วันอังคารที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

Westlife : Coast To Coast



Westlife : Coast To Coast : Pop (75% = 3.5/5)

ย้อนไปเมื่อสมัย10กว่าปีที่แล้วในบ้านเราเชื่อว่าไม่มีคอเพลงสากลท่านใดที่ไม่รู้จักวงบอยแบนด์5อวบจากไอร์แลนด์อย่าง Westlife ที่ในช่วงเวลานั้นอันเป็นช่วงเวลาของศิลปินบอยแบนด์อาทิ Nsync,A1ยันลุงๆBackstreet's Boysที่ยังยืนผงาดง้ำค้ำแวดวงเมนทสตรีมครองใจวัยรุ่นทั่วโลกกันอยู่ ซึ่งก่อนอื่นต้องขอสารภาพว่าเอาจริงๆแล้วส่วนตัวดิฉันไม่ค่อยถูกชะตากับวงนี้เท่าไรแต่เผอิญเป็นช่วงเวลาที่เหมาะัเจาะพอดีเนื่องจากได้รีเควสต์จากคุณน้อง Sunny 's Cyrn คนอ่านเพจ Hysteria ซึ่งคุณน้องร่อนรีเควสต์มาได้ตรงเผงถูกที่ถูกเวลา เพราะมองจากสภาพแวดล้อมของดนตรีในตลาดเมนทสตรีม ณ ช่วงเวลาล่าสุดแล้วประกอบกับที่วินาทีนี้ศิลปินเกาหลีบุกมาคัมแบ็คให้บ.ก.มากระหน่ำรีวิวใน Hysteria คิดไปคิดมาก็กลัวคนอ่านจะเบื่อเพราะจับมุขบ.ก.กันได้หมดแล้วเขียนเกาหลี เดี๋ยวก็ทำเป็นดัดจริตสลับไปเขียนอินดี้แล้วก็มาหากินกับพวกศิลปินดิว่าแล้วก็เอาอะไรแปลกๆมาคั่นอัลบั้มสองอัลบั้มก่อนจะกลับไป "เกาหลี" อีกที...คิดไปคิดมา "เขียน Westlife บ้างก็เก๋ดีเหมือนกันนะ"

อย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้นว่าสำหรับดิฉันแล้ว "Westlife" - - ไบรอัน,เคียน,เชน,นิคกี้และพี่มาร์คขาขวัญใจป้าก๊อฟ ศรีวิการ์อดีตกองPop - - ในช่วงนั้นเป็นอะไรที่ไม่ถูกโรคด้วยอย่างแรงชนิดขยาดแกมขนลุกขนพอง คือเพลงพวกพี่มันก็เพราะกันดีหรอกค่ะไม่มีใครปฏิเสธได้ลงคอแต่แบบพัฒนาการโดยรวมเท่าที่ดิฉันติดตามมาโดยผิวเผินแล้ววงของพวกพี่นี่เป็นอะไรที่แบบ "ซ้ำซาก" เน่าสนิทจริงๆในความรู้สึกส่วนตัวจากอกบึ้มๆของดิฉัน (เช่นเดียวกับเอ็มวีที่เดินวนไปวนมาทั้งเอ็มวีชนิดถ้าจับลงแข่งเดินทนโอลิมปิคนี่พวก5หน่อนี่จะต้องเป็นตัวเต็งเรียนทองแน่ๆ เมื่อยแทนว่ะ!!!) แถมด้วยเพลงเพราะๆของคุณพี่หลายเพลงไม่ว่าจะเป็น Fool Again,Uptown Girl,Flying Without Wings,I Lay My Love On YouและMy Loveที่ก็มาขนบเดียวกันทั้งหมดจนน่าจะเป็นเพลงเดียวกันได้ในวันนั้น(จนถึงวันนี้)ก็เปิดกระหน่ำทุกซอกทุกมุมหาได้ทั่วไปเวลาโดดเรียนพิเศษไปซื้อเสื้อผ้าที่สยามสแควร์,บนรถแท็กซี่,ประกวดแปลเพลงในงานสัปดาห์ภาษาอังกฤษไปยันคลื่นวิทยุต่างๆที่ทุกวันนี้ก็ยังพร้อมใจเปิดเพลงพวกพี่กันอยู่ โดยเฉพาะอีMy Loveนี่ไม่รู้ว่าจ้างเปิดไปเท่าไรนะคะพอๆกับพวกShape Of My HeartหรือI Want It That WayของลุงๆBackstreet's Boysที่ป่านนี้พวกท่านก็ยังไม่ยอมกลับประเทศกันเสียที

อย่างไรก็ตามพอมาถึงวันนี้ - - วันที่วุฒิภาวะโตขึ้น เปิดใจมากขึ้นและมองอะไรกว้างและลึกขึ้นกว่าจะไหลไปตามลมปากหรือกระแส - - ต้องขอขอบคุณคุณน้อง Sunny's Cyrn มากเลยทีเดียวนะคะที่อุตส่าห์รีเควสต์อัลบั้มชุดนี้มา พอได้มาฟังแบบเต็มๆอีกครั้งในวันนี้มุมมองและความรู้สึกที่มีต่ออัลบั้ม Coast To Coast เป็นอะไรที่ต่างออกไปจากเมื่อสิบกว่าปีก่อนโดยสิ้นเชิง งานดนตรี "พ็อพ" ละมุนละไมสะอาดสะอ้านตามแบบฉบับของงานพ็อพของพวกบอยแบนด์แท้ๆชุดนี้ในวันนี้ - - วันที่ดนตรีเมนทสตรีมกลายเป็นขยะไปโดยสิ้นเชิงแล้ว - - กลับมอบมุมมองและความรู้สึกอีกแง่หนึ่งที่สวยงาม อบอุ่นและแน่นอนไพเราะหวานหูรับประทานได้แบบที่สำคัญที่สุด "ความสมควรที่จะดัง" ในแบบฉบับที่ดนตรีพ็อพเคยเป็น แม้ว่างานชุดนี้จะเน้นหนักไปทางบัลลาดอาจจะเนิบเนือยจนหงอยไปบ้างกว่าจะฟังจบแต่ชั้นเชิงของการเรียบเรียง พลังของเมโลดี้และท่อนฮุคเพราะๆสุดแสนอัจฉริยะนั้นทำให้วันนี้ไม่แปลกใจว่าทำไม Coast To Coast ถึงได้เป็นหนึ่งในอัลบั้มที่เข้าขั้นปรากฏการณ์ในปี2000

 เนื่องจากเพลงในอัลบั้มมีมากมายเหลือเกินจึงขอเขียนถึงเฉพาะเพลงที่ชอบจริงๆและเพลงที่มีลูกเล่นน่าสนใจเหมาะแก่การรีวิว แค่เปิดอัลบั้มมากับ My Love (5/5) ที่ทำเอาเราหวนนึกถึงวันวานเมื่อสิบกว่าปีก่อนตั้งแต่เมโลดี้ขึ้นต้นมาเมื่อก่อนเคยก่นด่าว่ารำคาญเพลงนี้เปิดกันจังเปิดอยู่ได้แต่พอมาฟังตอนเขียนวิจารณ์เอาสิบกว่าปีให้หลังนี่อายตัวเองที่แค่เพลงเดียวกดออโต้รีเพลย์นั่งฟังวนไปวนมากว่ายี่สิบรอบ มาถึงขั้นนี้คงปฏิเสธไม่ได้ถึงความไพเราะ ทรงพลังและความเป็นงานพ็อพบัลลาดที่องค์ประกอบครบถ้วนสมบูรณ์แบบจนต้องยกให้เป็นหนึ่งในตำนานของเพลงพ็อพแห่งยุคมิลเลเนียม ขึ้นหิ้งเพลงคลาสสิคของโลกไปแบบไร้ข้อกังขา (เชอะ!) Against All Odds ft. Mariah Carey (4/5) งานพ็อพบัลลาดพรมเพียโนงามระยับพลิ้วไสวที่ไปเกี่ยวก้อยเอาแม่มาลัย "มารายห์ แครี่ย์" ที่ดิฉันรักใคร่กราบไหว้บูชามาร่วมโหยเสียงโชว์ลูกคอเพราะๆและพลังปอดพอท้วมๆในเพลงส่วนตัวชอบพาร์ทที่แม่มาลัยเธอโซโล่ช่วงคอรัสแล้วพวก5อวบเธอประสานเสียงฮู้ๆฮ้าๆเชิงกอสเพลเป็นแบ็คกราวนด์ฟาดฟันกับเครื่องสายออเครสตร้าสุดอลังการนั่นแล จำไม่ผิดเพลงนี้มีรวมอยู่ในอัลบั้ม Rainbow ของนางมาลัยด้วยนี่!!! ใช่มั้ยคะ? What Makes A Man (3.5/5) งานบัลลาดสูตรสำเร็จที่จะว่าไปก็งั้นๆฟังได้เพลินๆเพราะมั้ย? ก็โอเคนะแต่พอมาเจอการประสานเสียงแบบอะแค็พเพลล่าช่วงคอรัสนี่ทำเอาตื่นเลย จะแพ้ก็แค่ Boyz II Men ละมั้งพ่อคู๊ณณณ  I Lay My Love On You (4.5/5) งานทีนพ็อพใสๆที่ไพเราะติดหูตั้งแต่รอบแรกวินาทีแรกที่ฟังส่วนตัวชอบนะคะถึงแม้ว่าจะสลัดตัวเองออกมาไม่พ้นเงาของพวกลุงๆBSBก็เถิด ไม่ได้หาว่าก็อปนะแต่แนวๆนี้Backstreet's Boysเขาทำมาจนเป็นเครื่องหมายการค้าไปละ Angel's Wings (4.5/5) เนื้อเสียงแน่นๆทรงพลังดวลกับเครื่องสายช่วงขึ้นต้นทำให้นึกถึงบัลลาดโชว์พลังเสียงแนวมิวสิคคัลมาตะหงิดๆซึ่งการเรียบเรียงก็มาสายนั้นเลยนะคะอดัลท์คอนเทมโพรารี่ย์ ออเครสตร้า อะแค็พเพลล่าและกลายร่างเป็นกอสเพลในช่วงจบ นับว่าเป็นงานบัลลาดสูตรสำเร็จที่เนื้องานงามระยับเหนือสูตรสำเร็จดาดดื่นทั่วไปหลายช่วงตัว ฟังแล้วขนลุก เอาล่ะถึงเวลาที่จะเลือกสักเพลงปิดรีวิวส่วนตัวขอเลือก Fragile Heart (3.5/5) ที่โดดเด่นด้วยการเรียบเรียงดนตรีที่แตกต่างออกไปตั้งแต่โพรแกรมมิ่งช่วงอินโทรไปหาบีทกีต้าร์อคูสติคก่อนจะพรมเครื่องสายและประโคมสูตรสำเร็จของดนตรีแบบ Westlife ลงไปหลังจากนั้นดนตรีไพเราะอื้ออึงและการประสานเสียงอลังการชวนขนลุกสมใจค่ะ


ก็นับว่าเปรียบเสมือนถูกหวยไปที่เลือกลัดรีเควสต์นี้ขึ้นมาเขียนก่อน จะว่าไปบางทีบางอัลบั้มสำหรับบางคนอาจจะต้องใช้เวลาในการพิสูจน์ยิ่งช่วงเวลาที่ดนตรีพ็อพรอบตัวมีแต่อิเล็คโทรนิคจืดชืดกับสูตรสำเร็จซ้ำซากซินธิ์ปลอมๆ ออโต้จูนเสร่อๆและเอะอะไรก็จะดั๊บสเต็ปฟังแล้วมึนเวียนอ้วกแทบจะพุ่ง การกลับไปล้างหูด้วยดนตรีพ็อพหวานๆเมโลดี้สวยๆเสียงร้องสดๆเพราะๆกระจ่างใจใน Coast To Coast นี่นับว่าเป็นหนทางที่ดีที่สุดประดุจดวงตาเล็งเห็นแสงแห่งธรรม ต่อไปนี้จะไม่ว่าพวกตัวซ้ำซากแล้วจ้า/อนึ่ง....หวังว่าดนตรีในอีก10ปีข้างหน้าจะไม่มีอะไรที่แย่กว่าดนตรีในวันนี้


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น