วันเสาร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2556

Billie Holiday : Complete Jazz Series 1957



Billie Holiday : Complete Jazz Series 1957 : Vocal Jazz (100% = 5/5)

นับว่าเป็นอีกหนึ่งของแรงบันดาลใจทางดนตรีที่ตัวดิฉันเองก็ห่างหายจากสิ่งนี้ไปนานนั่นคือการฟังและเขียนวิจารณ์อัลบั้มเพลง "แจ๊ซซ์" หนึ่งในแนวดนตรีที่ส่วนตัวดิฉันเองรักใคร่โปรดปรานที่สุดอันเป็นหนึ่งในภาคดนตรีที่หล่อหลอมจิตวิญญาณตลอดจนชีวิตการฟังดนตรีของตัวดิฉันเองมาตลอดหลายปีที่ผ่านมาซึ่งช่วงหลังๆอาจจะมีห่างหายไปบ้างเพราะตัวดิฉันเองก็เป็นคนที่ชอบเปลี่ยนอะไรไปเรื่อย อย่างที่ท่านผู้อ่านเห็นกันว่าช่วงหลังๆดิฉันจะค่อนข้างอยู่กับเคพ็อพและพวกอินดี้ค่อนข้างมากแต่ก็ไม่เคยลืมช่วงเวลาอันมีความสุขและผ่อนคลายทุกครั้งยามที่ได้ฟังเพลงแจ๊ซซ์นะคะยิ่งช่วงสมัย6-7ปีที่แล้วเป็นช่วงเวลาที่คลั่งไคล้ดนตรีแนวนี้มากเลยจริงๆซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องขอขอบคุณน้อง Thanakrit Khamsangthong ที่ได้รีเควสต์งานของ "บิลลี่ ฮอลิเดย์" ศิลปินแจ๊ซซ์ที่ส่วนตัวดิฉันเองชอบมากที่สุดนับว่าน้องหนุ่มนี่ได้ดึงพี่กลับสู่ห้วงอารมณ์ของการดื่มด่ำสุนทรียภาพของดนตรีแจ๊ซซ์ที่ส่วนตัวห่างหายไปนานให้กลับมาชนิดถูกจังหวะเวลาจริงๆ

ชื่อของ "บิลลี่ ฮอลิเดย์" นี่สำหรับคอดนตรีแจ๊ซซ์ไม่ว่าจะเป็นระดับบรมครูหรือจะฟังพอให้ทราบเป็นสังเขปก็ต่างยกย่องให้เธอเป็นหนึ่งใน "ราชินีเพลงแจ๊ซซ์" ระดับแถวหน้าชนิดขึ้นหิ้งเช่นเดียวกับเอลล่า ฟิทซ์เจอรัลด์,แอนนิต้า โอ'เดย์,ซาร่าห์ วอห์นและนีน่า ซีโมน เอาจริงๆแล้วดิฉันขอเปรียบเทียบราชินีท่านนี้กับทุกๆท่านที่ผ่านมาโดยส่วนตัวดิฉันมองว่าการร้องเธอดู "ธรรมดาที่สุด" ในบรรดาทั้งหมดทั้งมวล น้ำเสียงของเธอทรงพลังและดิบดุเท่ากับซาร่าห์ วอห์นหรือนีน่า ซีโมนมั้ย?ก็เปล่า!!!แท้จริงแล้วเจ้าป้าบิลลี่เสียงเล็กไปเลยเมื่อเทียบกับอีกสองท่านที่กล่าวมา ในเรื่องของเทคนิคชั้นเชิงการอิมโพรไวซ์รึก็ไม่ได้เข้าข่ายมหัศจรรย์เท่าเอลล่า ฟิทซ์เจอรัลด์หรือแอนนิต้า โอ'เดย์ที่แลดูจะเหนือมนุษย์กันมากแต่อ้างอิงตามคำกล่าวของตำนาน "แฟรงค์ สินาทรา" ที่เคยยกย่องการอิมโพรไวซ์ของป้าบิลลี่ว่าเป็นนิยามการอิมโพรไวซ์ที่ดีที่สุดเท่าที่วงการดนตรีแจ๊ซซ์เคยมีมา - - "เธอทำให้เรารู้ว่าขอบเขตุการอิมโพรไวซ์ของคนเราไปได้ไกลถึงระดับไหน" ลุงแฟรงค์ท่านกล่าว - - รวมถึงสำหรับดิฉันแล้ว "บิลลี่ ฮอลิเดย์" เป็น Vocal Jazz ที่หาตัวจับยากในแง่ของการสื่อสารความรู้สึกจากก้นบึงของหัวใจเธอเองก่อนจะระเบิดออกมาให้ผู้ฟังสามารถที่จะสัมผัสทุกพยางค์ว่าเธอหมายความตามนั้นจริงๆ ให้เรามีอารมณ์ร่วมและเชื่อในสิ่งที่เธอกำลังถ่ายทอดไม่ว่าจะเป็นดนตรีสวิงสนุกสนาน งานบลูส์ปวดร้าวทุกข์ระทมแทบขาดใจตลอดจนสแตนดาร์ดแจ๊ซซ์หวานๆที่ขับกล่อมให้ทุกหูเพลิดเพลินประหนึ่งต้องมนตร์สะกดซึ่งนับว่า "อัตลักษณ์" ในการขับขานดนตรีแจ๊ซซ์ของเธอได้ทลายพรมแดนที่ปิดกั้นระหว่างดนตรีพ็อพและแจ๊ซซ์ลงสู่การสมานเนื้องานที่บรรเจิดชนิดมีชีวิตยืนยงเหนือกาลเวลา...โดยทุกสิ่งเริ่มมาจาก "ความรู้สึก" ล้วนๆ

จริงๆตอนแรกว่าจะหยิบอัลบั้มชุด Solitude ซึ่งเป็นงานรีรีสจาก LP ชุดแรกของเธอที่ชื่อ "Sings" มาเขียนแต่ด้วยความที่มันหายากมากจนส่วนตัวขอสับรางมาเขียนงานที่สะท้อนภาพรวมของผลงานของเธอโดยอัลบั้มที่เลือกมาคือ "Complete Jazz Series 1957" ซึ่งก็เป็นยุคที่ถ้าจำไม่ผิดก็น่าจะยุคเกือบท้ายๆก่อนที่ป้าจะเสียชีวิต (หากข้อมูลผิดพลาดก็ต้องกราบขออภัยมา ณ ที่นี้) โดยภาพรวมของอัลบั้มนี้จะเป็นงานสแตนดาร์ดแจ๊ซซ์ละเมียดละไมติดกลิ่นอายบลูส์เข้มๆทุกข์ระทมตามแบบฉบับของป้ารวมไปถึงยุคของงานจำพวก Torch Song อันเป็นบัลลาดเครื่องสายและออเครสตร้าซึ่งก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งมนตร์เสน่ห์ของบิลลี่ ฮอลิเดย์หลังจากยุคสิ้นอิทธิพลของดนตรีสวิงและบีบ็อพในสองทศวรรษก่อนหน้านี้ตามลำดับ (ไม่แน่ใจว่าอิทธิพลของบีบ็อพสมัย'50sจะยังคลุกกรุ่นอยู่หรือไม่หลังจากที่เข้าไปแทนที่สวิงในช่วง'40s) ซึ่งก็นับว่าเป็นตัวเลือกที่ดีไม่น้อยสำหรับใครที่อยากรู้จักเธอ...ก็ลองหางานคลาสสิคๆในชุดนี้ของเธอมาลองฟังดู

ด้วยความที่เป็นอัลบั้มรวมเพลงอมตะก่อนอื่นก็ต้องบอกว่าทุกเพลงไพเราะคลาสสิคฟังได้เพลิดเพลินหมดซึ่งก็แล้วแต่ว่าท่านจะไปถูกใจแทร็คไหนกันบ้าง ส่วนตัวดิฉันชอบ I Wished On The Moon (5/5) งานสแตนดาร์ดแจ๊ซซ์เพราะพริ้งครบเครื่องทั้งเพียโนพลิ้วไสว เครื่องเป่าที่ได้อรรถรสของมนตร์เสน่ห์แห่งจิตวิญญาณแจ๊ซซ์'50sช่างงดงามกรีดกรายเสียนี่กระไรยิ่งได้อารมณ์ความเป็นบลูส์หอมๆหรูหราเจือเข้ามายิ่งรักเข้าไปใหญ่ ฟังแล้วอบอุ่นเคลิบเคลิ้มนี่ขนาดฟังในแท็ปเล็ตนะคะยังเหมือนกับหลุดไปอยู่ในยุคของคลับดนตรีแจ๊ซซ์ยังไงยังงั้น Body And Soul (4.5/5) เป็นงานบลูส์แจ๊ซซ์เข้มๆโหยหวยติดโซลหม่นๆซึ่งยุคนั้นไม่แน่ใจว่านิยามคำว่า "โซล" ขึ้นมาใช้ในแวดวงดนตรีผิวสีหรือยัง แต่เราก็ขอใช้ศัพท์ปัจจุบันนิยามตามภาพรวมก็แล้วกันเปิดฟังตอนดึกๆพลางมองไฟตามท้องถนนจากหน้าต่างห้องนี่แบบทำให้รู้สึกเหงาจับขั้วหัวใจแค่เสียงเครื่องเป่าในเพลงก็แทนความรู้สึกของตัวเพลงทั้งหมดได้เต็มเปี่ยมแล้วคิดดูว่ามาชนกับเสียงของ "บิลลี่ ฮอลิเดย์" จะบรรเจิดใจขนาดไหน Moonlight In Vermont (4.5/5) ตัวเพลงเป็นสแตนดาร์ดแจ๊ซซ์สไตล์เพียโนไลท์แจ๊ซซ์บางเบานุ่มนวลคลอเคลียไปกับกีต้าร์บลูส์เชือดเฉือนก่อนจะเบรคตามด้วยเครื่องเป่าสุดสุนทรียส่วนตัวชอบในเมโลดี้ที่ดูลื่นไหลไปอย่างอิสระเช่นเดียวกับเสียงกระซิบๆเบาๆชวนเคลิ้มฝันของเจ้าป้าที่ฟังแล้วนชวนผ่อนคลายแบบบอกไม่ถูก ต่อด้วย A Foggy Day (5/5) ที่ภาคดนตรีใกล้เคียงกันเพียงแต่มีอารมณ์ของความเป็นบลูส์ที่เข้มและอัพบีทดนตรีมากกว่าจะว่าไปตัวเพลงยังดูสดและใหม่ชนิดที่นำมาเปิดกับพวกโมเดิร์นแจ๊ซซ์ไปยันครอสโอเว่อร์แจ๊ซซ์ยุคนี้ได้ชนิดไม่ขัดเขินแถมยังดูมีคลาสกว่าด้วยซ้ำ - - ที่สำคัญจริตป้าเป็นต่อ - - นี่แหละเสน่ห์ของความเป็นออริจินัล ขออำลาพาร์ทแนะนำเพลงไปกับเพลง Comes Love (5/5) ที่มีท่อนที่สวยทั้งเมโลดี้ตลอดจนสรรพสำเนียงการร้องของป้าที่ทรงเสน่ห์เหนือคำบรรยายตลอดจนการเรียบเรียงที่ฟังแล้วมีสิบให้สิบมีร้อยให้ร้อยเลย วิจิตรงดงามจนพูดไม่ออก

ท้ายที่สุดคงต้องไม่พ้นที่จะต้องขอบคุณน้อง Thanakrit Khamsangthong ที่รีเควสต์งานของศิลปินดีๆมาอันนี้ต้องเรียนตามตรงว่าถ้าน้องหนุ่มไม่รีเควสต์มาคงจะไม่มีโอกาสได้เขียนถึงป้าบิลลี่ ฮอลิเดย์เป็นครั้งที่สองแน่ๆ รวมถึงทำให้ดิฉันได้หวนกลับคืนสู่บรรยากาศของดนตรีแจ๊ซซ์ยุค'50sที่ยังคงสดและเต็มเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณของดนตรีคุณภาพอันน่าเคารพนับว่าเป็นตัวเลือกอันแสนวิเศษสำหรับการหลีกหนีเพลงเมนทสตรีมชืดๆน่าเบื่อน่ารำคาญในยุคนี้ได้ดีจริงๆ


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น