วันศุกร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

Sarah Brightman : Dreamchaser



Sarah Brightman : Dreamchaser : Classical Crossover/Operatic Pop (90% = 4.5/5)

งานวางขายมาตั้งแต่ช่วงต้นเดือนแล้วแต่กระแสกลับเงียบกริบเป็นเป่าสากกับ Dreamchaser อัลบั้มชุดล่าสุดของสาวเสียงโซปราโน่ "ซาร่าห์ ไบร์ทแมน" ที่ในอดีตเคยเป็นหนึ่งในศิลปินหญิงที่บ.ก.หลงใหลคลั่งไคล้มากๆเชื่อว่าไม่ต้องคอเพลงคลาสสิคหรือพวกโอเปร่าก็คงจะรู้จักเธอดีจากการวาดลวดลายในเพลงบรอดเวย์สุดคลาสสิคอย่าง Phantom Of The Opera จวบจน Time To Say Goodbye ที่โด่งดังพอตัวในหมู่คนฟังคลาสสิคคัลนั่นล่ะ

 สืบไปสืบมาจึงรู้ถึงสาเหตุที่เงียบเพราะอัลบั้มชุดนี้ได้วางขายที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นที่แรกเมื่อวันที่16 มกราคมที่ผ่านมาโดยจะวางขายในอเมริกาก็ปาเข้าไปใจกลางเมษายนโน่นล่ะค่ะ จะว่าไปฐานแฟนคลาสสิคนี่ก็คนมีกำลังซื้ออยู่แล้วนะคะและก็ใช่ว่าจะกว้างขวางแบบพวกเมนทสตรีมหรืออาร์แอนด์บีเสียเมื่อไรก็ไม่เข้าใจว่าเป็นการตลาดหยั่งเชิงอะไรแต่อาจจะเป็นเพราะทิ้งช่วงจากงานเก่านานถึง5ปีด้วยล่ะมั้งและตลาดเพลงในอเมริกาก็เปลี่ยนไปมากจนงานของศิลปินเจ๋งๆหลายคนยังเงียบเป็นเป่าสากไม่ต้องอะไรมากขนาดงานของจอห์น เมเยอร์กับคริสทิน่า อากิเลร่ายังเงียบเลยและนับประสาอะไรกับงานของเจ๊ที่ไม่ได้เมนทสตรีมอะไรมาตั้งแต่สมัยไหนแล้วแม้หลังๆจะปรับตัวให้เนื้องานมีความฟูฟ่าและเอาใจตลาดก็เถอะ

มาพิจารณาถึงภาคดนตรีใน Dreamchaser ครั้งนี้ป้าแกของเกาะกระแสดนตรีทดลองกับเขาเหมือนกันคือสลับจากงานที่ยืนพื้นบน Operatic Pop ที่เป็นงานดนตรีคอนเทมโพรารี่ย์อันลงเสียงร้องแบบโอเปร่าและดนตรีจำพวกคลาสสิคคัลยันออเครสตร้าอลังการขยับเข้าสู่หมวดหมู่ของ Classical Crossover ที่ฟิวชั่นเข้ากับงานอิเล็คโทรนิคจำพวกเอ็กซ์เพอริเมนทัลและแอมเบี้ยนท์เพียงแต่น้ำหนักของการนำเสนอทั้งหมดยังไม่หลุดจากกรอบของความเป็นซาร่าห์ ไบร์ทแมนที่คุ้นเคยนะคะคือยังเป็นคลาสสิค นิวเอจ พ็อพ โอเปร่าและงานกอสเพลแบบคาทอลิกอยู่...ความขลังและมนตร์เสน่ห์แบบเดิมที่ดูมีมิติขึ้น

 เพลงเด่นๆก็มี Angel (4/5) แทร็คเปิดอัลบั้มเปิดมาตกใจนึกว่านั่งฟังงาน Fever Ray แต่พออินโทรเครื่องเสียงขึ้นก็ค่อยเป็นซาร่าห์ ไบร์ทแมนหน่อยเป็นงานโอเปราติคพ็อพออกนิวเอจเย็นๆตามสไตล์ป้านั่นแหละเพียงแต่ใส่ความเอ็กซ์เพอเข้ามามากกว่าเดิมซึ่งก็ดูมีมิติขึ้นนะ One Day Like This (5/5) เพราะมากๆ คือเป็นการจับสูตรสำเร็จของป้าซาร่าห์มาปรุงแต่งใหม่กับดนตรีสไตล์ Classical Crossover อย่างที่บอกโพรแกรมมิ่งอิเล็คโทรนิคลอยละล่องสวยงามเปี่ยมมนตร์สะกดพอๆกับเครื่องสายออเครสตร้าแบบมิวสิคคัลในเพลงบีบความเป็นพ็อพละเมียดละไมมาแต่งแต้มความหวานและคอรัสยูโรกอสเพลช่วงท้าย งามระยับจับจิตมากๆ คิดถึงงานของเลโอน่า ลูอิสชุดล่าสุดในแบบคลาสสิคก็กล้อมแกล้มไปได้นะ Glosoli (4/5) อีกหนึ่งงานนิวเอจเพราะๆของอัลบั้มเยือกเย็นหลอนหูแต่เจิดจรัส  Ave Maria (5/5) ทำมากี่ฉบับแล้วก็ไม่รู้ ครั้งนี้มาในแนวเอ็กซ์เพอริเมนทัลที่ถูกครอบคลุมด้วยภาคดนตรีแบบนิวเอจและดนตรีคอนเทมโพรารี่ย์คริสเตียนจำพวก Choir แบบกอสเพลของพวกคาทอลิกฟัง เปี่ยมด้วยมนตร์สะกดจนดิ้นไม่หลุดเช่นเดิม Eperdu (4.5/5) นี่กระโดดมาเล่นกับอิเล็คโทรนิคและแอมเบี้ยนท์เต็มตัวแต่การลงเสียงยังเป็นโอเปร่าแบบซาร่าห์ ไบร์ทแมนก็แค่นั้นนับว่าจับดนตรีเชิงทดลองมาชนกันคลาสสิคได้ลงตัว ชอบนะ! A Song Of India (4.5/5) แค่ขึ้นต้นมาก็เดาทิศทางออกแล้วว่าจะมาแนวมิวสิคคัลจำพวกงานโอเปร่าสไตล์ละครบรอดเวย์ อลังการมากๆฟังแล้วคิดถึงการจับวาทะศิลป์ในอัลบั้มชุด Harlem มาชนกับดนตรีของอัลบั้ม Classic

เนื้องานนับว่าดีตามสไตล์และมาตรฐานของ Sarah Brightman แม้ว่าในแง่ของการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ๆคงจะไม่มีแต่ก็นับเป็นอีกย่างก้าวที่ไม่หยุดนิ่งในการยกระดับเพลงคลาสสิคและโอเปร่าให้เข้าถึงผู้ฟังหมู่มาก เป็นไปตามกระแสและแฟชั่นดนตรีโดยที่ยังเก็บเอกลักษณ์ของตนเองไว้อย่างครบถ้วน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น