วันอังคารที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2556

Will.I.Am : #willpower



Will.I.Am : #willpower : Hip-Hop/Electropop/Dance-Pop/Dub-Step (75% = 3.5/5)

ก่อนอื่นคงต้องขอกราบเรียนท่านผู้อ่านทั้งที่เพจHysteriaและบอร์ดForwardmag ดอทคอมตามตรงว่า "สาบานได้ค่ะว่าไม่ได้คิดจะเขียนวิจารณ์ถึงอัลบั้มชุดนี้เลยจริงๆ" ด้วยความที่เพลงของตาวิล.ไอ.แอมในช่วงหลังๆ - - อันนี้ขอประทานโทษที่จะหมายรวมไปยันพวกBlack Eyed Peasทั้งคณะด้วย - - นี่เป็นอะไรที่ไม่ถูกจริดดิฉันอย่างแรงชนิดที่แบ่งพื้นที่อยู่กับคนละโลกแกอยู่ส่วนแกข้าอยู่ส่วนข้าอย่าได้โคจรมาบรรจบกันเลยเถิด (สาธุ) แต่เคราะห์ร้ายที่โซโล่อัลบั้มล่าสุดตาวิลนี้ดันไปดึงศิลปินที่ดิฉันรักใคร่ชอบพอมาซะเยอะตั้งแต่ระดับเจ๊หอกบริทนี่ย์ สเปียรส์เจ้าหญิงเพลงพ็อพผู้ไร้เดียงสาตลอดกาล,หนุ่มคริส บราวน์,น้องจัสติน บีเบอร์,ไมลี่ย์ ไซรัสไปยันเกิร์ลกรุ๊ปเกาหลีจากต่างดาว 2NE1(เก๋!!!!) ที่หลายหลังนี่ทำเอาน้ำลายสออยากฟังเสียฯดิ้นพราดๆกินไม่ได้นอนไม่หลับ

ว่าแล้วต้องกราบขอบคุณน้องเอิ๊ก Noël Levesque ท่านผู้มีอุปการะคุณสุดหล่อที่ช่วยให้ดิฉันได้ฟังอัลบั้มนี้ ซึ่งก็พูดตรงๆว่าก่อนจะฟังนี่ใส่อคติไปสูงลิบด้วยความที่ไม่ขอบสไตล์นายวิลสมัยนี้เป็นทุนอย่างที่ได้กล่าวไปแต่พอมาฟังเอาจริงๆแล้วที่ไหนได้ดันชอบซะงั้นชอบแบบชนิดหัวปักหัวปำและชอบแบบชนิดที่ไม่เคยคาดเดาว่าจะชอบถึงเพียงนี้ แม้เพลงจะเป็นงานดาดดื่นตามยุคสมัยทั่วไปแต่ขอโทษทีเถอะค่ะปฏิเสธไม่ลงจริงๆว่าเป็นอัลบั้มที่ติดหูและฟังได้เพลิดเพลินเจริญใจมากๆชนิดที่ดิฉันที่ออกตัวแรงเสมอว่าไม่ชอบงานของตาวิลยุคหลังๆนี้ยังอดไม่ได้ที่จะนั่งฟังวนไปวนมาถึงตอนที่กำลังเขียนอยู่นี่ก็น่าจะเป็นรอบที่6ได้แล้วกระมัง เพลงดีมั้ยนี่?ไม่รู้ว่ะ!!! แต่สอบผ่านฉลุยในฐานะอัลบั้มชวนฟังแห่งปี ฟังได้ไหลลื่นสนุกหรรษาที่สุดชุดหนึ่งของปีชนิดที่ลืมไปเลยว่าลูกเล่นในอัลบั้มที่มันก็มีเสี่ยวโหลโบ๊เบ๊สามตัวร้อยแถมยังดูเกลื่อนกลาดดาดดื่นบ้างจนจักวิจารณ์บางท่านอาจจะเรียกว่า "ดนตรีขยะ" ไหนจะมันก็เหมือนๆคล้ายๆกับงานเมนทสตรีมยุคนี้ไปแทบจะทั้งหมด.....แต่ฟังเพลิ๊น เพลินนะคะไม่เชื่อลองดูสิ

มาถึงบรรทัดนี้ถ้าใครยังเดาไม่ออกว่าในอัลบั้มชุด #willpower นี่ตัวเพลงมันออกมาอีหรอบไหน(วะ?!!!)ก็แนะนำว่าโปรดฟัง Scream&Shout (4/5) - - เชื่อว่าคงไม่มีท่านใดในเพจหรือในบอร์ดที่เกาหัวแกรกๆไม่รู้จักเพลงนี้ใช่มั้ยเจ้าคะ? - - ที่ตาวิลไปเกี่ยวก้อยพาองค์หญิงหอกบริทนี่ย์มาร่วมเสี่ยงตายเสียจนดังระบือไปทุกหนแห่งทั่วโลกซึ่งก็สามารถบ่งบอกภาพรวมใน #willpower ชุดนี้ได้เป็นอย่างดีว่าเป็นงานเมนทสตรีมพ็อพมาตรฐานดนตรีกระแสหลักแห่งปี2013ซึ่งวาดลวดลายถายทอดบนความเป็นฮิพฮอพ อิเล็คโทรนิค เต้นรำสไตล์คลับแด๊นซ์พวกเทคโนยันยูโรบีทตึ๊บๆและดั๊บสเต็ปเป็นหลักใหญ่ใจความ ซึ่งแม้ว่าในเพลงนี้ที่ร่วมกับคุณนายบริทนี่ย์มันอาจจะไม่ได้ออกดั๊บเด่นระยับดับเครื่องชนเท่าเพลงอื่นๆในอัลบั้มที่มาแบบแรงกว่ามากแต่ก็ขอยกให้เป็นจุดศูนย์กลางของอัลบั้มที่สะท้อนถึงความเป็นธีมหลักของดนตรีพ็อพในปัจจุบันได้อย่างดี ส่วนตัวไม่ได้ติ่งแต่ต้องขอยกเครดิตให้บริทนี่ย์จริงๆที่ยกระดับให้งานที่ดูเหมือนจะเป็นสูตรสำเร็จดาดๆโหลๆซ้ำซากแบบงานช่วงหลังๆของ Black Eyed Peas ให้กลายเป็นเพลงที่โดดเด่นจนทะยานขึ้นแท่นเป็นเพลงชาติของทุกผับได้ - - แค่ท่อนร้อง ท่อนแร็พ ท่อนพูดของแม่นางโผล่มาก็ล่อเอาคนฟังหลอนแล้วคะ เพราะว่า It's Britney Bitch! (จบแมะ?)

เพลงอื่นๆในอัลบั้มนี่ก็มีอีกเยอะแยะล้นหลามทะลักทลายนะคะที่ส่วนตัวเชื่อว่าถ้าตัดออกมาโปรโมตนี่น่าจะฮิตได้ไม่ยากเพราะว่ามีความเป็นธีมของยุคสูงทั้งนั้น เริ่มที่ซิงเกิ้ลล่าสุด #thatPOWER (4.5/5) ที่ได้เจ้าหนูน้อยมหัศจรรย์ขวัญใจดิฉันอย่างตาหนู "จัสติน บีเบอร์" มาร่วมสังฆกรรมนี่ก็เป็นงานสไตล์คลับแบงเกอร์จ๋าที่ฟังๆไปก็เหมือนงานยุคหลังๆของเดวิด เกตต้าอยู่นะคะกับลูกเล่นของงานอิเล็คโทรฮิพฮอพ แดนซ์-พ็อพเทคโนอัพยูโรบีทติดกลิ่นเฮ้าส์ลอยๆเจือจางไปยันดั๊บสเต็ปมืดๆที่จังหวะจะโคนลูพในตัวเพลงกวนประสาทมากๆ นับว่าดูมีอนาคตที่สดใสทีเดียว อีกหนึ่งเพลงที่น่าจับตามองที่สุดของอัลบั้มคงหนีไม่พ้น Let's Go(4.5/5) ที่ร่วมงานกับคริสบราวน์ที่ก็เป็นงานอิเล็คโทรพ็อพเต้นรำที่ขนมาทั้งอาร์แอนด์บีเทคโน ดั๊บสเต็ปและฮิพฮอพแร็พแซมเข้าด้วยกันได้ลงตัวมากๆจะว่าไปดูเป็นเพลงของคริส บราวน์มากกว่าตาวิลอีกนะคะแต่ก็เป็นหนึ่งในแทร็คที่ดูมีพลังมากที่สุดของอัลบั้ม แทร็คเปิดอัลบั้ม Hello (3.5/5) นี่ฟังแล้วก็มุขจาก Black Eyed Peas ใน Dirty Bit ชัดๆแต่ส่วนตัวให้ผ่านนะเพราะอย่างน้อยเมื่อมาผสานกับภาพรวมแล้วนับว่าเรียบเรียงออกมากันได้ดี สำหรับเพลงที่ทำให้อยากฟังอัลบั้มนี้คงหนีไม่พ้น Gettin' Dumb (4/5) ที่ดึงเอาตาApl.De.Apเพื่อนซี้จากBlack Eyed Peasรวมไปถึง2NE1วงเกิร์ลกรุ๊ปตัวแม่จากเกาหลีใต้ซึ่งก็นับว่าเป็นการประสานเคมีระหว่างกันได้ลงตัวเพราะพี่สองมืดก็แว๊นซ์มาเจอกับแปลกๆอย่าง4สาวเพลงมันเลยออกมาไม่ธรรมดาแม้ว่าจะยืนพื้นบนลูกเล่นของงานอิเล็คโทรนิคประสานฮิพฮอพมาตรฐานตาวิลที่ตบเอาบีทอคูสติคมาชนกับจังหวะจะโคนของงานเต้นรำแบบยูโรบีทแต่งวดนี้บีบความเป็นเออร์บันให้ดิบเป็นเท่าตัวด้วยอิทธิพลของดนตรีแด๊นซ์ฮอลล์ชนโครมกับฮิพฮอพอาร์แอนด์บีและดั๊บสเต็ปยังไม่ถึงกับข้ามสายพันธุ์ไปเป็นReggaetonหรือพวกอัลเทอเนทีฟฮิพฮอพแต่ก็ตึ๊บอยู่แถมสาวซีแอลยังแร็พได้โคตรเท่ห์ชนิดที่เหล่าแบล็คแจ็คได้ฟังแล้วคงต้องดีดดิ้นวี๊ดว๊าย - - ดูแล้วมีแววน่าจะได้ออกงานภาษาอังกฤษแข่งกับพวก9สาว - - ว่าแล้วตอนนี้ข้อมูลล้นแล้วค่าอยากจะเขียนถึงทุกแทร็คเลยว่าแล้วก็ขอรีบอำลาด้วย Smile Mona Lisa (4.5/5) โบนัสแทร็คที่ดนตรีละเมียดละไมน่าฟังกับการเรียบเรียงที่แตกต่างออกไปกับภาคดนตรีจำพวก "เวิลด์มิวสิค" ถ้าเรียกแบบกำปั้นทุบดินส่วนตัวชอบเมโลดี้ของกีต้าร์อคูสติคในเพลงนี้ทำออกมาได้คลาสสิคและสวยจับใจ

อยากจะบอกว่าส่วนตัวมีความรู้สึกว่าการจัดอันดับ20อัลบั้มปลายปีนี้งานชุดนี้คงจะมีสิทธิ์เป็นม้ามืดที่ติดอันดับหนึ่งในยี่สิบค่อนข้างสูง อาจจะเป็นอัลบั้มเมนทสตรีมดาดๆโหลๆหาได้ทั่วไปในตลาดเพลงยุคนี้แถมอาจจะน่าเบื่อหน่ายอย่างที่เขาว่าแต่ "แม่งติดหูฉิบหายเลยว่ะ!" - - ดิฉันที่ทำเป็นดัดจริตเขียนงานยากๆอย่างพวก Black Rebel Motorcycle Club,Suede,The Strokes,Dido,Justin Timberlake,Yeah Yeah YeahsหรือSarah Brightmanยังต้องยอมโค้งคำนับให้...เจอหนึ่งในเพื่อนที่ดีที่สุดของปีนี้จนได้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น