่าเสียดายที่ไม่ได้ตัดเป็นซิงเกิ้ลแต่ก็ถูกเอาไปรวมไว้ในงานชุด Love,Whitney ที่คิดว่าเป็นงานรวมบทเพลงรักอมตะที่ดีที่สุดของวิทนี่ย์ - - ดีกว่ารวมฮิตแพ็คคู่เจาะสว่านนั่นเยอะเลยทีเดียว - - ส่วนตัวชอบพลังเสียงแบบอาร์แอนด์บีเข้มๆของป้าที่สะกดดิฉันซะอยู่หมัดที่สำคัญการอิมโพรไวซ์แบบอิสระพอดีๆและไพเราะมากมาย วู๊ยยยย ฟังแล้วแถบจะขาดใจ ปิดท้ายด้วย I Was Made To Love Him ดิบและมีความเป็นเออร์บันมากที่สุดแล้วในตัวงานกับภาคดนตรีแบบบลูส์โซลอาร์แอนด์บีกอสเพลที่ทำขึ้นคารวะปรมาจารย์โซลและจิตวิญญาณของดนตรีแห่งจิตวิญญาณยุค60โดยแท้&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;มายสเปซคอลัมน์ที่87นี้ขอมอบรีวิว My Love Is Your Love เป็นของขวัญให้แก่ตัวดิฉันเอง นับว่าเป็นโชคชะตาที่ดีทีเดียวที่ดันมาเกิดอาการสนใจอยากจะฟังงานของป้าวิทอย่างจริงจังเอาช่วงนี้พอดิบพอดี ต้องขอบคุณพระประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้าที่ทรงทำให้ดิฉันพบเจอกับงานดีๆชุดนี้และไม่แน่อาจจะได้พบเจอแรงบันดาลใจ....ที่ชีวิตนี้มองข้ามเธอไปนาน&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3545973934633776295-5832203865258026251?l=spunkydracula.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://spunkydracula.blogspot.com/feeds/5832203865258026251/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://spunkydracula.blogspot.com/2012/01/whitney-houston-my-love-is-your-love.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3545973934633776295/posts/default/5832203865258026251'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3545973934633776295/posts/default/5832203865258026251'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://spunkydracula.blogspot.com/2012/01/whitney-houston-my-love-is-your-love.html' title='Whitney Houston : My Love Is Your Love (Myspace#87)'/><author><name>Da Nastina</name><uri>http://www.blogger.com/profile/03330892158102476960</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_MoZwobnG2nE/Sljyy5PWHPI/AAAAAAAAAGw/Dd3faFSjc2M/S220/1.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/-LuXydy4wyxE/Tw7bdS8ptDI/AAAAAAAAAsk/H6fd6DlrpS0/s72-c/Whitney_Houston_-_My_Love_Is_Your_Love_album_cover.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3545973934633776295.post-3047363066515657514</id><published>2012-01-09T03:56:00.000-08:00</published><updated>2012-01-09T05:31:52.220-08:00</updated><title type='text'>Yolanda Adams : Mountain High...Valley Low (Myspace#86)</title><content type='html'>&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/-lHTB4rqgOmI/TwrWPf_5JRI/AAAAAAAAAsY/DYhj8nBYVdQ/s1600/1.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5695600240539280658" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 200px; CURSOR: hand; HEIGHT: 200px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/-lHTB4rqgOmI/TwrWPf_5JRI/AAAAAAAAAsY/DYhj8nBYVdQ/s320/1.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;Yolanda Adams : Mountain High...Valley Low : Gospel/R&amp;amp;B/Pop/Soul (100%)&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ก่อนหน้านี้ได้เขียนงานวิจารณ์เกี่ยวกับอัลบั้ม "กอสเพล" ที่เป็นงานจำพวกเพลงสรรเสริญพระผู้เป็นเจ้าไปเยอะพอสมควรทีเดียว - - จำได้ว่าปฐมฤกษ์ของคอลัมน์มายสเปซก็เป็นงานกอสเพลจากท่านบิชอพ เลียวนาร์ด สก็อทท์และล่าสุดก็อัลบั้ม Beyond The Darkness ของทาราลีน แรมซีย์ที่เพิ่งลงไปเมื่อปลายปีที่แล้ว - - ก็มีนั่งถามตัวเองนะคะว่าที่เขียนๆไปมีงานอัลบั้มกอสเพลชุดไหนที่ "ถูกใจเราที่สุดรึยัง?"...คำตอบที่ได้คือ "แม้จะชอบทุกชุดที่เขียนมาแต่ก็ยัง ไม่มี!!! อยู่ดี"&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ในมายสเปซครั้งที่86นี้ดิฉันก็ได้มานั่งถามตัวเองว่าอัลบั้ม "กอสเพล" ชุดไหนที่ถือว่าเป็น "ที่สุดของความประทับใจ" เท่าที่ชีวิตนี้เคยดื่มด่ำสัมผัสกับดนตรีแขงนี้เป็นการส่วนตัว? &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;คำตอบที่ได้คืออัลบั้ม Mountaih High...Valley Low - - งานที่ฟังมานานร่วมปีแต่ก็ไม่มีโอกาสได้เขียนสักที - - สตูดิโออัลบั้มในปี1999ของ "โยแลนด้า อดัมส์" งานนอัลบั้มกอสเพลที่ได้รับการขนามนามว่าเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางที่สุดในบรรดาอัลบั้มเพลงกอสเพลทั้งหมดที่ตลาดโลกเมนทสตรีมรู้จัก - - เช่นเดียวกับที่ได้รับการยอมรับว่า "เป็นอัลบั้มกอสเพลที่ดีที่สุด"&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ก่อนที่จะได้ลองฟังตอนแรกรู้สึกว่า "เว่อร์ไปรึเปล่า!!!" ด้วยความที่อัลบั้มดนตรีสรรเสริญพระเจ้าแนวๆนี้มันไม่มีกรอบอะไรที่จะมาวัดได้เลยนะว่า "ดีที่สุด" - - คุณสามารถวัด "ศรัทธา" ของคนทุกคนบนโลกนี้ได้รึเปล่าล่ะว่า ใครมีศรัทธามากที่สุด?!!! - - แต่พอได้ฟังแล้วก็ค่อนข้างจะเข้าใจว่าและเห็นด้วยทีเดียวว่า Mountain High...Valley Low ชุดนี้เป็นอัลบั้มที่ดีที่สุดในแง่ของ "การเข้าถึงผู้ฟังได้อย่างง่ายดายและกว้างขวาง" ที่สุดเมื่อเทียบกับบรรดาอัลบั้มกอสเพลที่ฟังๆมา...&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;...ด้วยความที่ต้องเรียนตามตรงว่านั่งฟังงานชุดนี้นี่ให้ความรู้สึกที่ไม่เหมือนนั่งฟังอัลบั้มกอสเพลทั่วๆไปเลยทีเดียว เป็นงานกอสเพลที่จัดว่าไพเราะและร่วมสมัยมากๆบนภาคดนตรีแบบคอนเทมโพรารีย์อาร์แอนด์บีเหยาะด้วยความหวานละมุนและชวนฟังแบบ "พ็อพ" อันโดดเด่นเป็นแกนกลางมากกว่าที่จะเน้นพวกคริสเตียนมิวสิคจำพวกโซลกอสเพลที่ยกคอรัสสุดอลังการแบบยกโบสถ์กันมาทั้งมหาวิหาร จะว่าไปแล้วฟังไปฟังมาก็คงจะเปรียบได้กับอัลบั้ม My Love Is Your Love ของป้าวิทนี่ย์ ฮุสทันในเวอร์ชั่นกอสเพลนั่นแล&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;เพลงแนะนำที่ส่วนตัวชอบ Time To Chance ที่เป็นแทร็คเปิดอัลบั้มมากๆในภาคดนตรีคนส่วนใหญ่อาจจะเรียกกันง่ายๆว่า "พ็อพอาร์แอนด์บี" แต่ส่วนตัวยกให้เป็น "นูโซล" นะคะด้วยความมหัศจรรย์ของการเรียบเรียงดนตรีที่หลากหลายผ่านภาคเนื้อหาเชิงกอสเพลได้น่าสนใจมากๆตั้งแต่บีทมิดเทมโพอาร์แอนด์บีกรุ๊งๆกริ๊งๆเพราะหวานหูแกลมด้วยจังหวะจะโคนเก๋ๆกระฉึกกระฉักแบบฮิพฮอพและอิเล็คโทรนิคนิดๆเหยาะความเป็นพ็อพและเติมด้วยโซลหวานๆแค่นี้ก็ชนะใจแล้ว งานนี้เหมาะสำหรับคอนีโอโซลที่นิยมรักใคร่จิล สก็อทท์และแองจี้ สโทนข้ามฝากไปถึงดิว่าพ็อพอย่างป้าวิทนี่ย์ ฮุสทัน เพลงที่ชอบที่สุดของอัลบั้มนี้คงหนีไม่พ้นอดัลท์คอนเทมโพรารีย์เพลงเก่งอย่าง Yeah ที่ไพเราะเก๋ไก๋มากๆตัวเพลงเปิดด้วยกีตาร์อคูสติคผสานบีทอาร์แอนด์บีและอารมณ์โซลฟูลนวลๆเด็ดเด้งด้วยท่อนคอรัสเก๋ๆที่สวยสง่าและติดหูเหลือร้ายสลับปิดท้ายด้วยท่อนคอรัสกอสเพลอ่อนๆ สำหรับคอดนตรีหลังยุคสองพันนี้ถ้านึกไม่ออกลองจินตนาการถึงการผสานกันระหว่างอคูสติคโซลเพราะๆของอินเดีย อารีกับงานอาร์แอนด์บีลอยๆหวานๆแบบเอริคา บาดูนั่นแหละค่ะผลลัพธ์ที่ออกมาในเพลงนี้ ต่อด้วย That Name งานบัลลาดแบบกอสเพลบนศิลปะของความเป็นคอนเทมโพรารีย์คริสเตียนจำพวกโซลอาร์แอนด์บีที่ช่วงต้นโดดเด่นบนการพรมเพียโนไลท์แจ๊ซซ์พลิ้วละมุนก่อนจะค่อยๆเร่งข้ามฝากไปเป็นอเครสตร้าจำพวกแชมเบอร์คลาสสิคคัลมิวสิคสุดแสนทรงพลังอลังการประหนึ่งนั่งชมละครบรอดเวย์กอสเพล นับถือการใช้เสียงของป้าในเพลงนี้ว่ากินขาดไปเลยทีเดียว มาที่ In The Midst Of It All เป็นงานบลูส์โซลอาร์แอนด์บีกอสเพลที่ภาคดนตรีทริบิวท์ให้แก่จิตวิญญาณที่ไม่มีวันสูญสลายของวัฒนธรรมโมทาวน์ คอโซลยุค60ไม่ควรพลาดปิดท้ายด้วย Already Alright งานโอลด์สคูลพ็อพสวยๆแบบพวกฟั้งค์กี่ย์ดิสโก้รุ่มรวยกรีดกรายที่ป้าวิทชอบทำในช่วงหลังๆ เพราะดี!!!&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;สำหรับคอกอสเพลที่ชอบอะไรอลังการๆจำพวก Choir หรือ Chant แบบในโบสถ์ไปจนถึงดนตรีจำพวก Spoken Wordsที่ด้นสุนทรพจน์ ข้อความในพระคัมภีร์และสรรเสริญพระผู้เป็นเจ้าสดๆท่ามกลางดนตรีเออร์บันดิบๆแบบพวกบลูส์หรือโซลนี่คงอาจจะไม่สะใจถึงขีดสุดยามบริโภคงานชุดนี้ แต่ถ้าคุณต้องการที่จะสัมผัสกับงานดนตรีกอสเพลที่มีเอกภาพ เข้าถึงง่าย ดนตรีไพเราะและเป็นอัลบั้มกอสเพลที่ทำออกมาเพื่อคอดนตรีทุกคนบนโลกแล้วล่ะก็ งานชุดนี้คืออัลบั้มกอสเพลที่สมบูรณ์แบบที่สุด ครบเครื่องที่สุด เก๋สุดและร่วมสมัยที่สุดที่ดิฉันกล้าท้าให้ลองฟัง&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3545973934633776295-3047363066515657514?l=spunkydracula.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://spunkydracula.blogspot.com/feeds/3047363066515657514/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://spunkydracula.blogspot.com/2012/01/yolanda-adams-mountain-highvalley-low.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3545973934633776295/posts/default/3047363066515657514'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3545973934633776295/posts/default/3047363066515657514'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://spunkydracula.blogspot.com/2012/01/yolanda-adams-mountain-highvalley-low.html' title='Yolanda Adams : Mountain High...Valley Low (Myspace#86)'/><author><name>Da Nastina</name><uri>http://www.blogger.com/profile/03330892158102476960</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_MoZwobnG2nE/Sljyy5PWHPI/AAAAAAAAAGw/Dd3faFSjc2M/S220/1.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/-lHTB4rqgOmI/TwrWPf_5JRI/AAAAAAAAAsY/DYhj8nBYVdQ/s72-c/1.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3545973934633776295.post-6974222446738787188</id><published>2012-01-06T00:48:00.000-08:00</published><updated>2012-01-06T02:20:09.135-08:00</updated><title type='text'>KARA + Jose Padilla + Putumayo (Myspace#85)</title><content type='html'>&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/-h1ap9xjA_s4/Twa13ZI8OdI/AAAAAAAAAsM/q52DF6cEnyg/s1600/1.jpg"&gt;&lt;img style="TEXT-ALIGN: center; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; DISPLAY: block; HEIGHT: 316px; CURSOR: hand" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5694438742102391250" border="0" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/-h1ap9xjA_s4/Twa13ZI8OdI/AAAAAAAAAsM/q52DF6cEnyg/s320/1.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/-Lc54GcRkiG0/Twa1r-Qgw6I/AAAAAAAAAsA/DAhZtD0hZIs/s1600/1.jpg"&gt;&lt;img style="TEXT-ALIGN: center; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; DISPLAY: block; HEIGHT: 320px; CURSOR: hand" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5694438545907827618" border="0" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/-Lc54GcRkiG0/Twa1r-Qgw6I/AAAAAAAAAsA/DAhZtD0hZIs/s320/1.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/-BI-EOUpiwnA/Twa1cxkkAoI/AAAAAAAAAr0/hGGj0Dst1us/s1600/1.jpg"&gt;&lt;img style="TEXT-ALIGN: center; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; DISPLAY: block; HEIGHT: 320px; CURSOR: hand" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5694438284804227714" border="0" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/-BI-EOUpiwnA/Twa1cxkkAoI/AAAAAAAAAr0/hGGj0Dst1us/s320/1.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;KARA : Super Girl : Dance-Pop/Teen Pop (70%) + Jose Padilla : Bella Musica Vol.5 : Chillout (93%) + Putumayo : Afro-Latin Party : Latin/World Music (94%) &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ช่วงนี้คอลัมน์มายสเปซขอเขียนถึงงานหลายอัลบั้มหน่อยภายในการลงงานครั้งเดียวนะคะเพราะว่าช่วงนี้มีหลายอัลบั้ม (ที่ดองไว้) ตีกันจนชุลมุนไปหมด ถ้าไม่ใช้วิธีนี้ดิฉันคงจะมีมายสเปซครบ150คอลัมน์ภายในสิ้นเดือนนี้แน่นอนฮ่ะ หึหึหึ ช่วงนี้อาจจะลวกหน่อยนะคะเพราะไม่มีอะไรจะคุยมาก อยากจะพูดถึงงานดนตรีมากกว่า&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ประเดิมคอลัมน์กับ Super Girl สตูดิโออัลบั้มภาษาญี่ปุ่นลำดับที่สองจากหนึ่งในเกิร์ลกรุ๊ปที่เรียกได้ว่าเป็นที่นิยมมากที่สุดของฝั่งเกาหลี "KARA" ซึ่งความรู้สึกของดิฉันที่มีต่อวงนี้ในตอนแรกจริงๆเลยคือ "ชอบพวกเธอแต่ไม่ชอบเพลง" ด้วยความที่อาจจะหลงใหลในใบหน้าน่ารักประดุจนางฟ้าแถมแต่ละคนยังแลดูน่าทนุถนอมกันสุดๆอีกต่างหาก - - งานนี้ต่อให้โคตรเกย์ตัวแม่อย่างดิฉันก็อดจะตกหลุมรักเธอไม่ได้ โดยเฉพาะ "คยูรี" จ๋าสุดสวาทขาดใจของอะฮั๊น หึหึหึ - - แต่ด้วยความที่แนสทิน่าดันไปผจญกับอะไรบ้าๆบอๆหนักหน่วงมาก่อนหน้านี้เยอะพอมาฟังงานของพวกเธอก็เกิดอาการกระอักเลือดรับไม่ได้ - - ไม่ใช่เพลงไม่ดีนะคะเพราะติดหูดี - - เพราะว่าเพลงของพวกเธอสดใส น่ารัก คึกคักและแบ๊วกันม๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกเสียจนปีศาจสาวโลกีย์อย่างอะฮั๊นฟังแล้วถึงขั้นร้อนรุ่มทุรนทุราย รับไม่ได้จริงๆค่ะตะเอง!!! อย่างว่าล่ะเนอะหญิงชั่วอย่างดิฉันจะไปต้านทานอะไรกับความบริสุทธิ์ผุดผ่องของพวกเธอได้ขออะไรที่มันแบบแรงออกมาเลยอย่างพวก Brown Eyed Girls หรือแบ๊วแต่ร้ายลึกๆแบบพวกGirls' Generation จะดีซะกว่า ระหว่างนั้นก็นั่งสงสัยไม่หายค่ะว่า "วงนี้ยังอยู่รอดกันได้อย่างไร?"ท่ามกลางการแข่งขันอย่างดุเดือดบ้าเลือดของพวกเกิร์ลกรุ๊ปในอุตสาหกรรมดนตรีเกาหลี "สวยกันเป็นอันดับต้นๆน่ะจริง แต่แค่นั้นจะพอเหรอ???" เพราะว่าเท่าที่ติดตาม KARA มาระยะสั้นๆนี้ส่วนตัวเห็นการเติบโตทางดนตรีนะคะที่มีอะไรแปลกใหม่ขึ้นแต่ในแง่ของลุ๊คส์และพัฒนาการโดยรอบคิดว่ายังไม่เด่นชัดเท่าไร ในขณะที่วงอื่นๆดูเหมือนจะมีเชิงมวยที่เหนือกว่ามากไม่ว่าจะเป็น Wonder Girls ที่ข้ามฝากไปกระแซะๆแถบอเมริกาอยู่ช่วงหนึ่ง Brown Eyed Girls ที่ดนตรีดีกันม๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกจนแถบจะฆ่าเกริ์ลกรุ๊ปทุกวงในเกาหลีตายหมดแถมด้วยเสียงร้องอันเปี่ยมด้วยพลังกับวิสัยทัศน์ที่จัดจ้าน มาที่พวก2NE1 แม้ว่าส่วนตัวดิฉันจะไม่ได้รักใคร่อะไรพวกเธอมากแต่ก็ยอมรับว่าวงนี้มีลุ๊คส์ที่ทรงพลังและรังสีอำมหิตของสมาชิกวงแต่ละท่าน อาทิ พัคบมกับซีแอลนี่แรงและน่ากลัวกันมาก ส่วนพวก SNSD ที่ว่าแบ๊วๆกันนี่ก็มีจริตจก้านที่กินขาดหลายๆวงคือฟังรู้เลยว่าเป็นความใสที่ฉาบความแรงร้ายรอวันปะทุไว้ภายใน - - ไม่เชื่อฟังท่อนคอรัสใน Genie กับ The Boys ดูสิจะรู้ว่าจริงๆพวกนี้แสบสันกันใช่ย่อย - - พิจารณาทั้งหมดทั้งมวลแล้ววนกลับมามอง5สาวนางฟ้าอย่าง KARA เอาจริงๆแล้วสำหรับดิฉันพวกเธอเป็นอะไรที่ค่อนข้างจะธรรมดาสมาญที่สุดแล้วในบรรดาเกิร์ลกรุ๊ปทั้งหมดที่ยกมาพูดถึง แล้วพวกเธอมีอะไรดีขนาดนี้นะถึงฟัดกับพวกเขามาได้จนถึงทุกวันนี้ ??? คำตอบก็มีคลี่คลายเอาที่อัลบั้ม Super Girl นี้ที่ใครจะไปเชื่อว่าพวกเธอจะสามารถพางานนี้เดบิ้วท์ที่อันดับหนึ่งบนโอริคอนชาร์ตของญี่ปุ่นและสามารถทำยอดเปิดตัวได้ในอันดับที่สูงสุดในบบรดาศิลปินเกิร์ลกรุ๊ปต่างชาติทั้งหมดทั้งมวล (ถ้าจำไม่ผิด) แถมด้วยเป็นศิลปินต่างชาติวงแรกในรอบ30ปีที่เปิดตัวได้ที่อันดับหนึ่ง!!! เหอๆๆๆๆ...เห็นแบ๊วๆเรียบๆแบบนี้ก็ไม่เบานะนี่ ตัวเพลงในอัลบั้มก็ยังคงความเป็นคาร่าจ๋าคือทีนพ็อพเต้นรำใสๆจังหวะสนุกสนานไปยันบัลลาดหวานๆเจืออาร์แอนด์บีบางๆยันเพลงเต้นรำหนักๆที่ไต่ระดับไปถึงดนตรีอิเล็คโทรนิคจำพวกคลับแด๊นซ์ ฟังไปพิจารณาไปจบอัลบั้มซะแล้ว!!! ด้วยความที่เพลงของพวกเธอฟังเพลินมากๆคือยังหวานและแบ๊วแบบเดิมแต่งวดนี้กลับไปแขยงเพราะเล็งเห็นข้อดีที่สุดของเธอก็คือ "การทำเพลงติดหู" ที่ไม่เฉพาะเพียงซิงเกิ้ลแต่ยังรักษามาตรฐานการทำเพลงที่ฟังได้ทนทานติดหูและไพเราะยกอัลบั้มซึ่งก็เป็นเสน่ห์ของวงนี้จริงๆนับตั้งแต่ที่ดิฉันได้ติดตามงานของพวกเธอตั้งแต่อัลบั้ม Revolution มา นอกจากนี้ฟังแล้วยังไม่แปลกใจที่ทำไมพวกเธอถึงได้รับความนิยมในญี่ปุ่นกันเกินหน้าเกินตาจนพวกเกิร์ลกรุ๊ปร่วมชาติวงอื่นๆหรือแม้แต่บอยแบนด์บางวงเองถึงกับอยากจะเขม่น เพราะแหมมมมมมมมมมมมมมมมมการร้องแบบนี้ การใส่จริตจก้านแบบนี้ การตะเบ๊ะทางดนตรีเอ๊ะ อ๊า แอร๊ยยยยยยยยยย ย่าหหหหหหหห์ ฮู้วววววววววว อะไรนี่มันเข้าทางพวกสาวกยุ่นเขาจริงๆนี่เจ้าคะฟังแล้วก็อดอมยิ้มไม่ได้น่ารักกันดี (ก๊ะดีค่าถูกใจ!!!) - - สำหรับเพลงแนะนำไม่มีค่ะเพลงเพราะยกอัลบั้มก็ต้องฟังทั้งอัลบั้มนะคะถ้าคิดจะลองฟัง ฟังแล้วเห็นโลกเป็นสีชมพู - - วู๊ยยยยยยย ท่าทางงานนี้5สาวจะได้คามิเลียคนใหม่เป็นนักวิจารณ์บอร์ด FF ซะแล้ว เหอๆๆๆ&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;งานลำดับถัดมานี่สำหรับคอชิลล์เอ๊าท์และสาวก Cafe Del Mar ก็คงจะรู้จักชื่อของ "โอเซ่ พาดิลล่า" กันดีนะคะในฐานะหัวหอกที่ร่วมบุกเบิกอัลบั้ม Cafe Del Mar ตั้งแต่ชุดที่หนึ่งจวบจนชุดที่6จนสร้างชื่อให้เป็นงานดนตรีชิลล์เอ๊าท์ระดับตำนาน สำหรับ Bella Musica นี่เป็นโปรเจ็กต์ทางดนตรีที่ป๋าโฮเซ่เขาแยกออกมาทำเองจากความหลงใหลในมนตร์เสน่ห์ของบอสซาโนว่าเข้าจับใจในตอนแรกส่งผลให้ความแตกต่างระหว่างงานชุดนี้กับCafe Del Marที่เน้นการนำดนตรีบอสซาโนว่าขยำคลุกเคล้าเข้ากับแนวดนตรีที่หลากหลายมากกว่าที่จะเน้นไปทางชิลล์เอ๊าท์หรือดนตรีจำพวกเล้าจน์อย่างเดียว แต่ในอัลบั้มนี้ไม่รู้เกิดอะไรขึ้นนะคะจากอิทธิพลของบอสซาโนว่าที่ตลบอบอวนในอัลบั้มแรกๆใน Volume 5 นี่รู้สึกว่าภาคดนตรีค่อนข้างจะกระจายแนวเด่นชัดกว่าและหลากหลายกว่า "บอสซาโนว่า" กลายเป็นเพียงองค์ประกอบย่อยๆองค์ประกอบหนึ่งเท่านั้นและแทนที่ความเด่นด้วยดนตรีอิเล็คโทรนิคที่ออกแนวดนตรีทดลอง ชิลล์เอ๊าท์และทริพฮอพเอาซะมากกว่า เพลงเด่นๆก็มี Higher Than The Star ที่ดนตรีเป็นชิลล์เอ๊าท์ที่ค่อนไปทางพวกเอ็กซ์เพอริเมนทัลอย่างเห็นได้ชัดส่วนตัวชอบการเรียงเรียงดนตรีในเพลงนี้ที่ร่วมเจิมด้วยดนตรีเฮ้าส์เต้นรำกคึ่งการาจนิดๆ นิวเอจและดีพแทรนซ์ลอยละล่องได้ลงตัวดีฟังแล้วเคลิ้ม Hurricane Water กับ Fantasy ที่ก็เป็นตัวแทนที่ดีของการพบกันตรงกลางระหว่างทริพฮอพและเล้าจ์น ในขณะที่ Get It ก็เป็นงานพ็อพโซลพลิ้วๆบนดนตรีเฮ้าส์และอิเล็คโทรนิคที่ชวนให้จินตนาการถึงวันใดที่ Soul II Soul กลับมาทำดนตรีนูโซลในรูปแบบยูเคโซลผสานอิเล็คโทรนิคลามไปถึงงานของพวก Masters At Work! Nuyorican Soul ที่ส่งอิทธิพลในเพลงนี้ตลบอบอวนไม่แพ้กัน Arianita นี่ทำมาสำหรับเอาใจคนรักดนตรีพื้นเมืองแอฟริกันโยเฉพาะและ La Cumbia Del Mole เป็นบอสซาโนว่าที่เพราะมากๆฟังแล้วถึงกับนั่งหลุดลอยไปในภวังค์ทีเดียว&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ปิดท้ายกับ Afro-Latin Party อีกหนึ่งซีรี่ยส์สุดเก๋จาก Putumayo ค่ายดนตรีเวิลด์มิวสิคที่น่ารักที่สุดของโลกกับอัลบั้มเพลงเต้นรำแนวละทินที่อุทิศแด่ตำนานดนตรีทั้งจากฝากคิวบาและแอฟริกา ภาคดนตรีในอัลบั้มนี้เรียกแบบกำปั้นทุบดินก็ "ละทินผสานดนตรีแอฟริกัน" นั่นแหละ มีทั้งดนตรีจำพวกซัลช่า ดนตรีสกาแบบคิวบา แมมโบตลอดจนเร็กเก้พื้นเมืองของแอฟริกัน เป็นต้น นับว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีสำหรับคนรักดนตรีละทินรวมถึงต้องการจะเรียรู้สภาพของการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมตั้งแต่เรื่องของวิถีชีวิตตามภมิศาสตร์ตลอดจนเรื่องของจิตวิญญาณระหว่างอารายธรรมของคิวบาและมาลิ&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3545973934633776295-6974222446738787188?l=spunkydracula.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://spunkydracula.blogspot.com/feeds/6974222446738787188/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://spunkydracula.blogspot.com/2012/01/kara-jose-padilla-putumayo-myspace85.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3545973934633776295/posts/default/6974222446738787188'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3545973934633776295/posts/default/6974222446738787188'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://spunkydracula.blogspot.com/2012/01/kara-jose-padilla-putumayo-myspace85.html' title='KARA + Jose Padilla + Putumayo (Myspace#85)'/><author><name>Da Nastina</name><uri>http://www.blogger.com/profile/03330892158102476960</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_MoZwobnG2nE/Sljyy5PWHPI/AAAAAAAAAGw/Dd3faFSjc2M/S220/1.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/-h1ap9xjA_s4/Twa13ZI8OdI/AAAAAAAAAsM/q52DF6cEnyg/s72-c/1.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3545973934633776295.post-7999851643179444917</id><published>2012-01-03T23:27:00.000-08:00</published><updated>2012-01-04T01:03:57.514-08:00</updated><title type='text'>Anthony Hamilton + AIH + Radiohead (Myspace#84)</title><content type='html'>&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/-_RgBUceEuB4/TwQBxOBaIPI/AAAAAAAAAro/krRgqmCKZ_U/s1600/1.jpg"&gt;&lt;img style="TEXT-ALIGN: center; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; DISPLAY: block; HEIGHT: 320px; CURSOR: hand" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5693677773992370418" border="0" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/-_RgBUceEuB4/TwQBxOBaIPI/AAAAAAAAAro/krRgqmCKZ_U/s320/1.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/-NkV4Vc1Jr8M/TwQBaXbaGiI/AAAAAAAAArc/sMakO3mlYUg/s1600/1.jpg"&gt;&lt;img style="TEXT-ALIGN: center; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 300px; DISPLAY: block; HEIGHT: 300px; CURSOR: hand" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5693677381380348450" border="0" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/-NkV4Vc1Jr8M/TwQBaXbaGiI/AAAAAAAAArc/sMakO3mlYUg/s320/1.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/-Ok4YMF56DK4/TwQBV1QdNmI/AAAAAAAAArQ/fxtISk7YKJ8/s1600/2.jpg"&gt;&lt;img style="TEXT-ALIGN: center; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 214px; DISPLAY: block; HEIGHT: 320px; CURSOR: hand" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5693677303488132706" border="0" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/-Ok4YMF56DK4/TwQBV1QdNmI/AAAAAAAAArQ/fxtISk7YKJ8/s320/2.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Anthony Hamilton : Back To Love : R&amp;amp;B/Soul (94%) + Architecture In Helsinki : Moment Bends : Indie Pop/Electro Pop/Synth Pop (94%) + Radiohead : The King Of Limbs Live From The Basement : Alternative Rock/Electronic/Experimental Rock (100%)&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ในการจัดอันดับอัลบั้มโปรดของแต่ละปีเชื่อว่าหลายครั้งทีเดียวที่คุณจะรู้สึกประมาณว่า "เฮ้ย! ลืมใส่อัลบั้มนี้ลงไปด้วยได้ยังไง" ด้วยความที่อะไรๆมันก็ละลานตาไปหมดช่วงนั้นซึ่งความผิดพลาดอันใหญ่หลวงของดิฉันในช่วงจัดอันดับปลายปีที่ผ่านมาคือลืมใส่อัลบั้ม Gather' Round ลงไปในลิสต์ด้วย - - แต่ก็ช่างเถอะเพราะถือว่างานชุดนั้นเอามาเขียนแนะนำใหญ่โตไปแล้ว - - เฃ่นเดียวกับ3อัลบั้มดังต่อไปนี้ที่ ณ ขณะนี้นั่งถามใจตัวเองว่า "มันหลุดไปได้ยังไง???"&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;เริ่มต้นกับงานจากฝาก "อาร์แอนด์บี" ที่ปีที่แล้วหางานถูกใจๆไม่ค่อยได้เท่าไรเริ่มตั้งแต่งานของมิวสิค โซลไชน์ก็งั้นๆเรื่อยๆ ลอยด์กับจีนูไวน์นี่ออกมาค่อนข้างจะน่าเกลียดทีเดียว ไบรอัน แม็คไนท์ก็ดีแต่ก็ไม่เท่าที่หวังไว้จะมีมากูหน้าอุตสาหกรรมเอาไว้ได้ก็ Back To Love ของป๋าแอนโธนี่ แฮมมิลทันนี่แหละ จะว่าไประดับป๋าคนนี้ออกงานมาทีไรแฟนเพลงก็ไม่ค่อยจะผิดหวังกันอยู่แล้วนี่อ้างอิงลามไปถึงอัลบั้มชุดก่อนอย่าง The Point Of It All ที่ทุกวันนี้ดิฉันก็ยังปลาบปลื้มไม่เสร็จจนขอยกให้เป็นอัลบั้มระดับมาสเตอร์พีซของป๋าไปเลยทีเดียว ในส่วนของ Back To Love ภาคดนตรียังยึดที่ความเป็นคอนเทมโพรารีย์อาร์แอนด์บีเข้มข้นจะต่างจากงานที่ดีมากๆๆๆๆๆอย่างชุดเก่าก็ตรงการเฉดสีสันที่ค่อนข้างจะเอนเอียงไปทางโซลและบลูส์จัดจ้านกว่าชุดที่แล้วที่มาแบบโซลฟูลอาร์แอนด์บีจ๋าติดฮิพฮอพกระฉึกกระฉักวัยรุ่นกระชากใจมาพองาม สำหรับส่วนผสมโดยภาพรวมก็ยังคงเป็นจำพวกดนตรีเออร์บันผิวสีดิบดำจัดจ้าน อาทิ สมูธแจ๊ซซ์ ฟั้งค์ร็อค กอสเพลยันบลูส์กราส เช่นเดิม แต่จะว่าดิบจะว่าดำงานชุดนี้ก็ยังแอบเติมความหวานให้มีความฟังง่ายนุ่มหูขึ้นกว่าชุดที่แล้วที่ดิบจริงๆแบบถ้าไม่ชอบอาร์แอนด์บีจริงๆมีหวังสลบ&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ต่อกันด้วยอัลบั้มล่าสุดจากวงอินดี้สุดเก๋อย่าง Architecture In Helsinki ที่ชื่ออาจจะดูเหมือนมาจากฟินแลนด์แต่จริงๆแล้วพวกเขามาจากเมลเบิร์น ออสเตรเลียจ้า มาที่ Moment Bends งานล่าสุดก็เป็นแนวอิเล็คโทรพ็อพสดใสน่ารักๆงุงๆงิ้งๆฟังแล้วอารมณ์ดีเหลือหลาย ดนตรีเป็นงานอินดี้พ็อพขยำเข้ากับดนตรีอิเล็คโทรนิคโพรแกรมมิ่งหลากระดับตั้งแต่ซินธิ์พ็อพ ดิสโก้80 เทคโนไล่ไปยันดนตรีอคูสติคที่เคล้าออกมาเป็นดาวน์เทมโพไม่หวานลอยละล่องจนหลอนหัวเหมือนเพื่อนร่วมชาติอย่าง Zero 7 แต่ฟังแล้วบันเทิงใจยิ้มออกกว่ากันเยอะ ไปๆมาๆก็นึกถึง Tahiti 80 ที่ถอดเขี้ยวเล็บของฟั้งค์กีย์และบีทฮิพฮอพพร้อมด้วยบรรยากาศของความเป็นเฟรนซ์พ็อพไปจนหมดแล้วเชิญนักร้องนำจาก Saint Etienne มาร่วมร้องและให้ New Order มาทำดนตรีในแบบฉบับของ Pet Shop Boys ที่ลดความเยือกเย็นของดนตรีเทคโนและแต่งแต้มบรรยากาศหมองหม่นหนาวเหน็บให้สดใสพร้อมที่จะเป็นซาวนด์แห่งฤดูร้อน เช่นเดียวกับที่วันใด Erasure จะปวารณาตัวเองลงจากฟลอร์เต้นรำยามค่ำคืนแล้วมาทำอัลบั้มดนตรีอินดี้พ็อพเต้นรำเพื่อวันสบายๆไปจนถึงการเติมเต็มความฝันของแฟนๆที่อยากจะได้ยินส่วนใดส่วนหนึ่งของดนตรีแบบมาดอนน่าหรือไคลี่ย์ช่วงยุค80อีกครั้ง...โดยเนรมิตขึ้นใหม่จากนวัตกรรมของดนตรีซินธิ์พ็อพยุค2011&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ปิดท้ายกับอัลบั้มบันทึกการแสดงสดของ Radiohead วงอัลเทอเนทีฟร็อคและอิเล็คโทรนิคหัวก้าวหน้าจากเกาะอังกฤษ (เครดิตจากเว็บ Popaganda) ไม่รู้หรอกค่ะว่าบนเวทีเขาเอ็นเตอร์เทนคนดูกันยังไงแต่ถ้าตัดสินในฐานะของงานบันทึกเสียงอัลบั้มนี้เป็นอะไรที่สุดยอดเลยทีเดียว!!! อยากรู้ต้องไปฟังกันเอง&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3545973934633776295-7999851643179444917?l=spunkydracula.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://spunkydracula.blogspot.com/feeds/7999851643179444917/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://spunkydracula.blogspot.com/2012/01/anthony-hamilton-aih-radiohead.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3545973934633776295/posts/default/7999851643179444917'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3545973934633776295/posts/default/7999851643179444917'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://spunkydracula.blogspot.com/2012/01/anthony-hamilton-aih-radiohead.html' title='Anthony Hamilton + AIH + Radiohead (Myspace#84)'/><author><name>Da Nastina</name><uri>http://www.blogger.com/profile/03330892158102476960</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_MoZwobnG2nE/Sljyy5PWHPI/AAAAAAAAAGw/Dd3faFSjc2M/S220/1.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/-_RgBUceEuB4/TwQBxOBaIPI/AAAAAAAAAro/krRgqmCKZ_U/s72-c/1.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3545973934633776295.post-8707615209856092743</id><published>2012-01-01T23:40:00.000-08:00</published><updated>2012-01-02T01:52:35.895-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='1'/><title type='text'>JYJ+Wang Leehom+X-Japan (Myspace#83)</title><content type='html'>&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/-5MJ9Uk1_kjg/TwFf_sTo9fI/AAAAAAAAArE/JvU_hw-rXAQ/s1600/1.jpg"&gt;&lt;img style="TEXT-ALIGN: center; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; DISPLAY: block; HEIGHT: 320px; CURSOR: hand" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5692936951802951154" border="0" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/-5MJ9Uk1_kjg/TwFf_sTo9fI/AAAAAAAAArE/JvU_hw-rXAQ/s320/1.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/-KioeGlU4gOI/TwFf01pH4GI/AAAAAAAAAq4/Z4woDuPDe4o/s1600/1.jpg"&gt;&lt;img style="TEXT-ALIGN: center; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; DISPLAY: block; HEIGHT: 186px; CURSOR: hand" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5692936765330415714" border="0" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/-KioeGlU4gOI/TwFf01pH4GI/AAAAAAAAAq4/Z4woDuPDe4o/s320/1.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/-7nzWQpHPKOA/TwFfkxviRqI/AAAAAAAAAqs/zgilOiB91e8/s1600/1.jpg"&gt;&lt;img style="TEXT-ALIGN: center; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 197px; DISPLAY: block; HEIGHT: 199px; CURSOR: hand" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5692936489405662882" border="0" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/-7nzWQpHPKOA/TwFfkxviRqI/AAAAAAAAAqs/zgilOiB91e8/s320/1.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;JYJ : In Heaven : K-Pop/R&amp;amp;B/Electro Pop/Dance (72%) + Wang Leehom : 18 Martial Arts : Mando Pop/R&amp;amp;B/Electro Pop (87%) + X-Japan : Art Of Life : Progressive Metal (85%)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อวานนี้ดิฉันมอบของขวัญปีใหม่เป็นงานของพวกเกิร์ลกรุ๊ปให้น้องๆเขาไปแล้ว วันนี้ขอมอบเป็น "ผู้ชาย" ให้ตัวเองสัก3อัลยั้มแล้วกันนะคะ หึหึหึ...ตอนนี้มีผู้อ่านหลายท่านรับไม่ได้ส่งอีเมลล์มาขอให้เพลาๆเรื่องการเขียนวิจารณ์ศิลปินเกาหลีบ้าง - - ทางที่ดีเลิกไปเลยเถิดบางท่านว่า - - เอาเป็นว่าหลังจากมายสเปซครั้งนี้ก็จะลดน้ำหนักของการเขียนวิจารณ์พวกเกาหลีให้น้อยลงก็แล้วกัน เหอๆๆๆ&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;เริ่มต้นกับ In Heaven สตูดิโออัลบั้มแรกของสามหนุ่ม JYJ - - โดยอดีตสมาชิกดงบังชินกิอย่าง จุนซู,ยูชอนและ โฮะๆๆๆๆ ฮีโร่ แจจุงสุดที่รักของดิฉัน - - ที่เพิ่งวางขายไปเมื่อ28 กันยายนปีที่ผ่านมาแถมยังฟาดยอดขายไปอย่างสง่าอิ่มแปล้เยาะๆที่ 165,000 แผ่นหลังจากวางขายไปเพียงแค่3วัน จริงๆตอนแรกดิฉันไม่รู้หรอกค่ะว่าพวกหนุ่มๆเขาฟอร์มทีมขึ้นใหม่กันแล้วไปจ๊ะเอ๋เอาอีตอนอ่าน Asian Plus ฉบับล่าสุดนี่แหละ ถึงรีบสยายปีกบินไปหามาฟังรับปีใหม่ (ฟังช้าก็ดีกว่าไม่ได้ฟังนะคะ ใช่มั้ยฮีโร่?) ฟังจบรอบแรกนี่ถึงขั้นนั่งเคลิบเคลิ้มด้วยความประทับใจ เออ อัลบั้มพวกตัวเพราะจริงๆนะ แม้ว่าจะออกมาค่อนข้างเซฟไม่เสี่ยงไม่จัดจ้านเท่าที่ควรจะเป็นและคาดหวังไว้แต่เอกภาพของเนื้องาน การวางไลน์เสียงและมิติใหม่ๆที่ภาคดนตรีมีให้นี่นับว่าแคสสิโอเปียทั่วหล้าฟังแล้วถึงกับฉีกยิ้มได้ไม่หยุดก็แล้วกัน ภาพรวมของอัลบั้มค้องบอกตามตรงว่า "ไม่ได้ฉีกไปจากงานสูตรสำเร็จของ TVXQ เท่าไร" - - แต่ก็ต้องเข้าใจนะคะว่าพวกเขาได้ใส่ตัวตนทั้งหมดลงไปในดงบังชินกิแล้วจึงไม่ต้องแปลกใจที่งานของทั้งสามจะออกมา แหม๊ ดงบั๊ง ดงบัง - - ภาคดนตรีเป็นเคพ็อพหนักด้วยอาร์แอนด์บี อดัลท์คอนเทมโพรารีย์และบัลลาดที่แซมด้วยสีสันของดนตรีอิเล็คโทรนิคที่ค่อนไปทางพวกยูโรบีทในพวกเพลงเร็ว อาทิ Mission ที่จุนซูเราลงมือกรีดนิ้วงามๆโปรดิวซ์ดนตรีเองที่ค่อนข้างจะโดดเด่นด้วยมิติของยูโรบีทที่ผสานเข้ากับอาร์แอนด์บีและพ็อพเต้นรำสไตล์บอยแบนด์ได้อย่างลงตัว ฟังแล้วนึกถึงภาคอ่อนๆของจัสติน ทิมเบอร์เลคใน Sexy Back ในส่วนของเพลงเก่งอย่าง Get Out ที่ตอนแรกฟังแล้วรู้สึกเหมือนกับว่าจับเอาบัลลาดสูตรสำเร็จของดงบังมารีมิกซ์กับดนตรีอิเล็คโทรนิคเต้นรำแรกๆรู้สึกว่ามันงั้นๆโหลๆเป็นสูตรสำเร็จที่ตลาดอินเตอร์ยุคนี้ทำกันโดยทั่วไป - - นีโย่,เลโอน่า ลูอิสแม้แต่พิทบุล - - แต่พอฟังเข้ารอบที่4เท่านั้นแหละค่ะเพลงนี้หลอนหัวดิฉันม๊ากกกกกกกกกกกกกกก คือมันเป็นเพลงที่เรียบๆไม่โฉ่งฉ่างแต่เก๋แบบซึมลึกๆคมกริบในฝักและเชือดเฉือนใจมากๆ ชอบเกือบจะที่สุดในอัลบั้มแล้ว ในส่วนของบัลลาดชอบ Fallen Leaves กับ Boy's Letter ที่ฟังแล้วหวนนึกถึงงานพวกพวกเหล่าดงบังในยุคเดบิวท์ช่วง Tri-Angle แต่แทนที่จากบัลาดโพรแกรมมิ่งเข้าสู่คอนเทมโพรารีย์บัลลาดทั้งพรมด้วยเพียโนหวานละมุน เครื่องสายพลิ้วไสวกรีดเสียงสวยเจือด้วยอารมณ์โซลฟูลเต็มสตรีมทีเด็ดไม่ต้องเดาค่ะคือเรื่องของ "การใช้เสียง" ที่ฟังแล้วถึงขั้นขนหัวลุก ปิดท้ายด้วย Nameless Song Part 1 นี่ก็เป็นอีกวงที่คิดจะเล่นกับมุขจำพวกเมโลดิคโพรเกรสซีฟ ส่วนตัวชอบดนตรีนะคะอลังการดีเหมือนฟังสกอร์ภาพยนตร์เป็นเซมิบัลลาดที่สลับบนความเป็นฮิพฮอพเสียอย่างเดียวถ้าพวกตัวทำให้มันกระชับมากกว่านี้จะเป็นเพลงที่ดีที่สุดของอัลบั้มเลยทีเดียว - - ท้ายที่สุดแม้ว่าภาพรวมจะออกมาเสมอตัวแต่ก็ประทับใจนะคะ เชื่อว่างานชุดนี้ยังแค่ทดลองกันเบาะรอให้พวกเขาจับทางกันอีกสักพักเชื่อว่าต่อไป JYJ นี่จะมีอะไรเปรี้ยงใหญ่ออกมาให้ได้ยินกันแน่นอน&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ถามถึงผู้ชายที่ดิฉันแอบชอบมานานชนิดไม่กระโตกกระตากให้ผู้ใดหน้าไหนรู้ก็ต้องนี่เลยค่ะคุณพี่ "หวัง ลี่ฮง" สุดหล่อรายนี้ส่งเข้าประกวดจากไต้หวันนะคะ หึหึหึ เดี๋ยวจะหาว่าแนสทิน่าเชียร์แต่หนุ่มๆเกาหลีและพวกฝรั่งตาน้ำข้าว นอกจากความหล่อแล้วหนึ่งในสิ่งที่ดิฉันชอบมากๆในดนตรีของคุณพี่เขาก็คงจะเป็นในเรื่องของการสอดแทรกกลิ่นอายของวัฒนธรรมและจิตวิญญาณแห่งอารยธรรม "จีน" โดยผ่านทางดนตรีพื้นเมืองหรือที่เรียกกันว่า "เวิลด์มิวสิค" ที่มีตั้งแต่ดนตรีมหากาพย์จำพวกงิ้ว คลาสสิคคัล ลูกทุ่งจีนไปจนถึงดนตรีจีนย้อนยุคแท้ๆผสานลงสู่ความร่วมสมัยของดนตรีพ็อพและความเป็นสากลอย่างพวกอาร์แอนด์บีและฮิพฮอพเป็นหลัก สิริรวมออกมาเป็นดนตรีจำพวก "แมนโดพ็อพ" ที่แม้ว่าจะไม่ได้ออกมาเป็นแนวอนุรักษ์นิยมจีนจ๋าจีนจัดแบบศิลปินอีกหลายๆท่านที่คร่ำหวอดในภสคดนตรีแนวนี้มาจนเป็นตำนาน แต่ก็นับว่าสุดหล่อของเราเป็นคนรุ่นใหม่ที่ยกระดับภาคดนตรีแนวนี้ให้มีความร่วมสมัยและเป็นที่รู้จักของคนรุ่สใหม่มากขึ้นไม่เพียงแต่ในประเทศของตัวเองแต่ยังหมายรวมถึงเด็กเจเนอเรชั่นใหม่อีกหลายคนที่รู้จักคุณพี่และสนใจติดตามผลงานของคุณพี่หวังเขา สำหรับ The 18 Martial Arts งานลำดับที่14ของคุณพี่ก็ยังรักษาคุณสมบัติของความเป็นศิลปินที่มีวิสัยทัศน์ทางดนตรีกาลในระดับก้าวหน้าและอัจฉริยะเช่นเดิม ของแบบนี้นี่อย่างหว่าขี้เกียจเลยค่ะแต่ให้มานั่งแนะนำเป็นแทร็คๆไปนี่ดิฉันหักใจไม่ได้จริงๆเพราะว่ามันดียกอัลบั้ม ชนิดที่ถ้าใครสนใจจะลองฟังนี่กล้าพูดได้เลยว่าถ้าคิดจะติดตามแล้วงานชุดนี้ต้องตามตั้งแต่ต้นจนจบถึงจะซาบซึ้ง....ไม่ได้เชียร์เกินจริงแต่ประการใด!!!&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ปิดท้ายกับ Art Of Life มินิอัลบั้มในปี1993ของวงเฮฟวี่เมทัลระดับตำนานของญี่ปุ่นอย่าง X-Japan - - แถมเป็นครั้งแรกที่พวกเขาเปิดตัวภายใต้เชื่อ X-Japan ด้วย!!! - - ภายใต้ความยาวกว่า29นาทีในแทร็คเดียวเพลงนี้กับเป็นมหากาย์ทางดนตรีอันทรงศิลปะและทรงคุณค่าสำหรับดิฉันมากทีเดียว ในแง่ของความหนักหน่วงแบบ "เมทัล" นี่ทางภาคดนตรีไม่ได้สะใจเท่าไรแต่มันสะใจเอาอีตอนที่เพลงนี้ค่อยกรีดซึมเข้าไปในหัวใจด้วยการสื่อสารอันวิปริตเกรี้ยวกราดจากความรู้สึกสู่ความรู้สึก เริ่มต้นตั้งแต่เสียงกีตาร์แผ่วเบาในช่วงต้นที่ค่อยๆไต่ระดับเป็นฮารด์ร็อคและเครื่องสายออเครสตร้าอันเป็นวัฒนธรรมที่นิยมใช้กันในการวาดลวดลายลงบนดนตรีเมทัลจำพวกซิมโฟนิคไปยันแบล็คเมทัลขั้นต้น การพรมเพียโนนุ่มละมุนสลับไปกับคอร์ดกีตาร์เมทัลเกรี้ยวกราดกระแทกกระทั้น Spoken Wordsอันเป็นท่อนพูดที่แผ่วเบาท่ามกลางความดุดันของดนตรีที่โหมกระหน่ำแซมด้วยความเป็นโกธิคผสานออเครสตร้า บัลลาดเพียโนและโพรเกรสซีฟเมทัลที่ซับซ้อนและมีมิติที่สุดเท่าที่เคยสัมผัสมาในโลกก่อนที่ทุกสิ่งทุกอย่างจะจบลงเหลือทิ้งไว้เพียงความรู้สึกที่อ้างว้างประดุจสายลมแผ่วเบาที่พัดผ่านทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าในจิตใจประหนึ่งยืนท่ามกลางซากปรักหักพัง...หนึ่งในเพลงที่ดีที่สุดเท่าที่อุตสาหกรรมดนตรีญี่ปุ่นเคยรังสรรค์ออกมาให้โลกฟัง&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ทั้ง3อัลบั้มที่หยิบมาเขียนนี้คือความประทับใจทั้งหมดในช่วงปีใหม่เป็นตัวแทนของสามช่วงในชีวิตของปี2011ที่ผ่านมา ที่มาบรรจบให้เราได้สัมผัสภายในวันเดียว...ปาฏิหารย์และการรำลึกที่มาพร้อมกับงานดนตรีเกิดขึ้นกับคนที่เอาหัวใจไปผูกไว้กับมันเสมอ!!!&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3545973934633776295-8707615209856092743?l=spunkydracula.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://spunkydracula.blogspot.com/feeds/8707615209856092743/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://spunkydracula.blogspot.com/2012/01/jyjwang-leehomx-japan-myspace83.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3545973934633776295/posts/default/8707615209856092743'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3545973934633776295/posts/default/8707615209856092743'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://spunkydracula.blogspot.com/2012/01/jyjwang-leehomx-japan-myspace83.html' title='JYJ+Wang Leehom+X-Japan (Myspace#83)'/><author><name>Da Nastina</name><uri>http://www.blogger.com/profile/03330892158102476960</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_MoZwobnG2nE/Sljyy5PWHPI/AAAAAAAAAGw/Dd3faFSjc2M/S220/1.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/-5MJ9Uk1_kjg/TwFf_sTo9fI/AAAAAAAAArE/JvU_hw-rXAQ/s72-c/1.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3545973934633776295.post-4013669774560463604</id><published>2011-12-31T23:36:00.000-08:00</published><updated>2012-02-01T06:24:17.936-08:00</updated><title type='text'>B.E.G+SNSD (Myspace#82)</title><content type='html'>&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/-lYNWqp6SZ7s/TwFaIRTxxyI/AAAAAAAAAqg/WlUh0L4YyZA/s1600/1.jpg"&gt;&lt;img style="TEXT-ALIGN: center; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 300px; DISPLAY: block; HEIGHT: 300px; CURSOR: hand" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5692930502104827682" border="0" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/-lYNWqp6SZ7s/TwFaIRTxxyI/AAAAAAAAAqg/WlUh0L4YyZA/s320/1.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/-noBzI8SwAu4/TwANKoO_4rI/AAAAAAAAAqU/X8dhyc5ZyFE/s1600/1.jpg"&gt;&lt;img style="TEXT-ALIGN: center; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 288px; DISPLAY: block; HEIGHT: 320px; CURSOR: hand" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5692564405246485170" border="0" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/-noBzI8SwAu4/TwANKoO_4rI/AAAAAAAAAqU/X8dhyc5ZyFE/s320/1.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;Brown Eyed Girls : Sixth Sense : Pop/R&amp;amp;B/Dance/Electro Pop (95%) + Girls' Generation : The Boys : Electro Pop/Dance-Pop (65%)&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ประการแรกดิฉันและคอลัมน์มายสเปซต้องขอกราบสวัสดีปีใหม่ท่านผู้อ่านทุกๆท่าน รวมถึงสมาชิกบอร์ด FF Magและสำคัญที่สุดพี่สต๊าฟนะคะขอพระพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์โปรดทรงคุ้มครองและขอให้ปีนี้เป็นปีที่ดีสำหรับทุกๆท่านนะคะ&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ก่อนอื่นดิฉันต้องกราบขอโทษท่านผู้อ่านเนื่องจากได้มีการเรียงคอลัมน์ผิดในมายสเปซครั้งที่แล้ว - - เขียนเอง จัดเองยังมึนเองเลยคิดดู - - คือ Putumayo ซีรี่ยส์ Acoustic Cafe นี่จริงๆแล้วต้องเป็นมายสเปซลำดับที่81นะคะแต่ดิฉันเอ๋อเองก็เลยนับผิดไปแถมยังลงงานข้ามคอลัมน์ที่80ของซาราบีให้อ่านกันก่อนเล่นๆอีกต่างหาก ดังนั้นแทนที่จะเริ่มต้นปีกับมายสเปซชิ้นที่81อย่างที่ตั้งใจไว้ในตอนแรกคอลัมน์ที่ถูกต้องคือลพดับ82นะคะ ดิฉันผิดไปแล้วค่ะได้โปรดอภัยให้ด้วย หึหึหึ&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;เพื่อเป็นการชดใช้ความผิดมายสเปซรับต้นปีนี้ก็เลยขอหยิบรีเควสต์ที่ดองไว้อย่างยาวนานจากคุณน้อง Arty Cole มาเขียนถึงแบบแพ็คคู่ซะเลย โดยอัลบั้มที่หยิบมาเขียนสั้นๆเป็นงานสตูดิโออัลบั้มล่าสุดจากกลุ่มสาวเปรี้ยว Brown Eyed Girls และงานจาก9ดาวจรัสฟ้า "โซนยอชีแด" (SNSD) หรือที่รู้จักกันดีในอีกนามเก๋ๆว่า Girls' Generation นั่นเอง - - ไม่ใช่อะไรหรอกค่ะเพราะส่วนตัวดิฉันไม่ค่อยจะอินังขังขอบกับพวกเกิร์ลกรุ๊ปเกาหลีซะเท่าไรถ้าไม่เขียนแบบรวบหัวรวบหางเอาซะอีตอนนี้ก็คงจะได้หยิบวงผู้ชายมาสาธยายยาวยืดอีกเป็นแน่แท้...สู้กลั้นใจเพื่อน้องๆที่เขารีเควสต์รีวิวของพวกเกิร์ลกรุ๊ปสักครั้งเพื่อเป็นของขวัญรับวันปีใหม่หลังจากที่อะฮั๊นเองก็ดองมายาวยืดจวบจนเปลี่ยนศักราชใหม่ แนสทิน่าเห็นแบบนี้นี่รักคนอ่านนะคะถึงขนาดยอมทิ้งความสุขกับพวกหนุ่มๆบอยแบนด์ชั่วครู่เลยทีเดียว หึหึหึ&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;แต่เหตุผลในเนื้อผ้ามันมีมากกว่านั้นค่ะ เพราะเริ่มต้นปีมาเราก็อยากจะเขียนงานเพราะๆ ใสๆ สนุกๆฟังง่ายๆบ้างอ่ะเนอะ แล้ววินาทีนี้คงไม่มีงานของเกิร์ลกรุ๊ปวงไหนที่จะตรงคอนเส็ปท์กับการเริ่มต้นปีที่สดใสมากไปกว่างานของพวกสาวๆ SNSD อีกแล้วกับ The Boys สตูดิโออัลบั้มชุดที่สาม - - เราพูดถึงอัลบั้มเต็มไม่ใช่มินิอัลบั้มหรืออีพีนะคะ - - ที่ภาพรวมเป็นงานอิเล็คโทรพ็อพเต้นรำสนุกสดใสสไตล์ Girls Generation ที่ยังคงแฝงจริตจก้านของเพศหญิงที่เหลือร้ายไว้ภายใต้ภาพลักษณ์สดใส (งวดนี้ไม่แบ๊วแล้ว) อันเป็นเครื่องหมายการค้าทางดนตรีและภาพลักษณ์ของพวกเธอ เนื้องานโดยรวมสำหรับดิฉันคิดว่าค่อนข้างจะดร็อปลงกว่าใน Oh! ชุดก่อนหน้านี้ที่ค่อนข้างจะออกแนวเสือซ่อนเล็บ - - ภายใต้ความสดใสแต่เพลงพวกเธอกรี๊ดกร๊าดสตรอเบอร์รี่กันสุดฤทธิ์ ฟังแล้วสะใจดี!!! - - แถมยังเป็นการพิสูจน์ตัวเองที่ดีในฐานะพ็อพไอค่อนที่ทำดนตรีคุณภาพทีเดียว มาที่งานชุดนี้ภาคดนตรีและความเนียนในเอกภาพพัฒนาไปอีกระดับ (ที่สำคัญเพราะมากๆติดหูมากๆ) แต่เมื่อเทียบกับอัลบั้มก่อนหน้านี้แถบจะไม่มีอะไรโดดเด่นจัดจ้านจนต้องร้องอู้หูอ้าหาแต่ประการใด ยกเว้น ไทเทิ่ลแทร็คอย่าง The Boys ที่ขยับเข้าสู่สูตรสำเร็จของภาคดนตรีที่เอาไว้สำหรับ "ผู้จะโกอินเตอร์" ได้ค่อนข้างดีทีเดียว ตัวเพลงขยับเข้าไปหาความเป็นเออร์บันมากขึ้นจากบีทอาร์แอนด์บีฮิพฮอพภายใต้ดนตรีพ็อพเต้นรำสนุกๆและท่อนคอรัสแบบเชียร์ลีดเดอร์ฟังแล้วคิดถึง Hollaback Girl ของเกว็น สเทฟานี่ไม่น้อย เพลงอื่นๆส่วนมากก็เป็นเพลงที่ดีตามมาตรฐานของพวกเกิร์ลเจนคือเคพ็อพที่เน้นดนตรีเต้นรำจังหวพสนุกๆเป็นพวกทีนพ็อพบับเบิ้ลกัมในบางเพลงรวมถึงบัลลาดสูตรสำเร็จเจืออาร์แอนด์บีเพราะๆที่พวกเธอชอบทำ แทร็คอื่นที่ประทับใจจริงๆก็มี Telepathy และ Trick เป็นงานเต้นรำที่มีกลิ่นของยูโรบีทชวนให้นึกถึงอัลบั้ม X ของไคลี่ย์ มิโน้ก&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;อีกหนึ่งอัลบั้มที่นำมาเขียนปีนี้นอกจากความสดใสแบบด้านบนแล้วเรายังต้องการความ "ทรงศักดิ์" ให้สมกับเป็นปีมังกรผงาด ศิลปินเกิร์ลกรุ๊ปที่มาวินคงหนีไม่พ้น Brown Eyed Girls กับอัลบั้ม Sixth Sense ที่ต้องขอบคุณคุณน้อง Arty Cole ที่อุตส่าห์แนะนำงานดีๆชุดนี้ให้ อย่าหาว่าหยาบคายเลยค่ะท่านผู้อ่าน "เพลงของ4หล่อนนี้ช่างร่านนนนนนนนนนนนนนนนนนน สะเด็ดสะเด่าคันคะเยอยิกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆฟังแล้วดิฉันถึงกับธาตุจะแตกแถบจะลงไปดิ้นเร่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆชักตายที่พื้น" - - งานของพวกหล่อนคือสวรรค์ของกะเทยแท้ๆคันเฟิร์ม - - แม้ในข้อครหาที่ว่าพวกเธอนั้นก็อป Pussycat Dolls มาซึ่งอันนี้จริงไม่จริงไม่รู้ ถามความเห็นคนฟังเพลงสากลแบบดิฉันว่ามีความเป็นPCDในงานดนตรีพวกเธอมั้ย? ก็คงต้องตอบว่าบานเบอะนับคะแนนกันไม่ทันทีเดียว แต่ก็เอาน่า!!! มีไม่มากนะที่จะหาศิลปินเกิร์ลกรุ๊ปที่ทำดนตรีได้แรงระดับนี้ เพลงของพวกเธอนอกจากพ็อพ เต้นรำ อาร์แอนด์บีและอิเล็คโทรนิคแล้วยังมีรสชาติที่จขัดจ้านดุเด็ดเผ็ดมันส์เหลือหลายไม่ว่าจะเป็นอาร์แอนด์บีฮิพฮอพฟั้งค์กี้ย์เน้นย้ำ เครื่องเป่าโซลทรงพลังพร้อมด้วยลีลาการขับขานด้วยน้ำเสียงโหยหวน - - แบบนิโคล PCD เลยทีเดียว เหอๆๆๆ - - ตบด้วยบรรยากาศแบบคาบาเร่ต์ประหนึ่งเปิดคาร์นิวัลบนเวทีสุดอลังการ ไม่เชื่อฟัง Swing It Shorty,Sixth Sense,CountdownและVendettaได้ มาที่ Hot Shot นี่สะเด็ดสะเด่าบนดนตรีเต้นรำแบบละทินซัลช่าสุดร้อนแรง La Boheme ก็เป็นงานมิดเทมโพพ็อพอาร์แอนด์บีสดใสสุดไพเราะ (เปลี่ยนคอนเส็ปท์เร็วกันดี) &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;2วงนี้ก็คงต้องยกให้เป็นวงเกิร์ลกรุ๊ปจากฝากเกาหลีที่เรียกได้ว่า "เอาชนะใจ" แนสทิน่าคนนี้ได้...เพราะก่อนหน้านี้คิดว่ามีแต่บอยแบนด์เท่านั้นที่น่ารักน่าคบ แต่พอเจออิทธิฤทธิ์ความไม่ธรรมดาสามัญของพวดเธอทั้งสองวงเข้าไปแล้ว....วู๊ยยยยย หลอนหัวจริงๆ!!! Happy New Year ค่ะ&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3545973934633776295-4013669774560463604?l=spunkydracula.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://spunkydracula.blogspot.com/feeds/4013669774560463604/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://spunkydracula.blogspot.com/2011/12/begsnsd-myspace82.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3545973934633776295/posts/default/4013669774560463604'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3545973934633776295/posts/default/4013669774560463604'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://spunkydracula.blogspot.com/2011/12/begsnsd-myspace82.html' title='B.E.G+SNSD (Myspace#82)'/><author><name>Da Nastina</name><uri>http://www.blogger.com/profile/03330892158102476960</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_MoZwobnG2nE/Sljyy5PWHPI/AAAAAAAAAGw/Dd3faFSjc2M/S220/1.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/-lYNWqp6SZ7s/TwFaIRTxxyI/AAAAAAAAAqg/WlUh0L4YyZA/s72-c/1.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3545973934633776295.post-5472613302091382592</id><published>2011-12-19T01:01:00.000-08:00</published><updated>2011-12-19T01:57:54.024-08:00</updated><title type='text'>Serabee : Serabee EP (2009) (Myspace#80)</title><content type='html'>&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/-5Lg3RshUKWo/Tu7_iCV90qI/AAAAAAAAAqI/1UylMe4qfhA/s1600/1.jpg"&gt;&lt;img style="TEXT-ALIGN: center; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; DISPLAY: block; HEIGHT: 320px; CURSOR: hand" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5687764339625153186" border="0" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/-5Lg3RshUKWo/Tu7_iCV90qI/AAAAAAAAAqI/1UylMe4qfhA/s320/1.jpg" /&gt;&lt;/a&gt; Serabee : Serabee EP (2009) : Pop/R&amp;amp;B/Soul/Funk/Blues Rock (90%)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับมายสเปซครั้งที่80 - - ต๊ายยยย!!!! นี่ดิฉันนั่งเขียนคอลัมน์นี้มา80ครั้งแล้วเหรอนี่??? - - ดิฉันขออนุญาติถือโอกาส เอ๊ย ฤกษ์ดีนี้เขียนถึงศิลปินจากรายการ The Voice อีกท่านก็แล้วกันนะคะ (อย่าเพิ่งด่า!!!) คือคนนี้นี่เป็นอะไรที่แบบไม่เขียนถึงไม่ได้จะโกรธตัวเองมากเพราะว่าเธอเป็นผู้เข้าแข่งขันที่ดิฉันชอบที่สุดในรายการนี้ "Serabee"(เซร่า บูราส) หรือนามกรตามกำเนิดว่า "ซาร่าห์ แอล. บูราส" ผู้เข้าประกวดในทีมของโค้ชสุดหล่อ "เบลค เชลทัน" ก่อนที่จะถูกคัดออกในรอบแบทเทิ่ลที่พ่ายให้แก่ยัย "เดีย แฟรมป์ทัน" รองอันดับหนึ่งม้ามืดประจำรายการซึ่งสร้างความทุรนทุรายในใจให้แก่ดิฉันเป็นบาดแผลลึกเลยทีเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความรู้สึกที่ดิฉันมีต่อ "เซราบี" คงจะเป็นอะไรที่เรียกได้ใกล้ๆกับคำเลี่ยนๆประเภท Love At First Sight อะไรทำนองนั้น นับตั้งแต่วินาทีที่ได้ฟัง Son Of A Preacher Man คัฟเว่อร์จากดัสที่ย์ สพริงฟิลด์ที่นำมาปัดฝุ่นเป็นงานบลูส์โซลสุดอลังการที่อุทิศให้แก่จิตวิญญาณของดนตรีโซลและอาร์แอนด์บีพร้อมด้วยศิลปินระดับบรมครูช่วงยุคโมทาวน์จากพลังเสียงดิบกร้าวหฤโหดทรงพลังแบบบลูส์โซลแท้ๆที่ฟังแล้วถึงกับดีดนิ้วเลยว่า "You've Got Soul...You've Got My Heart!!!...This Girl Is My The Voice" น่าแปลกที่การสื่อสารกันผ่านทางดนตรีเพียงไม่กี่วินาทีจิตวิญญาณของดิฉันก็สามารถคลิ๊กกับเธอคนนี้ได้ในแบบเดียวกับที่เคยเกิดกับพวกคริสทิน่า อากิเลร่า,มารายห์ แครี่ย์ และ มาดอนน่า เป็นต้น...ถึงแม้ว่าจะไปได้ไม่ถึงรอบไลฟ์โชว์อย่างที่หวังไว้แต่เธอก็ได้ใจเราไปเต็มๆนะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในโอกาสส่งท้ายปีมายสเปซครั้งที่80นี้คิดว่าคงจะไม่มีศิลปินท่านใดรวมถึงอัลบั้มชุดไหนที่จะเหมาะสมต่อการเป็นตัวแทนที่ดีในการขึ้นต้นเลข8ของคอลัมน์นี้และเป็นตัวแทนของชีวิตใหม่ทางดนตรีที่กำลังจะเริ่มต้นอีกครั้งในปีหน้าได้เท่ากับงานอีพีภายใต้ชื่อเดียวกันของเธอในปี 2009 ภายใต้ภาคดนตรีอาร์แอนด์บีโซลเข้มข้นเจือพ็อพประปรายพอกระสากลิ่นเชือดเฉือนบนความเป็นบลูส์และร็อคดิบเกรี้ยวกราดชนะใจ รื่นเริงบนท่วงทำนองของดนตรีฟั้งค์ผิวสีรวมถึงเต็มเปี่ยมบนจิตวิญญาณความเป็นโซลที่อุทิศให้แก่วัฒนธรรมโมทาวน์ยุค60ชนิดที่คืนเอาบรรยากาศอันหอมหวานเหล่านั้นคืนสู่โลกดนตรียุคร่วมสมัยได้อย่างเฉียบขาดทีเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในส่วนของ Extended Play ชุดนี้มี6เพลงแต่ส่วนตัวถูกใจมากๆก็4เพลง เริ่มต้นที่ Down To Earth เป็นงานมิดเทมโพพ็อพอาร์แอนด์บีบัลลาดละเมียดละไมและเมนทสตรีมที่สุดในอัลบั้มนี้แล้วอารมณืประมาณบัลลาดสูตรสำเร็จในยุคหลังๆของมารายห์ แครี่ย์ยันเพลงในอัลบั้มแรกของเลโอน่า ลูอิสนั่นแหละ มาที่ Driving Me Stupid เพลงเก่งของอัลบั้มเป็นงานพ็อพโซลร่วมสมัยที่โดดเด่นด้วยการผสานกีตาร์ฟั้งค์ร็อคเท่ห์ๆ เวิลด์และกลิ่นอายบลูส์เจือจาง จะว่าไปก็เอาไปเทียบกับพวกโซลร็อคแบบที่จอส สโทนชอบทำในช่วงตั้งแต่อัลบั้มที่3ลงมาก็ได้นะอารมณ์เข้าใจยากไปนิดแต่ยุคนี้หาแบบนี้ไม่ค่อยได้แล้วนะ The Rest Of Me เปิดตัวมาเป็นพ็อพอาร์แอนด์บีบัลลาดแบบอดัลท์คอนเทมโพรารีย์นึกว่าจะสูตรสำเร็จที่ไหนได้ดันบ้าพลังขยับไปเล่นกับเร็กเก้ในช่วงคอรัสก่อนจะกลายร่างเป็นโซลในช่วงท้ายเพลง เรียบเรียงดนตรีได้น่าสนใจดี ปิดด้วย Different World ฟั้งค์โซลที่ภาคเนื้อหาอุทิศให้แก่วัฒนธรรมโมทาวน์หมดใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท้ายที่สุดไม่รู้จะพูดอะไรดีเอาเป็นว่ายิ่งฟังยิ่งรัก สำหรับคนที่ไม่ใช่คอเออร์บันหรือไม่ได้ติดตามโซลยุค60มากนักช่วงแรกๆอาจจะงงกับการผสมผสานของเธอที่ดูจะติ๊สท์แตกออกแนว Abstract ไปนิดเหมือนกับเป็นงานเขียนที่สะบัดลวดลายบนผืนผ้าด้วยดนตรีมากกว่าแต่ไม่มีศิลปะชิ้นใดจะถูกสร้างให้ล้ำเลอค่าได้บนกระดาษขาวนะคะ...เช่นเดียวกับดนตรีถ้าไม่มีความเสี่ยง ถ้าไม่มีสีสันมันก็ไม่มีจิตวิญญาณใดเหลือไว้ให้สัมผัสน่ะสิ!!!&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3545973934633776295-5472613302091382592?l=spunkydracula.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://spunkydracula.blogspot.com/feeds/5472613302091382592/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://spunkydracula.blogspot.com/2011/12/serabee-serabee-ep-2009-myspace80.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3545973934633776295/posts/default/5472613302091382592'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3545973934633776295/posts/default/5472613302091382592'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://spunkydracula.blogspot.com/2011/12/serabee-serabee-ep-2009-myspace80.html' title='Serabee : Serabee EP (2009) (Myspace#80)'/><author><name>Da Nastina</name><uri>http://www.blogger.com/profile/03330892158102476960</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_MoZwobnG2nE/Sljyy5PWHPI/AAAAAAAAAGw/Dd3faFSjc2M/S220/1.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/-5Lg3RshUKWo/Tu7_iCV90qI/AAAAAAAAAqI/1UylMe4qfhA/s72-c/1.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3545973934633776295.post-473623952838755911</id><published>2011-12-19T00:16:00.000-08:00</published><updated>2011-12-22T00:13:25.441-08:00</updated><title type='text'>Putumayo : Acoustic Cafe (Myspace#81)</title><content type='html'>&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/-LFgS19KbIKM/Tu7zAJwsHbI/AAAAAAAAAp8/gcaNpNLWaYU/s1600/1.jpg"&gt;&lt;img style="TEXT-ALIGN: center; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; DISPLAY: block; HEIGHT: 320px; CURSOR: hand" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5687750563361201586" border="0" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/-LFgS19KbIKM/Tu7zAJwsHbI/AAAAAAAAAp8/gcaNpNLWaYU/s320/1.jpg" /&gt;&lt;/a&gt; Putumayo : Acoustic Cafe : Country/Folk/Blues/Americana (100%)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จริงๆแล้วอยากจะเขียนถึงอัลบั้มคริสมาสต์มากกว่ายิ่งล่าสุดทาง Putumayo - - อ๋อ!!!! ค่ายดนตรีเวิลด์มิวสิคที่น่ารักเก๋ไก๋อบอุ่นที่สุดในโลกค่ะขอยืนยัน - - เพิ่งรีรีสซีรี่ยส์ A Celtic Christmas ออกมาแต่ด้วยความที่มัน "ใหม่" ม๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกจนไม่รู้จะไปหาฟังจากไหนน่ะสิเจ้าคะ ว่าแล้วก็เลยขอสับรางมาเขียนถึง Acoustic Cafe ซีรี่ยส์ก่อนหน้าเมื่อไม่นานนี้เอง....เป็นงานเขียนส่งท้ายปีให้ค่ายเพลงสุดที่รักก็แล้วกัน (ปีนี้ไม่ได้เขียนถึงงานจากค่ายนี้ให้มากเท่าที่ตั้งใจไว้เลยค่ะ ปีหน้าเอาใหม่เนอะ!!!)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับ Acoustic Cafe นี่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการผสานเอาความสำเร็จที่ล้นหลามระหว่างซีรี่ยส์จำพวก Acoustic และอีกสารพัดบรรดาตระกูล Cafe ทั้งหลายจากทางเข้าไว้ด้วยกันในคอนเส็ปท์ "งานดนตรีฟังชิลล์ๆนุ่มนวลแต่เปี่ยมด้วยความไพเราะและหีบห่อของรสนิยมอันดีที่จะสามารถเปิดคลอตามพวกคาเฟ่หรือภัตราคารได้" เอาจริงๆตอนแรกดิฉันคาดว่าซีรี่ยส์นี้จะเป็นงานจำพวกอคูสติคพ็อพโฟล์คหวานๆพริ้งๆมากกว่าแต่ผลที่ได้กลับเป็นงานคันทรี่ย์โฟล์คจ๋าจัดจ้านด้วยกลิ่นอายบลูส์เข้มๆและอเมริกาน่าหอมหวลซะจนน่าจะตั้งไทเทิ่ลใหม่ว่า The Odyssey Of American's Country Music ซะมากกว่า - - แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาค่ะเนื่องด้วยเพลงในอัลบั้มนี้เพราะมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆถึงมากที่สุดฟังได้เพลิดเพลินประหนึ่งงาน Best Selection ชั้นสูงจากฝากดนตรีคันทรี่ย์....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...ที่สำคัญที่สุดเป็นซีรี่ยส์ที่ดิฉันขอบอกว่า "ไพเราะที่สุด" เท่าที่เคยฟังมาในบรรดาซีรี่ยส์ทั้งหมดของ Putumayo กว่า60ชุดได้&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3545973934633776295-473623952838755911?l=spunkydracula.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://spunkydracula.blogspot.com/feeds/473623952838755911/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://spunkydracula.blogspot.com/2011/12/putumayo-acoustic-cafe-myspace79.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3545973934633776295/posts/default/473623952838755911'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3545973934633776295/posts/default/473623952838755911'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://spunkydracula.blogspot.com/2011/12/putumayo-acoustic-cafe-myspace79.html' title='Putumayo : Acoustic Cafe (Myspace#81)'/><author><name>Da Nastina</name><uri>http://www.blogger.com/profile/03330892158102476960</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_MoZwobnG2nE/Sljyy5PWHPI/AAAAAAAAAGw/Dd3faFSjc2M/S220/1.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/-LFgS19KbIKM/Tu7zAJwsHbI/AAAAAAAAAp8/gcaNpNLWaYU/s72-c/1.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3545973934633776295.post-1077669733993301499</id><published>2011-12-17T02:31:00.000-08:00</published><updated>2011-12-17T03:50:55.952-08:00</updated><title type='text'>Tarralyn Ramsey : Beyond The Darkness (Myspace#79)</title><content type='html'>&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/-ylKmYXW2vLY/TuxxOg3GWWI/AAAAAAAAApw/uZ3b5xtk-vM/s1600/1.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5687044923615238498" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 320px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/-ylKmYXW2vLY/TuxxOg3GWWI/AAAAAAAAApw/uZ3b5xtk-vM/s320/1.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;Tarralyn Ramsey : Beyond The Darkness : Gospel (94%)&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;สัปดาห์หน้าเทศกาลคริสมาสต์ที่ดิฉันรอคอยก็กำลังจะมาถึงแล้ว จะว่าไปแล้วจากประสบการณ์ที่หายใจบนโลกมา24ปีนี่สำหรับดิฉันช่วงปลายปีนี่ก็ต้องนับว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดของชีวิตในแต่ละปีจริงๆไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่ได้เห็นการตกแต่งสวยๆงามๆตามสถานที่ต่างๆรวมถึงบรรยากาศที่เปี่ยมไปด้วยความสุขในทุกหนทุกแห่งคือคนรอบข้างก็ดูเหมือนกับว่าจะเครียดน้อยลงด้วยนะหลังจากที่ต้องฟันฝ่ามรสุมสาหัสสากรรจ์มาตลอดทั้งปี ในช่วงปลายปีนี้ถ้าถามดิฉันว่า"ขลุก"อยู่กับดนตรีแนวไหนมากที่สุด? ตอบได้ไม่ยากเลยว่าที่เคียงคู่มากับพวกเพลงคริสมาสต์นี่ก็ต้องเป็นเพลงสวดสรรเสริญพระผู้เป็นเจ้าจำพวก "กอสเพล" แน่นอนและมายสเปซครั้งที่79นี้เราขอหยิบอัลบั้มกอสเพลที่ดิฉันประทับใจที่สุดในปลายปีนี้มาแนะนำท่านผู้อ่านนะคะ ขอให้มีคริสมาสต์และปีใหม่ที่ดีทุกๆท่านค่ะ ^ ^&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;อัลบั้มที่ว่าคือ Beyond The Darkness สตูดิโออัลบั้มในปี2009จาก "ทาราลีน แรมซี่ย์" ที่เชื่อว่าคนส่วนใหญ่จะรู้จักเธอเมื่อไม่นานมานี้จากการเป็นหนึ่งใน32ผู้เข้าแข่งขันรายการ The Voice โดยเป็นสมาชิกทีมท่านแรกของ "คริสทิน่า อากิเลร่า"&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;จากตอนแรกที่ดิฉันเข้าใจว่าเธอคนนี้เป็นศิลปินจำพวก "นักล่าฝัน" ที่เดินสายประกวดตามรายการต่างๆเพื่อที่จะเซ็นสัญญาออกอัลบั้ม...แต่นั่นเป็นความเข้าใจผิดชนิดไปกันไกลเลยทีเดียวเพราะจริงๆแล้วเธอคนนี้เคยออกอัลบั้มกอสเพลมาตั้งแต่ปี 2000 เรียกได้ว่าเปิดตัวในวงการดนตรีในช่วงเวลาไล่เลี่ยกับคุณโค้ชติ๊นาเลยทีเดียวแถมยังเป็นผู้ชนะรายการ VH1 Born To Diva คว้าสัญญาออกอัลบั้มจากอดีตสามีเก่าของคุณนายมารายห์ แครีย์อย่าง "ทอมมี่ ม็อทโทล่า" ภายใต้ชายคาของคาซาบลังก้า ยูนิเวอร์แซลค่ายเดียวกันกับสาวซ่า "ลินด์เซย์ โลฮาน"ในช่วงออกงานชุดแรกนั่นแล &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;และ Beyond The Darkness อัลบั้มดนตรีสรรเสริญพระเจ้าที่เข้มข้นบนความเป็นโซลและอาร์แอนด์บีปะทะกับดนตรีกอสเพลจำพวกคอนเทมโพลารีย์คริสเตียนนี้ก็เป็นสตูดิโฮอัลบั้มล่าสุดก่อนที่เธอจะไปปรากฏตัวในรายการ The Voice ซึ่งทำให้ดิฉันสงสัยเหลือเกินว่าศิลปินที่มีพลังเสียงระดับเธอ - - คิดถึงเสียงอาร์แอนด์บีเข้มๆสมูธๆแบบวิทนี่ย์ ฮุสทันที่มีเทคนิคในการร้องเพลงที่แพรวพราวทั้งอิมโพรไวซ์ แอดลิบ เชสโทน เฮดโทนยันวิสเทิลประหนึ่งมารายห์ แครี่ย์บนภาคดนตรีแบบโยลันด้า อดัมส์และความทรงพลังดุดันแบบบียอนเซ่ คริสทิน่า อากิเลร่ายันเจ้าป้าคชสารนยุทธหัตถีรุ่นเฮฟวี่เวทอย่างอรีธ่า แฟรงคลิน - - จะมาออกรายการประเภทนักล่าฝันที่แถบจะโนเนมแบบนี้ทำไม? (หรืออาจจะจริงที่โดนเขาจ้างมาประกวด)&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ในส่วนของเพลงที่อยากจะแนะนำให้ฟังนี่จริงๆแล้วก็อยากจะให้ฟังยกอัลบั้มไปเลยนะคะนอกจากภาคเนือ้หาและการนำเสนอบนวัฒนธรรมกอสเพลก็มี "การใช้เสียง" ของเธอนี่แหละที่มีลูกเล่นน่าสนใจ เรนจ์เสียงกว้างและดิบดุสุดๆแบบโซลแท้ๆชนิดที่ศิลปินโซลอาร์แอนด์บีที่คร่ำหวอดในวงการมานานหลายๆท่านรวมถึงที่มีชื่อเสียงอย่างล้นหลามในขณะนี้ได้ฟังแล้วต้องสะดุ้งแล้วกัน แต่ถ้าต้องการให้แซมเพิ่ลเล็กๆน้อยๆดิฉันก็ขอจัดให้กรุบกริบ...เปิดอัลบั้มมากับ God Handle It นี่เป็นฟั้งค์ร็อคสไตล์ทิน่า เทอร์เนอร์นำควบคู่กับโพรแกรมมิ่งเสียงสังเคราะห์ปะทะกับเสียงประสานกอสเพลที่ให้อารมณ์ดนตรีโซลช่วงยุค70เข้าใจยากไปนิดแต่ก็เจ๋งทีเดียว แทร็คถัดไป I'll Take Your Trouble สลับจากอารมณ์บ้าพลังดุเดือดในเพลงแรกมาเป็นกอสเพลบัลลาดเรียบง่ายกับที่ร้องคลอไปกับกีตาร์อคูสติค โพรแกรมมิ่งเสียงสังเคราะห์และการร้องกึ่งๆอะแค็พเพลล่าประสานไปกับลูกเล่นของการนำเสนอดนตรีสวดแบบ Chant สุดยอดมากๆ ต่อด้วยอดัลท์คอนเทมโพลารีย์ใน Glory And Honor ที่เข้ากับบรรยากาศแห่งความรื่นเริงในช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองคริสมาสต์เสี่ยนี่กระไร Ain't Nobody Like Him กับ Sanctuary Of Praise เป็นอัพเทมโปที่ชวนให้นึกถึงยุคบุกเบิกของวิทนี่ย์ ฮุสทันไม่น้อยพวกเพลงเต้นรำที่ได้รับอิทธิพลมาจากดนตรีโซล อาร์แอนด์บีและดิสโก้แบบที่ศิลปินผิวสีในยุค70ชอบทำนั่นแหละ Feel Your Presence Again นี่เป็นแทร็คมาสเตอร์พีซของอัลบั้มโดยแท้ งานคอนเทมโพลารีย์อาร์แอนด์บีผสานอารมณ์โซลฟูลไควเอทสตอร์มพลิ้วๆบนวัฒนธรรมของเพียโนบัลลาดก่อนจะสลับไปเป็นกอสเพลเต็มตัวบนธรรมเนียมของความเป็นคอนเทมโพลารีย์คริสเตียนมิวสิคแท้ๆทรงพลังมากๆ&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ท้ายที่สุดใครได้ฟังงานของเธอแล้วคงจะคิดเหมือนกันว่า...ศิลปินระดับนี้ไม่ต้องการ "คริสทิน่า อากิเลร่า" มาเป็นโค้ชให้หรอก (ก็ร้องดีกว่าตัวนางติ๊นาเองตั้งเยอะ) &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3545973934633776295-1077669733993301499?l=spunkydracula.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://spunkydracula.blogspot.com/feeds/1077669733993301499/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://spunkydracula.blogspot.com/2011/12/tarralyn-ramsey-beyond-darkness.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3545973934633776295/posts/default/1077669733993301499'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3545973934633776295/posts/default/1077669733993301499'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://spunkydracula.blogspot.com/2011/12/tarralyn-ramsey-beyond-darkness.html' title='Tarralyn Ramsey : Beyond The Darkness (Myspace#79)'/><author><name>Da Nastina</name><uri>http://www.blogger.com/profile/03330892158102476960</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_MoZwobnG2nE/Sljyy5PWHPI/AAAAAAAAAGw/Dd3faFSjc2M/S220/1.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/-ylKmYXW2vLY/TuxxOg3GWWI/AAAAAAAAApw/uZ3b5xtk-vM/s72-c/1.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3545973934633776295.post-339897722342385182</id><published>2011-12-15T03:22:00.000-08:00</published><updated>2011-12-15T04:35:45.424-08:00</updated><title type='text'>Super Junior : Mr.Simple (Myspace#78)</title><content type='html'>&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/-Kr7tX3CpPAg/TunZTiPWIII/AAAAAAAAApk/4jUxhmcBe4k/s1600/1.jpg"&gt;&lt;img style="TEXT-ALIGN: center; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 308px; DISPLAY: block; HEIGHT: 300px; CURSOR: hand" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5686314934163873922" border="0" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/-Kr7tX3CpPAg/TunZTiPWIII/AAAAAAAAApk/4jUxhmcBe4k/s320/1.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;Super Junior : Mr.Simple : Electro Pop/Dance-Pop/Synth Pop/R&amp;amp;B (72%)&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;คนโบราณท่านเคยว่าไว้ว่าอย่าได้ดูถูก "คำสอน สุภาษิตหรือสำนวน" โบราณเพราะว่าสิ่งเหล่านั้นมักจะถูกกลั่นกรองมาจากสภาพการณ์ที่เป็นจริงเสมอ วันนี้แนสทิน่าและมายสเปซขอนำเสนอคำว่า "ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง" ซึ่งหมายถึงพฤติกรรมของบุคคลที่ชอบด่ากราดใส่ชาวบ้านสาดเสียเทเสียไม่แคร์หน้าอินทร์หน้าพรหมและหัวหงอกหัวดำสะใจแล้วเธอก็จากไป....โดยหาได้ย้อนดูตัวเองไม่ว่าที่พ่นๆออกมานี่ "เข้าตัวเอง" ทั้งนั้น เช่นเดียวกับดิฉันที่ก่อนหน้านี้ไม่ค่อยจะลงรอยกับคนที่มีรสนิยมชอบเพลงเกาหลีเพราะคิดว่า "ปัญญาอ่อน!!! ไม่เก๋ ไม่เท่ห์ แบบว่าไม่อินเทอร์ ไม่ดัดจริตสู้นิยมเพลงฝรั่งมังค่าแบบกูก็มิได้" ไฉนเลยลองฟัง 2PM อัลบั้มเดียวเท่านั้นแหละค่ะ "วงอื่นก็ตามมา!!!" ณ วินาทีนี้เอาช้างทั้งโขลงมาฉุดก็หยุดความเกาหลีของอิฉันมิได้เสียแล้วเจ้าค่า 555&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับงานวิจารณ์ลำดับ3จากฝากศิลปินเกาหลีนี่ "วงแฟนดิฉันเองแหละค่ะ" มายสเปซครั้งที่78นี่ขอแนะนำ Mr.Simple สตูดิโออัลบั้มล่าสุดของ Super Junior โดยก่อนหน้านี้ช่วงเดบิ้วท์วงนี้เป็นบอยแบนด์ที่มีสมาชิกมากมายถึง13ชีวิตด้วยกัน หากแต่หลังจากนั้นก็มีปัญหาระส่ำระส่ายกับ SM Town ต้นสังกัดจนตอนนี้ไม่แน่ใจว่าเหลือ9หรือ10คน บางคนอาจจะด่าว่า "เอ๊ะ!อีนี่นี่มันยังไงไม่หาข้อมูลก่อนที่จะเขียนงาน" ก็อยากจะบอกว่าหาไปก็เท่านั้นแหละค่ะเพราะวงนี้รู้จักอยู่คนเดียวคือ "ซีวอน" หรือที่ดิฉันเรียกพี่เขาว่า "เอ็ดเวิร์ด" เพราะช่างรูปงามควรค่ากับเบลล่าแนสซะนี่กระไร ส่วนสมาชิกท่านอื่นอย่างคิบอม รยอยุคหรือดองเฮนี่รู้จักแต่ชื่อค่ะแต่หน้าเป็นยังไงนี่ "ไม่รู้ว่ะ!!!" เอาง่ายๆขนาดหัวหน้าวงหน้าตาเป็นยังไงดิฉันยังไม่สนใจจะไปค้นหาให้มากความเลย "ไม่ได้คิดจะเป็นแม้แต่แฟนเพลงขาจรวงนี้นี่เจ้าค่ะ!!!" ....แต่เป็นเอลฟ์น้อยๆในอ้อมกอดพี่ซีวอนคนเดียวพอ หึหึหึ น่ะค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในเรื่องของงานเพลงนี่ก็ไม่แน่ใจนะคะว่าใน Mr.Simple นี่พวกเขา "พัฒนา" ขึ้นจากงานก่อนๆรึเปล่าเพราะถ้าจะพูดได้เต็มปากก็คงจะต้องไปตามควานหาทุกงานมาฟังให้ครบก่อนเนอะ แต่ถ้าถามว่าเปลี่ยนแปลงไปจากก่อนหน้านี้รึเปล่าก็คงต้องบอกว่า "เปลี่ยนไปมาก" ทีเดียวถ้าเทียบจากช่วงเดบิ้วท์ใน Twins (Knock Out) หรือ Miracle ที่ออกแนวทีนพ็อพบับเบิ้ลกัมสดใสสมวัยตามแบบฉบับเคพ็อพไอค่อนนี่พอได้มาเจอภาคดนตรีในอัลบั้มล่าสุดนี้พวกเอลฟ์น้อยคงจะตาเหลือกเพราะ แหมมมม๊ พวกพ่อคุณเล่นสะบัดหนีไปอิเล็คโทรนิก้าจ๋าซะขนาดนั้นคือสูตรสำเร็จแบบ SJ เดิมๆนี่ยังอยู่นะคะเพียงแต่ฉาบใหม่บนภาคดนตรีอิเล็คโทรพ็อพเต้นรำผสานซินธิ์พ็อพเสียงสังเคราะห์เฟี้ยวฟ้าวชวนมึนยันเกากระแสเป็นดั๊บสเต็ปพร้อมออโต้จูนกันสนั่นก็มีมาแต่นั่นก็ไม่ได้หมายถึงว่าจะทิ้งอารมณ์เคพ็อพใสๆไปหมด ใน Mr.Simple นี่ยังมีสูตรสำเร็จเดิมๆเอาใจเหล่าเอลฟ์กันอยู่ไม่ว่าจะเป็นในภาคของบัลลาด ส่วนของงานมิดเทมโพใสๆยันอาร์แอนด์บีนิดๆติดบีทฮิพฮอพหน่อยสไตล์ SJ ก็ยังไม่ได้หายไปไหน โดยรวมเป็นงานเคพ็อพที่โอเคนะคะแม้ว่าคนแถวๆนี้จะเสนอมาว่า "ไม่ไหวๆไม่ได้เรื่องเลยเปรียบประดุจขยะออโต้จูน เป็นตัวแทนที่ดีของความตกต่ำกะโหลกกะลาจากค่าย SM" ก็ตามที- - เอลฟ์ไม่ต้องมาด่าดิฉันนะคะ ไปด่าคนพูดโน่นหนูเปล๊า - - แต่เอาเถอะค่ะสำหรับอะฮั๊นวงพี่ซีวอนทำอะไรออกมาก็เห็นดีเห็นงามไปด้วยหมดนั่นแหละ ปิดหูปิดตาไม่รับรู้รับฟังคำวิพาษ์วิจารณ์ใดๆทั้งสิ้น....คนเรานะคะไม่ยืนหยัดข้างคนที่เรารักแล้วจะไปออกตัวให้หมูให้แมวที่ไหนจริงมั้ยคะ นี่คือคุณสมบัติของติ่ง เอ๊ย เอลฟ์ที่ดีค่ะ!!!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มาในส่วนของเพลงเด็ดๆกันบ้าง วู๊ยยยย Mr.Simple เลยค่ะเป็นไทเทิ่ลแทร็คและเป็นซิงเกิ้ลแรกของอัลบั้มด้วยนะคะงานนี้แด๊นซ์กระจายกับดนตรีอิเล็คโทรพ็อพเต้นรำสะบัดด้วยซินธิ์กร่างๆดืดดึ๋งๆติดพั้งค์กลายๆพร้อมด้วยมิติของความร่วมสมัยแบบดั๊บสเต็ป อาร์แอนด์บี ฮิพฮอพและเทคโนออโต้จูนกันกระจายฟังแล้วเห็นหน้าค่าตาลอยมาหมดกับอิทธิพลของทั้งเรดวัน,พิทบุลยันฟลอไรด้า จะว่าไปก็เหมือนกับจับบอยแบนด์มาทำงานสไตล์จัสติน ทิมเบอร์เลคใน Futuresex/Lovesounds อยู่เหมือนกัน ถ้าใครอยากได้ยินจัสตินหรือคริส บราวน์ภาคบอยแบนด์ - - ไม่เกี่ยวกับ N'sync - - นี่เพลงนี้เลยน้อง Opera นี่เล่นซินธิไซเซอร์กันมาชนิดหมดเกาหลีหวีดวหวิวและอวกาศชวนเมามึนมากกกกกกกกกกกกกถ้าไม่ติดว่าพวกตัวเป็นพ็อพไอค่อนจะขอแนะนำให้ไปร่วมงานกับ Ladytron หรือ Goldfrapp ที่อังกฤษก็น่าจะไปได้รุ่งแน่ๆ Be My Girl นี่เหมือนเพลง If U See Amy ในอัลบั้ม Circus ลูกเล่นและการนำเสนอนี่ถอดแบบเดียวกันออกมาเลยทีเดียวก็ฟังได้เพลินๆดีไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่อะไร Walkin' โดดเด่นบนการแซมเพิ่ลสรรพสำเนียงเร็กเก้ช่วงต้นเพลงก่อนจะสลับมาเป็นมิดเทมโพอารืแอนด์บีกึ่งบัลลาดตามสูตร ถ้าวันใดมารายห์ แครี่ย์ทหรือเลโอน่า ลูอิสไปร่วมงานกับเอคอนแล้วให้ SJ มาร้องท่อนคอรัสก็คงจะได้ประมาณนี้แหละค่ะ Storm งานบัลลาดสูตรสำเร็จที่ย้ำว่าวงบอยแบนด์ทุกวงในเกาหลีต้องมีติดอัลบั้มไว้เป็นเกียรติเป็นศรี ใครชอบบัลลาดของพวกบอยแบนด์นี่ฟังเถอะค่ะทำออกมาได้ใกล้เคียงกันทั้งประเทศจริงๆว่าแล้วก็อย่าลืมเอา Memories ไปฟังกันอีกเพลง Good Friends อันนี้นี่เกินความคาดหมายไปเยอะเพราะไม่คาดว่าจะได้มายินงานพ็อพกลิ่นอายโอลด์สคูลสะบัดด้วยกลิ่นอายเครื่องเป่าโซลจ๋าและบิ๊กแบนด์แจ๊ซซ์จาก SJ ประทับใจมากๆ สำหรับแทร็คโปรดรองๆลงมาก็ต้อง Sunflowerกับ Y เป็นงานอาร์แอนด์บีพ็อพจังหวะใสๆน่ารักติดหูเหลือหลายช่างเหมาะแก่การเอาไปประกอบซีรี่ยส์เกาหลีซะนี่กระไร ที่ชอบก็มีแค่นี้แหละเจ้าค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แถมปิดท้ายอีกนิดกับงานรีรีรีสของอัลบั้มนี้ใช้ชื่อว่า A-CHa นะคะสำหรับคนงบเยอะก็ไปซื้อหากันดูเป็นงานเคพ็อพที่สำหรับคนฟัง SJ อาจจะรู้สึกว่าเป็นจุดตกต่ำของวง...แต่กับคนที่ไม่เคยติดตามอัลบั้มของพวกเขามาก่อน จะว่าไป Mr.Simple ก็ไม่เลวร้ายนะ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3545973934633776295-339897722342385182?l=spunkydracula.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://spunkydracula.blogspot.com/feeds/339897722342385182/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://spunkydracula.blogspot.com/2011/12/super-junior-mrsimple-myspace78.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3545973934633776295/posts/default/339897722342385182'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3545973934633776295/posts/default/339897722342385182'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://spunkydracula.blogspot.com/2011/12/super-junior-mrsimple-myspace78.html' title='Super Junior : Mr.Simple (Myspace#78)'/><author><name>Da Nastina</name><uri>http://www.blogger.com/profile/03330892158102476960</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_MoZwobnG2nE/Sljyy5PWHPI/AAAAAAAAAGw/Dd3faFSjc2M/S220/1.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/-Kr7tX3CpPAg/TunZTiPWIII/AAAAAAAAApk/4jUxhmcBe4k/s72-c/1.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3545973934633776295.post-7204220970393033310</id><published>2011-12-13T19:48:00.000-08:00</published><updated>2011-12-13T20:58:26.997-08:00</updated><title type='text'>Rihanna : Talk That Talk : 73%</title><content type='html'>&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/-DnbaGkViq7c/TugcgpPhvfI/AAAAAAAAApY/Z34w3-SnLjQ/s1600/Talk_That_Talk_-_Rihanna.jpg"&gt;&lt;img style="TEXT-ALIGN: center; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 300px; DISPLAY: block; HEIGHT: 300px; CURSOR: hand" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5685825876707622386" border="0" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/-DnbaGkViq7c/TugcgpPhvfI/AAAAAAAAApY/Z34w3-SnLjQ/s320/Talk_That_Talk_-_Rihanna.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;Rihanna : Talk That Talk : 73%&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;หลังจากที่หลีกทางให้คุณนายโรบินห่านสาวกตัวแม่ขึ้นหิ้งหนึ่งเดียวของริฮานน่าประจำบอร์ดเพื่อนซี้ของดิฉันเขียนวิจารณ์งานของศิลปินสุดรักให้หนำใจไปก่อนเดือนนึงเต็มๆเนื่องด้วยดิฉันติดสถานการณ์ "น้ำท่วม" ด้วยความทุรนทุรายอย่างหนักในช่วงนั้นที่อยากจะหาอัลบั้มนี้มาฟังมากกกกกกกกกกกกกกกก (กว่าจะได้ว่าฟังก็ปาไปต้นเดือนธันวาคม ไม่เท่ห์เลย!!!) แถมยังอยากจะเขียนรีวิวอัลบั้มนี้ใจจะขาดรอนๆด้วยความที่เป็นหนึ่งในอัลบั้มของศิลปินหญิงที่จ้องอยากจะฟังมากที่สุดชุดหนึ่งของปีนี้ไม่แพ้ Femme Fatale,Love?หรือ Born This Way เลยทีเดียว ซึ่งวิกฤติที่ผ่านมาเดือนกว่านั้นวันนี้ดิฉันขอพลิกให้มันกลับเป็นโอกาสนะคะเพราะตลอดเวลาที่ฟังงานชุดนี้มาตลอดได้เก็บรายละเอียดมากขึ้นและเห็นภาพรวมทุกด้านของตัวงานกว้างและลึกขึ้น...จนจากตอนแรกที่บอกว่า "เฉยๆ" กับอัลบั้มนี้ตอนนี้เริ่มจะไม่เฉยซะแล้ว&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;รูปแบบดนตรี&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ก่อนหน้านี้กับอัลบั้ม Loud ที่แม้ว่าส่วนตัวจะประทับใจมากกับ3ซิงเกิ้ลที่ดาหน้าขึ้นอันดับหนึ่งไป - - Only Girl In The World,What's My Name? และ S&amp;amp;M (ไม่นับ The Way You Lie) - - แต่ส่วนตัวกลับไม่ค่อยปลื้มภาพรวมของตัวงานเท่าไรที่มาแนว Good Girl Gone Bad ภาคสองอย่างโฉ่งฉ่างและเห็นได้ชัดเจนน่าเกลียดแถมชั้นเชิงและพลังในตัวงานยังไม่น่าปลื้มด้วยนะเออ มาที่ Talk That Talk สตูดิโออัลบั้มลำดับ6นี้นับว่าเป็นอีกครั้งหลังจาก Rated R ที่ได้เห็นก้าวกระโดดและพัฒนาการทางดนตรีของริฮานน่าที่ขยับขึ้นสูงไปอีกขั้นกับภาคดนตรีที่จุดศูนย์กลางทั้งหมดเอาจริงๆแล้วดิฉันรู้สึกว่า "ไม่ค่อยจะชี้ชัด" สักเท่าไรว่าสัดส่วนของเออร์บันกับอิเล็คโทรนิคอะไรมันจะเด็ดขาดจัดจ้านกว่ากันฟังแล้วเหมือนกับว่าเป็นการจับเอาแนวดนตรีสองอย่างนี้มาสู้ยื้อกันไปลากกันมามากกว่าบนสูตรสำเร็จทางดนตรี "พ็อพ" ของริฮานน่าในช่วงหลังที่โดดเด่นบนจังหวะของดนตรีเต้นรำสนุกๆแรงๆและอาร์แอนด์บีตามสมัยนิยม เพียงแต่ความเป็น "พ็อพ" ในตัวงานของเอในครั้งนี้ไม่ได้ออกมาฉาบฉวยและทำกะฟันยอดขายโต้งๆแบบ Good Girl Gone Bad หรือ Loud ด้วยส่วนผสมของภาคดนตรีหลากหลายล้านแปดที่กลมกลืนบูรณาการกันเข้าอย่างลงตัวตั้งแต่กลิ่นอายเรโทรย้อนยุคอารมณ์80ยันเปรี้ยวเก๋สะบัดเป็นดั๊บสเต็ปร่วมสมัย วัฒนธรรมของดนตรีเต้นรำตั้งแต่อนุรักษ์นิยมจ๋าแบบแคริบเบี้ยนจำพวกเร็กเก้และแด๊นซ์ฮอลล์หนีไปหาดนตรีคลับแบงกิ้งอาทิเฮ้าส์ ยูโร แทรนซ์ยันฮิพฮอพ หลักใหญ่ใจความแล้วงานชุดนี้เล่นกันยากขึ้นย่อยกันยากขึ้นกว่าชุดที่แล้วหลายเท่าตัวถึงขั้นที่ยกยอกันได้เต็มปากว่าเป็นอีกครั้งหลังจาก Rated R ที่เธอกลับเข้าสู่ "หมวดคุณภาพ" มากกว่าจะมาสาย "ตลาดจ๋าขอขาย" อย่างเดียว เพียงแต่ในแง่ของศักยภาพทางดนตรี ความทรงพลังในตัวงานและเอกภาพของการนำเสนอยังไม่เด็ดขาดเท่างานมาสเตอร์พีซของตัวเองชุดนั้นก็แค่นั้น&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ป.ล. ฟังแล้วนี่รู้สึกว่า Talk That Talk เรราจะได้บียอนเซ่มาอีกคนแล้วนะเนื้อหาทรงพลังพอกันเลยทั้งเซ็กส์ ความรักและสตรีเพศนี่มาแนวใกล้กันเลยทีเดียว มวยคู่นี้ถ้าขึ้นชกกันสักวันคงมันส์!!!&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;จุดด้อย&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ในตัวของ Talk That Talk เองเอาจริงๆแล้วไม่ได้มีอะไรที่ไม่ดีนะคะ "ดี" ทีเดียวเพียงแต่ขอใช้มุขเดียวกับที่เขียนไปในอัลบั้ม Born This Way ของเลดี้กาก้าแล้วกันว่า "ไม่ได้สมบูรณ์แบบ" คือเป็นความดีที่ยังมีมาตรฐานและกรอบของศักยภาพสูงสุดที่ศิลปินสามารถจะตะกายไปแตะถึงได้ก็แค่นั้น สิ่งใหม่ๆที่ริฮานน่าสรรหามาให้แฟนๆกันลูกเล่นมิติใหม่ๆขอบอกว่ามีมาให้ชมจนอิ่มใจแต่ก็ไม่ได้มากมายถึงขั้นที่จะ เอ่อ ขอใช้คำว่าทลายกรอบเดิมๆที่เราเคยเห็นก็แล้วกัน ความคาดหวังของคนฟังที่อาจจะอยากได้ยินอะไรจากเธอไม่ว่าจะเป็น งานระดับเทพก็ส่วนหนึ่ง งานที่พ็อพตลาดจ๋าฟังง่ายๆเพลิดเพลินทั้งชุดก็อีกส่วนหนึ่งหรืออยากจะได้ยินแด๊นซ์กระจายยกชุดกันไปข้างนี่ก็อีกหนึ่ง....ซึ่งผิดจากสิ่งที่คาดการณ์รวมถึงคาดหวังไปกันเกือบจะหมด แม้แต่ดิฉันเอแงฟังงานชุดนี้ครั้งแรกยังทำหน้าเมื่อยเลยนะ เพลีย!!! แต่พอฟังแบบซึมซับนานๆไปแล้ว Talk That Talk นี่นับว่าเป้นการกลับมาต่อยอดความเป็นหนึ่งในไอค่อนเบอร์ต้นของยุคได้สมศักดิ์ศรีทีเดียว&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;แทร็คเด็ด&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;เปิดอัลบั้มมากับ You Da One (3/5) ฟังครั้งแรกแล้วต้องร้องยี้!!!!เยินๆๆๆๆๆหลายว่ะฮ่ะผู้สาวแต่นานๆไปแล้ว เออ ติดหูใช้ได้นะนับเป็นของใหม่ที่ต้องใช้เวลาพิสูจน์สำหรับดิฉันกับอิเล็คโทรพ็อพตีกับบีทมิดเทมโพอาร์แอนด์บีที่เล่นกับสรรพสำเนียงการร้องที่ประยุกต์เอารากฐานความเป็นเร็กเก้และแด๊นซ์ฮอลล์ในตัวได้เรียกได้ว่าเนียนน่าดูชมทีเดียว แหม มีแอบเก๋เบรคด้วยดั๊บสเต็ปด้วยนะจะว่าไปก็นับว่าเป็นการหยิบเอาความเป็นริฮานน่าใน Music Of The Sun มาปรุงแต่งโฉมใหม่ให้เข้ากับยุค2011ได้อย่างเข้าท่าไปอีกแบบ แต่จะเอาเป็นซิงเกิ้ลถัดไปจริงอ่ะ?!!!! ต่อด้วย Where Have You Been (4.5/5) ที่นับว่าเป็นช่วงเวลาที่เด็ดสุดของอัลบั้มแล้วจริงๆแล้วรืฮานน่านี่เป็นคนที่มีโครโมโซมความเป็นแด๊นซ์ซิ่งควีนอยู่ในตัวอย่างเต็มเปี่ยมทีเดียวนะจากหลายครั้งที่เธอทำดนตรีเต้นรำออกได้ถึงและสะใจมากๆชนิดที่เกิดมาเพื่อเป็นขวัญใจชาวเกย์โดยแท้ เพลงนี้ก็เป็นบทพิสูจน์ที่ดีอีกเพลงกับดนตรีเต้นรำแบบที่หยอดเอาโพรเกรสซีฟแทรนซ์หนักหน่วงที่หยอดเอาบีทกีตาร์อคูสติคสวยๆมาชนกับบีทดิสโก้ตึ๊บๆชนิดที่กระดกว้อดก้ากันเพียวๆและมึนหัวทิ่มกันไปข้างทีเดียวนอกจากนี้ยังสัมผัสได้ถึงความเป็นยูโรเฮ้าส์ช่วงยุค90ในแบบที่เดวิด เกตต้าเคยเปลี่ยนอิบิซ่าให้หลายเป็นเกาะสวรรค์ไปแล้วนั่นแหละ ฮี่ธ่อทำออกมาอีกสัก3-4เพลงก็ไม่ได้!!! We Found Love (4.5/5) ซิงเกิ้ลแรกที่ร่วมงานกับเคลวิน แฮร์ริสเพลงนี้นี่เคยเขียนถึงไปจนหมดไส้หมดพุงแล้ว เอาเป็นว่านี่คือจุดที่พีคที่สุดของอัลบั้มนี้ก็แล้วกันงานอิเล็คโทรพ็อพเต้นรำมีกลิ่นอายของจิตวิญญาณเพลงเต้นรำยุค80เจิดจรัสสะบัดสะบิ้งอยู่ในตัวชอบที่สุดในอัลบั้มนี้แล้ว Talk That Talk (4/5) ไทเทิ่ลแทร็คที่ได้เจย์ซีคู่ขาเก่ามาร่วมลงเสียงแร็พเป็นครั้งแรกที่ได้ยินริฮานน่าทำฮิพฮอพอาร์แอนด์บีได้ดิบและเข้มข้นขนาดนี้ในสตูดิโออัลบั้ม - - Rated R เป็นความเข้มที่ออกไปทางอาร์แอนด์บี ฟั้งค์ร็อคและโซลมากกว่าฮิพฮอพแบบนี้น่ะค่ะ - - มีหลายช่วงในเพลงทีเดียวที่เก๋ไก๋ติดหูติดปากทีเดียว คนที่ชอบงานจากฝากเออร์บันต้องชอบแน่ๆ Farewell (4/5) บัลลาดสูตรสำเร็จที่ริฮานน่าชอบทำตั้งแต่ช่วง2อัลบั้มก่อนหน้านี้ ก็เพราะดีนะคะแต่เบื่อซะแล้วอ่ะ ปิดท้ายด้วย Fool In Love (4.5/5) เพลงปิดท้ายในเดอลุกซ์ที่หวนให้นึกถึงอารมณ์บัลลาดดุดันดิบเกรี้ยวกราดแบบฟั้งค์ร็อคผสานโซลใน Rated R &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;สรุป&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ฟังทั้งอัลบั้มแล้ว Talk That Talk นี่หลังจากซิงเกิ้ลแรกแล้วน่าจะหาเพลงตัดซิงเกิ้ลออกมาแล้ว "ฮิต" ได้ค่อนข้างยากชนิดที่ต้องอาศัยความพยายามสูงกว่าเดิมพอตัว อย่างไรก็ตามนี่เป็นแค่การคาดการณ์ซึ่งก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะคาดการณ์ไปเองแบบผิดๆเพราะจากตอนแรกที่เฉยๆกับงานชุดนี้นี่ดิฉันขอย้ำอีกครั้งว่าตอนนี้หยุดฟังอัลบั้มนี้ไม่ได้แล้วชะเอิงเอย เป็นอีกครั้งหลังจาก Good Girl Gone Bad และ Rated R ที่ดิฉันรักริฮานน่ามากๆๆๆๆๆ งวดหน้า (เชื่อว่าปีหน้าเจอกันอีก) อย่าได้เว้นวรรคไปไหนนะถ้าแน่จริง ถ้าแรงจริง ก็ทำให้ประทับใจให้ได้แบบนี้อีกสิ!!!&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3545973934633776295-7204220970393033310?l=spunkydracula.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://spunkydracula.blogspot.com/feeds/7204220970393033310/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://spunkydracula.blogspot.com/2011/12/rihanna-talk-that-talk-73.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3545973934633776295/posts/default/7204220970393033310'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3545973934633776295/posts/default/7204220970393033310'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://spunkydracula.blogspot.com/2011/12/rihanna-talk-that-talk-73.html' title='Rihanna : Talk That Talk : 73%'/><author><name>Da Nastina</name><uri>http://www.blogger.com/profile/03330892158102476960</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_MoZwobnG2nE/Sljyy5PWHPI/AAAAAAAAAGw/Dd3faFSjc2M/S220/1.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/-DnbaGkViq7c/TugcgpPhvfI/AAAAAAAAApY/Z34w3-SnLjQ/s72-c/Talk_That_Talk_-_Rihanna.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3545973934633776295.post-6537785139902224048</id><published>2011-12-13T01:12:00.000-08:00</published><updated>2011-12-13T02:16:32.979-08:00</updated><title type='text'>Beverly McClelan : Fear Nothing (Myspace#77)</title><content type='html'>&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/-11nKdHMA0eM/TucXMaTXucI/AAAAAAAAApM/pDigWHhsteU/s1600/1.png"&gt;&lt;img style="TEXT-ALIGN: center; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; DISPLAY: block; HEIGHT: 317px; CURSOR: hand" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5685538556564978114" border="0" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/-11nKdHMA0eM/TucXMaTXucI/AAAAAAAAApM/pDigWHhsteU/s320/1.png" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;Beverly McClelan : Fear Nothing : Rock/Blues (100%)&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ช่วงนี้อาจจะเขียนถึงงานของผู้เข้าแข่งขันจากรายการ The Voice ถี่ไปหน่อยก็อย่าเพิ่งเบื่อกันซะก่อนนะคะด้วยความที่ช่วงนี้งานของพวกเขานี่เป็นอะไรที่กำลังโลดแล่นอยู่ในอารมณ์เลยทีเดียว เช่นเดียวกันกับอัลบั้มของเธอคนนี้ Fear Nothing จากเบเวอลี่ย์ แม็คเคิลแลนตัวแทนจากทีมของคริสทิน่า อากิเลร่าที่สามารถคว้าอันดับ3ได้จากรอบ4คนสุดท้ายกับอัลบั้มสุดลึกลับและใต้ดินมากๆ - - สมกับที่อยู่ทีนางติ๊นา - - หาโหลดยากหาฟังก็ยากจนแถบจะประสาทเสียแต่พอได้สดับฟังแล้วขอบอกว่าคุ้มค่าจริงๆที่ได้หามาฟัง....กล้าพูดเลยว่าเป็นงานที่ดีที่สุดงานหนึ่งแน่นอนในบรรดา The Voice ทั้งหมด - - หรือแม้กระทั่งงานของโค้ชทั้ง4เองอาจจะเทียบเธอไม่ได้ก็ได้นะ&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ก่อนหน้าที่จะฉายแสงในสปอตไลท์สาวทอมบอยจากฟลอริดาคนนี้เคยชนะการประกวดงาน New York National Music Festival ในปี2004โดยคว่ำผู้แข่งขันท่านอื่นกว่า500คนมาแล้ว แถมยังเคยออกอัลบั้มมา5อัลบั้มโดยไม่ขึ้นกับสังกัดๆใดก่อนที่จะมาโด่งดังในรายการ The Voice อีกต่างหาก ซึ่งก็ต้องขอบคุณ The Voice ที่ทำให้ศิลปินดีๆทรงศักยภาพคนนี้ได้ผุดขึ้นมากจากการหลบลี้เป็นที่รู้จักนั่งฟังกันอยู่ในที่มืดๆไม่กี่คน...มีฝีมือขนาดนี้จะไม่มีวันที่ได้เฉิดฉายเจิดจรัสเป็นที่รู้จักกว้างขวางกับเขาบ้างโชคชะตาก็ดูจะใจร้ายเกินไป!!!&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;สำหรับสตูดืโออัลบั้มล่าสุด Fear Nothing นี่ในชณะที่เพื่อนร่วมรายการท่านอื่นวิ่งหาค่ายกันให้จ้าละหวั่นแต่เจ๊เบเวอลี่ย์เธอกลับมั่นคงในจุดยืนทำเองขายเองไม่ขึ้นกับใครข้าทำแล้วมีความสุขมีทุนทำมีปัญญาทำซะอย่างพวกมึงจะฟังก็ฟังกันไม่ฟังก็ไม่ต้องพูดมากเพราะไม่ได้ไปทำบนหัวใครหรือเบียดเบียนเงินทองอ้ายอีหน้าไหนมา (วู้ยยยย!!!! ช่างแรงได้ใจสมกับที่อยู่ทีมนังติ๊จริงๆ) ซึ่งจะว่าไป Fear Nothing เป็นงานที่มีความดีในตัวเองสูงมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกชนิดที่ไม่จำเป็นต้องอาศัยแรงโปรโมตจากค่ายใดๆอยู่แล้วเรื่อง "ดังหรือไม่ดัง" นี่ว่ากันทีหลังเพราะไม่ได้อยู่ในวัตถุประสงค์เพราะดูเหมือนเธอจะเป็นศิลปินประเภททำดนตรีสนองอัตตาตัวเองมากกว่า - - ไม่ต่างอะไรกับแนสทิน่าที่นั่งเขียนวิจารณ์มา9ปีจะ10ปีในบอร์ดนี้เพื่ออะไร? ถ้าไม่ใช่ตอบสนองความต้องการบ้าๆบอๆของตัวเองในฐานะคนธรรมดาๆที่รักดนตรีจับใจ&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ในส่วนของภาคดนตรีตอนแรกคาดไว้ว่างานนี้จะได้ฟังฮาร์ดร็อคหรือพวกร็อคยุค80หากแต่ที่ไหนได้กลับกลายเป็นงานที่แถกๆออกไปทาง "รู้ทส์ร็อค" ซะมากกว่าโดยมีความโดดเด่นที่ดนตรีและน้ำเสียงบลูส์ดิบๆเชือดเฉือนอันเป็นเสน่ห์ในตัวของเจ๊เบฟเธออยู่แล้วตามติดด้วยกลิ่นอายของคันทรี่ย์ โฟล์คและบลูส์ร็อคตามวัฒนธรรมของศิลปินที่รักจะทำงานบลูส์โซลคันทรีย์ฟั้งค์หนักๆเข้มข้นอยู่แล้ว (อารมณ์แบบร็อค80และฮาร์ดร็อคก็มีปนมาบ้างบางแทร็คออกเชิงกอสเพล) หากแต่แปลกตรงที่งานของเบเวอลี่ย์ที่ภาคดนตรีค่อนข้างหนักและเสียงค่อนข้างเข้มแต่ฟังไม่ยากเย็นเลยแม้แต่นิดเดียวฟังเพลินหากแต่หนักแน่น ดุดันแต่เปี่ยมไปด้วยอรรถรส จัดจ้านดิบกร้าวในกรอบอันดีของงานดนตรีที่เรียกว่าเป็นงานดนตรีระดับ "คุณภาพ" จริงๆ ฟังแล้วต้องบอกว่าประทับใจมากชนิดที่ "โคตรรักเลยอ่ะ!!!"&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;เรื่องเพลงนี่อยากจะบอกว่ามันเด่นทั้งอัลบั้มเลยทีเดียวค่ะแต่ขอแซมเพิ่ลสักนิดแล้วกัน เริ่มต้นที่ I See Love แทร็คเปิดงานดิบสดเข้มข้นฉบับบลูส์ร็อคดิบกร้าวผสานคันทรี่ย์ฟั้งค์หนักหน่วงบนเสียงร็อคติดบลูส์โซลแบบดิบๆจะว่าไปก็สูตรสำเร็จนะแต่เป็นสูตรสำเร็จที่ทำออกมาถึงมากดูมีชั้นเชิงไม่ดาดดื่นเกลื่อนกลาดแบบศิลปินแนวๆนี้ที่บางคนโขลกงานออกมาแทนที่จะดีกลับโหล...แบบนี้แหละที่คนมีฝีมือเขาทำ Lyin' To นี่ไม่พูดถึงไม่ได้เป็นงานบลูส์ที่มีท่อนการนำเสนอสวยๆให้คิดถึงพวกศิลปินบลูส์ช่วงปลายยุค30ขึ้นมาแม้จะไม่ดิบขนหัวลุกถึงขั้นนั้น (ออกไปช่วงก่อนยุคโมทาวน์และข้ามมาอีกทีกลางยุค70มากกว่า) แต่ฟังแล้วมันสัมผัสได้ถึงจิตวิญญาณอันดิบสดเข้มข้นทรงพลังของปรมาจารย์บลูส์กรุแตกทั้งหลายตั้งแต่รุ่นที่ทำเดลต้าบลูส์,เบสซี่ สมิธไล่ขึ้นมาจวบจนบี.บี. คิงเลยทีเดียว Nobody Fault But Mine ที่ข้อมูลในวิกิพีเดียแปะไว้ว่าคริสทิน่า อากิเลร้าได้มาร่วมฟีทเจอริ่งด้วยที่ไหนได้มาแต่เจ๊เบฟหัวเดียวกระเทียมลีบเป็นอีกหนึ่งงานบลูส์ที่ทั้งภาคเนือ้หา ดนตรีและเสียงร้องของเจ๊เบฟนี่ถึงขั้นปลิดขั้วหัวใจคนฟังทีเดียว Love Will Find A Way Out มีท่อนคอรัสที่ติดหูชะงัดและเป็นแทร็คที่แลดูพ็อพที่สุดแล้วในอัลบั้มนี้ - - ไม่ถึงขั้นพ็อพร็อค - - ฟังแล้วคิดถึงงานฮาร์ดร็อค80ที่จับเอาคันทรีย์ บลูส์และฟั้งค์มาประสานกับโซลยุค60-70เพราะมากๆๆๆๆ ปิดท้ายกับ Precious Time อันสุดแสนไพเราะอบอุ่นงามระยับ โห!ยกใจให้หมดดวงไปเลย&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;เทียบกับบรรดางานทั้งหมดของ3อันดับแรกในรายการนี่คงจะต้องบอกว่า Fear Nothing กินขาดเขาหมดไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของเอกภาพในตัวงานที่เหนือกว่า Red ของเดียที่ออกจะบ้าพลังและจัดระเบียบจุดศูนย์กลางในตัวเองได้ยังไม่เรียบร้อยจนเสียศูนย์ไปนิด แถมเนื้องานยังทรงพลังและมีหีบห่อในตัวเองที่เหนือกว่า Come Through For You ของผู้ชนะอย่างท่านพี่ฮาเวียร์หลายช่วงตัว ไม่ต้องอะไรมากหรอกค่ะขนาด Stripped งานที่ดีที่สุดของคุณโค้ชคริสทิน่า อากิเลร่าทำได้ดีที่สุดก็ "เกือบๆจะสูสี" เจ๊เบฟชุดนี้เท่านั้นเอง...สงสัยคริสทิน่า อากิเลร่าจะต้องการโค้ชชื่อ "เบเวอลี่ย์ แม็คเคิลแลน" ซะแล้วนะคะนี่!!!&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3545973934633776295-6537785139902224048?l=spunkydracula.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://spunkydracula.blogspot.com/feeds/6537785139902224048/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://spunkydracula.blogspot.com/2011/12/beverly-mcclelan-fear-nothing-myspace78.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3545973934633776295/posts/default/6537785139902224048'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3545973934633776295/posts/default/6537785139902224048'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://spunkydracula.blogspot.com/2011/12/beverly-mcclelan-fear-nothing-myspace78.html' title='Beverly McClelan : Fear Nothing (Myspace#77)'/><author><name>Da Nastina</name><uri>http://www.blogger.com/profile/03330892158102476960</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_MoZwobnG2nE/Sljyy5PWHPI/AAAAAAAAAGw/Dd3faFSjc2M/S220/1.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/-11nKdHMA0eM/TucXMaTXucI/AAAAAAAAApM/pDigWHhsteU/s72-c/1.png' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3545973934633776295.post-4600054768353299383</id><published>2011-12-09T18:15:00.000-08:00</published><updated>2011-12-09T19:04:12.399-08:00</updated><title type='text'>Dia Frampton : Red (Myspace#76)</title><content type='html'>&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/-ShnrCexelbo/TuLAua8eMPI/AAAAAAAAApA/zlIuI8lxQAs/s1600/1.jpg"&gt;&lt;img style="TEXT-ALIGN: center; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; DISPLAY: block; HEIGHT: 320px; CURSOR: hand" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5684317583434461426" border="0" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/-ShnrCexelbo/TuLAua8eMPI/AAAAAAAAApA/zlIuI8lxQAs/s320/1.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;Dia Frampton : Red : Pop/Folk/Indie Pop/Folk Rock (76%)&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;เดีย แฟรมพ์ทันหรือที่ดิฉันเรียกเธอเป็นประจำว่า "พจมาน" คือ Runner Up อันดับสองม้ามืดแห่งรายการ The Voice จากทีมป๋าเบลค เชลทันที่ไปได้ไกลกว่าที่ท่านใดจะคาดหมายและจินตนาการ ที่ว่า "ม้ามืด" ก็เพราะ - - แม้จะเสียงหวานใสเพราะพริ้ง - - สตรีนางนี้ดูเผินๆหาได้มีความโดดเด่นอะไรไม่บุคลิกดูนิ่งๆจืดสะเทิ้นเขินอายโทรมซีดและดูโรยแรงไร้ชีวิตชีวาแข็งทื่อประดุจผู้ป่วยเป็นวัณโรคขั้นท้ายสุดก็ไม่ปานแล้วใครจะไปคิดเล่าคะว่าหล่อนคนนี้จะมีดีที่จะสามารถผ่านอุปสรรคฟันฝ่าผู้แข่งขันเขี้ยวลากดินท่านอื่นๆที่แรงทั้งลุ๊คและโดดเด่นที่ลีลามาได้ถึงรอบ4คนสุดท้าย (แถมได้ยังเป็นผู้แข่งขันที่สรางประวัติศาสตร์มีเพลงติดบิลบอร์ดท่านแรกอีกด้วย) ตอนแรกต้องสารภาพตามตรงว่าไม่ชอบเธอคนนี้เลยสักนิดสักนิดก็ไม่ชอบยิ่งกล้าดีมาเอาชนะ "เซราบี" ผู้แข่งขันคนโปรดของดิฉันยิ่งแค้นฝังหุ่นแช่งชักหักกระดูกให้รีบๆโดนโหสวตออกไม่เว้นแม้แต่ละวัน...&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;...แต่ชะรอยนางคนนี้จะได้หมอเขมรดียิ่งแช่งยิ่งดังยิ่งแช่งยิ่งแรงเพราะตั้งแต่เธอเปิดปากกับเพลง Heartless คัฟเว่อร์เพลงฮิพฮอพของคานยี เวสต์ในฉบับบัลลาดเพียโนอิมโพรไวซ์สดๆสุดเก๋ที่แม่คุณเรียบเรียงเองหลังจากนั้นดิฉันก็ขอกลับลำพิจารณาเธอใหม่ หลังจากนั้นทุกเพลงที่จากเธอไม่ว่าจะเป็น Losing My Religion ยันออริจินัลแทร็คอย่าง Inventing Shadow ล้วนถูกใจดิฉันจนกลายเป็นแอบหลงใหลได้ปลื้มไม่รู้ตัว - - อย่างว่าแหละค่ะวงการนี้ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร - - และวันนี้เป็นโอกาสดีที่จะได้รีวิว "RED" สตูดิโอโซโล่อัลบั้มชุดแรกของเธอในมายสเปซเสียที (ก่อนหน้านี้เดียเป็นสมาชิกในวงดนตรีMeg&amp;amp;Dia)&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ตอนแรกที่ได้ยิน Cover Mondays งานคัฟเว่อร์ชิมลางก็แอบนึกหวั่นๆว่าเธอจะมาเป็นโฟล์คร็อคดิบหม่นเข้มข้นและบันทึกเสียงแบบสดๆทันท่วงทีเหมือนเดโมอินดี้กึ่งสุกกึ่งดิบแต่ใน RED นี่เป็นอะไรที่ฟังง่ายและนุมละมุนชนิดคนละฝากโลกเลยทีเดียวค่ะภาคดนตรีโดยรวมภูมิใจนำเสนอบนความเป็น "พ็อพโฟล์ค" ที่พยายามจะแทรกลูกเล่นทางดนตรีที่หลากหลายเข้าไปเติมเต็มมิติในตัวงานฟังๆแล้วดูเหมือนว่าเธอพยายามจะฉีกการนำเสนอดนตรีโฟล์คให้หลุดไปจากกรอบเดิมๆซึ่งบางแทร็คก็ทำได้ลงตัวดีนะ อาทิ Don't Kick The Chair งานเปิดอัลบั้มที่ได้ Kid CuDi มาลงเสียงแร็พให้นี่ก็จับพัฒนาเอาโฟล์คมาชนกับฮิพฮอพ ร็อคและอิเล็คโทรนิคเต้นรำผลลัพธ์ออกมาเป็นงานอัลเทอเนทีฟฮิพฮอพที่น่ารักดี ใช่ว่าจะลงตัวแต่ชอบไอเดียนะ!!! อ๋อ แอดลิบตอนช่วงต้นเก๋มากชอบๆ เพลงอื่นๆที่น่าสนใจก็มี Isabella ที่เชื่อว่าใครฟังก็น่าจะชอบได้ไม่ยากนะเป็นงานพ็อพโฟล์คผสานร็อคและเซลติคจางๆมีท่อนฮุคที่สวยมากๆแถมส่วนตัวยังชอบในส่วนของภาคเนื้อหาที่แต่งออกมาใช้วาทะศิลป์แบบฝันๆสมกับที่เป็นนักเขียนวรรณกรรม The Broken Ones เป็นอคูสติคโฟล์คบัลลาดสูตรสำเรต็จแต่เพราะมากๆ ในขณะที่ I Will ที่ร่วมใงนกับโค้ชสุดหล่ออย่างเบลค เชลทันก็จับเอาดนตรีพ็อพติดคลาสสิคคัลสไตล์วาเนสซ่า คาร์ลทันมาปะทะกับความเป็นคันทรีย์ร็อคเข้มๆในแบบฉบับป๋าเบลคได้ดีน่าดูชมทีเดียว Billy The Kid ฟังแล้วนี่เล่นเอาสำลักทีเดียวนึกว่า Ladytron มาเองนะคะเนี่ย แหมๆๆๆๆใช้ได้เลยนะคะกับดนตรีอิเล็คโทรนิคเต้นรำแบบอินดี้ติดบีทดิสโก้ๆตึ๊บๆ ยูโรเยือกเย็นลอยๆและซินธิอไซเซอร์กระชากๆโหดๆแต่ทำออกมาทำไมคะเดีย? ไม่เข้าใจค่ะ? คิดว่ามันเข้ากันกับเพลงอื่นๆเหรอคะ? Daniel นี่เป็นคันทรีย์โฟล์คหวานใสเพราะๆช่วงกลางสลับมาเล่นเป็นอคูสติคได้เนียนดี ส่วน Walk Away เป็นโฟล์คร็อคที่ฟังแล้วนึกถึงจีวล์เป็นบ้า ปิดอัลบั้มกับ Trapeze งานโฟล์คที่โดดเด่นบนกีตาร์อคูสติคเรียบง่ายและท่วงทำนองของวัฒนธรรมอัลเทอเนทีฟร็อคเท่ห์ๆ ชอบเพลงนี้จัง!!!&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;เทียบกับอัลบั้ม Come Through For You ของฮาเวียร์แล้วความเพราะพริ้งและบริโภคได้ง่ายดายทันใจอาจจะแพ้แต่เรื่องของวิสัยทัศน์นี่ชนะขาดลอย เสียเปรียบตรงที่เป็นงานที่อาจจะดีกว่าในระยะยาวแต่ในช่วงแรกเริ่มต้องอาศัยเวลาซึมซับถึงจะเข้าใจไปกับภาคดนตรีและการนำเสนอของเธอได้ลึกกว่าในช่วงต้น - - แต่ว่าก็ว่าเถอะเป็นงานที่ฟังแล้วลืมง่ายเบื่อง่ายพอกัน - - แต่เรื่องเครดิตนี่หนูเดียเธอขาดลอยนะคะดูเพื่อนร่วมงานแต่ละคนสิ อิซาเบลล่า ซัมเมอรส์จาก Florence+the Machine งี้ ทอม ชาพิโร่โปรดิวเซอร์และนักแต่งเพลงคันทรี่ย์ชื่อดังที่ผ่านการร่วมงานกับดัสที่ย์ สพริงฟีลด์มาแล้วงี้ Kid CuDi งี้ยันเจ๊" แม็ค ไวท์" จาก The White Stripes คนหลังนี่ของแรงสุด....แค่นี้ก็คงการันตีความมั่นคงบนเส้นทางดนตรีได้ระดับหนึ่งแล้วล่ะ&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ป.ล. ว่าแต่ช่วงต้นอัลบั้มคุณเดียรอแขกรึไงคะเพลงมันถึงได้หงุงๆหงิงๆ นี่ไม่ใช่งานคอนเสิร์ตค่ะหนหน้าเอาใหม่นะปล่อยทีเด็ดให้มันเสมอต้นเสมอปลายไปเลย&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3545973934633776295-4600054768353299383?l=spunkydracula.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://spunkydracula.blogspot.com/feeds/4600054768353299383/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://spunkydracula.blogspot.com/2011/12/dia-frampton-red-myspace76.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3545973934633776295/posts/default/4600054768353299383'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3545973934633776295/posts/default/4600054768353299383'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://spunkydracula.blogspot.com/2011/12/dia-frampton-red-myspace76.html' title='Dia Frampton : Red (Myspace#76)'/><author><name>Da Nastina</name><uri>http://www.blogger.com/profile/03330892158102476960</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_MoZwobnG2nE/Sljyy5PWHPI/AAAAAAAAAGw/Dd3faFSjc2M/S220/1.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/-ShnrCexelbo/TuLAua8eMPI/AAAAAAAAApA/zlIuI8lxQAs/s72-c/1.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3545973934633776295.post-6500195746850475069</id><published>2011-12-09T04:14:00.000-08:00</published><updated>2011-12-09T04:59:25.660-08:00</updated><title type='text'>TVXQ : Mirotic (Myspace#75)</title><content type='html'>&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/-5Do4iZbrKUQ/TuH74StmD2I/AAAAAAAAAo0/rO-NBnJX9fY/s1600/1.png"&gt;&lt;img style="TEXT-ALIGN: center; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 299px; DISPLAY: block; HEIGHT: 299px; CURSOR: hand" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5684101149232598882" border="0" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/-5Do4iZbrKUQ/TuH74StmD2I/AAAAAAAAAo0/rO-NBnJX9fY/s320/1.png" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;TVXQ : Mirotic : Dance-Pop/R&amp;amp;B/8Electronic/Hip-Hop (84%)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก่อนหน้านี้เขียนถึง 2PM ไปพร้อมกับลั่นวาจาไว้ว่าจะไม่เขียนวิจารณ์งานของศิลปินเกาหลีท่านใดอีกเพราะว่า "กลัวจะติดใจ!!!" ที่ไหนได้มันสายไปเสียแล้วล่ะเจ้าค่ะพี่น้องเอ๋ย...สัจจะเป็นสิ่งที่หากับแนสทิน่ามาไม่ได้ตั้งแต่ไหนแต่ไรเชื่อว่าเพื่อนๆที่เล่นบอร์ดมานานคงจะทราบกิตติศัพท์ดี ว่าแล้วก็อย่ากระนั้นเลยค่ะมายสเปซครั้งที่75นี้ขอจำแลงกายเป็นแคสสิโอเปียสาวสวยชั่วคราวกับรีวิวสั้นๆของ "TVXQ" หรือ "ดงบันชิงกิ" ที่สาวกเคพ็อพบ้านเราคลั่งไคล้กันดีนั่นแหละ โดยอัลบั้มที่เลือกมาเขียนคือ Mirotic ซึ่งส่วนตัวดีใจที่เลือกไม่ผิดจริงๆเพราะเป็นงานเพลงเกาหลีที่เรียกได้เต็มปากเต็มคำว่า "ดนตรีระดับก้าวหน้า" โดยแท้เหนือสิ่งอื่นใดอัลบั้มนี้คือหนึ่งในความสุขของดิฉันยามที่ติดแหง็กอยู่ในคอนโดกับระดับน้ำท่วมความสูงกว่า2เมตร....ถ้าไม่ได้งานของพวกคุณมาฟังคลอเคลียเป็นเพื่อนดิฉันคงบ้าไปแล้ว ต้องขอบคุณดงบังจริงๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จะว่าไปรีวิวอัลบั้มของดงบังชิงกินี่เคยถูกรีเคสต์มาก่อนหน้านี้แล้วนะคะโดยคุณน้อง Popparazzi ที่เคยโฆษณาไว้ว่าวงนี้ทำเพลงดีมีชั้นเชิงมากมายอย่างนั้นอย่างนี้...ซึ่งตอนนั้นดิฉันไม่เชื่อและก็ไม่เคยสนใจจะฟังเพลงเกาหลีเลยแม้แต่นิดเดียวก็เลยปฏิเสธไป...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...พอมาเจอกับตัวเองจังๆเท่านั้นแหละค่ะถึงขั้นช็อกด้วยความที่อัลบั้มนี้เป็นอะไรที่โตและเข้มขึ้นกว่างานของดงบันชิงกิในอุดมคติรวมถึงที่เคยฟังมาผ่านๆชนิดค่อนข้างไกลลิบ - - ไม่เคยฟังอัลบั้มของพวกเขาก็จริงแต่เพลงก่อนหน้านี้ที่เป็นซิงเกิ้ลก็ต้องมีผ่านหูบ้างล่ะนะคะวงดังขนาดนี้ - - ภาพรวมอาจจะนิ่งขึ้นกว่าดงบันชิงกิในช่วงแรกๆนะคะจากยุคที่เปิดตัวใน Tri-angle อ้างอิงข้อมูลจาก Wikipedia ว่าเป็นงานเคพ็อพผสานร็อคและอาร์แอนด์บีใน Mirotic นี้พวกเขาก้าวมาเล่นกับอะไรที่หลากหลายมากขึ้นด้วยภาคดนตรีที่ข้ามขั้นเข้ามายืนในระดับที่เป็น "พ็อพ" แบบสากลมากขึ้นคือไม่จำกัดอยู่แต่ในขอบเขตุของ Korean Pop หรือเป็นศิลปินทีนพ็อพแบบเดิมโดยเนื้องานไต่ระดับก้าวไปแตะความเป็นเออร์บันที่เข้มข้นขึ้นด้วยภาคของอาร์แอนด์บีหลายรีดับตั้งบแต่บีทของสตรีทอาร์แอนด์บีแบบบอยแบนด์ ฮิพฮอพยันพวกบัลลาดแอบบโซลฟูลโชว์การประสานเสียงนวลเนียนและพลังเสียงชวนขนลุกทีเดียวนอกจากนี้ในส่วนของงานอัพเทมโปยังแฝงด้วยรสชาติของโอลด์สคูลแบบฟั้งค์กี้ย์ดิสโก้ที่พวกศิลปินผิวสีฝากมะกันชอบทำกันเกลื่อนในยุคนี้ตบด้วยอิเล็คโทรนิคและอดัลท์คอนเทมโพลารีย์ในงานบัลลาดและมิดเทมโพต่างๆเป็นอันเสร็จพิธี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขอแซมเพิ่ลเพลงที่ชอบสักหน่อยเริ่ดสุดต้องยกให้ไทเทิ่ลแทร็คอย่าง Mirotic เป็นงานเคพ็อพที่หลอมเข้ากับเออร์บันได้เท่ห์มากๆด้วยบีทของสตรีทอาร์แอนด์บีเท่ห์ๆที่ปะทะเข้ากับมิติของดนตรีเต้นรำผสานอิเล็คโทรนิคแบบบอยแบนด์ ส่วนตัวฟังแล้วนึกถึงยุครุ่งโรจน์ของ Backstreet Boys กับ N'sync นับว่าดงบังชินกิสามารถนำวัฒนธรรมเหล่านั้นกับมาโลดแล่นได้อย่างมีชั้นเชิงโดยแท้ แทร็คต่อไป Wrong Number นี่เป็นมิดเทมโพอาร์แอนด์บีเพราะๆผสานอารมณ์โซลฟูลนวลเนียนและบทฮิพฮอพชวนโยก สำหรับคอเพลงสากลถ้าคิดไม่ออกก็ขอให้นึกถึงงานที่เจอร์เมน ดูพรีชอบทำให้มารายห์ แครีย์ประมาณนั้นแหละ Picture of You บัลลาดแรกเริ่มของอัลบั้มแม้จะดูสูตรสำเร็จไปนิดแต่ก็เพราะเข้าขั้นดีทีเดียว ฟังแล้วให้คะแนนผ่านเข้ารอบหนึ่งในเพลงที่ดีที่สุดได้โดยง่าย สำหรับ You're My Melody นี่เป็นเพลงที่ฟังแล้วประทับใจตั้งแต่รอบแรกเลยทีเดียวต้องขอชมว่าคนเกาหลีทำเพลงแบบนี้ได้เก่งจริงๆ งานเคพ็อพใสๆบนบีทอาร์แอนด์บีเมโลดี้เพราะๆพร้อมด้วยท่อนคอรัสไพเราะขาดใจเป็นไม้ตายชนิดที่เรามักจะได้ฟังกันในซีรียส์เกาหลีนั่นแหละเพราะมากๆค่ะ Crazy Love กับ Rainbow ก็เป็นสองเพลงเต้นรำสวยหรูบนซาวนด์โอลด์สคูลแบบฟั้งค์กีย์ดิสโก้ในแบบที่พวกคุณหญิงคุณนายฟังแล้วต้องปลื้มไปหลายตลบ ปิดท้ายกับ Flower Lady งานพ็อพอาร์แอนด์บีโดดเด่นด้วยการร้องกึ่งอะแค็พเพลล่าแบบที่บอยทูเม็น เบบีย์เฟซและแฟรงกี้ย์ เจชอบทำนั่นแหละเป็นอีกเพลงที่ต้องบอกว่าเพราะมากๆของอัลบั้มเลยทีเดียว (สำหรับ Forgotten Season กับ Love in the Ice แม้ว่าจะไม่ขอพูดถึงแต่ก็ไม่ควรพลาดนะคะ เป็นเพลงที่ดีเป็นอันดับต้นๆของอัลบั้มเช่นกัน)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก่อนจากคงจะต้องบอกว่าไม่สงสัยจริงๆว่าทำไมเหล่าแคสสิโอเปียถึงได้ยก5หนุ่มนี้ให้เป็น "เทพเจ้าแห่งวงการดนตรี" ของเกาหลี...แม้ส่วนตัวจะไม่ได้ฟังเพลงเกาหลีอะไรมากนักแต่ Mirotic นี่ขอยกให้เป็นงานดนตรีที่เอาชนะใจของดิฉันได้ชนิดที่ไม่เหลืออะไรให้ครหาโดยแท้&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3545973934633776295-6500195746850475069?l=spunkydracula.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://spunkydracula.blogspot.com/feeds/6500195746850475069/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://spunkydracula.blogspot.com/2011/12/tvxq-mirotic-myspace75.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3545973934633776295/posts/default/6500195746850475069'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3545973934633776295/posts/default/6500195746850475069'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://spunkydracula.blogspot.com/2011/12/tvxq-mirotic-myspace75.html' title='TVXQ : Mirotic (Myspace#75)'/><author><name>Da Nastina</name><uri>http://www.blogger.com/profile/03330892158102476960</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_MoZwobnG2nE/Sljyy5PWHPI/AAAAAAAAAGw/Dd3faFSjc2M/S220/1.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/-5Do4iZbrKUQ/TuH74StmD2I/AAAAAAAAAo0/rO-NBnJX9fY/s72-c/1.png' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3545973934633776295.post-7949338424780343918</id><published>2011-12-09T01:42:00.000-08:00</published><updated>2011-12-09T03:48:35.270-08:00</updated><title type='text'>Javier Colon : Come Through For You : 82%</title><content type='html'>&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/-odE5Mipv598/TuHYBcWUF9I/AAAAAAAAAoo/2bc5TuvIWjE/s1600/1.jpg"&gt;&lt;img style="TEXT-ALIGN: center; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 300px; DISPLAY: block; HEIGHT: 300px; CURSOR: hand" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5684061724019529682" border="0" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/-odE5Mipv598/TuHYBcWUF9I/AAAAAAAAAoo/2bc5TuvIWjE/s320/1.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;Javier Colon : Come Through For You : 82%&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;หลังจากที่แนสทิน่าหายหน้าหายตาไปเนื่องจากเกิดน้ำท่วมสูงเป็นประวัติการณ์ชนิดที่เกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่ไม่เคยเจอน้ำอะไรมันเยอะขนาดนี้มาก่อน - - ขนาดระดับคนที่เขาเรียกได้ว่าเป็นรุ่น "โคตรพ่อโคตรแม่" ของดิฉันยีงบอกมาเหมือนๆกันว่าเกิดมาพวกกูก็ไม่เคยเจอ - - เอาเป็นว่าก็ชุ่มช่ำรับปีมังกรน้ำกันไป...คนแถวนร้เขาเป็นปกติแล้วดิฉันก็ขอเป็นปกติกับเขาบ้างสิคะ!!! ว่าแล้วก็เลยมานั่งเฟ้นหาอัลบั้มที่จะรีวิวตอนรับชีวิตใหม่หลังโดนน้ำกัดเซาะมานานจนราขึ้น บทสรุปไปลงเอยเอากับอัลบั้มของ ฮาเวียร์ โคลอน ผู้ชนะรายการ The Voice ซีซั่นแรกที่คุณน้องพาราไดเซอร์สู่อุตส่าห์หยิบมาฝากดิฉันทางเฟซบุ๊คส์ให้โหลดไปฟังเล่นแก้กลุ้มระหว่างใช้ชีวิตเลียบคอนโดติดน้ำไปพลางๆ งานนี้ดิฉันก็ Come Through For You มาสำหรับผู้อ่านทุกๆท่านเช่นกันค่ะ - - แนสทิน่านี่หนังเหนียวนะยิ่งโดนคนด่ามากๆโดนคนแช่งให้ออกจากบอร์ดไปมากๆนี่ยิ่งอยู่นาน แต่เวลาไม่มีใครด่าก็จะหาเรื่องลาบอร์ดไปเอง...แบบนั้นแหละค่ะ&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;รูปแบบดนตรี&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าคุณพี่ฮาเวียร์คนนี้หาใชศิลปินหน้าใหม่แกะกล่องอย่างที่หลายๆคนเข้าใจแต่ประการใด เพราะว่าคุณพี่เคยออกอัลบั้มมาตั้งแต่ปี2003โน่นแล้วโดยก่อนหน้าที่อเมริกันชนจะได้รู้จักไปทั้งประเทศนี่คุณพี่เขาก็เคยออกงานมาสองอัลบั้มด้วยกันคือ Javier กับ Left Of Center รวมถึงมีอีพีอัลบั้มอคูสติคหนึ่งชุดชื่อว่า The Truth ดังนั้นใครที่ปากแมวไปด่าแขวะคุณพี่เขาว่าพยายามจะเป็นบรูโน่ มารส์นี่ขอให้ปิดปากให้สนิทชิดซ้ายแล้วไปไกลๆเลยนะคะ ขานั้นมาหลังเขาตั้งนาน!!!&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;มาที่ภาคดนตรีของ Come Through For You นี่อิฉันจะบอกว่าคุณพี่เขาทำพ็อพอาร์แอนด์บีนี่ก็กระด๊าก กระดากปากว่ะค่ะท่านผู้อ่านด้วยความที่งานของพี่นี่มันพ็อพทั้งดุ้นจริงๆอดัลท์คอนเทมโพรารีย์และเมนทสตรีมสุดๆงานเพลงสูตรสำเร็จแบบพวกไอดอลที่ทำออกมาเอาใจอเมริกันชนและมหาชนโดยแท้ - - แต่คนฟังเขาจะหันมามีใจให้มั้ยนี่ก็อีกเรื่องนะพี่นะ - - อาร์แอนด์บีและโซลนี่ติดมาแค่สรรพสำเนียงจากการเป็นคนผิวสีก็แค่นั้น...เอาแล้วสิไอ้เราก็คิดว่าจะได้ยินภาคใหม่ของเบบี้ย์เฟซไม่ก็ไบรอัน แม็คไนท์กลับกลายเป็นภาคจางๆแต่หวานละมุนอบอุ่นไม่แพ้กันของคุณพี่ทุนเด ไบเยวูจาก Lighthouse Family แล้วก็พี่ไซม่อน เว็บบวงบลูส์ไปซะได้รวมถึงใครที่ชอบงานชุดแรกของการ์เร็ธ เกตต์ไอดอลฝั่งผู้ดี นิค ลาเชย์อดีตสามีของเจสซิมดิว่าผู้ล่วงลับ โรแนน คีททิ่งยันแฟรงค์กีย์ เจและโดยเฉพาะอย่างยิ่งเคร็ก เดวิดนี่ท่เจอชุดนี้รักกันตายแน่ๆ&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;จุดด้อย&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;เพลงแบบนี้นะคะแม้ว่าจะเป็นสูตรสำเร็จที่ฆ่าไม่ตายก็ตามแต่มันก็ล้าไปมากแล้วนะที่จะตีตลาดอเมริกาในยุคนี้เพราะคนอเมริกันเขาก็หันไปหาสูตรสำเร็จแบบเคชช่า วิลไอแอม เรดวันอะไรพวกนี้กันแล้วแถมอีแบบนี้นี่ออกมาค่อนข้างจะช้าเกินไปที่จะขายได้ในยุคนี้นะคะ ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ใช่ว่าเพลงของคุณพี่ไม่ดีนะคะทั้งอัลบั้มมันก็เพราะดีฟังเพลินฟังง่ายฟังสบายแต่มันเฝือมากแล้วจ๊ะที่รักแถมทำงานของตัวนี่มีแต่ความเพราะอ่ะแต่ไม่มีพลังอะไรที่โดดเด่นออกมาจากศิลปินอีกหลายๆท่านที่เขาก็ยังทำเพลงแนวๆนี้ขายอยู่เหมือนกัน บางทีอัลบั้มที่เพราะก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นอัลบั้มที่ดีสำหรับคนฟังยุคนี้ก็เป็นได้เช่นเดียวกันกับที่ว่าอัลบั้มที่เพราะเอาใจมหาชนในยุคนี้อาจจะไม่ใช่งานที่จะสามารถขายมหาชนได้กว้างขวางก็เป็นได้...ปัญหาคือคุณพี่และทัมงานต้องวิ่งตามโลกให้ทัน ยุคนี้ต่อให้ชนะอเมริกันไอดอลมาแต่ถ้าไม่มีจุดเด่นอะไรเลยในตัวตนและผลงานมีนก็แค่นั้นแหละค่ะพี่ขา&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ป.ล. ในอเมริกาดิฉันไม่ทราบว่ากระแสตอบรับคุณพี่เป็นอย่างไร แต่ในไทยนี่งานแบบนี้คนต้องชอบแน่ๆเลยทีเดียวถ้าแป๊กก็มาทำขายในไทยก็ได้นะคะ&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;แทร็คเด็ด&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;Life Is Getting Better (4/5) เพลงเปิดอัลบั้มที่ไพเราะเหลือร้าย ส่วนตัวชอบการยำเอาจังหวะเร็กเก้ใสๆน่ารักเข้ากับสูตรสำเร็จของดนตรีอาร์แอนด์บีพ็อพโพรแพรมมิ่งไม่ซับซ้อนมากแต่ก็ได้เพลงที่มีลูกเล่นเหลือร้าย เด็ดขาดตรงท่อนคอรัสที่เพราะขาดใจชนิดที่ทำให้อดคิดถึงงานเพราะๆของการ์เร็ธ เหตต์ชุดแรกไม่ได้อารมณ์ใกล้เคียงกันมากทีเดียว Runnin (4/5) แทร็คถัดมา โดดเด่นด้วยบีทอาร์แอนด์บีและกีตาร์อคูสติคที่ดูเหมือนพยายามจะทำเป็นงานอคูสติคโซลแต่ท้ายที่สุดแล้ว แหมมม๊ ไหงกลายเป็นงานอดัลท์คอนเทมฌพลารีย์หวานแหววไปได้ Raise Your Hand (4/5) งานบัลลาดอาร์แอนด์บีสูตรสำเร็จที่เพราะมากๆอีกเพลง มาที่ Happy Sinner (4.5/5) แทร็คที่ส่วนตัวดิฉันคิดว่าน่าจะชอบมากที่สุดแล้วในอัลบั้ม ไม่ต้องอัไรมากมายแค่เสียงโซลอบอุ่นนวลเนียนบนกีตาร์อคูสติคเรียบง่ายเคล้าโพรแกรมมิ่งอาร์แอนด์บีพ็อพสูตรสำเร็จบวกด้วยท่อนคอรัสที่ไพเราะกระซวกใจ แค่นี้ก็เพียงพอแล้วมั้ง อีกแทร็คโปรดคงหนีไม่พ้น How Many People Can Say That (4.5/5) ฟังแล้วคิดถึงเพลง No Worries ของตาไซม่อนวง Blue ดูมีความเป็นเออร์บันมากสุดในอัลบั้มแล้ว&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;สรุป&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;กล้ายืนยันนะคะว่าแม้จะไม่มีอะไรที่น่าตื่นตาตื่นใจให้ฟังในอัลบั้มนี้แต่ก็ไม่มีอะไรเลวร้าย Come Through For You นับว่าเป็นงานที่เพราะมากๆและคงเป็นตัวเลือกที่ดีที่เดียวสำหรับใครที่เบื่อกับกับพวกอิเลฌคโทรพ็อพ ฮิพฮอพและพวกเอะอะอะไรก็ดั๊บสเต็ปบนชาร์ต งานชุดนี้นี่ถือว่าเป็นพ็อพสะอาดๆขาวใสบริสุทธิ์อมชมพูนิดๆสำหรับเอาไว้ล้างหูได้ดีโดยแท้&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3545973934633776295-7949338424780343918?l=spunkydracula.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://spunkydracula.blogspot.com/feeds/7949338424780343918/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://spunkydracula.blogspot.com/2011/12/javier-colon-come-through-for-you-82.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3545973934633776295/posts/default/7949338424780343918'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3545973934633776295/posts/default/7949338424780343918'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://spunkydracula.blogspot.com/2011/12/javier-colon-come-through-for-you-82.html' title='Javier Colon : Come Through For You : 82%'/><author><name>Da Nastina</name><uri>http://www.blogger.com/profile/03330892158102476960</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_MoZwobnG2nE/Sljyy5PWHPI/AAAAAAAAAGw/Dd3faFSjc2M/S220/1.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/-odE5Mipv598/TuHYBcWUF9I/AAAAAAAAAoo/2bc5TuvIWjE/s72-c/1.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3545973934633776295.post-6019766703714152585</id><published>2011-10-21T17:08:00.000-07:00</published><updated>2011-10-21T17:47:03.106-07:00</updated><title type='text'>Chris De Burgh : Footsteps 2 (Myspace#74)</title><content type='html'>&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/-9YJI2rduVJM/TqIKwh1xYTI/AAAAAAAAAoQ/VlgyuS-LZXU/s1600/1.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5666103110019408178" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 320px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/-9YJI2rduVJM/TqIKwh1xYTI/AAAAAAAAAoQ/VlgyuS-LZXU/s320/1.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;Chris De Burgh : Footsteps 2 : Pop/Adult Contemporary (98%)&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;นั่งวิจารณ์เพลงมาล่อเข้าจะ10ปีดีดักก็ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าวันหนึ่งจะมาถูกใจเอาอัลบั้มคัฟเว่อร์เข้าอย่างจังชนิดที่นั่งฟังไปก็อดอมยิ้มตามไปไม่ได้ - - ทั้งที่ก่อนหน้านี้เกลียดและยี้งานจำพวกนี้และพวกงานรีมิกซ์ชนิดเข้าไส้&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;งานที่ว่าคือ Footsteps 2 อัลบั้มจากศิลปินชาวอังกฤษ/ไอริช Chris De Burgh ที่เป็นการต่อยอดจากชุดแรกในปี2009โดยการนำเพลงสุดอมตะคลาสสิคทั้งหลายแหล่ของศิลปินระดับทั้งตำนานและไม่เคยรู้จักมักจี่มาก่อนในชีวิตนี้ของดิฉันมาคัฟเว่อร์ใหม่ในแง่มุมที่สะท้อนถึงความเป็นไปของสภาพการณ์ยุคปัจจุบันตามทัศนะของศิลปินคนเก่งเสียงเพราะม๊ากกกกกผู้นี้....อย่า อย๊า อย่าๆๆๆๆอย่าเพิ่งยี้หรือด่ากันงานนี้เป็นงานที่เอามา "ทำใหม่" จริงๆค่ะไม่ใช่งานแบบแค่เอามา "ร้องใหม่" ดักดานจึงไม่ต้องกังวลว่าจะเสียเวลาเปล่าๆปลี้ๆกับการเสพย์ดนตรีไร้คุณภาพ เพราะนอกจากเพลงที่เขาคัดมาจะไพเราะคุ้นหูทุกเพลงแล้วยังถึงในแง่ของการเรียบเรียงเป็นงานพ็อพแบบอดัลท์คอนเทมโพลารีย์คุ้นหูพร้อมสรรพด้วยลูกเล่นร็อคนิดๆ โฟล์คจางๆ โซล กอสเพล บอสซาโนว่าและแจ๊ซซ์ผสมผสานกันไปตามเรื่องแถมตัวศิลปินเองเขายังร้องได้เพราะไม่แพ้ต้นฉบับทีเดียว เรียกได้ว่าเป็นงานคัฟเว่อร์ที่ทำเพื่อทริบิวต์แสดงความเคารพได้อย่างเปี่ยมจิตวิญญาณโดยแท้&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ถ้าจะให้แนะนำเพลงก็อยากจะบอกว่าน่าจะฟังมันทั้งอัลบั้มเพราะจะสามารถจับและเข้าถึงคอนเส็ปท์ที่เขาต้องการจะสื่ออกมาได้ครบถ้วน แต่ถ้าอยากจะเลือกฟังทีเด็ดจริงๆนี่เลยค่ะ While You See A Chance คัฟเวอร์จากงานเก่าของสตีฟ วินวู้ดส์เป็นงานพ็อพกระจ่างใสเจือซอฟต์ร็อคเปิดอัลบั้มได้แพรวพราวน่ารักๆมากๆฟังแล้วคิดถึงอารมณ์เพลงพวกยุค70ขึ้นไปจนต้นๆ80 Let It Be นี่ไม่แน่ใจว่าต้นฉบับเป็นของจอห์น เลนนอนรึเปล่า (หรือของ The Beatles ทั้งวง) เพราะไม่ได้ฟังนานแล้วเป็นเพลงที่เรียบง่ายและแลดูสูตรสำเร็จทีสุดแล้วอัลบั้มซึ่งหมายความว่าอีแบบนี้และหมู่เฮาจะต้องชอบกันแน่ๆ ในแง่ของพลังนับว่าดีที่สุดแล้วของงานชุดนี้แต่ส่วนตัวกับชอบ Blue Bayou คัฟเว่อร์ของรอย โรบินสันมากกว่าเป็นงานอคูสติคแบบบราซิลเลี่ยนเจือบอสซาโนว่าเพราะมากๆ S.O.S. คัฟเวอร๋งานจาก Abba ชอบการเรียบเรียงดนตรีที่น่าสนใจมากๆนอกจากจะติดกลิ่นของความเป็นพ็อพยุค70เบิอบานแช่มชื่นแล้วยังงดงามด้วยความเป็นอดัลท์คอนเทมโพลารีย์กึ่งคลาสสิคคัลที่เครื่องดนตรีทุกชิ้นทำงานได้ดีประหนึ่งมีชีวิต Lady Madonna นี่ทำออกมาเอาใจคนชอบแจ๊ซซ์ Time In A Bottle นี่เครื่องสายกรีดกรายโหยหวนบาดใจมากๆพวกที่ชอบฟังงานบัลลาดชุดหลังๆของคริสทิน่า อากิเลร่าอย่าง Hurt,You Lost MeหรือBound To You คงจะชอบ In The Ghetto ฟังการนำเสนอแล้วคิดถึงอาร์แอนด์บีโซล70แบบมาร์วิน เกย์เพียงแต่คุณคริสมาแบบเน้นพ็อพและกอสเพลมากกว่า On A Christmas Night กอสเพลจำพวกคริสมาสต์แครอลในช่วงเวลาแย่ๆแบบนี้ฟังแล้วรู้สึกอบอุ่นและมีกำลังใจมากๆ "ขอพระผู้เป็นเจ้าทรงคุ้มครองประเทศไทย" ปิดท้ายกับ Every Step Of The Way พ็อพโฟล์คสวยงามบรรเจิดใจเกินจะจินตนาการ&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;คะแนนอาจจะแลดูสูงไปสำหรับงานจำพวกคัฟเว่อร์แต่เชื่อเถอะว่างานนี้มันมีดีที่ความเพราะและเนื้อหาชนิดปฏิเสธไม่ได้แม้จะเอาของคนอื่นมาร้องแต่ทำออกมาแล้วมันแลดูมีค่าแถมแสดงให้เห็นถึงจิตวิญญาณที่เคารพอย่างเต็มเปี่ยมก็ว่าไม่ได้ นอกจากนี้ยังเป็นอัลบั้มที่มากถูกที่ถูกเวลาเหนือสิ่งอื่นใดแล้วคนสำคัญของดิฉันท่านชอบอัลบั้มนี้เอามากๆเสียด้วยสิคะ...แค่นี้ก็เพียงพอแล้วต่อเหตุผลที่ดิฉันจะให้5ดาวเต็มสวยๆ หามาฟังกันเถิดเพื่อนฝูง วู้ว!!!&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3545973934633776295-6019766703714152585?l=spunkydracula.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://spunkydracula.blogspot.com/feeds/6019766703714152585/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://spunkydracula.blogspot.com/2011/10/chris-de-burgh-footsteps-2-myspace74.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3545973934633776295/posts/default/6019766703714152585'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3545973934633776295/posts/default/6019766703714152585'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://spunkydracula.blogspot.com/2011/10/chris-de-burgh-footsteps-2-myspace74.html' title='Chris De Burgh : Footsteps 2 (Myspace#74)'/><author><name>Da Nastina</name><uri>http://www.blogger.com/profile/03330892158102476960</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_MoZwobnG2nE/Sljyy5PWHPI/AAAAAAAAAGw/Dd3faFSjc2M/S220/1.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/-9YJI2rduVJM/TqIKwh1xYTI/AAAAAAAAAoQ/VlgyuS-LZXU/s72-c/1.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3545973934633776295.post-7537268131560335113</id><published>2011-10-20T02:55:00.000-07:00</published><updated>2011-10-20T03:58:00.138-07:00</updated><title type='text'>2PM : The First Album 1:59 PM (Myspace#73)</title><content type='html'>&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/-vJcLNYIszro/Tp_wL6J-JjI/AAAAAAAAAoE/5p90Tks5d-0/s1600/1.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5665510943635678770" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 227px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/-vJcLNYIszro/Tp_wL6J-JjI/AAAAAAAAAoE/5p90Tks5d-0/s320/1.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;2PM : The First Album 1:59 PM (Myspace#73) : K-Pop (79%)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จะว่าไปมีผู้อ่านหลายท่านเหมือนกันส่งอีเมลล์มายุให้เขียนวจารณ์อัลบั้มเพลง "เกาหลี" สักชุดซึ่งดิฉันก็ทำเอาหูไปนาเอาตาไปไร่หาได้ใส่ใจไม่ตลอดเนื่องจาก "ไม่ใช่แนว!!!" (ส่วนตัวไม่ได้ติดตามสนับสนุนงานดนตรีจากฝากเกาหลีแต่ก็ไม่ได้แอนตี้อะไรนะคะ) แต่แหมเมื่อวันเวลามันเดินผ่านไปอะไรๆก็เปลี่ยนนะคะเช่นเดียวกับคอนเส็ปท์ของแนสทิน่าที่ชีวิตนี้ว่าไว้ว่าจะไม่ยอมฟังเพลงเกาหลีสักอัลบั้ม แต่ไปๆมาๆด้วยความที่ช่วงนี้วงการดนตรีสากลมันช่างซบเซาน่าเบื่อเหลือเกินศิลปินทีร่ชอบอย่าง Coldplay กับเจมส์ มอริสันก็เขียนถึงไปแล้ว ริฮานน่า,มาดอนน่ากับคริสทิน่า อากิเลร่าก็ยังไม่ออกก็เลยไม่เหลืออะไรให้ตื่นเต้นกันละซิทีนี้ว่าแล้วหางานเพลงเกาหลีดีๆสักอัลบั้มมาฟังขัดตาทัพช่วงนี้ก็ดีเหมือนกันนะคะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อัลบั้มเกาหลีชุดแรกในชีวิตที่เลือกมาฟังคือ 1:59 PM สตูดิโออัลบั้มชุดแรกของ 2PM ที่จะว่าไปก็เป็นเกาหลีวงแรกและวงเดียวนี่แหละที่ทำให้สนใจจะลองมาสัมผัสกับวัฒนธรรมของดนตรีแดนกิมจิกับเขาบ้างจริงๆแล้วตอนแรกกะจะเขียน Hands Up งานชุดล่าสุดที่เพิ่งวางขายไปช่วงกลางปีแต่แหมคนเราถ้าคิดจะทำความรู้จักกันก็น่าจะติดตามกันซะตั้งแต่ชุดแรกไปเลยมากกว่านะคะ - - จะว่าไปแค่นี้ก็พลาดพอแล้วเพราะก่อนหน้านี้หนุ่มๆก็ออกมินิอัลบั้มมาล่วงหน้างานสตูโออัลบั้มถึง2ชุดด้วยกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท้าวความถึงพวกหนุ่มๆเป็นเกร็ดเล็กๆน้อยๆกรุบกริบคือทั้ง7เทพบุตรนี่ได้เข้าร่วมแข่งขันในรายการ "Hot Blood Guys" เรียลลิตี้สุดฮอตของทางเกาหลีจากค่าย JYP Entertainment โดยรายการนี้จะเฟ้นหา10หนุ่มที่เข้าตากรรมการมาปั้นเป็นศิลปินบอยแบนด์จำนวน10ท่านจาก13ชีวิตที่เข้ามาแข่งขัน โดย3กระทาชายที่เสียงไพเราะทรงพลังกังวานนี่จะได้เข้าร่วมเป็นสมาคมเดียวกันในนาม 2AM ส่วนอีก7ชายที่เหลือนี่ทางสังกัดรีเควสต์มาว่าขอแบบเท้าไฟเต้นเก่งระดับเทพซึ่งผ่านการคัดสรรมาอย่างดีแล้วบทสรุปจึงไปลงเอยกันที่ ปาร์คแจบอม (อดีตหัวหน้าทีมที่ลาออกจากวงไปด้วยปัญหาพิพาทจากข้อความในมายสเปซ),โอคแทคยอน(หมอนี่แร็พเก่งพอตัวทีเดียว),นิชคุณ(ชายไทยหนึ่งเดียวในวงได้รับสมญาว่า "เจ้าชายแห่งเอเชีย"),ฮวางชานซอน (น่ารักอยู่นะ),อีจุนโฮ,คิมจุนซูและจางอูยอง (ขวัญใจป้าก๊อฟ ศรีวิการ์อดีตกองปอป) ซึ่งก่อตั้งขึ้นในนาม2PM - - วงนี้นี่เครดิตดีถึงขั้นคุณ "พัคจินยอง" เจ้าของบริษัทออกมาอวยเป็นการใหญ่ว่าภูมิใจอย่างหาที่เปรียบไม่ได้เพราะ10ปีมานี่ไม่เคยปั้นบอยแบนด์สักวงเลยให้ตายงานนี้ถ้าพวก2PMไม่มีความโดเด่นวิเศษวิโสไปกว่าบอยแบนด์วงอื่นๆในเกาหลีล่ะก็ให้ตายกระผมก็จะไม่มีวันเปิดตัวพวกเขาหรอกจริง จริ๊งงงงงไม่ได้โกหก - - เออเชื่อก็เชื่อค่ะ!!!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับภาคดนตรีโดยรวมของหนุ่มๆในอัลบั้มนี้เป็นงานพ็อพร่วมสมัยที่ตลบอบอวนไปด้วยการผสมผสานกลิ่นอายของดนตรีผิสีอย่างอาร์แอนด์บี ฮิพฮอพ แร็พข้ามฝากไปเล่นกับดนตรีเต้นรำโดยเน้นบีทอิเล็คโทรนิคเก๋ไก๋กระฉึกกระฉักกระชากใจเป็นหลักเข้ากับการเรียบเรียงนำเสนอตามวัฒนธรรมของอุตสาหกรรมดนตรีเมนทสตรีมของแดนกิมจิในยุคปัจจุบัน สิริรวมออกมาเป็นดนตรีแนว "เคพ็อพ" หรือ Korean Pop อันเปี่ยมไปด้วยสีสันที่แฟนดนตรีชาวเอเชียบัญญัติขึ้นเรียกกันติดปากเพื่อเป็นการสดุดีอิทธิพลของดนตรีพ็อพจากฝากเกาหลีที่กระจายอิทธิพลไปอย่างขจรไกลใหญ่บึ้มในช่วงไม่กี่ปีมานี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถามว่าชอบเพลงไหนในอัลบั้มนี้ขอเริ่มต้นจาก Heartbeat ที่ส่วนตัวชอบการเรียบเรียงดนตรีเปิดตัวจากการแร็พเก๋าๆเท่ห์ๆพัลวันตับแล่บสำเนียงแปร่งหูแต่ก็เก๋ไปอีกแบบพร้อมกับบีทจากเสียงสังเคราะห์ประหนึ่งเสียงเต้นของหัวใจที่ดังเป็นแบ็คกราวนด์ตบตามด้วยบีทอิเล็คโทรนิคเต้นรำเก๋ๆที่หลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกับอาร์แอนด์บีฮิพฮอพได้อย่างลงตัวไปกันได้ดีกับท่อนคอรัสที่เกลี่ยออกมาได้พ็อพจัดพ็อพจ๋าติดหูเหลือหลายเป็นนหึ่งในเพลงเกาหลีที่เท่ห์ที่สุดเท่าที่เคยฟังผ่านๆหูมาเลยทีเดียว ในอัลบั้มยังมี Red Light Remix ที่สลับให้มีความเป็นอาร์แอนด์บีและฮิพฮอพที่เข้มข้นขึ้นโดยการพรมเพียโนตามสไตล์ของพวกคอนเทมโพรารีย์ที่อาร์แอนด์บีฝากตะวันตกนิยมเล่นกันพร้อมด้วยบีทฮิพฮอพที่ลดความกระฉึกกระฉักลงให้กลายเป็นสโลวแจม ฟังแล้วได้อารมณืเท่ห์ๆดิบๆไปอีกแบบเหมือนฟังดนตรีฮิพฮอพฝั่งเวสต์โคสต์ของพวกเอมิเน็มหรือฟิฟที่ย์เซ็นท์ ฟังเพลงที่สองเสร็จแล้วข้ามมานี่เลย Gimme The Light มิดเทมโพอาร์แอนด์บีหวานหยดเซ็กซี่หยาดเยิ้มตบด้วยอารมณ์โซลฟูลและลวดลายของบีทอาร์แอนด์บีกึ่งสตรีทอาร์แอนด์บีนิดๆเซ็กซี่ม๊ากกกกกฟังแล้วแถบจะละลายเช่นเดียวกับ Back 2U อีกหนึ่งงานอาร์แอนด์บีที่เพราะมากๆชนิดที่เอาไปอวด Usher ได้สบายๆก็แล้วกัน แหมมมม๊ เห็นคนเอเชียทำงานผิวสีแบบนี้ออกมาได้ดีไม่แพ้เจ้าของเขาแล้วมันก็ประทับใจอย่างบอกไม่ถูกเนอะ ที่สุดยอดเลยก็คงจะหนีไม่พ้นซิงเกิ้ลเดบิ้วท์อย่าง 10 Points Out Of 10 ครบเครื่องในการสะท้อนวัฒนธรรมของความเป็น "เคพ็อพ" ออกมาได้ชัดเจนที่สุดตั้งแต่บีทอิเล็คโทรนิคพ็อพติดซินธิไซเซอร์กระตุกๆและเสียงสังเคราะห์ในช่วงต้น สรรพสำเนียงการแร็พอันเป็นเอกลักษณ์ กีตาร์ร็อคกร่างๆดิบไปจนถึงท่อนคอรัสที่แบบนี้เท่านั้นแหละที่ศิลปินเกาหลีเท่านั้นที่จะทำออกมา อ๋อ แถมอีกนิดว่าประทับใจช่วงเบรคเอ๊าท์ที่ออกแนวโอลด์สคูลอาร์แอนด์บีติดฟั้งค์กี่ย์นั่นก็เท่ห์ไปเลย วู๊ยยยยย เพอร์เฟคค่ะ เพลงที่ชอบที่สุดก็คงจะเป็น Only You ซิงเกิ้ลที่สองที่งานนี้มาในแบบอคูสติคมิกซ์เป็นงานพ็อพอคูสติคใสๆไปจนถึงชิลล์กึ่งอะแค็พเพลล่าที่แทรกโพรแกรมมิ่งอาร์แอนด์บีและท่อนแร็พออกมาได้ถูกที่ถูกเวลาไพเราะอลังการสุดๆ เหมาะกับเปิดฟังจิบกาแฟบยามเช้าๆพลางนั่งประดิษฐ์ท่าทางว่าตัวเองเป็นนางเอกเกาหลียัยตัวร้ายยัยนางมารที่นั่งรอเจ้าชายเย็นชาโอเลี้ยงอะไรนั่นมาขายขนมจีบแบบบอกไม่ถูก หึหึหึ Again&amp;amp;Again อีกหนึ่งเพลงเก่งของทางวงที่เปิดบ่อยเหลือเกินในบ้านเราเทียบกับซิงเกิ้ลก่อนหน้านี้นี่รู้สึกเหมือนกับว่าจะเน้นความเป็นอิเล็คโทรนิคและพ็อพมากขึ้นมากกว่าพวกเออร์บัน...ก็เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการจะตีตลาดเมนทสตรีมเพราะไม่ดิบและติดหูฟังเพลินมากๆ I Hate You ที่บอกว่าเป็นเล้าจ์นมิกซ์แต่พอฟังแล้วดันโฉ่งฉ่างสุดพระเดชพระคุณประหนึ่งเทคโนฟั้งค์กีย์การาจกรู๊ฟมิกซ์ซะมากกว่าพวกคอยูโรแด๊นซ์ไม่ก็เฮ้าส์แบบเดวิด เกตต้ายุคแรกๆน่าจะชอบนะคะ...มันส์ดีเหมือนกัน เพลงสุดท้าย You Might Come Back ฉบับบอสซาโนว่าเพราะพริ้งไม่ผิดหวังแน่นอน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต๊ายยยยย รีวิวงานนี้แล้วก็คงจะไม่เขียนงานของศิลปินเกาหลีใดๆอีกแล้ว...ไม่ใช่อะไรหรอกกลัวจะ "ชอบ" ขึ้นมาน่ะแถมวงนี้มาบ้านเราบ่อยซะเหลือเกิน ดิฉันเคยจำวีรกรรมสมัยที่ อดัม ริคคิทท์ มาไทยได้ค่ะว่าตัวเองบ้าผู้ชายขนาดไหนถึงขั้นยอมเกือบที่จะซ้ำชั้นหนีค่ายลูกเสือไปดูกันเลยทีเดียว...งานนี้คงต้องรีบเบรคตัวเองไว้ก่อนเพราะแค่เป็นดิว่าปากหมาสุดๆในบอร์ด FF นี่คนเขาก็เกลียดขี้หน้าจนไม่ค่อยมีใครอยากจะสมาคมกับแนสทิน่าเท่าไรแล้ว ลองถ้าดิฉันกลายร่างเป็น "ติ่ง" ไปอีกนี่โลกแตกก่อน2012แน่นอน โฮะๆๆๆๆๆๆ - - จะโดนตบก็อีคราวนี้นั่นแหละ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3545973934633776295-7537268131560335113?l=spunkydracula.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://spunkydracula.blogspot.com/feeds/7537268131560335113/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://spunkydracula.blogspot.com/2011/10/2pm-first-album-159-pm-myspace73.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3545973934633776295/posts/default/7537268131560335113'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3545973934633776295/posts/default/7537268131560335113'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://spunkydracula.blogspot.com/2011/10/2pm-first-album-159-pm-myspace73.html' title='2PM : The First Album 1:59 PM (Myspace#73)'/><author><name>Da Nastina</name><uri>http://www.blogger.com/profile/03330892158102476960</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_MoZwobnG2nE/Sljyy5PWHPI/AAAAAAAAAGw/Dd3faFSjc2M/S220/1.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/-vJcLNYIszro/Tp_wL6J-JjI/AAAAAAAAAoE/5p90Tks5d-0/s72-c/1.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3545973934633776295.post-8918884369659236567</id><published>2011-10-18T15:38:00.000-07:00</published><updated>2011-10-18T16:32:38.922-07:00</updated><title type='text'>Rihanna : Music Of The Sun (Myspace#72)</title><content type='html'>&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/-Wyk3rmDlXO8/Tp4AF7KpnjI/AAAAAAAAAn4/znZCPdrlFzA/s1600/1.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5664965483060370994" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 300px; CURSOR: hand; HEIGHT: 300px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/-Wyk3rmDlXO8/Tp4AF7KpnjI/AAAAAAAAAn4/znZCPdrlFzA/s320/1.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;Rihanna : Music Of The Sun : Pop/R&amp;amp;B/Reggae/Dancehall (74%)&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;หลังจากที่หอบความประทับใจกระบุงใหญ่ให้เจมส์ มอริสันกับColdplayไปแล้วตอนนี้ก็ถึงเวลาตั้งตาคอยงานใหม่จากศิลปินสุดโปรดอีกคนหนึ่งนั่นคือ Talk That Talk ของริฮานน่าที่กำลังจะออกในเดือนหน้าว่าแล้วก่อนที่จะได้ฟังงานใหม่กันเต็มๆมายสเปซครั้งนี้ก็ขอขุดงานเก่าของเธอที่เชื่อว่าป่านนี้ชาวบ้านร้านช่องคงจะได้ลืมกันไปหมดแล้วมาเขียนแนะนำก่อนจะได้ไปตื่นตาตื่นใจกับงานใหม่พร้อมๆกันนะคะ&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;อัลบั้มที่เลือกมาเขียนคือ Music Of The Sun อัลบั้มเปิดตัวของเธอซึ่งก่อนอื่นต้องขอยอมรับว่าเพิ่งจะได้มาฟังงานชุดนี้เอาจริงๆก็ช่วงเดือนนี้เองเพราะก่อนหน้านี้ดิฉันไม่ค่อยจะชอบริฮานน่าเท่าไรจนหลังจากที่กระแสความสำเร็จของอัลบั้ม Good Girl Gone Bad เป็นปรากฏการณ์ไปทั่วโลกนั่นแหละเธอถึงจะกลายมาเป็นหนึ่งในศิลปินหญิงที่ดิฉันสนใจจับตามอง - - และแน่นอนเป็นหนึ่งในศิลปินหญิงที่ชอบที่สุดเป็นอันดับต้นๆของวินาทีนี้&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;จากตอนแรกปรามาสน้ำหน้างานชุดนี้ไว้เยอะว่าต้องเป็นงานเร็กเก้เสี่ยวๆฉาบฉวยตามกระแสในช่วงนั้นที่ศิลปินหญิงจากแนวเทือกๆนี้จะขึ้นอันดับบนชาร์ตได้สูงมากอาทิ ลูมิดีหรือสองสาวนีน่า สกาย (ที่ขณะนี้ลงใต้ดินไปแล้ว) เป็นต้น ที่ไหนได้พอฟังแบบเต็มๆแล้วถึงกับต้องสะดุ้งโหยงด้วยความที่อัลบั้มนี้เป็นงาน "เร็กเก้พ็อพ" ที่เพราะมากๆคือมันอาจจะเป็นงานที่ค่อนข้างจะฉาบฉวยตามกระแสช่วงนั้นที่จับเอา "ริฮานน่า" ที่เอาจริงๆแล้วอาจจะไม่ได้ฝักใฝ่ในเร็กเก้จริงๆจังๆหรืออาจะมีอิทธิพลของดนตรีเร็กเก้พื้นเมืองจากบาร์บาโดสบ้านเกิดติดโครโมโซมมาบ้างมาทำเร็กเก้ซะเลยให้สมกับช่วงเวลา ผลที่ได้คือเหมือนกับเป็นการเอาดนตรี "พ็อพ" เนื้อแท้สอดไส้ไว้ด้านในแล้ววาดลวดลายด้วยภาคดนตรีเร็กเก้และกลิ่นอายของอารธยธรรมจากดนตรีแคริบเบี้ยนฉาบเปลือกนอกซึ่งคนที่เขาเป็นคอเร็กเก้จริงๆและหวังจะได้ยินงานแบบบ็อบ มาร์เลย์,แช็กกี้ย์หรือฌอน พอลอาจจะต้องผิดหวัง.....แต่ดาบนี้มีสองคมค่ะคุณเพราะผลดีมันดันข้ามฝากมาหาเราๆที่เป็นคอดนตรีพ็อพกันชนิดจังเบ้อเร่อด้วยความที่งานนี้มันดันผสมผสานออกมาได้อย่างลงตัวและร่วมสมัยมากจริงๆอย่างที่หนูริริแกโม้ไว้ตั้งแต่ตอนต้น อัลบั้มนี้จับเอาลูกเล่นของซาวนด์เต้นรำฝากแคริบเบี้ยนอย่างเร็กเก้,แด๊นซ์ฮอลล์และโซคา - - ดนตรีจำพวกคาลิพโซหรือดนตรีพื้นเมืองของอินเดีย - - มายำเข้ากับความร่วมสมัยของดนตรีพ็อพและอาร์แอนด์บีที่มีทั้งคอนเทมโพลารีย์อาร์แอนด์บีอารมณ์โซลฟูลกรีดกราย อาร์แอนด์บีกระฉึกกระฉักจำพวกคลับแด๊นซ์ไปยันพวกบีทอาร์แอนด์บีโพรแกรมมิ่งกระป๋องกระแป๋งก็มีมา ที่สำคัญเอามารวมกันไว้ได้อย่างเหมาะเจาะเหมาะใจถูกที่ถูกที่เวลาถูกที่คันและเพราะมากกกกกกกกกกกกกๆๆๆๆๆๆ...อีแบบนี้มันก็เลยออกมาพ็อพจ๋าร่วมสมัยถูกจริตคนฟังเพลงพ็อพอย่างเราๆด้วยประการฉะนี้แลค่า&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;สำหรับเพลงที่ไฮไลท์ว่าต้องฟังคงหนีไม่พ้น Pon De Replay เพลงแจ้งเกิดอย่างสง่างามสวยสมของหนูริริที่เชื่อว่าทุกวันนี้แฟนๆของเธอคงยังไม่ลืมความเก๋ไก๋ร้อนแรงสุดพระเดชพระคุณของเพลงนี้จับเอาดนตรีแคริบเบี้ยนจำพวกแด๊นซ์ฮอลล์มาตีกับดนตรีพ็อพจำพวกคลับแด๊นซ์และซาวนด์เออร์บันดิบดำร้อนระอุตอบคอนเส็ปท์ของงาน "ดนตรีแห่งแสงตะวัน" ชุดนี้ได้อย่างสมบูรณ์ครบถ้วนโดยแท้ เป็นหนึ่งในเพลงเต้นรำที่ดีที่สุดตลอดกาลของริฮานน่าจริงๆกล้ายืนยัน Here I Go Again งานเร็กเก้พ็อพสุดเพราะฟังชิลล์ๆเพลินๆเจือด้วยลูกเล่นอาร์แอนด์บีแจมลงไปเล็กน้อยพอเป็นสีสันหยิบมาฟังทีไรก็รู้สึกอารมณ์ดีทุกครั้งต่อด้วย If It's Lovin' That You Want อันนี้นี่เป็นมิดเทมโพที่เร่งจังหวะขึ้นมาได้ชวนโยกมากขึ้นเช่นเดียวกับความร่วมสมัยและความเป็นอาร์แอนด์บีที่จัดจ้านขึ้นทั้งการเรียบเรียงและนำเสนอดนตรีซาวนด์สแครชเฟี้ยวฟ้าวไปทั่วเพลงเลยทีเดียวเก๋ดีที่สำคัญท่อนคอรัสเพราะมากๆ นี่ถ้าถอดอิทธิพลของดนตรีเร็กเก้ออกไปนี่จับไปเป็นเพลงของมารายห์ได้เลยนะนี่ Music Of The Sun ไทเทิ่ลแทร็คสุดแสนไพเราะจับใจชนิดที่ฟังแล้วต้องทึ่งเพราะไม่ได้คาดหวังไว้เลยว่าจะมาได้ยินดนตรีคอนเทมโพลารีย์จำพวกชิลล์แจ๊ซซ์ไฮโซแซมอาร์แอนด์บีหวานๆพอหอมประสานเร็กเก้จางๆที่หลีกทางให้ดนตรีอคูสติคขึ้นมาคุมทิศทางแทนเพราะและเซ็กซี่สุดๆถ้ามิกซ์ให้มีความเป็นอิเล็คโทรนิคหรือดาวน์เทมโพมากกว่านี้นี่เพลงแบบนี้จับรวมเข้าไปไว้กับพวกตระกูล Cafe Del Mar ได้อย่างไม่ขัดเขินทีเดียว มาที่ Let Me นี่สุดยอดทีเดียวโฉ่งฉ่างสุดพระเดชพระคุณกับการปะทะกำลังภายในกันระหว่างดนตรีคลับแด๊นซ์ ซาวนด์แคริบเบี้ยนและอาร์แอนด์บีแถมด้วยกลิ่นอายตะวันออกจำพวกเวิลด์เข้าไปที่ตายก็คือคนฟังตระกูลพวกกะเทย เกย์ เก้ง กวางทั้งหลายค่ะเพราะฟังแล้วต้องลงไปดิ้นพราดๆๆๆๆๆแน่นอน ปิดท้ายด้วย There's A Thug In My Life โดดเด่นเป็นประการแรกที่ภาคเนื้อหากระแทกใจชวนขบคิดแถมด้วยการเรียบเรียงตามวัฒธรรมอาร์แอนด์บีที่ไมธรรมดา เชื่อว่าคนฟังที่ชอบงานของมารายห์,แมรี่ย์ เจ ไบล์จ,เฟธ อีแวน,อแชนทิตลอดจนวิทนี่ย์ ฮุสทันในช่วงหลังๆมาฟังแล้วจะต้องชอบ อีกเพลงก็ได้กับ Now I Know เป็นคอนเทมโพลารีย์บัลลาดโซลฟูลอาร์แอนด์บีนวลเนียนและมีคลาสมากๆห่านโชว์เสียงได้อย่างเจิดจรัสสุดๆชนิดที่ช่วงหลังๆไม่ค่อยจะได้เห็นเธอทำแล้ว&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ท้ายที่สุดรู้ตัวดีว่าพลาดของดีไปอย่างไมน่าให้อภัยตัวเองเลยจริงๆตั้ง6-7ปี พลาดม๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกก แอร๊ยยยยยย เสียดาย&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3545973934633776295-8918884369659236567?l=spunkydracula.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://spunkydracula.blogspot.com/feeds/8918884369659236567/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://spunkydracula.blogspot.com/2011/10/rihanna-music-of-sun-myspace72.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3545973934633776295/posts/default/8918884369659236567'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3545973934633776295/posts/default/8918884369659236567'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://spunkydracula.blogspot.com/2011/10/rihanna-music-of-sun-myspace72.html' title='Rihanna : Music Of The Sun (Myspace#72)'/><author><name>Da Nastina</name><uri>http://www.blogger.com/profile/03330892158102476960</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_MoZwobnG2nE/Sljyy5PWHPI/AAAAAAAAAGw/Dd3faFSjc2M/S220/1.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/-Wyk3rmDlXO8/Tp4AF7KpnjI/AAAAAAAAAn4/znZCPdrlFzA/s72-c/1.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3545973934633776295.post-2934968023764924471</id><published>2011-10-17T12:17:00.000-07:00</published><updated>2011-10-17T16:44:45.575-07:00</updated><title type='text'>Coldplay : Mylo Xyloto : 100%</title><content type='html'>&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/-dbyjjwOpCLo/Tpx_y_y4EAI/AAAAAAAAAns/5bBa6zFB3DA/s1600/1.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5664542945420251138" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 300px; CURSOR: hand; HEIGHT: 300px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/-dbyjjwOpCLo/Tpx_y_y4EAI/AAAAAAAAAns/5bBa6zFB3DA/s320/1.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;Coldplay : Mylo Xyloto : 100%&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ขอบคุณความขี้เกียจที่ทำให้ดิฉันผล็อยหลับไปตั้งแต่บ่ายสองโมงกว่า ขอบคุณความหิวที่ทำให้ดิฉันตื่นมาหาอะไรกินช่วงตีหนึ่ง ขอบคุณเซเว่นอีเลเว่นสำหรับฮ็อทด็อกและแฮมเบอร์เกอร์ที่โดนเหมาไปจนเกลี้ยงสต็อกไม่เหลืออะไรให้คนสวยยาไส้ (ชิชะ!) ท้ายที่สุดขอขอบคุณอินเตอร์เน็ตเพื่อนที่ดีที่สุดในยามหิวและยามเบื่อที่ทำให้ดิฉันได้พบเจออาหารจานที่ตั้งตารอคอยจะรับประทานมาร่วมปีกับ Mylo Xyloto งานชุดล่าสุดของ Coldplay ที่แม้ว่าท้องไส้จะส่งเสียงดังโครกครากด้วยความที่บิ๊กไบท์อันเดียวกับขนมปังไส้ครีมเอาไม่อยู่...แต่เจออาหารจานนี้เข้าไปก็อิ่มเอมและทรงคุณค่ากว่าอาหารจานด่วนใดๆ&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;รูปแบบเพลง&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;นับเป็นความโชคดี (หรือดวงซวยก็ไม่ทราบ???) ของศิลปินทุกท่านทุกแขนงที่เรารักใคร่ชอบพอกันมาถึงระดับนี้ก็คงไม่ต้องฟังเก็บรายละเอียดใดๆให้มากความงานนี้ล่อกันสดๆเขียนกันสดๆจากการฟังรอบแรกไปพร้อมๆกันเลยนะคะคุณคริสขา ก่อนอื่นต้องขอท้าวความถึงความเป็นมาถึงพัฒนาการทางดนตรีของ Coldplay ในทุกอัลบั้มก่อนเริ่มจากชุดแรก Parachutes (97%) เปิดตัวมารับยุคโพสท์-บริทพ็อพได้อย่างดีกับงานบริทพ็อพบริสุทธิ์กระจ่างใสตลบอบอวนไปด้วยกลิ่นอายความหวานจากทั้งภาคดนตรีที่เป็นงานร็อคฝากอังกฤษสุดละเมียดละไมสอดรับกับอารมณ์โศกาหมองหม่นนิดๆและรูปแบบการนำเสนอที่เยือกเย็นและเท่ห์บาดใจประดุจหมอกอันหนาวเหน็บและน้ำค้างแข็งยามรุ่งอรุณสมกับชื่อวงชนิดไม่มีผิดเพี้ยนแม้นใครจะใจร้ายครหาพวกพี่ท่านว่ามันช่างเหมือนเงาของ Radiohead ช่วงสองชุดแรกอะไรประมาณนี้หนอ (ดิฉันดันไปนึกถึง Travis มากกว่า) ดิฉันก็ขอเถียงขาดใจว่าถ้าฟังดีๆ4หนุ่มเขาก็มีแนวทางอันเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองที่ออกจะชัดเจนนะ(โว้ยยย!!!) งานชุดที่ถัดไป A Rush Of Blood To The Haed (98%) อันนี้โปรดสุดยกระดับภาคดนตรีของตัวเองขึ้นมาได้หนักแน่นขึ้นจมภาคดนตรีแพรวพราวเก๋ไก๋และฟังยากขึ้นเล็กน้อยสอดประสานไปได้อย่างดีกับเนื้อหาสุดเฉียบคมอัจฉริยะและชั้นเชิงการประสานภาคดนตรีที่หลากหลาย อาทิ อินดี้ร็อค เพียโนบัลลาดยัน Epic Rock แบบU2เข้ากับความเป็นอัลเทอเนทีฟของทางวงได้อย่างแยบคายเฉียบขาดสุดๆส่วนตัวขออกปากว่านี่คือหนึ่งในงานบริทพ็อพที่ดีที่สุดเท่าที่เกาะอังกฤษจะหารศิลปินวงใดรังสรรค์ขึ้นมาได้เป็นงานระดับตำนานที่ทรงคุณค่าไม่แพ้ Definitely Maybe,Parklife,Everything Must Go,Performance And Cocktails,Dog Man Star,Pablo Honey ยันพ่วงด้วย Hopes&amp;amp;Fears ที่เดินตามหลังมาอย่างภาคภูมิ มาที่ X&amp;amp;Y (95%) งานชุดที่สามอันนี้นี่ออกมาเข้าถึงง่ายขึ้นกว่าชุดที่แล้วแต่ยังเพียบพร้อมไปด้วยความเท่ห์ทางดนตรี วาทะศิลป์อันทรงแสนยานุภาพของภาคเนื้อหา ความเยือกเย็นแต่สว่างไสวปรดุจท้องฟ้ายามเช้าอมชมพูของทางวงและที่สำคัญเสียงร้องของคุณคริส มาร์ทินที่รักของดิฉันในอัลบั้มนี้ที่เจิดจรัสแพรวพราวอย่างถึงที่สุดและแล้วก็มาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญของทางวงใน &lt;a title="Viva la Vida or Death and All His Friends" href="http://en.wikipedia.org/wiki/Viva_la_Vida_or_Death_and_All_His_Friends"&gt;Viva la Vida or Death and All His Friends&lt;/a&gt; (98%) อันนี้นี่ออกแนวทดลองแล้วแม้จะไม่สุดโต่งอย่างพวก Radiohead หรือ Blur ในสองอัลบั้มหลังแต่ฟังแล้วถึงขั้นเกาหัวแกรกๆพร้อมกับอุทานในใจตอนแรกว่า "ยี้!เยินหลายยยยยยยยยยยยยค่ะ" แต่พอฟังนานๆไปปรับตัวได้แล้วนี่ถึงกับถอนคำพูดไม่ทันทีเดียว&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;Mylo Xyloto&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ด้านบนร่ายมายาวนานจนแถบจะเป็นพงศาวดารรอมร่อแล้วก็มาถึงงานลำดับล่าสุดเสียทีกับชื่อแปร่งๆที่ฟังแล้วออกไปทางต่างดาวมากๆชุดนี้ภาคดนตรีโดยรวมฟังแล้วเหมือนกับถึงเวลาซะทีที่ทางวงจะบูรณาการความเป็น Coldplay ในทุกยุคเอาไว้ภาคดนตรีโดยรวมคงที่ไว้ที่ความเป็น "อัลเทอเนทีฟร็อค" อันแฝงครบชาติไว้ครบถ้วนตั้งแต่ซาวนด์ทดลองแบบเอ็กซ์เพอริเมนทัล กลิ่นอายและลูกเล่นจากอัลบั้มที่แล้วแต่มีความเป็นอคูสติคมากขึ้น มิติของความเป็นอิเล็คโทรนิคใน X&amp;amp;Y ที่งวดนี้แม้จะเพราะพริ้งแต่เนื้อในมาดุขึ้นถึงขึ้นเยอะ สูตรสำเร็จทางดนตรีที่หวนให้นึกถึงช่วงอัลบั้มชุดที่สองไปยันบริทพ็อพสวยหวานในงานแรกมีให้เลือกฟังชนิดครบครันในแบบที่ถ้าใครไม่เคยได้ลองฟัง Coldplay มาก่อนจะเริ่มต้นที่อัลบั้มนี้เป็นอันดับแรกก็ถือได้ว่าในแง่ของการติดตามภาพรวมทางดนตรีของพวกเขาคุณแถบจะไม่ได้พลาดอะไรไปเลยจริงๆเพราะ Mylo Xyloto นี่เป็นงานที่เหมือนกับรวมไฮไลท์เด็ดๆของพวกเขามาผสานกับตัวตนในปัจจุบันขณะและการปูทิศทางของแนวดนตรีใหม่ๆที่คาดว่าจะได้เห็นจากพวกเขาในอนาคตแบบที่เข้มข้นชัดเจนกว่านี้แน่นอน - - พวกแนวอิเล็คโทรร็อคกับเอ็กซ์เพอริเมนทัลร็อคน่ะค่ะ - - และอย่า!!! ค่ะอย่าได้ใช้คำราคาถูกๆแบบ "ขายของเก่ากิน" มาบรรยายงานอันทรงคุณค่าชุดนี้....เพราะถือว่าที่คุณด่ามาน่ะ "ด่าผิด" และเข้าใจผิดไปเยอะเพราะแม้จะเอาไฮไลท์เดิมๆก็ตัวเองมาฉาดฉายแสงให้ประทับใจกันอีกรอบก็ใช่ว่าจะย่ำต๊อกอยู่กับที่เสียเมื่อไรงานนี้เขาประยุกต์ปรุงแต่งและพัฒนาให้มีความเป็น Coldplay ในปี2011มากถึงมากที่สุดไปเลยทีเดียวหรอกย่ะ อย่ามาครหาวงสามีของดิฉันให้มากเกินไปนัก หึหึหึ&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;จุดด้อย&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ไอ้เรื่องของคุณภาพนี่หายห่วงน่ะค่ะไม่ต้องไปหาให้เสียเวลาเพราะงานระดับนี้นี่เชื่อว่าคออัลเทอรับได้สบายมากแถมเชื่อว่าส่วนมากจะประทับใจซะด้วยซ้ำน่ะสิคะ....แต่สำหรับดิฉันมันติดอยู่ตงแค่ "ไอ้ที่เขาครหาวงคุณตลอดว่าเป็นเงาของ Radiohead กับ U2 " พอมาฟังเอาดีๆในชุดนี้แล้วก็ เออ "ก็เงาเขาจริงๆว่ะ"&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;แทร็คเด็ด&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ต๊ายยยยแล้วไม่รู้จะเลือกยังไงดีเพราะนี่เป็นอัลบั้มแรกของ Coldplay จริงๆที่รู้สึกลื่นไปได้กับทุกเพลงตั้งแต่รอบแรกที่ฟังชนิดที่ไม่ต้องอาศัยความดัดจริต ไม่ต้องบิวท์ไม่ต้องตะกายบันไดใดๆขึ้นไปฟังเลยดีฉันล่ะลำบากใจจริงๆค่ะทำยังไงดี เอาเป็นว่า Well Begun Is Half Done เนอะกับแทร็คแรกอย่าง Hurts Like Heaven (4/5) ที่ต่อกับไทเทิ่ลแทร็คที่เหมือนกับเป็นอินเทอลูดได้อย่างเรียบเนียนชนิดไหลลื่น แม้เทียบกับแทร็คที่เหลือในอัลบั้มแรกแถบจะเรียกได้ว่าสุดแสนจะธรรมดาแต่ขอโทษทีนะคะมีไม่มากหรอกที่เราจะได้ฟังงานของวงคุณคริสในแบบสดใสกระฉึกกระฉักเบิกบานกระจ่างแจ้งฟังแล้วสดชื่นอารมณ์ดีขนาดนี้ ดนตรีน่ารักเหลือแสนแต่ทุกสิ่งอันก็ต้องยอมศิโรราบโดยดีให้กับเสียงร้องของคุณคริสในช่วงคอรัสที่แม้จะมาแค่ท่อนฮู้ๆฮ้าๆไปยันคำบังคับช่วงหลังๆของคุณเธออย่าง "โอ๊วววว โว๊วววว โว้ โอ๊ววว โอ่" (ทำไมต้องมีท่อนนี้เกือบทั้งอัลบั้มด้วยวะ?) ก็ขนลุกไปทั้งตัวแล้ว อ๋อ กีตาร์ช่วงเบรคเอ๊าท์เพราะมากค่ะที่รัก Paradise (4.5/5) ซิงเกิ้ลที่สองเพลงโปรดของคุณพี่ก๊อฟ ศรีวิการ์อดีต3สามมือตบชาร์ลีแองเจิ้ลส์ประจำนิตยสาร Pop สุดป่วง แค่อินโทรมาก็อลังการแล้วค่ะกับเสียงออร์แกนสวยๆและเครื่องสายที่กรีดเสียงกระหน่ำกระซวกถึงหัวใจก่อนจะตบหนักๆด้วยความเป็นร็อคกระแทกกระทั้นฟังแล้วแถบอยากจะลงไปดิ้นพราดๆให้รู้แล้วรู้เล่าไหนจะยังช่วงท่อนคอรัสที่เร่งจังหวะจับเอาออร์แกน ซินธิไซเซอร์และออเครสตร้ามาทำสงครามกันแต่ก็ไม่สามารถแย่งชิงความโดเด่นไปจากน้ำเสียงฟัลเซ็ทโทบีบเล็กบีบน้อยของคุณคริสที่ฟังแล้วใจมันโหวงๆชอบกลเป็นการใช้ดนตรีบีบคั้นความรู้สึกได้อย่างงามระยับเปี่ยมชั้นเชิงสุดๆก่อนจะทิ้งทายด้วยการพรมเพียโนแผ่วเบาฟังนุ่มละมุนพัดผ่านไปประดุจสายลม ฟังแล้วคิดถึงการร่วมร่างกันระหว่าง Speed Of Sound,Fix You แล้วก็ Cemeteries Of London นั่นแหละใช่เลย!!! ต่อด้วย Charlie Brown (4.5/5) ที่ฟังแล้วถึงกับตัวลอย จะว่าไปก็นานแล้วนะคะที่ไม่ได้ยินColdplayทำเพลงน่ารักกลับสู่ท่วงทำนองบริทพ็อพเรียบง่ายขนาดนี้ให้ฟัง การเรียบเรียงสวย ท่อนคอรัสไพเราะติดหูจับใจและที่สำคัญเพลงเป็น Coldplay ม๊ากกกกกทุกท่วงทำนองทุกพยางค์ เพลงแบบนี้เท่านั้นที่ Coldplay จะทำได้เชื่อว่าแฟนๆของทางวงส่วนมากน่าจะชอบไม่ต้องอะไรมากแค่เสียงกีตาร์ตอนอินโทรก็ได้เรื่องแล้วล่ะ Me/เช็ดน้ำตาป้อยๆ มาที่ Us Against The World (5) งานแบบที่ทางวงชอบทำอุทิศให้ปู่จอห์นนี่ย์ แคชแบบช่วง3อัลบั้มแรกนั่นแหละ ไม่ต้องอะไรมากมายแค่เสียงสวรรค์ประทานของคุณคริสร้องคลอไปกับกีตาร์อคูสติคแต้มอารมณ์บลูส์บาดลึกกรีดใจ วู๊ยยยย เป็นไม่ไตยที่ Coldplay งัดออกมาทีไรก็ใช้ได้ผลทุกครั้งสิน่า Every Teardrop Is A Waterfall (4.5/5) ซิงเกิ้ลแรกที่ออกโปรโมตมาเป็นงานอีพีให้แฟนๆตื่นเต้นกันช่วงใกล้ๆจะกลางปีฟังแล้วในแง่ของภาคดนตรีเหมือนกับเป็นภาคสองของ Viva La Vida เพลงเก่งจากงานชุดทื่แล้วในแบบที่ลดท่วงทำนองแบบบาโร๊คและความเป็นเอ็กซ์เพอลงก่อนจะหยอดท่วงทำนองเท่ห์ๆกรีดใจของกีตาร์ร็อคเข้าไปแทนที่ ฟังครั้งแรกแล้วอยากจะด่าด้วยความที่มันเหมือนงานเดิมจนน่าเกลียดเพียงแต่นี่ฟังมา วู๊ยยยย น่าจะเหยียบ50รอบแล้วมั้งคะแล้วดันบรรลุทางโลกีย์ได้ว่ากีตาร์ในเพลงนี้งดงามเพียงใดเช่นเดียวกั้บเสียงของคุณคริสที่ยังเท่ห์กินใจเช่นเดิม U.F.O. (5) แค่เสียงของคุณคริสคลอกับกีตาร์อคูสติคเพราะในช่วงต้นนี่ก็คว้าดาวมาประเคนให้หมดฟ้าแล้ว (มุขใครหว่า???) แต่นี่นะคะยังทำเก๋ไก๋ด้วยการแทรกออเครสตร้าเพราะๆพร้อมเครื่องสายกรีดเสียงสวยจนวิญญาณของดิฉันแถบจะถูกทำให้สะบั้นขาดกันเสียดายสั้นไปนิดแต่ก็สมบูรณ์แบบเหนือคำบรรยายค่ะ และแน่นอนที่เซอร์ไพร์สสุดๆก็คงหนีไม่พ้น Princess Of China (4.5/5) ที่ร่วมงานกับริฮานน่า ส่วนตัวชอบชั้นเชิงการเรียบเรียงดนตรีนะคะเหมือนกับเป็นการประยุกต์เอาซาวนด์ทดลองจากอัลบั้มที่แล้วมายำร่วมกับความเป็นอัลเทอ อิเล็คโทรนิคจะว่าไปแม้แต่กลิ่นอายของนิวเอจน้อยๆก็ยังมีเจือปนอยู่ในเพลงนี้ชนิดที่พอจะสัมผัสได้อยู่เหมือนกันแต่เหนือสิ่งอื่นใดขอยกเครดิตให้ "ริฮานน่า" เพราะไม่คาดคิดว่าเธอจะสามารถสลับลงมาเล่นกับงานดนตรีที่เป็นศิลปะสุดโต่งขนาดนี้ได้ ด้วยความที่ซาวนด์มันช่างไกลลิบจากความเป็นริฮานน่าจนเกินจะจินตนาการแต่เธอก็สามารถทำมันออกมาได้ดีและถึงมากๆ เป็นอีกครั้งที่ริริแสดงให้โลกดนตรีเห็นว่าถึงเธอจะเป็นศิลปินพ็อพจำพวกทีนควีนและพ็อพไอค่อนแต่อย่าได้ครหาว่าเธอไม่มีฝีมือเพราะการที่สามารถหลอมตัวเองจากความเป็นเมนทสตรีมลงมาติ๊สท์จ๋าร็อคจัดได้ขนาดนี้นี่...เป็นเครื่องการันตีได้อย่างดีที่สุดว่าที่เธอยืนอยู่บนความเป็นแนวหน้าในทุกวันนี้ได้ไม่ใช่แค่เพราะมีลุ๊คส์หรือโชคช่วยบุญพาวาสนาส่งอย่างเดียว - - คอยดูกันต่อไปว่าอีกไม่ช้าริฮานน่านี่แหละจะมีผลงานที่ทำให้โลกต้องอึ้งอีกคำรบใหญ่หลังจาก Rated R แทร็คถัดไป Up In Flames (5) งานเพียโนบัลลาดเพราะๆที่คุณคริสถวายหัวใจร้องออกมาได้อย่างบาดอารมณ์สุดจิตวิญญาณฟังแล้วคิดถึง The Scientist จัง!!! ปิดตัวสวยกับ Up With The Birds (5) ที่ฟังแล้วถึงกับตกตะลึงจนพูดไม่ออกด้วยค่าที่มันไพเราะและสวยงามอย่างบอกไม่ถูกแถมยังเรียบเรียงดนตรีสลับได้อย่างมีมิติเปิดมาพรมด้วยเพียโนหวานละมุนทันดีทันใดเจ้ากลับกลายร่างไปหลอมรวมกับดนตรีเอ็กซ์เพอที่จับเอาอิเล็คโทรนิค เครื่องสายน้อยๆและเสียงประสานแบบกอสเพลฟังแล้วขนหัวลุกไม่ทันไรกับเปลี่ยนมาเป็นงานบริทพ็อพบนกีตาร์อคูสติคหวานใสงามระยับพลางแซมด้วยซินธิไซเซอร์แพรวพราวและเสียงสังเคราะห์ก่อนจะพรมเพียโนสั้นๆปิดมหากาพย์ลำดับที่5ได้อย่างชวนประทับใจที่สุด&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;สรุป&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;100% ในที่นี่ใช่ว่าดิฉันกำลังจะบอกว่านี่เป็นงานที่ดีที่สุดของ Coldplay "เปล่าเลย!!!" ไม่ได้เพราะจนเข้าขั้นวิเศษแบบงานชุดแรก ทรงพลังจนถึงขั้นต้องเหลียวหลังอย่างงานชุดที่สองรึก็เปล่า ความน่าตื่นตาตื่นใจและพลังการรังสรรค์เมื่อเทียบกับ X&amp;amp;YและVivaก็ยังสู้ไม่ได้ เพียงแต่ให้ด้วยความที่พวกเขาสมควรจะได้ในงานชุดนี้เสียทีเพราะการเรียบเรียงดนตรีของพวกเขาให้อัลบั้มนี้เป็นอะไรที่ประณีตละเมียดละไมกินขาดก่อนหน้านี้เป็นอัลบั้มแรกของ Coldplay จริงๆที่ฟังแล้วแบบไม่ต้องทำหน้านิ่วกับบางเพลงแถมฟังได้เพลิดเพลินตั้งแต่ต้นจนจบนับว่าพวกเขาใส่ใจในทุกองค์ประกอบที่จะรังสรรค์อัลบั้มที่ดีและทำอัลบั้มเพื่อที่จะให้ "คนฟังจริงๆ" ไม่ใช่งานดนตรีที่ทำออกมาเพื่อให้คนงงและชมว่าเป็นงานที่ดี แถมยังเป็น "อาหารจานอร่อย" ครบถ้วนทุกรสชาติและสารอาหารที่ผู้บริโภคคนนี้เรียกร้องและต้องการจาก Coldplay ที่มาถูกที่ถูกเวลาในเวลาที่ดิฉันกำลังต้องการหิวโซฟีลทุกสิ่งอย่างที่ Mylo Xyloto พึงจะมีจริงๆ - - หลังจากการรอคอยมากว่า2ปีพวกเขาก็สามารถสรุปมหากาพย์ครั้งที่5ของตนเองได้อย่างสง่างามในฐานะตำนานร็อคแห่งเกาะอังกฤษที่ทุกอัลบั้มไม่เคยทำให้ทุกหัวใจที่รัก Coldplay ต้องผิดหวัง สมกับคอนเส็ปท์ของอัลบั้มที่คุณคริสเคยประกาศไว้ว่า "based on a love story with a happy ending." เสียนี่กะไร - - อีแบบนี้ก็คงไดรักกันจนวันตายเลยสิเรา หึหึหึ ^ ^&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3545973934633776295-2934968023764924471?l=spunkydracula.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://spunkydracula.blogspot.com/feeds/2934968023764924471/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://spunkydracula.blogspot.com/2011/10/coldplay-mylo-xyloto.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3545973934633776295/posts/default/2934968023764924471'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3545973934633776295/posts/default/2934968023764924471'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://spunkydracula.blogspot.com/2011/10/coldplay-mylo-xyloto.html' title='Coldplay : Mylo Xyloto : 100%'/><author><name>Da Nastina</name><uri>http://www.blogger.com/profile/03330892158102476960</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_MoZwobnG2nE/Sljyy5PWHPI/AAAAAAAAAGw/Dd3faFSjc2M/S220/1.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/-dbyjjwOpCLo/Tpx_y_y4EAI/AAAAAAAAAns/5bBa6zFB3DA/s72-c/1.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3545973934633776295.post-4313032293259671200</id><published>2011-10-16T21:23:00.000-07:00</published><updated>2011-10-16T22:14:38.658-07:00</updated><title type='text'>Martina Mcbride : Eleven (Myspace#71)</title><content type='html'>&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/-H-yawIiwFls/Tput_Jhyj9I/AAAAAAAAAng/mYPfW552cow/s1600/1.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5664312256749539282" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 298px; CURSOR: hand; HEIGHT: 298px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/-H-yawIiwFls/Tput_Jhyj9I/AAAAAAAAAng/mYPfW552cow/s320/1.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;Martina Mcbride : Eleven : Country/Pop (77%)&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ช่วงนี้มีเพลงให้เลือกฟังเยอะแยะจริงแต่กว่าจะหางานที่ฟังแล้วมันใช่เลยสักชุดนี่ก็แถบจะต้องผลิกแผ่นดินควานหาแถบจะล้มประดาตาย ไอ้ที่หาเจอตั้งนานแล้วแต่ด้วยความที่ดิฉันมัวแต่เอ้อระเหยลอยชายแชตสู้ตายรัวคีย์บอร์ดประหนึ่งระเบิดลงอยู่แถวๆเฟซบุ๊คส์จะมาเขียนเอาอีตอนนี้ก็หมดไฟไปแล้วซะงั้นไฉนเลยจะสู้มาแนะนำงานใหม่ล่าสุดสดๆซิงๆดีกว่ากับอัลบั้ม Eleven ที่ต่อให้ไม่ต้องเป็นแฟนเพลงเดนตายของมาร์ทิน่า แม็คไบร์ทก็คงจะเดาออกได้ไม่ยากว่างานชุดนี้ก็ปาเข้าไปเป็นสตูดิโออัลบั้มลำดับที่11ของเธอแล้ว&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;สำหรับ "มาร์ทิน่า แม็คไบร์ท" นี่คอเพลงคันทรีย์ที่ไม่ว่าจะเป็นเมนทสตรีมคันทรีย์หรือพวกคันทรีย์ดิบๆแท้ๆจริงๆคงจะรู้จักเธอดีในฐานะดิว่าคันทรีย์ที่ได้รับการยอมรับในแวดวงดนตรีแขนงดังกล่าวไม่แพ้แนวหน้าอย่างลีแอนน์ ไรห์ม,ทริช่า เยียร์วู้ดส์ - - แต่ศักดิ์ศรีในสายตาดิฉันเป็นรองเฟธ ฮิล,ชาไนญ่า ทเวน,รีบา แม็คอินไทร์และดอลลี่ พาร์ทัน - - ไปยันดาวรุ่งรุ่นเล็กนำโดยมิแรนด้า แลมเบิร์ท,แครีย์ อันเดอร์วู้ดส์รวมถึงเทย์เลอร์ สวิฟท์ (เจสซิก้า ซิมป์สันแม้จะออกงานคันทรีย์มาแต่อย่าลงมาเอี่ยวกับพวกเธอเลยค่ะแค่อัลบั้มเดียวก็โดนไล่กลับสนามเดิมไม่ทันแล้ว) ซึ่งในส่วนของภาคดนตรีคงไม่ต้องมานั่งบรรยายกันหรอกนะคะว่าจะได้ฟังเพลงแนวอะไรกันแต่สำหรับคนที่ไม่เคยติดตามงานของเธอเลยงานชุดที่11ของเจ๊มาร์ทิน่านี่เป็นอัลบั้มคันทรีย์ที่ค่อนข้างจะ "เมนทสตรีม" ม๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกยืนพื้นที่คันทรีย์พ็อพก่อนจะกวาดความประทับใจครบรสทุกตลาดไล่ตั้งแต่โฟล์ค ร็อค บลูส์ไปยันพวกแจ๊ซซ์นิดๆโซลหน่อยๆก็มีมาความหลากหลายมีมากพอฟัดพอเหวี่ยงกับความไพเราะและสีสันชวนติดตาม เป็นอัลบั้มคันทรีย์ที่ฟังได้เพลินและไหลลื่นมากที่สุดเท่าที่ได้ฟังนับตั้งแต่2อัลบั้มล่าสุดของชาไนญ่า ทเวน....นับว่าเป็นศิลปินคันทรีย์อีกคนที่ยกระดับให้การฟังดนตรีคันทรีย์ไม่น่าเบื่ออีกต่อไป แถมยังรักษาจิตวิญญาณไว้ได้อย่างครบครันท่ามกลางความเป็นเมนทสตรีมที่หลากหลายได้ชนิดไม่ขาดตกบกพร่อง ทั้งนี้ทั้งนั้นรวมไปถึงความเป็นตัวตนของศิลปินท่านนี้ที่ไม่มีเปลี่ยนแปลงหรือจางหายไปไหนเลยแม้แต่นิดเดียว&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;เพลงที่ต้องขอแนะนำให้ฟังก็เริ่มกันตั้งแต่เพลงแรกเลยใน One Night งานคันทรีย์พ็อพร็อคใสๆประพิมประพายด้วยกีตาร์โฟล์คสวยงดงามระยับโดดเด่นด้วยท่อนคอรัสที่ติดหูเอาเรื่องและเพราะมากตามธรรมเนียมเพลงเปิดอัลบั้มของเจ๊มาร์ทิน่านั่นแล ถ้าจินตนาการความไพเราะไม่ออกก็ลองคิดถึง You Belong With Me ของเทย์เลอร์ สวิฟท์ในภาคที่น้ำเสียงหวานใสแต่เข้มข้นเปี่ยมพลังนั่นแหละใช่เลย ตบกระชั้นชิดติดกันด้วย Always Be This Way อันนี้จับเอาดนตรีจำพวกชิลล์แจ๊ซซ์ไฮโซเพอร์คัสชั่นเพราะๆยำเข้ากับจังหวะเร็กเก้แล้วมาถ่ายทอดบนความเป็นคันทรีย์ได้อย่างลงตัว I'm Gonna Love You Through It แทร็คถัดมาเป็นงานคันทรีย์บัลลาดสูตรสำเร็จตามธรรมเนียมนิยมเอาไว้เรียกแขกโดยเฉพาะ ไม่มีลูกเล่นอะไรใหม่แต่ปฏิเสธไม่ลงหรอกว่าเพราะใช้ได้ มาถึง Broken Umbrella นี่ฟังแล้วต้องร้องอุทานมาดังๆว่า "ต๊ายยยยยๆๆๆๆ ตายแล้ว เริ่ดจังเลย" ดนตรีเป็นบิ๊กแบนด์สุดอลังการเด่นเด้งกระชากใจด้วยเครื่องเป่าโซลเพราะๆพวกคุณหญิงคุณนายที่ชอบดนตรีคอนเทมโพลารีย์ฝากเออร์ยบันคงจะถูกใจพอตัวล่ะ I Give It To You เรียบง่ายแต่ทรงพลังบนความเป็นอคูสติคโฟล์คที่ถ่ายทอดภาคเนื้อหาเชิงกอสเพล ไม่ต้องอะไรมากมายแต่ก็ได้เพลงที่บาดใจเลือดออกซิบๆเลยทีเดียวสำหรับคนมีศรัทธาในหัวใจ&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;สุดท้ายนี้ขอทิ้งท้ายไว้แค่คำว่า "มิแรนด้าก็มิแรนด้าเถอะ!!!" &lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3545973934633776295-4313032293259671200?l=spunkydracula.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://spunkydracula.blogspot.com/feeds/4313032293259671200/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://spunkydracula.blogspot.com/2011/10/martina-mcbride-eleven-myspace71.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3545973934633776295/posts/default/4313032293259671200'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3545973934633776295/posts/default/4313032293259671200'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://spunkydracula.blogspot.com/2011/10/martina-mcbride-eleven-myspace71.html' title='Martina Mcbride : Eleven (Myspace#71)'/><author><name>Da Nastina</name><uri>http://www.blogger.com/profile/03330892158102476960</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_MoZwobnG2nE/Sljyy5PWHPI/AAAAAAAAAGw/Dd3faFSjc2M/S220/1.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/-H-yawIiwFls/Tput_Jhyj9I/AAAAAAAAAng/mYPfW552cow/s72-c/1.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3545973934633776295.post-836715382949116821</id><published>2011-10-04T13:33:00.001-07:00</published><updated>2011-10-04T14:44:51.020-07:00</updated><title type='text'>Myspace#70</title><content type='html'>&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/-d8SYBjmCmsg/Tot8CWGICiI/AAAAAAAAAnY/ZUkxOVxBO_M/s1600/1.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5659753736454015522" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 300px; CURSOR: hand; HEIGHT: 300px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/-d8SYBjmCmsg/Tot8CWGICiI/AAAAAAAAAnY/ZUkxOVxBO_M/s320/1.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/-CKSsXf4E4qY/Tot0Lb8HT1I/AAAAAAAAAnI/4akU5KZibAk/s1600/3.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5659745096548437842" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 200px; CURSOR: hand; HEIGHT: 200px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/-CKSsXf4E4qY/Tot0Lb8HT1I/AAAAAAAAAnI/4akU5KZibAk/s320/3.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/-0ufNZYOYmeM/Tott3KeHwNI/AAAAAAAAAnA/ycP8dII6GqY/s1600/3.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5659738151192084690" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 320px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/-0ufNZYOYmeM/Tott3KeHwNI/AAAAAAAAAnA/ycP8dII6GqY/s320/3.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ครบรอบ70คอลัมน์ของมายสเปซครั้งนี้เลยขอมาในคอนเส็ปท์ของ "เพชรล้ำค่าแห่งดินแดนควีนเอลิซาเบ็ธที่2" ที่จะขอเขียนแนะนำอัลบั้มคุณภาพสุดโปรดประจำเกาะอังกฤษชนิดสั้นๆคร่าวๆให้คอดนตรีที่สนใจได้เป็นตัวเลือกในการที่จะติดตามมาหาฟังกัน รอบแรกนี่ขอสัก3อัลบั้มที่ช่วงนี้ฟังบ่อยเป็นพิเศษก่อนแล้วนะคะ&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;Hell Is For Heroes : The Neon Handshake : Post-Hardcore (99%)&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;อัลบั้มแรกนี่ขอยกให้กับอัลบั้ม The Neon Handshake สตูดิโออัลบั้มชุดแรกกับการรวมวงอีกครั้งของอดีตสมาชิกวงบริทร็อคติดพั้งค์อนาคตไกลอย่าง Symposium ซึ่งมีโอกาสได้ออกงานเพียงชุดเดียวเนื่องจากมีปัญหากับต้นสังกัด ในปี2003พวกเขากลับมารวมตัวกันใหม่ไฉไลกว่าเก่าพร้อมกับอีกหนึ่งสมาชิกใหม่ใสกิ๊งแกะกล่องในนาม The Neon Handshake กับการผสานเอาอิทธิพลจากดนตรีร็อคหลังยุค90 อาทิ อัลเทอเนทีฟ,โพสท์พั้งค์,Noise Rock,การาจตลอดจนกลายร่างเป็นนูเมทัล ทั้งหมดทั้งมวลได้บทสรุปที่ภาคดนตรีแนว "โพสท์ฮารด์คอร์" ที่ดุดันดิบสดและหนักแน่นอื้ออึง...แต่ไม่ใช่หาได้มีแต่ความหนักอย่างที่ปรามาสน้ำหน้ากันหากแต่เปี่ยมไปด้วยศิลปะอันละมุนละไมและความลึกซึ้งที่ขับผ่านอารมณ์ร็อคเกรี้ยวกราดได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด....อัลบั้มหนึ่งเท่าที่เคยได้ยินได้ฟังมาในชีวิตทีเดียว&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;Manic Street Preachers : This Is My Truth Tell Me Yours : Alternative Rock (97%)&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;แนสทิน่าเป็นคนชอบฟังเพลงพ็อพรวมถึงรักอะไรที่มันติดหูง่ายฟังง่ายไม่ต้องมากความ จึงไม่อายค่ะที่ดิฉันอาจจะเป็นไม่กี่คนในบรรดาแฟนของ The Manics ที่ไม่ได้ตื่นเต้นอะไรไปกับปรากฏการณ์ของงานพั้งค์ร็อคแรงๆในอัลบั้มแรกที่ส่งพวก4หน่อให้ขึ้นไปเจ้าชายแห่งเวลส์และวงดนตรีร็อคที่อัจฉริยะน่าจับตามองที่สุดตั้งแต่วินาทีนั้นมา งานถัดมา Gold Against The Soul ก็ไม่ได้ปฏิเสธว่าเป็นงานที่ดีที่สุดของ Manic Street Preachers จริงๆชอบมากๆแต่ก็ไม่ได้ฟังบ่อยอะไร มาที่ The Holy Bible ที่สื่อผู้ดีหลายสำนักชอบยกขึ้นมาอ้างอิงในทุกครั้งในการเขียนวิจารณ์ดนตรีของวงนี้มีดีที่การลดความกร้าวดิบห่ามแบบพั้งค์จากสองชุดที่แล้วลงและเพิ่มความฟังง่ายลงไปพร้อมกีตาร์แกลมพั้งค์แพรวพราวสวยงามกระซวกวิญญาณมากที่ภาษาปากเราชอบพูดว่า "พ็อพขึ้นๆ" นั่นแหละไม่ได้หมายความว่าพวกเขาทำเพลงพ็อพนี่ค่ะ....แต่ถ้าจะบอกว่างานไหน "พ็อพ" ที่สุดรุมรวยนหวานหูที่สุดในบรรดาทั้งหมดทั้งมวลของ The Manics (ยุครุ่งเรือง)ล่ะก็ วู้ยยยย อัลบั้มนี้เลยค่ะคุณพ็อพโคตรๆชนิดที่คนชอบอัลบั้มแรกของ Coldplay และงานถัดจากชุดเปิดตัวของ Travis ไปยันเกือบจะทุกงานของ Starsailor จะต้องตีปีกพั่บๆ (กีตาร์ร็อคเท่ห์จัดและหนักกว่าเท่าตัวหนึ่งแต่ไม่สวยเท่า Coildplayไม่หวานเท่าTravisแต่เศร้าทรงพลังกรีดหัวงใจกว่าเยอะ ) ตั้งแต่ริชี่ เอ็ดเวิร์ดส์ถูกอุ้มไปก่อนหน้าที่จะออกชุดที่แล้ว - - Everything Must Go - - จนเหลือกันสามหน่อพวกพ่อคุณก็ขยับไปทำบริทพ็อพซึ่งฉายแววและแสงทองผ่องใสกระทบหัวใจดิฉันได้ดีทีเดียว สิ่งที่ชอบใน Manic Street Preachers ยุคบริทพ็อพก็คงจะเป็นภาคเนือ้หาของเขาที่อ่านทีไรก็บาดหัวใจเหลือเกินบางเพลงไม่เข้าใจหรอกค่ะแต่ก็พยายามจะเข้าถึงพวกเขา เสียงร้องหนักอึ้งเปี่ยมไปด้วยความเกรี้ยวกราดหมองหม่นในจิตใจที่พร้อมจะระเบิดออกมาได้ทุกๆพยางค์ของคุณเจมส์ ดีน แบรดฟิลด์สุดที่รักยังทำหน้าที่ได้ดีไม่มีตกเหลือเชื่อ....ต๊ายยยใครกันหนอเคยพะดว่าชอบ Pablo Honey ของ Radiohead ที่สุดในบรรดาอัลบั้มบริทพ็อพทั้งหมดทั้งมวล - - ขอถอนคำพูดและแปรพักตร์ไปตลอดกาลตอนนี้ทันมั้ยคะ? หึหึหึ&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;Martina Topley-Bird : Trip-Hop/Electronic (99%)&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ปิท้ายกับอัลบั้มที่อยากจะเขียนถึงมานานใจจะขาดแต่ก็ไม่เคยสบโอกาสจะได้เขียนสักทีวันนี้ขอเขียนถึงสั้นๆก็แล้วกัน (เพราะจะให้เขียนยาวดิฉันก็คงจะประสาทกินก่อนค่ะงานนี้) อัลบั้มที่ว่าคือ Quixotic งานเปิดตัวจากมาร์ทิน่า ท็อพพลี่ย์-เบิร์ดศิลปินลูกครึ่งอังกฤษเอลซัลวาดอร์มากความสามารถที่ก่อนหน้าที่จะออกงานชุดนี้มาให้ฟังกันเธอเคยได้ร่วมงานกับ "ทริคกี้ย์" โปรดิวซ์เซอร์ทริพฮอพชื่อดังมาก่อนแล้ว จึงไม่แปลกที่เราจะได้เห็นอิทธิพลของความเยือกเย็นขมุกขมัวหนาวเหน็บของทริพฮอพกระจายตัวอยู่ในอัลบั้มนี้อย่างสงบหนาแน่นพร้อมกับการประสานเอาดนตรีที่มีอิทธิพลต่อมาร์ทิน่าอย่างยิ่งยวด อาทิ บลูส์ โซลและกอสเพลแศมเข้ามาได้อย่าเก๋ไก๋นอกจากนี้ยังแพรวพราวไปด้วยสีสันชั้นเชิงที่หลากหลายตั้งแต่ดนตรีแอมเบี้ยนท์อ้างว้างลอยล่องวิ่งมาหาความรื่นเริงของจังหวะเต้นรำ ทริพฮอพบนอิเล็คโทรนิก้าสุดเยือกเย็นที่หลอมรวมไปเล่นกับดนตรีภาคร้อนแรงมากสีสันของเร็กเก้จวบจนไต่ระดับไปเป็นนูเมทัลกลายๆ - - ในบรรดา3อัลบั้มที่แนะนำมานี้ถ้าคุณคิดจะหาเพชรเม็ดใดที่สุกสกาวถึงขีดสุดอย่างแท้จริงของเกาะอังกฤษล่ะก็ดิฉันของแนะน Quixotic ของมาร์ทิน่า ท็อพพลี่ย์-เบิร์ดงานดีที่ฟังยาก(แต่เชื่อเถอะว่าไม่ควรจะพลาด)ชุดนี้&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3545973934633776295-836715382949116821?l=spunkydracula.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://spunkydracula.blogspot.com/feeds/836715382949116821/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://spunkydracula.blogspot.com/2011/10/myspace70.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3545973934633776295/posts/default/836715382949116821'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3545973934633776295/posts/default/836715382949116821'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://spunkydracula.blogspot.com/2011/10/myspace70.html' title='Myspace#70'/><author><name>Da Nastina</name><uri>http://www.blogger.com/profile/03330892158102476960</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_MoZwobnG2nE/Sljyy5PWHPI/AAAAAAAAAGw/Dd3faFSjc2M/S220/1.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/-d8SYBjmCmsg/Tot8CWGICiI/AAAAAAAAAnY/ZUkxOVxBO_M/s72-c/1.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3545973934633776295.post-2242798879552577890</id><published>2011-09-25T11:24:00.000-07:00</published><updated>2011-09-25T12:47:23.475-07:00</updated><title type='text'>Putumayo Special (Myspace#69)</title><content type='html'>&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/-xqaGVnyLDcA/Tn-EcrmQb4I/AAAAAAAAAm4/XmNN6pPL--4/s1600/5.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5656385285275021186" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 320px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/-xqaGVnyLDcA/Tn-EcrmQb4I/AAAAAAAAAm4/XmNN6pPL--4/s320/5.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/-LLUF_IVGPx8/Tn98-3K7SvI/AAAAAAAAAmw/FK9V9BAs_Qo/s1600/4.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5656377076404144882" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 320px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/-LLUF_IVGPx8/Tn98-3K7SvI/AAAAAAAAAmw/FK9V9BAs_Qo/s320/4.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/-tEn514d1Bys/Tn93v6UVryI/AAAAAAAAAmo/yCBBFX0dkJI/s1600/2.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5656371321992752930" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 320px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/-tEn514d1Bys/Tn93v6UVryI/AAAAAAAAAmo/yCBBFX0dkJI/s320/2.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/-afc-UchABl0/Tn9yHkGK2jI/AAAAAAAAAmg/oTd_CVxZ1w4/s1600/1.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5656365131274836530" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 320px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/-afc-UchABl0/Tn9yHkGK2jI/AAAAAAAAAmg/oTd_CVxZ1w4/s320/1.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;Global Soul : R&amp;amp;B/Soul/Hip-Hop/World Music (92%)&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ส่วนตัวรู้สึกดีใจมากที่เดียวนะคะที่กระแสตอบรับจากงานเขียนซีรี่ยส์ Jazz จากเฟซบุคส์และอีเมลล์ในครั้งที่แล้วค่อนข้างจะดีเกินความคาดหมายทีเดียว มีหลายคนค่ะเขียนมาบอกว่า "ดีใจจังที่ได้เห็นงานเขียนเต็มๆของ Putumayo อีกนึกว่าจะไปรีวิวแต่พวกอินดี้ซะแล้ว" รวมถึงยังมีรีเควสต์ขอให้ดิฉันช่วยแนะนำอัลบั้มที่น่าสนใจจากค่ายนี้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โอ๊ยยยตายแล้วคุณขาใจจริงถ้าจะให้เขียนรีวิวแนะนำเป็นรายอัลบั้มไปแบบละเอียดถี่ยิบก็เห็นทีจะต้องตั้งมายสเปซสัก60คอลัมน์กระมัง ว่าแล้วก็เลยฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าไหนๆก็ไหนๆเราก็เอามารวมกันแล้วเขียนแบบคร่าวๆพร้อมแอบปล่อยของสมนาคุณแบบเสร็จสรรพในกระทู้เสียเลยก็ดูท่าทางจะประหยัดเวลาทำมาหากินของดิฉันมากกว่า&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ว่าแล้วมาเริ่มกันเลยกับ Global Soul ที่เป็นการสะท้อนถึงอิทธิพลอย่างยิ่งยวดของดนตรีคอนเทมโพรารีย์ยุค70อย่างอาร์แอนด์บีที่แผ่ขยายกระจายไปสร้างสัมพันธไมตรีทั่วทุกมุมโลกตั้งแต่อังกฤษลามไปยันบราซิลไล่ไปจนไนจีเรีย ตลอดทั้งชุดนี้คอดนตรีอาร์แอนด์บีจะได้ยินได้ฟังดนตรีอาร์แอนด์บีเด็ดๆที่คัดสรรมาแล้วจากทั่วทุกมุมโลกในแบบฉบับร่วมสมัยประปรายไปด้วยอิทธิพลจากฮิพฮอพ ฟั้งค์และโซลไม่ต้องอะไรมากลองนั่งจินตนาการเอาเล่นๆมันจะเก๋แค่ไหนเมื่อคุณฉีกตัวเองมาฟังอาร์แอนด์บีเก๋ๆที่แหวกไปจากม่านประเพณีเเคยชินเดิมๆ อาทิ นั่งจิบไวน์พลางฟังเพลงโมเดิร์นอารืแอนด์บีเป็นภาษาฝรั่งเศาเก๋ไก๋ดัดจริตที่นวลเนียนไม่แพ้งานของ Destiny's Child หรือนอนหงายเหงิบพลางโหลดแอ็พไอโฟนโดยเปิดดนตรีอาร์แอนด์บีที่ผสานเข้ากับดนตรีละทินบริสุทธิ์ไปจนถึงกลิ่นอายสุดเซ็กซี่แบบบราซิลเลี่ยนพ็อพ วันใดที่ทุกสายตาในงานปาร์ตี้ของคุณต้องหยุดนิ่งตะลึงอึ้งแดกเมื่อคุณดันเปิดดนตรีอาร์แอนด์บีฮิพฮอพแด๊นซ์กระจายติดฟั้งค์กี่ย์ดิสโก้เป็นภาษาอิแทเลี่ยนและเยอรมันลามไปจนถึงฟังเพลงแถวนีโอโซลที่มีเนื้อร้องเป็น "ภาษาเกาหลี" ช่างเป็นงานที่ฟิวชั่นเอาวัฒนธรรมดนตรีกระแสหลักเข้ากับจิตวิญญาณของทั่วทุกมุมโลกได้อย่างแยบยลที่สุดชุดหนึ่งเท่าที่เคยสัมผัสมาในชีวิตทีเดียว&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;African Beat(94%)/Latin Beat (97%)&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;สองงานที่เพิ่งฟังมาล่าสุดแล้วประทับใจมากๆก็คงหนีไม่พ้น African Beat และ Latin Beat โดยแผ่นแรกเป็นการจับเอาดนตรีพื้นเมืองแอฟริกันจ๋ามาปรุงแต่งเข้ากับดนตรีร่วมสมัยทั้งอิเล็คโทรนิค แด๊นซ์ฮอลล์ตลอดจนอิทธิพลจากแนวดนตรีทรงอิทธิพลรุ่นล่าจากสองฝากฝั่งทั้งดั๊บสเต็ปจากฝั่งยุโรปและฮิพฮอพจากฝั่งอเมริกาโดยทั้งนี้นั้นไม่ได้ทำให้จิตวิญญาณของดนตรีแอฟริกันและบลูส์ตามธรรมเนียมนิยมถูกบั่นทอนหรือด้อยความขลังลงไปเลย ในขณะเดียวกันแผ่นหลังซึ่งเด็ดดวงกว่าสำหรับดิฉันในแง่ของความที่เข้าถึงได้ง่าย ไพเราะและน่าจะถูกใจคอเมนทสตรีมมากกว่าโดยประยุกต์ดนตรีละทินทั้งฟลาเมงโก้ ยิปซีและซัลช่าให้รวมอยู่ในร่างเดียวกันดนตรีอิเล็คโทรนิคที่มีทั้งจำพวก "กรู๊ฟ","ชิลล์เอ๊าท์"ไปยันรีมิกซ์เก๋ไก๋สไตล์ดีเจคัลเจอร์ต่างๆออกเฮ้าส์บ้างเทคโนบ้างประปรายกันไปตบตามด้วยอิทธิพลจากพ็อพ อารืแอนด์บีและแน่นอนขาดไม่ได้ฮิพฮอพ นับว่าเป็นสองงานที่จับเอานวัตกรรมมาหลอมรวมกับประเพณีได้อย่างเหนือชั้นจนถ้าจะใช้ศัพท์เรียกแบบดนตรี "คันทรี่ย์" ก็คงต้องยกให้เป็นงานที่เข้าขั้นยกให้เข้าขั้นงานดนตรีจำพวก "นีโอเทรดิชัน" ก็คงจะไม่ผิด&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;World Groove : Dance/Groove/World Music (98%)&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;โดยปกติแล้วไม่ใช่แฟนของดนตรีจำพวก "กรู๊ฟ" - - ดนตรีเต้นรำที่ก่อนหน้านี้ได้รับอิทธิพลจากพวกฟั้งค์,โซลและแจ๊ซซ์เป็นอาทิ (อันที่จริงมีแยกออกไปขึ้นอยู่กับว่าเป็นกรู๊ฟที่มีรากฐานมากจาภาคดนตรีใดยืนพื้น) แต่ปัจจุบันดิฉันมองว่ามันถูกผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของพวกอิเล็คโทรนิคและฟิวชั่นไปแล้ว - - แต่พอมาฟังงานชุดนี้แล้วเห็นทีจะต้องคิดซะใหม่ ส่วนตัวรู้สึกว่านี่คือหนึ่งในอัลบั้มที่ดีที่สุดของ Putumayo ทีเดียวด้วยความที่เต็มไปด้วยสีสันและมนตร์เสน่ห์แห่งวัฒนธรรมจากทั่วทุกมุมโลกระบายผ่านดนตรีเต้นรำจำพวกอิเล็คโทรนิคเอาไปเปิดในงานปาร์ตี้ที่ไหนก็เก๋ไก๋ได้ที่นั่น ถ้าจะหาเพลงเด็ดแนะนำอย่าพลาด Attention เพลงเปิดอัลบั้มจาก Rouge Rouge ดีเจจากฝรั่งเศสกับงานดนตรีแนวเต้นรำที่ผสานเฮ้าส์พลิ้วไสวหรูหราบนดนตรีเฟร๊นซ์แจ๊ซซ์อันจับเอาอิเล็คโทรนิคมาผสานเข้ากับการอิมโพรไวซ์สุดงดงามแบบแจ๊ซซืดั้งเดิมได้อย่างลงตัวสุดๆ หรือจะเป็น Aya Benzer (Royal G's R&amp;amp;B Mix) งานจากฝากตุรกีของ Mustafa Sandal ที่เอาสรรพสำเนียงของการร้องและดนตรีจำพวกเวิลด์อคูสติคเพราะๆมามิกซ์ในแนวกรู๊ฟที่ยืนพื้นบนความเป้นอาร์แอนด์บีฮิพฮอพกระฉึกกระฉักเปรี้ยวดี สลับมาฟัง Ich Weiß Warum เพลงอิเล็คโทรพ็อพจาก 2raumwohnung ศิลปินเยอรมนีที่ทำงานได้หวานลอยละล่องดีแท้ชนิดที่ Zero 7 มาฟังแล้วจะต้องอยากเปลี่ยนสัญชาติ เพลงที่เหลือคงขอไม่เขียนถึงเพราะไม่งั้นจะหยุดไม่ได้กลายเป็นรีวิวยกอัลบั้มไป เป็นอัลบั้มที่ถ้าผู้อ่านคิดอยากจะลองฟังขอบอกว่าไม่ต้องลังเลหามาฟังเลยไม่ว่าคุณจะชอบพ็อพหรือรักอิเล็คโทรนิคเต้นรำใจจะขาด...คุณจะรักงานชุดนี้แน่นอน!!!&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;Louisiana Gumbo : Soul/Blues/Jazz/R&amp;amp;B/Funk/Gospel (100%)&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ปิดท้ายด้วย Louisiana Gambo ที่คอเออร์บันทั้งหลายไม่ควรพลาดเพราะงานชุดนี้รวมไว้แล้วซึ่งทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณชอบพร้อมสรรพ สำหรับใครที่อยากจะเรียนรู้แนวดนตรีที่กล่าวไปด้านบนแต่ยังไม่เคยลิ้มลองหรือกำลังคิดจะลองรับรองว่าได้หอบซี่โครงบานกันไปข้างนึงขอเตือนว่า "ดิบและข้นมาก" ส่วนคนรักโซลและอาร์แอนด์บีดิฉันกล้าพูดว่านี่คือรักแท้อีกหนึ่งครั้งของคุณ&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3545973934633776295-2242798879552577890?l=spunkydracula.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://spunkydracula.blogspot.com/feeds/2242798879552577890/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://spunkydracula.blogspot.com/2011/09/putumayo-special-myspace69.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3545973934633776295/posts/default/2242798879552577890'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3545973934633776295/posts/default/2242798879552577890'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://spunkydracula.blogspot.com/2011/09/putumayo-special-myspace69.html' title='Putumayo Special (Myspace#69)'/><author><name>Da Nastina</name><uri>http://www.blogger.com/profile/03330892158102476960</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_MoZwobnG2nE/Sljyy5PWHPI/AAAAAAAAAGw/Dd3faFSjc2M/S220/1.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/-xqaGVnyLDcA/Tn-EcrmQb4I/AAAAAAAAAm4/XmNN6pPL--4/s72-c/5.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3545973934633776295.post-4409407406118886116</id><published>2011-09-24T02:22:00.000-07:00</published><updated>2011-09-24T03:28:07.111-07:00</updated><title type='text'>James Morrison : The Awakening : 100%</title><content type='html'>&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/-7WvOEBrq5yE/Tn2hj9ETHsI/AAAAAAAAAmQ/PHemjn4eUik/s1600/1.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5655854346107297474" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 300px; CURSOR: hand; HEIGHT: 300px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/-7WvOEBrq5yE/Tn2hj9ETHsI/AAAAAAAAAmQ/PHemjn4eUik/s320/1.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;James Morrison : The Awakening : 100%&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;แค่จะเอื้อนเอ่ยเกริ่นอะไรถึงอัลบั้มที่รอคอยที่สุดชุดหนึ่งในรอบปีนี้นี่ก็เล่นเอาดิฉันมือไม้สั่นงกๆงั่นๆเรียบเรียงความคิดอะไรไม่ถูกเป็นนานสองนานไม่รู้จะเริ่มจากจุดไหน เพราะหนึ่งเป็นอัลบั้มใหม่จาก "เจมส์ มอริสัน" ศิลปินชายที่ ณ ขณะนี้สามารถเบียดตัวเองขึ้นมาครองบัลลังก์คู่กับคุณ "จอห์น เมเยอร์" ที่เป็นยอดชายอันดับหนึ่งในดวงใจมานานนับจะ10ปี ถัดมาเพลงในอัลบั้มนี้เพราะม๊ากกกกกกกกกกชนิดที่ทำเอาดิฉันฟังไปอกสั่นขวัญแขวนเช็ดน้ำตาป้อยๆไป - - เปล่าไม่ใช่เพราะสยอง - - ด้วยความที่เพลงมันไพเราะเพราะพริ้งเกินมนุษย์มนาทั่วไปเขาจะรังสรรค์กันได้และเก็บความระทึกไว้ท้ายสุดที่จะประกาศว่า "ดิฉันกับพี่เจมส์เรารักกันลึกซึ้งมากกกกกกกกกก"....งานนี้ใครแย่งกูตบ!!!&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;รูปแบบเพลง&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;แม้ว่าภาคดนตรีจะมาแนวเดิมๆแบบที่เคยลองลิ้มชิมความหวานให้เบิกบานใจกันตั้งแต่สมัย Undiscoverd งานชุดแรก แต่ก็อ่ะ อ่ะ อ่ะ อ่าอี๊ยาอี๊อย่า...อย่าได้มาค่อนขอดพี่เจมส์ของดิฉันเชียวค่ะว่าซ้ำซากไม่มีอะไรใหม่ๆเพราะถ้าหูไม่ได้หนวกกันและติดตามงานของพี่เจมส์ชนิดเข้าเส้นเลือดมาตั้งแต่ชุดแรกชนิดไม่มีขาดตกบกพร่องกันจริงจะเห็นว่ายัดเยียดอะไรใหม่ๆเข้ามาทุกอัลบั้มพร้อมกับพัฒนาขึ้นเรื่อยๆอย่างน่าชื่นใจผิดกับอีกเจมส์ - - บลันท์ - - ที่หลังจากถูกเปรียบเทียบกันมันส์หยดถึงพริกถึงขิงสมัยงานชุดแรกพ่อทหารผ่านศึกก็ทำเพลงถอยหลังลงอย่างน่าใจหายกระท่อนกระแท่นมาโดยตลอด(แม้ชื่อจะสะกดว่า "เจมส์" เหมือนกันแต่สองเจมส์นี้ในระยาวงานมันคนละระดับกันจริงๆ) มาที่แนวเพลงของพี่เจมส์ มอริสันสุดหล่อของดิฉันใน The Awakening นี้ยังคงยืนพื้นบนสูตรสำเร็จของการผสานดนตรีพ็อพหวานละมุนอบอุ่นและโฟล์คบริสุทธิ์ละเมียดละไมจริงใจใสซื่อหวานซ้าเข้ากับดนตรีผิวสีโซล60โมทาวน์จ๋านำตบตามด้วยฟั้งค์ อาร์แอนด์บีและแจ๊ซซ์พอเป็นกระสัย - - แต่สำหรับชุดนี้นี่รู้สึกว่าจะเข้มขึ้นและดิบขึ้นมีแนวทางที่ขยับเข้าไปใกล้หาดนตรีแนวเออร์บันได้ชัดเจนและขาดตัวกว่าสองงานที่ผ่านมาเยอะทีเดียว - - นอกจากนี้ก็แซมด้วยร็อค อดัลท์คอนเทมโพลารีย์พลางขับกล่อมอย่างพลิ้วไสวบนน้ำเสียงบลูส์โซลแหบกร้าวดิบลึกเชือดเฉือนหวานประสานโศกประหนึ่งอัญเชิญร่างของตำนานโซลอย่างอัล กรีน,โอทิส เรดดิ้งและสตีวี่ วอนเดอร์มาลงทรงประมาณนั้น...ทุกสิ่งทุกอย่างที่กล่าวมาข้างต้นได้อาศัยการเก็บเกี่ยวประสบการณ์และฝีมือที่พัฒนาขึ้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการร้องการทำดนตรีและการเรียบเรียงอย่างมีเอกภาพชวนฟังก่อให้เกิดผลลัพธ์เป็นงานพ็อพโซลชิ้นงามอันเป็นอัลบั้มที่ดีที่สุดของพี่เจมส์สุดที่รักใน The Awakening นี่แล &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;จุดด้อย&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ถ้าจะมีก็หน้าปกแหละค่ะหน้านิ่วเบื่อโลกยังกับคนเพิ่งโดนของเขมรเสกเข้าท้องมาอัลบั้มตั้งชื่อชวนตะลึงพรึงเพริดแต่ทำไมรสนิยมการเลือกปกมันช่างสวนทางกับงานดนตรีโดยสิ้นเชิงอีแบบนี้ล่ะพ่อ??? แต่เดี๋ยวๆๆๆๆๆมองดีๆไม่เหมือนโดนคุณไสยนะคะเหมือนคนสะลึมสะลือกลางดึกกำลังจะเดินไปเยี่ยวยังไงยังงั้น....แต่หน้าปกไม่เกี่ยวกับงานเพลงใช่มั้ยคะ? ดังนั้นงานดีซะอย่างต่อให้อุตริเอารูปคุณพี่เจมส์ตอนน้ำลายยืดขี้มูกย้อยยามตื่นเช้ามาทักทายให้สมกับคอนเส็ปท์งานดีมันก็คืองานดีล่ะเนอะ&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;แทร็คเด็ด&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;เลือกยากอ่ะเพราะว่ามันเด็ดไปซะทุกเพลงงั้นขอเขียนเฉพาะเพลงที่ชอบจริงๆเลยก็แล้วกันวินทีนี้คงไม่มีเพลงไหนที่จะดังก้องกังวานสะท้านในใจไปได้มากกว่า I Won't Let You Go (5) ซิงเกิ้ลเปิดตัว งานพ็อพโซลงามระยับสูตรสำเร็จที่จะต้องมีในอัลบั้มพี่เจมส์ทุกชุดอย่างที่เคยได้ยินกันไปแล้วใน You Give Me Something กับ Save Yourself ในงานสองชุดแรกนั่นไง เป็นเพลงที่ฟังแล้วรู้สึกมีความสุขล่องลอยอยู่ในอากาศไปกับเสียงของพี่เจมส์ที่ไพราะเพราะพริ้งระดับสวรรค์สร้างพระเจ้าประทานมาเหใอนพรหมลิขิตของเราสองโดยแท้เจ้าค่ะ หึหึหึ In My Dreams (4.5/5) แทร็คเปิดอัลบั้มที่แฟนๆพี่เจมส์คงได้ฟังเวอร์ชั่นอคูสติคกันไปแล้วตอนช่วงส่งท้ายปีที่แล้วดนตรีเป็นพ็อพโฟล์คสวยงามบริสุทธิ์ด้วยกีตาร์อคูสติคสะอาดๆคลอไปกับเสียงร้องเพราะๆของพี่เจมส์ตบตามด้วยเครื่องสายพองดงามและเสียงประสานแบบโซลในช่วงท้ายเรียบง่ายแต่สมบูรณ์แบบ เสียดายอย่างเดียวไอ้เวอร์ชั่นที่พี่เจมส์ร้องสดเมื่อปีที่แล้วมันเพราะม๊ากกกกกกกก เอ่อ มากจนต้องให้คะแนนต้นฉบับน้อยลง0.5เลยทีเดียว เพลงถัดมากับ 6 Weeks (5) หลอกให้ตายใจว่าดูเหมือนจะเป็นงานโฟล์คหวานๆสไตล์ที่ฟังจากพี่เจมส์จนเอียนในช่วงต้นก่อนจะกลายพันธุ์เป็นโซล60ด้วยเครื่องเป่าบิ๊กแบนด์สุดอลังการ เสียงประสานที่ให้อารมณ์ขลังๆแบบกอสเพลหน่อยๆตบตามด้วยความเป็นบลูส์โซลอาร์แอนด์บีฉบับคอนเทมโพลารีย์ดิบดำเข้มข้นเพราะมากค่ะที่รัก Slave To The Music (5) เซ็กซี่ม๊ากกกกกกกกกกมันเป็นอะไรที่เริ่ดอย่างบอกไม่ถูกตั้งแต่การเรียบเรียงดนตรีที่ทำได้อย่างมีชั้นเชิงทีเดียวไล่จากฟั้งค์ไปหากีตาร์บลูส์จางๆตลอดจนชนกับการเรียบเรียงของวัฒนธรรมอาร์แอนด์บี แจ๊ซซ์และโซล เหนือสิ่งอื่นใดสรรพสำเนียงการร้องของพี่เจมส์เท่ห์และฟินม๊ากกกกกกกกกกกก ฟังแล้วเอสโตรเจนกับโปรเจสเทอโรนในตัวน้องพุ่งปรี๊ดดดดดดดดๆๆๆ จะว่าไปก็พาลให้นึกถึง Under The Influence ในภาคที่โตและมีความชัดเจนในตัวเองอยู่เหมือนกัน มาที่ Beautiful Life (5) อีกหนึ่งงานที่จับเอาดนตรีพ็อพหวานๆและท่อนคอรัสติดหูอบอุ่นแบบอดัลท์คอนเทมโพลารีย์สไตล์เจมส์ มอริสันมาชนกับศิลปะแบบโซลยุค60ได้อย่างดีเป็นเพลงพ็อพโซลแบบที่วัดกันจริงๆแล้วก็อาจจะมีให้เห็นเยอะพอตัวเหมือนกันกับศิลปินแนวๆนี้แต่กล้ารับประกันว่าเพราะมากๆและโดดเด่นไม่แพ้ใคร One Life (4.5/5) งานบัลลาดบลูส์โซลเพราะๆเครืองสายกรีดกรายพรมเพียโนนุ่มละมุนพลิ้วไสวที่เชื่อว่าเข้าทางแฟนๆของพี่เจมส์แน่นอน ขออนุญาติปิดรีวิวก่อนจะยาวไปกว่านี้ด้วย The Awakening (4.5/5) ไทเทิ่ลแทร็ค งานบัลลาดสไตล์เจมส์ มอริสันคนเดียวเท่านั้นที่ทำได้คงจะไม่มีคำใดบรรยายไปได้มากกว่าคำว่า "เพราะมากๆ" โอ๊วววว ฟังแล้วแอบเช็ดน้ำตาป้อยๆ&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;สรุป&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ตลอดการพิสูจน์ตัวเองกว่าสามอัลบั้มทำให้เราได้รู้ว่าที่สื่ออังกฤษยกให้ชายคนนี้เป็น "เพชรแห่งโซล" แห่งวงการดนตรีฝั่งอังกฤษนั้นไม่ใช่การยกยอปอปั้นสรรเสริญหรืออวยตามกระแสสำเร็จแต่อย่างใด เจมส์ มอริสันพิสูจน์ตัวเองได้ดีอีกครั้งว่าตัวเขานี่แหละเป็นอีกหนึ่งศิลปินคุณภาพที่เปี่ยมความสามารถฉกาจฉกรรจ์หาตัวจับยากอันเป็นความหวังแห่งวงการดนตรีจากฝั่งอังกฤษโดยแท้จริง ถึงแม้ว่าตัวเขาจะไม่สามารถเข้าไปนั่งในใจคนทั้งโลกหรือจะเปลี่ยนให้ใครยอมรับความสามารถของเขาทุกคนแบบที่ดิฉันกับอีกหลายๆคนตระหนักถึงก็เอาเถอะสำหรับดิฉันผู้ชายคนนี้พิสูจน์ตัวเองได้ดีที่สุดแล้วในอัลบั้มชุดนี้กับความสุขความสวยงามที่ผ่านน้ำเสียงเพราะและตัวโน๊ตดนตรีสุดมหัศจรรย์ ดิฉันกล้าพูดว่างานที่คุณกำลังอ่านอยู่นี่เป็นงานพ็อพที่ดีที่สุดจากเกาะอังกฤษในปีนี้ทีเดียว - - แต่งงานกันเถิดเจมส์!!!&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3545973934633776295-4409407406118886116?l=spunkydracula.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://spunkydracula.blogspot.com/feeds/4409407406118886116/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://spunkydracula.blogspot.com/2011/09/james-morrison-awakening-100.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3545973934633776295/posts/default/4409407406118886116'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3545973934633776295/posts/default/4409407406118886116'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://spunkydracula.blogspot.com/2011/09/james-morrison-awakening-100.html' title='James Morrison : The Awakening : 100%'/><author><name>Da Nastina</name><uri>http://www.blogger.com/profile/03330892158102476960</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_MoZwobnG2nE/Sljyy5PWHPI/AAAAAAAAAGw/Dd3faFSjc2M/S220/1.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/-7WvOEBrq5yE/Tn2hj9ETHsI/AAAAAAAAAmQ/PHemjn4eUik/s72-c/1.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3545973934633776295.post-2684004387642909351</id><published>2011-09-20T13:14:00.000-07:00</published><updated>2011-09-20T14:05:03.237-07:00</updated><title type='text'>Putumayo : Jazz (Myspace#68)</title><content type='html'>&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/-5Dc6Z9VGRbI/Tnj0Rxs1III/AAAAAAAAAmI/Dt9lCYhe6Z8/s1600/1.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5654537918399979650" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 300px; CURSOR: hand; HEIGHT: 300px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/-5Dc6Z9VGRbI/Tnj0Rxs1III/AAAAAAAAAmI/Dt9lCYhe6Z8/s320/1.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;Putumayo : Jazz (100%)&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;บรรยากาศอันแสนหวานหอมในอดีตจากดนตรีระดับตำนานที่ขับขานความสุขผ่านตัวโน๊ต เสียงร้องและจิตวิญญาณได้หวนกลับคืนสู่ชีวิตอีกครั้งแม้จะข้ามผ่านหลากวัฒนธรรมและกาลเวลามาเกือบจะศตวรรษแต่มนตร์เสน่ห์ของ "แจ๊ซซ์" รากฐานแห่งดนตรีทั้งหมดทั้งมวลดูเหมือนจะไม่มีวันดับสลายไปง่ายๆ ช่วงกลางปีที่ผ่านมา Putumayo ค่ายดนตรีเวิลด์มิวสิคสุดแสนจะน่ารักและกิ๊บเก๋ได้นำอารยธรรมของดนตรีที่รุ่งโรจน์ที่สุดแห่งยุค50นี้มาบรรจุลงแพ็คเก็ตซีดีสวยๆน่ารักน่าสะสมพร้อมกับไว้ลายด้วยลวดลายบนหน้าปกที่นอกจากจะแผงด้วยศิลปะอันเป็นอัตลักษณ์อันยิ่งยวดของค่ายนี้แล้ว....ยังหมายรวมไปถึงความปรารถนาอย่างบริสุทธิ์ใจที่จะให้คอดนตรีทุกๆท่านได้เก็บเอา "บรรยากาศและความทรงจำ"อันแสนเปี่ยมสุขในยามยุคทองที่ดนตรีแจ๊ซซ์ขับกล่อมความสุขในทุกครัวเรือนยามเช้าตลอดจนสุกสกาวในทุกค่ำคืนได้อย่างแยบยล&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;เพียงแค่ผลงานจากศิลปินแจ๊ซซ์ระดับตำนานที่เราคุ้นเคยกันดีมาบรรจุอัดแน่นอยู่ในซีดีชุดนี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับตอบคำถามที่ว่า "เพราะเหตุใดคนรักดนตรีถึงไม่ควรพลาด?" โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ฟังที่รักดนตรีแจ๊ซซืชนิดหมดหัวใจเพราะอัลบั้มนี้ไม่ได้เหมือนกับอัลบั้มสแตนดาร์ดแจ๊ซซ์รวมฮิตขายแล้วขายอีกชนิดที่มีให้เห็นกันเกลื่อนกลาดแต่โดดเด่นด้วยแพ็คเก็จที่สวยงาม การเรียบเรียงชนิดแทร็คต่อแทร็คและแน่นอนการเล่าเรื่องราวผ่านบุ๊คเลทและดนตรีที่ทำให้อัลบั้มนี้กลายเป็นงานดนตรีที่มีชีวิต&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;เพียงแค่เปิดคอลเล็คชั่นมากับ My Baby Just Cares For Me หนึ่งในเพลงสุดอมตะนิรันดร์กาลของเจ้าป้า "นี่น่า ซีโมนส์" ราชินีเพลงแจ๊ซซ์ขึ้นหิ้งตลอดกาลที่เปิดท่านเชื้อเชิญผู้ฟังอย่างเรียบง่ายด้วยการพรมเพียโนหวานๆพลิ้วไสวคลอเคลียไปกับเสียงโซลเข้มๆอบอุ่นไพเราะขาดใจแค่เพลงเดียวก็สามารถเป็นเครื่องยืนยันได้อย่างดีสำหรับแฟนคลับ Putumayo อย่างดิฉันว่า "เรากำลังนั่งฟังหนึ่งในซีรี่ยส์ที่ดีที่สุดของค่ายนี้จริงๆ" ต่ออารมณ์ความไพเราะได้อย่างเหนือชั้นทันท่วงทีกับ 'Deed I Do โดย The King Cole Trio ฟังเสียงเพราะๆดุจสวรรค์ประทานของแนท คิง โคลพร้อมกับปล่อยใจให้ล่องลอยไปกับเพียโนสวิงแค่นี้ก็สามารถปลดปล่อยคุณออกจากโลกแห่งความจริงอันแสนวุ่นวายพลางสลัดความทุกข์ให้หายจากใจไปเป็นปลิดทิ้งก่อนจะมาฟัง I Was Doing All Right กับการจับมือกันระหว่างหลุยส์ อาร์มสตรองและออสการ์ พีเทอร์สันกับเพลงสแตนดาร์ดแจ๊ซซ์เคล้าบลูส์โหยหวนดิบดำเข้มข้น เด็ดดวงสุดๆก็ต้อง It Don't Mean A Thing (If It Ain't Got That Swing) งานสแตนดาร์ดแจ๊ซซ์โดยดิว่าเสียงสวย "แอนนิต้า โอเดย์" ที่งานดนตรีเป็นแจ๊ซซ์บนอิทธิพลของดนตรีบีบ็อพ40หลังสิ้นอิทธิพลของดนตรีสวิงเคล้าด้วยบลูส์สวยๆและสแตนดาร์ดไลท์แจ๊ซซ์บนเพียโนงามระยับแบบที่นิยมเล่นกับในคลับแจ๊ซซ์ช่วงยุค40-50นั่นแล สำหรับผู้ฟังแจ๊ซซ์ยุคใหม่ที่ชอบงานเพียโนแจ๊ซซ์หวานๆสไตล์นอร่าห์ โจนส์แนะนำให้ลองฟัง They Say It's Spring โดย "บลอสซั่ม เดียร์รี่ย์" ฟังแล้วผ่อนคลายสบายใจประหนึ่งหลุดไปโบยบินในโลกเหนือจินตนาการ ปิดอัลบั้มด้วย Lover Come Back To Me จากเจ้าป้า "บิลลี่ ออลิเดย์" ตำนานดนตรีแจ๊ซซ์ตลอดกาลลองฟังชั้นเชิงในการอิมโพรไวซ์บนเสียงบลูส์หม่นๆเข้มๆของป้าที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในการอิมโพรไวซ์ที่มีเสน่ห์ที่สุดในอาณาจักรดนตรีแจ๊ซซ์ซึ่งเรียบง่ายและอาจจะไม่ได้ทรงพลังหวือหวาแบบพวกเอลล่า ฟิทซ์เจอรัลด์แต่มันทำให้เราได้รู้ว่าการอิมโพรไวซืแบบสามัญบนดนตรีสแตนดาร์ดแจ๊ซซ์นั่นมีขอบเขตุก้าวไปได้ไกลแค่ไหน...สมกับนิยามของดนตรีแจ๊ซซ์ที่เรียบง่ายเหมือนจะเยือกเย็นหากแต่แอบแฝงไว้ด้วยมนตร์เสน่ห์ฉกาจฉกรรจ์เร่าร้อนประดุจไฟ&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3545973934633776295-2684004387642909351?l=spunkydracula.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://spunkydracula.blogspot.com/feeds/2684004387642909351/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://spunkydracula.blogspot.com/2011/09/putumayo-jazz-myspace68.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3545973934633776295/posts/default/2684004387642909351'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3545973934633776295/posts/default/2684004387642909351'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://spunkydracula.blogspot.com/2011/09/putumayo-jazz-myspace68.html' title='Putumayo : Jazz (Myspace#68)'/><author><name>Da Nastina</name><uri>http://www.blogger.com/profile/03330892158102476960</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_MoZwobnG2nE/Sljyy5PWHPI/AAAAAAAAAGw/Dd3faFSjc2M/S220/1.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/-5Dc6Z9VGRbI/Tnj0Rxs1III/AAAAAAAAAmI/Dt9lCYhe6Z8/s72-c/1.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3545973934633776295.post-3679150668926184276</id><published>2011-09-18T12:35:00.000-07:00</published><updated>2011-09-18T13:53:05.177-07:00</updated><title type='text'>myspace#67</title><content type='html'>&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/-wHXx13if27U/TnZYE_Mev6I/AAAAAAAAAmA/u7DMXhYO538/s1600/5.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5653803224916737954" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 200px; CURSOR: hand; HEIGHT: 201px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/-wHXx13if27U/TnZYE_Mev6I/AAAAAAAAAmA/u7DMXhYO538/s320/5.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/-ichz1kraSZo/TnZVVAFlqkI/AAAAAAAAAl4/Hu1ABLiCexc/s1600/4.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5653800201499290178" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 300px; CURSOR: hand; HEIGHT: 300px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/-ichz1kraSZo/TnZVVAFlqkI/AAAAAAAAAl4/Hu1ABLiCexc/s320/4.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/-Dr3FFJ5N7HA/TnZTlMgAbgI/AAAAAAAAAlw/z6ymY6ekj8Q/s1600/3.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5653798280685972994" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 320px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/-Dr3FFJ5N7HA/TnZTlMgAbgI/AAAAAAAAAlw/z6ymY6ekj8Q/s320/3.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/-O9Zo49Z1Ge0/TnZPDbuIiTI/AAAAAAAAAlo/FREJ3r-JjIc/s1600/2.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5653793302609692978" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 320px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/-O9Zo49Z1Ge0/TnZPDbuIiTI/AAAAAAAAAlo/FREJ3r-JjIc/s320/2.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/-V8QMD6a0Yq8/TnZItnELHkI/AAAAAAAAAlg/lRtM-pZzHM4/s1600/1.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5653786330628038210" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 300px; CURSOR: hand; HEIGHT: 300px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/-V8QMD6a0Yq8/TnZItnELHkI/AAAAAAAAAlg/lRtM-pZzHM4/s320/1.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;Amos Lee : Mission Bell : Folk/Soul (97%)&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;คอลัมน์ Myspace ครั้งที่67นี้ขออนุญาติย้ายจากบอร์ดหน้า Reader Review มาที่หน้าหลักเนื่องจาก "มันอาจจะไม่ใช่งานรีวิว" เพราะว่าช่วงนี้ฟังเพลงเยอะมากกกกกกกกกก มากจนเลือกเขียนให้ใครก่อนไม่ถูกแถมยังไม่มีเวลามากพอที่จะมานั่งเจาะลึกรายละเอียดเขียนยาวเป็นโยชน์ๆวาๆแบบครั้งก่อนๆ ครั้งนี้จึงขอรวบรัดเขียนแนะนำ5อัลบั้มประจำปีนี้ที่ไม่อยากให้คอดนตรีท่านใดพลาดจริงๆ (ยิ่งเป็นคนอ่านขาประจำของดิฉันพลาดไปจะรู้สึกเสียใจมากๆ) ด้วยความที่งานมันดีจุกอกจริงๆค่ะจะใช่คนอ่านขาประจำดิฉันหรือไม่ไม่รู้ไม่สน กูแจกล่ะนะคะกระทู้นี้ หึหึหึ&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br 
