วันอาทิตย์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

Jamie Cullun : Momentum



Jamie Cullun : Momentum : Crossover Jazz (75% = 3.5/5)

ถามถึงหนึ่งใน "ศิลปินชาย" ที่ดิฉันโปรดปรานที่สุดตลอดกาล แน่นอนล่ะค่ะว่าชื่อของ "เจมี่ คัลลั่ม" ย่อมติดอยู่ในนั้นด้วย แม้จะไม่ได้ชอบมากมายเทียบเท่ากับกับพี่เจมส์ มอริสันหรือเอมอส ลีที่ถ้าจัดอันดับแล้วคงไม่พ้นเป็นสองอันดับแรก แม้แต่ "จอห์น เมเยอร์" ที่ดิฉันชอบน้อยลงทุกๆวันก็อาจจะชอบมากกว่าแต่ก็ไม่มีทางที่จะหลุดท็อป10ไปแน่นอนสำหรับตาฮ็อบบิทแจ๊ซซ์คนนี้ซึ่งปีนี้ก็ออกอัลบั้มแบบไม่ทันให้ตั้งตัวหรือคาดหวังใดๆ

และด้วยความที่ "ไม่ทันได้คาดหวังใดๆ" อย่างที่บอกกระมังคะ Momentum จึงลอยดาหน้าเข้ามาเป็นหนึ่งในงานที่ไม่ถึงกับสุดโปรดแต่ก็ฟังได้เพลิดเพลินจนเป็นหนึ่งในอัลบั้มที่ทรงอิทธิพลที่สุดอีกหนึ่งชุดสำหรับปีนี้ - - แม้จะช่วงเวลาสั้นๆ - - ไปโดยปริยาย หากแต่ถ้าเจาะกันตามเนื้องานแล้วก็คงจะต้องบอกกันว่าเป็นอัลบั้มที่แลดูธรรมดา เฉยๆ ไปจนถึงงั้นๆที่สุดแล้วตั้งแต่ที่เคยฟังงานทั้งหมดทั้งมวลของพี่เจมี่มาก ไม่ใช่อัลบั้มที่แย่ - - แค่เป็นงานดนตรีมีคุณภาพที่ต่ำกว่ามาตรฐานของความเป็น "เจมี่ คัลลั่ม" ก็แค่นั้น

 หลังจากที่พี่เข้าสู่ตลาดเมนทสตรีมกับอัลบั้มสร้างชื่ออย่าง Twenty Something ที่ยังมีขายแม้แต่ในบ้านเรา (ที่คนฟังแจ๊ซซ์เฉพาะกลุ่มเพียงหยิบมือ) ซึ่งก็เป็นอัลบั้มที่นับว่าพลิกปรากฏการณ์แก่วงการแจ๊ซซ์ฝั่งผู้ดีมากจนหลายคนเข้าใจกันผิดว่าเป็นอัลบั้มแรก จากการเรียบเรียงนำเสนอบทเพลงแจ๊ซซ์ที่นำมาตีความใหม่ได้ถึง มีมิติของความเป็นแจ๊ซซ์ยุคใหม่ที่เปี่ยมด้วยวิญญาณรวมถึงฉีกออกจากกรอบของความเป็นสแตนดาร์ดแจ๊ซซ์ตามธรรมเนียมหนักเข้าก็กลายร่างเป็น "Crossover Jazz" ซึ่งเป็นการจับดนตรีสแตนดาร์ดแจ๊ซซ์มาผสมผสานกับภาคดนตรีหลากหลายและบูรณาการเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว - - ภาษาปากเรียกว่าฟิวชั่น อัลเทอเนทีฟหรือจะโพรเกรสซีฟก็แล้วแต่

ส่วนตัวคิดว่าสิ่งที่ขาดไปในอัลบั้มนี้คือ "ความชัดเจน" เป็นครั้งแรกในการผสมผสานที่หลากหลายและลงตัวเป็นเอกภาพแต่เราที่ตามฟังงานเขามานานกลับสัมผัสไม่ได้ว่า "แก่น" ของอัลบั้มต้องการจะสื่ออะไร? ทั้งนี้ทั้งนั้นในแง่ของเนื้อหาและการนำสนอในรูปแบบของเจมี่ คัลลั่มยังทำได้ดีอยู่จนเชื่อว่าแฟนๆหลายคนที่ตามมาฟังต้องเกิดอาการที่เรียกว่า "ประทับใจ" มากกว่าผิดหวังล่ะนะ แค่เปิดอัลบั้มมากับ The Same Things (4/5) ก็เป็นงานCrossover Jazzที่ครึกครื้นสนานใจด้วยการผสานเอาสแตนดาร์ดแจ๊ซซ์ชนกับอินดี้ร็อคตู้มต้ามอารมณ์บรรเจิดประหนึ่งถ้าแยกพาร์ทดนตรีออกมาก็กล้อมแกล้มว่ากำลังฟังวงร็อคอังกฤษได้อยู่แถมด้วยโพรแกรมมิ่งอิเล็คโทรนิคเฟี้ยวฟ้าวก็มีมาให้ฟังกันยันเสียงกีต้าร์ย้อนยุคเชยลากก่อนจะลากไปจบที่อะแค็พเพลล่าแบบโซล60s' ดูแล้วไม่น่าจะเข้ากันได้แต่ก็เข้ากันได้กลมกล่อมทีเดียวที่สำคัญสรรพสำเนียงการร้องแบบกวนประสาทของพี่เจมี่ยังทำหน้าที่ได้ดีไม่ตก ข้ามมาที่ When I Get Famous (4.5/5) เริ่มต้นมาด้วยเครื่องเป่าละทินบิ๊กแบนด์ปะทะกับเสียงประสานแบบโซลอารมณ์โมทาวน์แท้ๆ ตัวเพลงกรีดกรายมากๆพวกผู้หญิงคุณนายต้องชอบแน่ๆพวกคอละทินโซลละทินแจ๊ซซ์บิ๊กแบนด์ติดฟั้งค์ติดซัลช่าอะไรพวกนี้ เป็นเพลงที่โดดเด่นที่สุดของอัลบั้มนี้แล้วในแง่ของความสมบูรณ์แบบ สีสันและความทรงพลัง สำหรับ Love For $ale (4.5/5) ซิงเกิ้ลแรกของอัลบั้มที่แรกๆรู้สึกงั้นๆแต่ฟังไปฟังมาหลายรอบพาลชอบมากๆชนิดถอนตัวไม่ขึ้น คือเพลงมันดูธรรมดามากๆเป็นสแตนดาร์ดแจ๊ซซ์ปะทะบีทฮิพฮอพดิบดำมืดสนิทแกลมอารมณ์แก๊งคสทาแร็พช่วงท้ายแต่พอฟังไปฟังมานานๆเข้าเพลงแบบนี้แหละตัวตนพี่เจมี่แท้ๆ Pure Imagination (4/5) อีกเพลงหนึ่งที่มีความเป็นเจมี่ คัลลั่มสูงโด่ สแตนดาร์ดแจ๊ซซ์ขมุกขมัวแบบอังกฤษแท้ๆแบบนี้ล่ะแม้ใครอาจจะหาว่าซ้ำซากแต่ส่วนตัวชอบนะ Save Your Soul (4/5) งานแบบพ็อพแจ๊ซซ์เรียบง่ายธรรมดามากๆแต่เมโลดี้เพราะพริ้งสะอาดสะอ้านงามบรรเจิดใจฟังแล้วตาสว่างเลย ชอบการนำเสนอแบบอดัลท์คอนเทมโพรารี่ย์เชิงกอสเพลในตัวเป็นอีกหนึ่งเหตุผลในตัวที่บวกคะแนนใหเ้พราะส่วนตัวแล้วแม้มันจะดูสูตรสำเร็จแต่ดันทำออกมาสัมผัสถึงใจจริงๆค่ะยิ่งส่วนตัวเป็นคนแพ้ความอลังการของออเครสตร้าและการอิมโพรไวซ์ของศิลปินแจ๊ซซ์อยู่แล้ว เจอแบบนี้เข้าไปยิ่งรักเลย มาถึง Get A Hold Of Yourself (4.5/5) เพลงที่เพราะที่สุดของอัลบั้มนี้เป็นงานอคูสติคเบาๆเจือชิลล์แจ๊ซซ์บนความเป็นโฟล์คพ็อพหวานสวยลอยละล่อง ตายไปเลย!!! ปิดอัลบั้มด้วย You're Not The Only One (4/5) ด้วยท่วงทำนองสดใสรื่นเริงสว่างไสวขาวบริสุทธิ์ ติดหูมากๆฟังแล้วอารมณ์ดี

 จะว่าไปเพลงของพี่ฮ็อบบิทแจ๊ซซ์ชุดนี้ก็คลายมนตร์ขลังไปเยอะนะคะ ก็อย่างว่าแหละเนอะพี่สร้างมาสเตอร์พีซไปแล้วใน Twenty SomethingกับCatching Talesที่งานดีมากๆจนกราบ ในขณะที่ The Pursuit ก็เป็นอัลบั้มที่งานก็ดีมากๆมาในชุดนี้เพลงค่อนข้างจะสามัญไปนิดเหมือนช่วงที่กำลังต้องการเชื้อไฟและจินตนาการบรรเจิดใหม่ๆมาเติมเต็มเลยอาจจะดูมีอะไรที่ขาดไปบ้าง แต่เชื่อเถอะค่ะขนาดต้องการการมาเติมเต็มเพื่อให้สมบูรณ์แบบสมกับเป็นงานของเจมี่ คัลลั่มมากกว่านี้แต่งานพี่ก็ยังกินศิลปินเรียบไปกว่าครึ่งค่อนวงการอยู่ดี

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น