วันพุธที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

Armin Van Buuren : Intense



Armin Van Buuren : Intense : Trance (90% = 4.5/5)

หลังจากผ่านช่วงตื่นเต้นของการตบเท้าคัมแบ็คของวงบอยแบนด์เกิร์ลกรุ๊ปเกาหลีสุดโปรดรวมไปถึงเพลงใหม่ของแม่มาลัยกับเจ๊เจโลที่ก็ออกมาเรียกน้ำย่อยให้แฟนคลับสาดน้ำลายกันยกใหญ่ดิฉันก็ถึงจุดตีบตันทางความคิดอย่างหนักเพราะช่วงนี้ก็ไม่ค่อยมีงานของศิลปินท่านใดที่โดนใจจริงๆจังๆถึงกับต้องจับมานั่งเขียน ลงไปเคลียร์รีเควสต์ก็แล้วอะไรก็แล้วแรงบันดาลใจก็ยังไม่ยักเกิด ไปๆมาๆไล่ลงไปดูรูปด้านล่างๆของเพจถึงกับอุทาน "ตายห่า!!!" นี่ดิฉันแปะอัลบั้มใหม่ของพี่อาร์มินไว้นานจนถึงกับลืมไปเลยหรือไรว่าจะเขียน...ว่าแล้วก่อนที่จะโดนคนอ่านก่นด่ามากไปกว่านี้เราก็ต้องรีบทำหน้าที่แฟนจ๋าที่ดีแบบไม่รอช้า(ไปกว่านี้ ^ ^)

"อาร์มิน ฟาน บูเรน" โปรดิวเซอร์และดีเจแนวแทรนซ์สุดหล่อจากเนเธอร์แลนด์ที่ดิฉันหมายมั่นปั้นมือไว้ว่าหากเขาคนนี้สั่งสมบารมีมากมายมหาศาลถึงขีดสุดเมื่อไร พี่ดีเจดัตซ์ท่านนี้ล่ะจะมาเด็ดหัว "เดวิด เกตต้า" โปรดิวซ์เซอร์และดีเจแนวเฮ้าส์ที่อดีตเคยเก๋แต่ตอนนี้กลายเป็นอะไรไปแล้วก็ไม่รู้พอส่งตัวเองเข้ากระแสหลักได้การทำเพลงของพี่ก็ถอยหลังลงคูจมใต้ตมไปเลยนี่พี่อาร์มินของดิฉันก็เริ่มจะมีชื่อบ้างในแวดวงเมนทสตรีมแล้ว - - ว่าก็ว่าเถอะด่าตาเกตต้าไว้มากกลัวว่าคนของดิฉันจะไปซะเองน่ะสิ

 อย่างไรก็ตามหลังจากที่ฟัง Intense จบทั้งอัลบั้มแล้วค่อยหายใจหายคอทั่วท้องหน่อยโดยรวมก็ยังคงเป็นงาน "แทรนซ์" ตึ๊บๆตามแบบฉบับพี่อาร์มินที่คุ้นเคยที่แม้ว่าท่วงทำนองจะดูเอาใจตลาดขึ้นแต่ลูกล่อลูกชนมิติในการนำเสนอพัฒนาขึ้นไปมากทีเดียว เอาแค่ไทเทิ่ลแทร็คเปิดอัลบั้มอย่าง Intense (4.5/5) ที่ยาว 8นาทีกับอีก47วินี่ก็แสดงให้เห็นเด่นชัดไปเลยกับการทดลองขยำหยิบจับซาวนด์ต่างๆไม่ว่าจะจะลูกเล่นของความเป็นEDM บีทเทคโนตึ๊บๆชวนหัวหมุนและความเป็นคลาสสิคคัลจากเครื่องสายเพราะๆที่วาดลวดลายบนท่วงทำนองของแทงโก้ร้อนแรงผลลัพธ์ออกมาเป็นงานโพรเกรสซีฟแทรนซ์ที่มีมนตร์เสน่ห์และสีสันในตัวสูง แพรวพราวมากๆ

This Is What It Feels Like ft.Trevor Guthrie (4/5) พูดก็พูดเถอะรูปแบบการนำเสนอเป็นสูตรสำเร็จที่ถอดแบบเดียวมากับงานของพวกเดวิด เกตต้าหรือคาลวิน แฮร์ริสเลย งานอิเล็คโทรพ็อพตามสมัยนิยมที่หาได้ทั่วไปในยุคนี้มันก็ติดหูดีแต่อาจจะไม่ค่อยชอบเท่าไร อย่างไรก็ตามคงหาว่าพี่ก็อปพวกเขาไม่ได้เพราะถ้าติดตาอาร์มินมาพอสมควรจะรู้ว่าแนวๆนี้พี่ก็เล่นมานานแล้วเพียงแต่ไม่โจ่งแจ้งเมนทสตรีมเท่านี้ ต่อด้วย Beautiful Life Ft. Cindy Alma (4.5/5) นี่ค่อยหายใจทั่วท้องหน่อยนึกว่าจะคลายความเก๋ไปซะแล้ว แค่เปิดมาด้วยบีทเทคโนตึ๊บๆสุดฮิพนั่นก็รู้แล้วว่าไม่ธรรมดาตัวเพลงหยอดความเป็นแฟชั่นบนท่วงทำนองของพ็อพแทรนซ์และยูโรบีทเปรี้ยวๆที่พี่อาร์มินทำได้ดีเสมอ น่าจับไปเปิดบนเวทีแคทวอล์คมากๆ  Waiting For The Night (4.5/5) ที่มาแบบสูตรสำเร็จสไตล์อาร์มิน ฟาน บูเรนแท้ๆแต่ก็ชนะใจทุกครั้งส่วนตัวเป็นคนที่ไม่ชอบงานโพรเกรสซีฟแทรนซ์แบบเทคโนจ๋าEDMจัดๆแบบนี้อยู่แล้วแต่ฟังเพลงแนวๆนี้จากฝีมือดีเจชาวดัตท์มากความสามารถท่านนี้ทีไรแล้วยอมศิโรราบทุกที ดนตรีหนักๆกับเสียงร้องโหยหวนทรงพลังหลอนหูของ Fiora ทำเอาอะดรีนาลีนในตัวพุ่งพล่าน ในAlone(4.5/5)ที่ร่วมงานกับ Lauren Evans ก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งเพลงที่ติดหูและทรงพลังเป็นอันดับต้นๆ ถ้าไม่ตั้งแง่ไปซะก่อนว่าภาคดนตรีก็ไม่ได้ขยับไปไหนมากนักก็นับว่าเป็นแทร็คที่ดีทีเดียว ที่เหลือก็ฟังได้เพลิดเพลินเจริญใจนับว่าเป็นอัลบั้มเพลงอิเล็คโทรนิคเต้นรำและแทรนซ์ที่เก็บเอกภาพได้ดีทีเดียว

เชื่อว่าคงไม่พ้นโดนคำครหาว่า "มาแนวเดิมๆ" และก็ "มันก็เหมือนกันไปหมดทั้งอัลบั้ม" แต่ถ้าจับรายละเอียดดีๆลูกล่อลูกชนของพี่แพรวพราวน่าสนใจขึ้นกว่าเดิมมากทีเดียวแม้จะตลาดขึ้นแต่ก็ยังดูไว้ลายซึ่งสไตล์อันมีรสนิยมการนำเสนออันดีของตัวเองมันก็ดีไปอีกแบบนะที่เขาทำเพลงเข้าถึงง่ายขึ้น นอกจากนี้เรื่องเอกภาพสุดยอดมากๆเหมือนกับเดินเข้าไปคลับที่พี่เขาเป็นดีเจมาเปิดแผ่นให้ฟังตลอดชั่วโมงกว่าสุดหฤหรรษ์กว่า15แทร็คในอัลบั้มหลอมรวมวิญญาณเข้ากันเป็นหนึ่งเดียวแัเนรมิตสภาพแวดล้อมของคลับเพลงแทรนซ์อันแสนมหัศจรรย์

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น