วันจันทร์ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2556

Emma Bunton : Life In Mono



Emma Bunton : Life In Mono : Pop (75% = 3.5/5)

ตลอดช่วงเวลาสามวันแห่งเทศกาลสงกรานต์บ.ก.เพจของเราก็ทำตัวเป็นเด็กดีกุลสตรีจำศีลอยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือนเนื่องด้วยถิ่นของเธอไม่ว่าจะเป็นสีลมหรือข้าวสารถูกม็อบยึดเป็นที่เล่นสาดน้ำกันโครมครามสนุกสนาน ใครที่ไม่เชื่อว่าคนนิสัยอย่างบ.ก.แนสทิน่ามันจะทนอยู่ในบ้านไม่ไปไหนมาไหนได้ยังไงถึงสามวันเต็มๆโดยที่ไม่คลั่งตายน้ำลายฟูมปากเสียก่อนดิฉันมีเคล็ดลับมาฝากว่าเป็นเพราะ "โหลดเพลงมาฟังชนิดเต็มคราบไปยันหมดสงกรานต์ปีหน้าดิฉันก็คงจะไล่นั่งฟังไม่หมด" ด้วยความที่ขุดทั้งอัลบั้มเก่าและเฟ้นหางานใหม่ๆเก๋ๆที่เพิ่งออกวางขายกัน (ไปจนถึงยังไม่มีวางขายดี) เพื่อมาเขียนวิจารณ์ให้คุณๆท่านๆชาว Hysteria ที่ประสบชะตากรรมจำศีลให้ได้อ่านกันตลอดสามวันนี้นั่นแล...จึงไม่ต้องแปลกใจที่หลังจากนี้บ.ก.เพจเราจะแว่บหายไปปาร์ตี้ร่วมเดือนทิ้งเพจไว้ให้คณะแอดมินท่านรับผิดชอบ ฮิฮิ

จริงๆแล้วมีอัลบั้มใหม่ที่น่าจะเขียนแนะนำลงในเพจเยอะนะคะหากแต่ส่วนตัวช่วงพักผ่อนนี้เราก็อยากจะฟังงานที่ฟังสบายๆเขียนวิจารณ์ได้ง่ายๆไม่เครียดกันบ้างนะคะ ซึ่งตัวเลือกในวันนี้ขอย้อนไปหยิบ "Life In Mono" สตูดิโอโซโล่อัลบั้มชุดที่สามของสาว "เอ็มม่า บันทัน" หรืออดีต Baby Spice แห่งวง5สาวสไปซ์เกิร์ลวงเกิร์ลกรุ๊ประดับตำนานที่ส่วนตัวดิฉันเคยคลั่งไคล้มากมายนั่นเอง

 สำหรับแนวเพลงใน Life In Mono สำหรับดิฉันคิดว่ารูปแบบการนำเสนอมีความเป็น "Free Me" ในภาคที่เจือจางและนิ่งกว่านั่นคืองานพ็อพสลวยรุ่มรวยสไตล์พ็อพอังกฤษแท้ที่ยังคงมีลูกเล่นของความเป็นงานโอลด์สคูลแบบโมทาวน์ทั้งโซล บอสซาโนว่าและSophisted Popผสานอยู่หากแต่อย่างที่กล่าวไปนั่นแหละค่ะ "เจือจาง" กว่าภาคดนตรีของงานในอัลบั้มก่อนหน้าที่กลิ่นอายย้อนยุคตลบอบอวน ในLife In Monoของเอ็มม่าเป็นงานอารมณ์คอนเทมโพรารี่ย์ที่เน้นหนักบนภาคดนตรีเย็นๆเรียบง่ายและออกนิ่งๆบนความเป็นเพียโนบัลลาดหรือเครื่องสายเจือจางผสานอิทธิพลของดนตรีย้อนยุคพอหอมหวนมากกว่า

ด้วยความที่มัน "นิ่ง" ซะขนาดนี้แหละค่ะเรื่องของความน่าสนใจอาจจะสู้สองอัลบั้มแรกไม่ได้อย่าง A Girl Like Me นี่ก็เป็นงานพ็อพหวานๆใสบริสุทธิ์สะอาดสะอ้านที่เมโลดี้ไพเราะบาดใจชนิดจับคนฟังอยู่หมัด ในขณะที่ Free Me ก็ร่ายมนตร์เสน่ห์ของความเป็นโมทาวน์ปกคลุมทั่วอัลบั้มชนิดคนฟังต้องหลงรักแต่ใน Life In Mono นี่อาจจะนิ่งและฟังยากมากขึ้นสำหรับใครหลายๆคนหากแต่พิจารณาที่เรื่องของภาคดนตรีและการเรียบเรียงส่วนตัวดิฉันว่างานชุดนี้พัฒนาขึ้นมากนะคะทั้งความน่าสนใจและเอกภาพแต่ถ้าฟังแบบผิวเผินก็อาจจะดูเป็นเหมือนงานเพราะๆที่ฟังเอาแค่เพลินๆไหลผ่านไปชนิดน่าเสียดาย

จริงๆส่วนตัวอยากจะให้ลองฟังกันทั้งอัลบั้มมากกว่าจะให้แนะนำแทร็คใดแทร็คหนึ่งเนื่องจากเนื้องานเป็นเอกภาพมากๆ แต่ถ้าให้เลือกที่ชอบก็ All I Need To Know (4/5) แทร็คเปิดอัลบั้มที่เป็นงานเพียโนบัลลาดเพราะๆอบอุ่นเรียบง่ายตอบโจทย์ผู้ฟังที่ต้องการเพลงดีๆทั้งความไพเราะในเนื้อเสียงของศิลปินและเมโลดี้ได้อย่างครบถ้วนโดยไม่ต้องการรายละเอียดอะไรมากมาย แค่เสียงหวานๆของเอ็มม่าก็สะกดผู้ฟังอยู่หมัดแล้ว ต่อด้วย Life In Mono (4/5) ไทเทิ่ลแทร็คที่บีบเอาความเป็นโอลด์สคูลแบบ Sophisted Pop สวยๆแพราวพราวเข้ากับงานบัลลาดแบบคอนเทมโพรารี่ย์ร่วมสมัยผลลัพธ์ออกมาเป็นงานบัลลาดทรงเสน่ห์แบบอังกฤษแท้ๆ ท่วงทำนองดราม่าละเมียดละไมและบีบหัวใจมากๆชนิดที่ฟังแล้วก็รู้สึกหลุดลอยไปไกล Perfect Stranger (4.5/5) ขึ้นต้นมาด้วยกีต้าร์อคูสติคเพราะๆปะทะกับเครื่องสายกรีดเสียงสวยแค่นี้ก็รู้ว่าไม่ธรรมดาแน่นอนเข้าตัวเพลงจริงๆเป็นงานที่ออกโซลแบบโมทาวน์ยุค60'sกึ่งชิลล์แจ๊ซซ์ไพเราะสุดๆ Undressing You (4/5) อันนี้เข้าสู่ความเป็นโอลด์สคูลแบบงานสไตล์ยุค60'sของอังกฤษแท้ดูคลาสสิคมากๆ จะว่าไปก็น่าประทับใจไม่ใช่เล่นนะคะที่สาว Baby Spice ที่ดูเด็กๆแบ๊วๆในSpice Girlsจะทำงานระดับนี้ออกมาได้ I'm Not Crying Over Yesterday (4.5/5) งานโอลด์สคูลแบบพ็อพโซลผสานบอสซาโนว่าไพเราะหวานหูสุดๆฟังแล้วเคลิบเคลิ้มนับว่าค่อนข้างสมบูรณ์แบบในทุกองค์ประกอบ ปิดอัลบั้มด้วย All That You'll Be (4/5) บัลลาดโซลปิดอัลบั้มได้อย่างไพเราะจับใจ

สำหรับพวกโบนัสแทร็คส่วนตัวก็ชอบ Downtown (4/5) ที่เห็นว่าตัดเป็นซิงเกิ้ลด้วยไปๆมาๆไหงเป็นแค่โบนัสแทร็คล่ะค่ะ เพลงก็ดี๊ดีนะคะเป็นพ็อพระรื่นชื่นบานกระจ่างแจ้งสว่างไสวมากครบเครื่องตั้งแต่เพียโน เครื่องสายไปยันอารมณ์เครื่องเป่าโซลย้อนยุคแบบโมทาวน์คือส่วนตัวคิดว่าดีกว่าบางเพลงในอัลบั้มอีกอ่ะ Something Tells Me (Something's Going To Happen) (4/5) งานพ็อพโซลหวานๆสไตล์โมทาวน์60'sตัวเพลงบีบเอาความเป็นแจ๊ซซ์เย็นๆและกลิ่นอายบอสซาโนว่าประสานมาอย่างลงตัว Perhaps,Perhaps,Perhaps (4/5) เก๋นะ!!! เป็นงานแทงโก้บอลรูมสวยๆสุนทราภรณ์มากๆเสียจนที่ดิฉันไม่คิดว่าจะมีศิลปินหน้าไหนเขาจะทำกันอีกแล้ว นี่แหละที่เราเรียกว่า "มีคลาส!!!" ปิดท้ายด้วย Por Favor (4/5) ก็เป็นบอสซาโนว่ากึ่งแจ๊ซซ์กึ่งโซลดี ไม่เข้าใจว่า4เพลงที่ดีขนาดนี้ทำไทันเป็นได้แค่ "โบนัสแทร็ค" ฮ๊า?!!!!

ฟังจบแล้วก็อดไม่ได้ที่จะหวนคิดถึงวันวานที่เรามีความสุขมากๆกับSpice Girls เฮ้อ เสียงหวานๆของเอ็มม่ากับภาพดนตรีกลมกล่อมลุ่มลึกในอัลบั้มนี้นี่ทำเอาหัวใจเราหลุดลอยไปไกลดีแท้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น