วันพฤหัสบดีที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

Putumayo : Vintage France



Putumayo : Vintage France : Chanson/Jazz (98% = 5/5)

จำได้ว่าอัลบั้มจากค่าย Putumayo - - ค่ายเพลงเวิลด์มิวสิคที่น่ารักน่าฟังที่สุดของโลก - - ชุดแรกที่ดิฉันเขียนวิจารณ์คือซีรี่ยส์ "Paris" ซึ่งนี่อีกไม่กี่เดือนก็น่าจะครบรอบสองปี(หรือ3จำไม่ได้ละ?!!!)ที่ครบรอบการเขียนรีวิวอัลบั้มชิ้นแรกให้กับ Putumayo ว่าแล้วก็ขอเฉลิมฉลองการครบรอบล่วงหน้าด้วยการวนกลับมาเขียนถึงงานดนตรีของวัฒนธรรมฝรั่งเศสอีกครั้งกับซีรี่ยส์ "Vintage France" ซีรี่ยส์ชุดแรกประจำปี2013จากทางPutumayoที่เพิ่งวางขายไปเมื่อกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา (ช่างประจวบเหมาะดีแท้)

หนึ่งในสิ่งที่ชอบ ไม่สิ! ต้องใช้คำว่า"รัก"ในการนำเสนอของทางPutumayoคือการสะท้อนคอนเส็ปท์ของตัวงานถ่ายทอดผ่าน "อาร์ทเวิร์ค" ได้น่ารักมากๆเฉกเช่นในซีรี่ยส์ "Vintage Jazz" ที่ก็สามารถบอกเล่าถึงเจตนารมย์ที่จะดึงผู้ฟังกลับไปดื่มด่ำกับอารยธรรมดนตรีของดินแดนฝรั่งเศสในยุคคลาสสิคอันมี "Chanson" ที่เป็นภาคดนตรีประจำถิ่นโดดเด่นสุกสกาวส่งกลิ่นอายหอมหวนเคียงคู่กับวินเทจแจ๊ซซ์แบบฝรั่งเศสจ๋าในช่วงเวลานั้น เทียบกับภาคดนตรีในซีรี่ยส์ "Paris" ที่เคยเขียนวิจารณ์ไปส่วนตัวเห็นว่าแตกต่างกันในเรื่องของ "ช่วงเวลาของภาคดนตรี" โดยที่ Paris สำหรับดิฉันค่อนข้างจะผสานออกมาในรูปแบบที่ร่วมสมัยมากกว่าทั้งในแง่ของความเป็นงานดนตรีในรูปแบบของงานดนตรีที่เล่นกันตามคาเฟ่หรือในร้านอาหารของฝรั่งเศสที่พบเห็นได้แพร่หลายในปัจจุบันตลอดจนความเป็น Chanson ช่วงสมัย60s'อันเป็นช่วงเวลาที่ดนตรีแขนงนี้เข้าสู่ความเป็นเมนทสตรีมเป็นที่เรียบร้อย - - แบบที่คออินดี้พ็อพทั้งหลายเรียกเหมาว่า "เฟรนซ์พ็อพ" น่ะ - - ในขณะที่ Vintage France สำหรับดิฉันนี่ดูจะได้แรงบันดาลใจมาจากงาน Chanson สมัยเพิ่งบุกเบิกช่วงกลางยุค1900s'มากกว่าแต่ภาพรวมค่อนข้างไปผสานกับงานในยุควินเทจอย่างสวิง คาบาเร่ต์หรือสแตนดาร์ดแจ๊ซซ์จนภาพรวมออกมาเป็นงานที่ครึ่งหนึ่งเน้นหนักไปทางเฟรนซ์แจ๊ซซ์สมัย40s'-50s' ในส่วนที่เหลือก็เป็นChansonตลอดจนงานคอนเทมโพรารี่ย์ร่วมสมัยที่ใส่กลิ่นอายของความเป็นเรโทรหรือวินเทจเข้าไปควบคุมทิศทางมิให้หลุดคอนเส็ปท์ นับว่าภาพรวมนำเสนอออกมาได้อย่างมีเอกภาพมากๆ

นิยามของรากฐานเพลงChansonตามธรรมเนียมฝรั่งเศสแท้ๆถูกขับขานออกมาได้อย่างหอมหวานใน La Valse Brune (5/5) โดยตำนานของบ้านเขาอย่าง Juliette Greco ที่มาดามท่านก็สามารถเนรมิตบรรยากาศของวัฒนธรรมฝรั่งเศสยุคคลาสสิคมาสะท้อนภาพรวมของคอนเส็ปท์ "Vintage France" ออกมาได้อย่างครบถ้วน ตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้ฟังก็ตกหลุมรักเลยคลาสสิคมากๆ สำหรับคนที่ชอบงานสแตนดาร์ดแจ๊ซซ์เพราะๆเชื่อว่าน่าจะถูกใจ La Javanaise (4.5/5) ผลงานของ Serge Gainsbourg ที่ถูกนำกลับมาคัฟเว่อร์อีกครั้งโดย Madeleine Payroux ที่ก็นับว่าเป็นศิลปินแจ๊ซซ์ที่ค่อนข้างเป็นที่จับตาในหมู่ผู้ฟังแจ๊ซซ์ยุคนี้ทีเดียว (บ้างก็ว่า "บิลลี่ ฮอลิเดย์" กลับชาติมาเกิด 555 จริงเหรอ?) ส่วนตัวไม่เคยฟังต้นฉบับแต่เวอร์ชั่นของสาวMadeleineนี่เป็นงานเฟรนซ์แจ๊ซซ์เย็นๆที่ยืนพื้นระหว่างการผสานสแตนดาร์ดเพียโนแจ๊ซซ์และเครื่องสายChansonของฝรั่งเศสเข้าด้วยกันอย่างลงตัว สุนทรียมากๆ มาที่แทร็คก่อนหน้าอย่าง J'attendrai (4/5) ที่ได้ศิลปินสแปนนิชอย่าง Asier Etxeandia มาขับขานก็เป็นอีกหนึ่งงานเฟรนซ์แจ๊ซซ์เพราะๆฟังเคลิ้มๆฝันๆผ่อนคลายสบายใจสุดๆ

สลับมาฟังงานคอนเทมโพรารี่ย์ร่วมสมัยใน Souls le Ciel de Paris (4.5/5) จาก Francesca Blanchard เป็นงานChansonในเชิงเฟรนซ์พ็อพแบบชิลล์แจ๊ซซ์เหงาๆหรูหรากรีดกรายแกลมเล้าจ์นหม่นๆ เสียงนักร้องเศร้าสลดโหยหวนกรีดใจมากๆฟังแล้วเล่นเอาหงอยไปเลย มาที่ Les Parapluies de Cherbourg (4.5/5) โดย Martijin Luttmer โดดเด่นบนฮาร์โมนิก้าและท่วงทำนองเก๋ไก๋แปลกหูแบบดัตซ์แจ๊ซซ์จากฟากเนเธอร์แลนด์นับว่าน่าสนใจไปอีกแบบ Nany (5/5) ผลงานของ Norbert Slama Trio ที่จะหวนพาคุณกลับคืนสู่บรรยากาศของงานยิปซีแจ๊ซซ์แบบฝรั่งเศสช่วงยุค 40s' นับเป็นอีกแทร็คที่ไม่ควรพลาด แทร็คที่ชอบมากที่สุดในอัลบั้มนี้พอๆกับเพลงเปิดอัลบั้มขอยกให้แก่ Les Baleines Bleues (5/5) กับงานเฟรนซ์แจ๊ซซ์ที่เมโลดี้งดงามหมดจดแต้มกลิ่นอายบลูส์หอมๆและการอิมโพรไวซ์ในเพลงที่ทรงเสน่ห์สุดๆ เป็นเพลงที่ทรงพลัง สมบูรณ์แบบและมีพลังดึงดูดแทบจะที่สุดแล้วในอัลบั้มนี้สำหรับดิฉัน ปิดท้ายด้วยงานสวิงสวยๆกรีดกรายใน Cloviswing (5/5) โดย Jean Claude Laudat อีกหนึ่งของความมีคลาสในอัลบั้มชุดนี้ที่ไม่ควรพลาด


นับว่าเป็นอีกหนึ่งอัลบั้มที่เป็นตัวเลือกอันดีสำหรับผู้ที่อยากจะจรลีหลีกหนีดนตรีเมนทสตรีมจืดชืดซ้ำซากน่าเบื่อหน่ายในยุค2013สู่จิตวิญญาณของความสุนทรียแห่งอารยธรรมดนตรีฝรั่งเศสที่ไพเราะจับใจนับว่าหรูหราพอๆกับบรรยากาศรื่นเริงและมีเอกลักษณ์ของานดนตรีฝรั่งเศสแท้ๆพอๆกับภาพของ "หอไอเฟล" สัญลักษณ์ของประเทศฝรั่งเศสที่ตั้งตระหง่านสุกสกาวอยู่บนหน้าปกนั่นแล เพียงแค่หลับตาผ่อนคลายและหามุมสบายๆในห้อง - - หรือจะในรถ ในที่ทำงานหรือไอพอดส่วนตัวพกไปทุกที่ก็แล้วแต่ศรัทธา - - แล้วลองเปิด "Vintage France" เชื่อเถอะว่าความสวยงามคลาสสิคของดนตรีดีๆในอัลบั้มนี้จะมอบอีกหนึ่งความสุขในแบบที่คุณไม่เคยคาดถึงได้จริงๆ...ไม่เชื่อต้องลอง!!!

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น