วันอังคารที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2556

T-ara N4 : Jeon Won Diary/Countryside Life



T-ara N4 : Jeon Won Diary/Countryside Life : K-Pop/Dance-Pop/Electropop/R&B (78% = 3.5/5)

นับว่าเป็นอีกหนึ่งโปรเจ็คที่ดิฉันและเหล่า Queen's ตั้งหน้าตั้งตานับวันนับคืนรอคอยเพราะหลังจากที่สาวๆ T-ara ได้สร้างวีรกรรมไว้เมื่อช่วงโอลิมปิคปีที่ผ่านมาจนชื่อเสียงของวงระบือลือลั่นขึ้นทำเนียบตำนานผลงานชิ้นเอกที่สร้างประดับตนกันไว้ชิ้นนั้นทำเอาการเปิดตัวของน้อง"ดานี่"ที่หมายมั่นปั้นมือว่าจะเดบิ้วท์ช่วงปลายปีที่แล้สมีอันต้องเลื่อนมาจวบจนวินาทีก็ยังไม่มีวี่แววหรือข่าวคราวแต่อย่างใดตลอดจนกิจกรรมการคัมแบ็คที่เกาหลีที่ก่อนหน้านี้เห็นทางCCMท่านว่ามีแพลนไว้ตั้งแต่มกราคมหรือกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาก็เงียบหายไปสับรางไปเป็นกระต่ายเพลย์บอย Bunny Style เอาใจแฟนๆชาวญี่ปุ่นว่าแล้วดิฉันคาดเดาว่าทางCCMคงไปตรวจสอบฤกษ์ยามไว้ดีแล้วก็เลยส่งซับยูนิตของสมาชิก4ท่านในนาม T-ara N4 หรือมีช่อย่อมาจากคอนเส็ปท์ T-ara Brand New 4 อันประกอบไปด้วยสามดาวมฤตยูอึนจอง จียอน ฮโยมินและน้องใหม่อารึม ว่าแล้วในฐานะ Queen's ดิฉันก็ขอโบกสะบัดถุงมือแมว Bo Peep,Bo Peep เชียร์สาวๆเต็มที่ค่ะ (อย่ามาว่าทีอาร่าของเค้านะ!)

แรกๆเปิดตัวภาพโปรโมตกับทีเซอร์มากิ๊บเก๋เปรี้ยวปราดกับลุ๊คส์สาวฮิพฮอพจ๋าและแฟชั่นแนวสตรีทสไตล์ที่ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ตั้งแต่วินาทีแรกว่าก็อปสไตล์ของวง"2NE1"และ"Girls' Generation"ซึ่งในแง่ของแฟชั่นนี่ส่วนตัวก็ต้องพูดตามตรงว่าปฏิเสธไม่ได้จริงๆที่จะไม่คิดถึง2NE1เพราะวงสาวๆวงนั้นเขาหยิบจับทั้งฮิพฮอพและสตรีทแฟชั่นกันมาตั้งแต่ยุคแรกๆจนเป็นโลโก้ของตัวเองไปแล้วในส่วนกรณีของ Girls' Generation นี่อาจจะเป็นในกรณีที่พวก9สาวทำออกมาก่อนใน I Got A Boy ซึ่งถ้าถามดิฉันว่าสาวๆT-ara N4นี่ไปได้แรงบันดาลใจจากพวกSNSDมามั้ยนี่ก็ต้องตอบว่า "ไม่รู้ว่ะ!" เพราะไม่ได้เข้าไปร่วมประชุมในห้องอัดกับพวกนางด้วยว่าคิดคอนเส็ปท์กันมาจากไหนอย่างไรแต่ในแง่ของความเป็นไปได้ก็อาจจะมีเพราะว่า9สาวก็หยิบจับสตรีทแฟชั่นขึ้นมาเล่นกันอีกครั้งซึ่งก็อาจจะด้วยบารมีของวงระดับ Girls' Generation ด้วยที่หยิบจับอะไรขึ้นมาก็ดูจะกลายเป็นออริจินัลเสียส่วนมาก (แม้แต่4Minuteที่เปิดตัวแนวสตรีทแฟชั่นมาก่อนในอัลบั้มแรกๆยังไม่วายโดนหาว่าก็อปพวก9สาวเลยคิดดู)

แต่ในส่วนของภาคดนตรีนี่เท่าที่ฟังแล้วกล้าพูดนะคะว่าคนละเรื่องกับI Got A Boyและพวก2NE1ด้วยความที่Jeon Won DiaryหรือCountryside Life(4/5) ไทเทิ่ลแทร็คที่เป็นซิงเกิ้ลโปรโมตนี่เท่าที่ดูตั้งใจจะมาแนวคลับแบงเกอร์เลยซึ่งก็เข้าทางพวกทีอาร่าอยู่แล้วที่ส่วนมากมักจะทำเพลงเอาใจขาแด๊นซ์ตามคลับกันหากแต่เพลงนี้เนี่ยดิฉันขอพูดตรงๆในฐานะนักวิจารณ์เพลงนะคะตัดความเป็นQueen's เป็นติ่งแฟนคลับหรือเมนจียอนในตัวออกให้หมดก็คงพูดได้ว่าส่วนตัวไม่แน่ใจว่าจะสามารถส่งให้เป็น "Dance Anthem" เช่นเดียวกับLovey Dovey,Cry Cry,Roly PolyและBo Peep,Bo Peepได้หรือไม่หรือแม้แต่Sexy Loveที่มาในช่วงกระแสแผ่วจากแรงแอนตี้ก็ตามเพราะต้องสารภาพว่าเท่าที่ฟังครั้งแรกนี่คิดว่า "เพลงมันมันส์ดีนะแต่รู้สึกแปลกๆไปจนถึงไม่ชอบยันแอบผิดหวังกลายๆ" คือ ณ วินาทีแรกจริงๆเนี่ยในหัวคิดว่า "อะไรของพวกหล่อนกันเนี่ย?!!!" แต่พอเปิดฟังกรอกหูรอบที่4-5ตอนนี้เหยียบ30กว่ารอบแล้วกลายเป็นติดหูหนึบและรู้สึกดีด้วยมากๆไปโดยปริยาย หากแต่ก็ยังยืนยันว่า "ไม่แน่ใจว่าจะดังมั้ย?" เพราะขนาดดิฉันเองที่เป็นQueen'sฟังแล้วยังมึนๆและคนอื่นที่ไม่ใช่แฟนคลับของทีอาร่าล่ะเขาจะรู้สึกยังไง? - - ยิ่งพวกที่เกลียดทีอาร่านี่ไม่ต้องพูดถึง คงไม่เสียเวลามานั่งกรอกหูทำความเข้าใจกับเพลงเป็นหลายสิบรอบจนซึมซับหรอกจริงมั้ยคะ? - - ด้วยความที่ Countryside Life นี่ค่อนข้างจะหาความเป็นมิตรต่อสถานีวิทยุหรือที่เรียกง่ายๆว่า "เมนทสตรีม" ได้น้อยเต็มทีสำหรับดิฉันในตัวเพลงบีบแค่ความเป็นเคพ็อพเข้าไปเพิ่มความหวานหูยืนพื้นแค่หน่อยเดียวที่เหลือนี่ก็เป็นแนวทดลองที่ประดังประโคมมาตั้งแต่กลิ่นของความเป็นกรู๊ฟประพิมประพายก่อนจะตีสารพัดซาวนด์เต้นรำมาทำสงครามกันความเป็นอิเล็คโทรนิคมีตั้งแต่ยูโรบีทเฟี้ยวฟ้าวแกลมด้วยความร่วมสมัยของดั๊บสเต็ปภาคดนตรีบังคับแห่งทศวรรษที่อาจหาญจับมาประชันกับTrotที่เป็นลูกทุ่งพื้นเมืองของเกาหลีชนิดที่ยัดกันมาลงตัวมากๆเพราะที่ว่ามานี่คนละแนวกันโดยสิ้นเชิง แถมยังต้องชมที่เมื่อมีใจในการทำดนตรีแนวสตรีทก็มาซะสตรีทจริงๆสตรีทจนคนฟังประสาทหลุดไปเลยตั้งแต่กลิ่นของความเป็นสตรีทฮิพฮอพ ฟั้งค์กี้ย์ อาร์แอนด์บีเทคโนยันความพยายามที่จะดึงมุขแบบพวกMC โอลด์สคูลฮิพฮอพแบบ80s'มาใช้แม้ยังไม่ชัดเจนแต่ก็นับว่าเป็นวัตถุดิบทางแรงบันดาลใจที่น่าจับตา อย่างไรก็ตามหลายความเห็นลงมติเป็นเอกฉันท์ว่าเมื่อลงเสียงร้องแล้วออกมา"เละ!!!"ซึ่งส่วนตัวก็เห็นด้วย ขอเปรียบเทียบกับงานทดลองของวงที่ดิฉันชอบมากๆอย่างPandoraของKaraและI Got A Boy ของ Girls' Generationที่มาสายเอ็กซ์เพอและก็เจอปัญหาเดียวกันตอนการฟังรอบแรกๆหมดว่า "ออกมาแปลกๆ" แต่ส่วนตัวดิฉันว่าสองเพลงนั้นจะมีข้อได้เปรียบกว่าคือมีเมโลดี้ของฮุคที่สวยและเป็นเรื่องเป็นราวกว่าในขณะที่งานของทีอาร่ามาในแนวที่ไปไฮไลท์เอาตรงจังหวะท่อนดั๊บสเต็ปที่เน้นมึนเน้นตึ๊บเข้าว่า"แต่ความเป็น T-araล่ะ?" ในขณะที่Pandoraรอดได้เพราะเป็นการต่อยอดจากจุดยืน"เดิม"ของตัวเองในLupinเช่นเดียวกับเกิร์ลเจนที่จะตีเพลงจนเพี้ยนขนาดไหนท่อนคอรัสก็ยังมีความเป็นงานเคพ็อพที่เป็นอัตลักษณ์ของGirls' Generationอยู่เต็มเปี่ยมในขณะที่ทีอาร่าหลอมตัวเองไปเป็นอีกแบบเลยซึ่งก็เสี่ยงตายพอตัว แต่ยังไงซะพิจารณาในข้อดีที่นับว่าน่าชื่นชมมากสำหรับเพลงสายทดลองจ๋าขนาดนี้คือ "ดนตรีเรียบเรียงออกมาได้ลงตัวนะ" คือฟังแล้วต้องยอมรับเลยว่าทีมโปรดิวซ์เซอร์ของT-araค่อนข้างแข็งพอฟัดพอเหวี่ยงเลยทีเดียวในขณะที่ Pandora และ I Got A Boy ที่ดิฉันฟังมาจวบจนทุกวันนี้ก็ยังไม่แน่ใจว่าตัวศิลปินเองยังหาทางออกในเพลงตัวเองเจอกันรึยัง?ด้วยความที่เราต้องพูดกันตามตรงว่าออกแนวเละเทะสะเปะสะปะคิดจะสาดอะไรก็สาดเข้ามาหมด "จะมาอ้างว่าแนวทดลองไม่ได้หน่า" เพราะหลายๆศิลปินที่มาสายทดลองเขาก็สามารถเกลี่ยเพลงของเขาให้เนียนได้และนำเสนอจุดสมดุลย์ของงานดนตรีในความเป็นงานทดลองได้ไม่ใช่หรือ?ซึ่งในแง่ของภาคดนตรี Countryside Life เพลงนี้ของT-araก็เยอะไม่แพ้กันแต่ทีมโปรดิวซ์เก่งที่สามารถตะบันยัดสารพันแนวพวกนี้ได้ออกมาลงตัวพอดิบพอดีซึ่งก็ไม่รู้ว่าพวกท่านทำกันได้ยังไง จุดนี้แหละที่ทำให้เราดิฉันประทับใจเพลงนี้มากกว่าครึ่งช่วงตัวจึงขอมอบคะแนนให้มากกว่า.5แต้ม

สำหรับพวกบีไซด์เริ่มกันด้วย Can We Love (4.5/5) หลังจากที่ซิงเกิ้ลโปรโมตมาแบบเสี่ยงตายกันสุดๆเราก็มาเพลย์เซฟกันสุดๆกับงานพ็อพอาร์แอนด์บีเพราะๆที่เป็นงานโมเดิร์นอาร์แอนด์บีสไตล์มิดเทมโพคอนเทมโพรารี่ย์อาร์แอนด์บีบัลลาดที่ตัวเพลงเจือความเป็นนูโซลสอดประสานมาครบครันตั้งแต่โซลหวานๆลอยละล่อง ชิลล์แจ๊ซซ์กรีดกรายเก๋ไก๋สุดสุนทรียแถมยันแทรกท่อนแร็พเก๋ๆฟังแล้วเพลิดเพลินเจริญใจเป็นบ้า ว่าแล้วก็นึกถึงพวกเธอในยุคอัลบั้มแรกและสมัยเพลงTime To Loveที่ทำเพลงเก๋กันมากๆหวังว่าคัมแบ็คเต็มๆทั้งวงจะมีงานประมาณนี้และแบบสมัยนั้นมาให้แฟนๆฟังกันอีก มาที่ Countryside Life ที่จั่วหัวว่าเป็นElectronicเวอร์ชั่นฟังแล้วก็แอบขำ บ้ารึเปล่าคะ!!! ไม่เห็นมีอะไรแตกต่างจากออริจินัลเท่าไรเลยตัดแค่ลูฟTrotออกก็มางุบงิบแปะว่าเป็นเวอร์ชั่นอิเล็คโทรนิค ง่ายเกินไปมั้ย?รีมิกซ์สักนิดก็ดีนะ มาที่ MR Version ที่เปรียบเสมือนเวอร์ชั่น Instrumental ที่ให้เรามานั่งฟังดนตรีแบบเต็มๆแซมด้วยท่อนร้องเก๋ๆพูดก็พูดเถอะชอบมากกว่ามีเสียงร้องอีกนะอีกนะ สาวๆจะเสียใจมั้ยนี่? ส่วนInstrumentalของCan We Loveที่เอามาปิดท้ายอัลบั้มก็เพราะไปอีกแบบฟังแล้วก็กล้อมแกล้มว่าตัวเองกำลังนั่งฟังเพลงชิลล์เอ๊าท์และเล้าจ์นดีๆอยู่ได้อย่างไม่ขัดเขิน
ท้ายที่สุดมานั่งดูปกอัลบั้มหลังจากฟังเพลงทั้งชุดเสร็จก็งงเห็นว่าคอนเส็ปท์ได้แรงบันดาลใจมาจากJeon Won Diary ละครในยุค80s'ของเกาหลีแต่คอนเส็ปท์อาร์ทเวิร์คกับธีมดนตรีนี่คนละเรื่องกันเลยไม่เหมือนกับ Roly Poly ในงาน งานชุด John Travoltra Wannabe ที่คีปคอนเส็ปท์วัฒนธรรมดิสโก้70s'ได้ดีมากๆทั้งในการนำเสนอของตัวเพลงและสไตล์แฟชั่นแต่กับCountryside Lifeนี้เพลงมันออกแนวร่วมสมัยมากกว่าแถมออกซับยูนิตทั้งทีนะคะมีเพลงมาให้จริงๆแค่2เพลง แหม เค็มจับใจไปแมะ? พวกแฟนคลับเขาก็อยากที่จะใช้เวลาซึมซับอยู่กับพวกท่านหลายๆเพลง (สัก5เพลงไม่ซ้ำกันต้องมีInstrumentalแค่นี้ก็ไม่ได้) รู้หรอกน่าเพลงอื่นๆกั๊กไว้ใส่ในงานคัมแบ็ควงล่ะสิ กิ๊ว กิ๊ว ^ ^

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น