วันพุธที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2556

Mariah Carey : Charmbracelet


Mariah Carey : Charmbracelet : Pop/R&B (70% = 3/5)

เป็นหนึ่งในอัลบั้มที่เรียกว่าหยิบกลับมาเขียนใหม่ "บ่อยที่สุด" ชุดหนึ่งตั้งแต่ที่เคยรีวิวมาเลยทีเดียว เมื่อสองสามวันที่ผ่านมานี้ก็เป็นอีกครั้งที่หยิบมาฟังแล้วเกิดอารมณ์อยากที่จะเขียนงานวิจารณ์ถึงอัลบั้มชุดนี้อีกครั้งซึ่งจะเป็น "ครั้งสุดท้าย" ที่จะเขียนงานชุดนี้ก่อนที่จะสมควรแก่เวลาที่จะพอกับมันเสียที

เอาจริงๆถามว่า "ชอบอัลบั้มนี้เป็นอันดับต้นๆของมารายห์มั้ย?" คงจะดูแปลกที่ต้องตอบว่า "เฉยๆ" โดยส่วนตัว Charmbracelet เป็นอะไรที่เทียบไม่ได้เลยกับผลงานขอวมารายห์ แครี่ย์ที่ดิฉันชอบจริงๆจังๆอย่าง Emotions,Daydream,Butterfly หรือแม้แต่อัลบั้มหลังจากนี้อย่าง The Emancipation Of Mimi คือต้องบอกเลยว่าเนื้องานของอัลบั้มมาแบบเรียบนิ่งออกแนวแกนๆเนิบนาบสมกับที่เป็นงานเพลย์เซฟหลังจากผ่านจุดที่สร้างความสำเร็จมหาศาลจากอัลบั้มชุดก่อนหน้านี้อย่าง Glitter ที่เจ๊งระยิบระยับถล่มทลายเป็นโศกนาฏกรรมวินาศสันตะโรทั้งตัวอัลบั้มและภาพยนตร์ภายใต้ชื่อเดียวกัน สร้างสถิติเป็นศิลปินที่เซ็นสัญญามูลค่ามหาศาลกับค่ายใหญ่ยักษ์อย่าง EMI และโดนจ้างออกด้วยเม็ดเงินหลายหลักจนค่ายแทบจะเกิดวิกฤติทีเดียวนับว่านอกจากสถิติที่เป็นตำนานอันลือลั่นบนบิลบอร์ดชาร์ตไม่ว่าจะเป็นศิลปินหญิงที่มีอันดับหนึ่งมากที่สุดหรือเจ้าของเพลงที่ครองแชมป์อันดับหนึ่งได้ยาวนานที่สุดจากเพลง One Sweet Day แม่มาลัยเราก็ทำสถิติแปลกๆประสาทๆแบบนี้ประดับตัวได้เหมือนกัน แต่ก็อย่างที่นักวิจารณ์ท่านหนึ่งเคยเขียนไว้แหละนะว่า "คุ้มแล้ว" เพราะเงินที่เขาจ้างเข้าจ้างออกนี่มากกว่ารายได้ทั้งหนังและยอดขายอัลบั้มรวมกันเสียอีก

แต่พูดก็พูดเถอะ Charmbracelet กลับกลายเป็นอัลบั้มของแม่มาลัยที่ส่วนตัวดิฉันหยิบกลับมาฟังบ่อยที่สุดทั้งที่ใช่ว่าจะเป็นอัลบั้มที่ดีเด่นอะไรแต่เป็นงานเพลงที่ฟังได้เพลิดเพลินลืมเบื่อนวลเนียนกลมกล่อมและมีเอกภาพมากๆ ภาคดนตรีถอยหลังจากงานพ็อพ อาร์แอนด์บีฮิพฮอพดิบๆโต่งๆและซาวนด์เรโทรแบบงานยุค80sกลับสู่สูตรสำเร็จของความเป็นมารายห์ แครี่ย์ตั้งแต่งานดิว่าบัลลาด90sสร้างชื่อไปจนพ็อพอาร์แอนด์บีนวลเนียนแกลมจังหวะจะโคนแบบฮิพๆฮอพๆอย่างที่เทียบเคียงได้กับงานยุคก่อนหน้านี้ได้อย่าง Butterfly หรือ Rainbow เป็นต้น แค่ซิงเกิ้ลเปิดตัวอย่าง Through The Rain (4/5) งานที่ส่วนตัวดิฉันขอเรียกว่า "Inspiration Ballad" ในแบบฉบับบัลลาดสไตล์ดิว่ายุค90sที่มารายห์ถนัดซึ่งก็นับว่าตอบโจทย์ฐานคนฟังในยุคแรกเริ่มของมารายห์ได้อย่างดีกับงานบัลลาดเพราะๆ เมโลดี้หวานสวยทรงพลังจับใจและภาคเนื้อหาที่สวยงามซาบซึ้งเชิงให้กำลังใจ ถึงแม้ว่าบางกระแสจะค่อนขอดว่าซ้ำซากแต่ส่วนตัวคิดว่าเธอยังทำบัลลาดแนวๆนี้ได้ดีเสมอนะ

 จะว่าไปกว่าครึ่งของเพลงในอัลบั้มนี้อย่าง Boy (I Need You),Yours,You Had Your Chanceและ Lullaby นี่เรียกได้ว่ามาสายเดียวกันหมดคืองานสไตล์คอนเทมโพรารี่ย์อาร์แอนด์บีเนิบนาบเจือฮิพฮอพกระฉึกกระฉักบ้างออกแนวโซลฟูลลอยๆบ้างในแบบที่เธอเคยสร้างความฮือฮามาแล้วกับอัลบั้ม Butterfly ก็นับว่าไม่มีเพลงไหนโดดเด่นเลยมาเนิบๆเรื่อยๆแกนๆแต่ก็ฟังได้เพลินๆทุกเพลง เอาเป็นว่าให้3ดาวเสมอตัวหมดทุกเพลง เพลงที่เข้าหูหน่อยเห็นจะเป็น You Got Me (3.5/5) ที่ร่วมงานกับเจย์ซีและฟรีเวย์ที่นับว่ามีหีบห่อสีสันที่น่าสนใจด้วยความเป็นงานมิดเทมโพพ็อพอาร์แอนด์บีผสานสตรีทฮิพฮอพเท่ห์ๆน่ารักๆฟังได้เพลิดเพลินดี ในขณะที่ The One (5/5) กลายเป็นแทร็คที่ส่วนตัวขอยกให้เป็นมาสเตอร์พีซของอัลบั้มพวกเพลงอาร์แอนด์บีฮิพฮอพตระกูลเดียวกับ BreakdownหรือShake It Offนั่นแหละแต่ส่วนตัวชอบมากกว่าด้วยเมโลดี้ที่เพราะพริ้งสง่างามบรรเจิดใจกว่าหลายสิบช่วงตัวแถมแม่มาลัยยังอิมโพรไวซ์ด้นสดระรัวลิ้นได้เหนือมนุษย์ชวนตะลึงตะลานแต่เสียงยังสวยไม่มีตก Irresistible (West Side Connection)(3/5) ที่ฟังครั้งแรกนึกว่าเพลงของอแชนทิเป็นงานอาร์แอนด์บีฮิพฮอพติดซาวนด์G-Funkที่โปรยซินธิ์ลอยละล่องในเพลงประสานกับการแร็พมืดๆแบบพวกแก๊งค์สทานี่ฝั่งตะวันตกเขาชอบเล่นกันงั้นๆแหละ ไม่ได้ชอบ ส่วน Clown (2/5) ที่แต่งด่าเอมิเน็มขึ้นต้นมาเหมือนจะดีกับท่วงทำนองกีตาร์อคูสติคสวยๆตีๆกับบีทอาร์แอนด์บีแต่ไปๆมาๆดูประสาทๆสมกับเป็นเพลงมารายห์จริงๆฟังแล้วอดขำไม่ได้ อย่างไรก็ตามพออ่านเนื้อหาตามแล้วขนลุกนะคะแม่ไอ้เน็มถ้าได้นั่งฟังก็คงจะสะดุ้งเฮือกเหมือนกันเป็นเครื่องการันตีว่าปากนางมาลัยจัดมากๆ

My Saving Grace (4.5/5) เปิดตัวมาเป็นบลูส์โซลอาร์แอนด์บีดิบๆที่ฟังแล้วอดลุ้นให้มาแนวเดียวกับเพลงในอัลบั้ม Emotions ไม่ได้แต่พอเข้าเพลงจริงๆกลับกลายเป็นงานคอนเทมโพรารี่ย์อาร์แอนด์บีประสานอารมณ์โซลฟูลลอยๆก่อนจะสลับไปเป็นกอสเพลช่วงจบ มาที่ Subtle Invitation (3.5/5) มาแปลกกับแนวที่กระเดียดไปทางสแตนดาร์ดแจ๊ซซ์บิ๊กแบนด์สดๆประสานสวิงโซล70sนุ่มหู ไม่ค่อยเห็นมารายห์ทำแบบนี้มานานแล้วถ้าไม่นับสองอัลบั้มแรกนะ ปิดท้ายด้วย Bringin' On The Heartbreak (4.5/5) ที่เสี่ยงตายหยิบเอาเพลงร็อคอมตะขึ้นหิ้งของตำนานร็อค80sอย่างDef Leppardมาปัดฝุ่นทำใหม่เป็นงานอดัลท์คอนเทมโพรารี่ย์บัลลาด90sดำเนินบนท่วงทำนองพลิ้วๆเศร้าๆและอารมณ์ร็อคเจือจางก่อนจะของขึ้นประโคมออเครสตร้าพาลลากกีต้าร์ร็อค80sยาวเฟื้อยตบเข้ากับการแอดลิบของแม่มาลัยยันจะตบความเป็นโซลจากคอรัสกอสเพลช่วงท้ายเพลง เอาเถอะแม้จะโดนด่าแต่ในฐานะลูกแกะชอบเวอร์ชั่นนี้นะอย่างน้อยอินเนอร์ก็มาเต็ม

ตอนแรกว่าจะหยิบอัลบั้มนี้ขึ้นมาต้อนรับ The Art Of Letting Go เสียหน่อยพอหมายมั่นปั้นมือจะลงรีวิวเสียหน่อยมาลัยดันทวีตข้อความว่าเลือนวันวางแผนซะงั้น เชอะ! ทำออกมาดีๆก็แล้วกันช่วงหลังๆนี้มาดอนน่าก็แป๊ก คริสทิน่าก็แป๊ก ขอคัมแบ็คดีๆสักคนแบบไคลี่ย์ มิโน้กกอบกู้หน้าศิลปินเจเนอเรชั่นเราหน่อยนะแม่นะ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น