วันพฤหัสบดีที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2556

Sistar19 : Gone Not Around Any Longer


Sistar19 : Gone Not Around Any Longer : Pop/R&B (95% = 5/5)

เพิ่งจะเขียนมินิอัลบั้ม Alone เสร็จไม่ทันไรคุณน้อง "พระนางแมรียา" จากบอร์ดFF Magก็เข้ามาฝากฝังทันทีว่า "พรุ่งนี้Sistar19คัมแบ็คแล้วค่า" แอร๊ยยยย เพิ่งกลายเป็นติ่งพวกนางได้ไม่ทันไรจู่ก็มีงานใหม่เข้ามาให้ฟังทันใจราวกับปาฏิหารย์ - - นี่คงเป็นโชคชะตาใช่มั้ยจ๊ะ?

 ว่าแล้ววันนี้ก็เพิ่งฟังงานซิงเกิ้ลคัมแบ็คไปและด้วยอำนาจมืดบ.ก.แนสทิน่าของเราจึงได้มินิอัลบั้มของพวกนางมาครอบครองชนิดเร็วทันใจ แหมมม ก็อย่างว่าแหละค่ะในวงการนักเขียนนักวิจารณ์นี่การทำอะไรให้ทันเส้นตายทันท่วงทีนี่จัดเป็นสันดานที่สองเลยก็ว่าได้ ดังนั้นไม่รอข้อมูลใดๆทั้งสิ้นStar1น้องใหม่วัยเฉียด30ขอเขียนอัลบั้มของพวกเธอแบบสดๆเลยแล้วกันนะเจ้าคะ

สำหรับ Sistar19 นี่เป็นซับยูนิตจากทีนดิว่าอนาคตไกลฮโยรินเพื่อนสาวคนล่าสุดของดิฉัน (หน้านางเหมือนสาวพัทยามากจึงรู้สึกอบอุ่นสนิทใจเป็นการส่วนตัว)และแร็พเพอร์สาวของวงอย่างน้องโบรา โดยก่อนหน้านี้นี่ดังกระหึ่มกันไปรอบนึงแล้วกับซิงเกิ้ล Ma Boy กลิ่นเออร์บันตลบอบอวน (ที่ใส่มาเอาใจแฟนๆกันในมินิอัลบั้มชุดนี้ด้วยนะคะ) ตัวเพลงโดยภาพรวมสำหรับโปรเจ็ค Sistar19 ชุดแรกนี่ต้องบอกว่าเป็นอะไรที่เป็น Brave Brother มากๆคือเป็นงานสไตล์พ็อพอาร์แอนด์บีเนียนๆมีตั้งแต่สตรีทอาร์แอนด์บียันคอนเทมโพรารี่ย์อาร์แอนด์บีติดแจ๊ซซ์เล้าจ์นยอดหอคอยสูงเสียงฟ้าเจืออารมณ์ของฮิพฮอพ โซลและมิติตามวัฒนธรรมของดนตรีสายเออร์บันลงไปได้อย่างมีเอกภาพ ซึ่งไม่ได้มาที่สายทดลองแต่อย่างใดตัวงานจึงไพเราะและทรงพลังมากๆมีทิศทางที่ดีแม้ว่าจะเนิบๆไม่โฉ่งฉ่างหลากหลายเท่ากับงานชุดAloneที่มีสีสันค่อนข้างสูงแต่ก็นับว่ามีกรอบในหมวดหมู่งานคุณภาพที่แฟนๆฟังแล้วคงจะภูมิใจไม่น้อยเลยทีเดียว

 เปิดอัลบั้มด้วย Sistar19 (4/5) อินโทรเปิดอัลบั้มที่ชวนให้นึกถึงงานของอาร์แอนด์บีต้นยุค2000'sยุคที่อแชนทิขึ้นแท่นเป็นเจ้าหญิงอาร์แอนด์บีนั่นแหละโพรแกรมมิ่งแบบสตรีทอาร์แอนด์บีเพราะๆเจือซาวนด์สแครชและอารมณ์โซลหวานๆลอยๆคุมทิศทาง นับว่าเปิดอัลบั้มได้โอเค ไทเทิ่ลแทร็ค Gone Not Around Any Longer (4.5/5) เป็นงานคอนเทมโพรารี่ย์อาร์แอนด์บีบัลลาดจำพวกโซลฟูลอาร์แอนด์บีและไควเอทสตอร์มนวลๆลองคิดถึงงานของบียอนเซ่ในอัลบั้มแรกลามไปถึงพวกอแชนทิ มายาดูได้ ตัวเพลงแทรกอารมณ์แจ๊ซซ์เล้าจ์นได้เซ็กซี่หยาดเยิ้มสุดสุนทรีย์แถมยังทำออกมาได้ "เล้าจ์น" มากๆซ่องแท้ๆเลยนะนี่!!! เบรคด้วยท่อนแร็พได้สวยพรมเพียโนได้พลิ้วไสวหวานหยด ความชอบอาจจะไม่เท่าAloneที่มาแบบโฉ่งฉ่างซ่องแตกแต่ก็นับว่าถูกจริตทีเดียว สำหรับคอเออร์บันนี่พลาดไม่ได้กับ A Girl In Love (4.5/5) ฟังแล้วอยากจะกรี๊ดดดดๆๆๆ ต๊ายยย ตาย เวสต์โคสต์มากๆเป็นงานสตรีทอาร์แอนด์บีโพรแกรมมิ่งระดับ4ดาวประโคมประดังเอาทั้งซาวนด์สแครช ฮิพฮอพ เร็กเก้ฟิวชั่นยันเสียงซินธิ์พร่าๆกรีดๆลอยผสมกลมกลืนกันได้เนียนๆมีเอกภาพน่าชื่นชมสุดๆ เจิด!!!! ทำไมฉันถึงคิดถึงแต่หน้ายัยอแชนทิล่ะเนี่ย?!!! และ Ma Boy (5/5) ที่ล่วงหน้าฮิตระเบิดระเบ้อไปก่อนหน้านี้ก็เป็นมิดเทมโพพ็อพอาร์แอนด์บีหวานๆเจืออารมณ์โซลฟูลลอยละล่องและโพรแกรมิ่งกระฉึกกระฉักจำพวกสตรีทฮิพฮอพ นับว่าทำออกมาได้ถึงทีเดียวไม่มีอะไรติ

หลายคนอาจจะค่อนว่าตัวงานค่อนข้างเนิบเนือยซึ่งก็จริงแต่เผอิญชอบงานสไตล์เออร์บันจัดแบบนี้เป็นการส่วนตัวอยู่แล้ว ค่อนข้างจะแตกต่างจากอีพีชุดAloneที่มีสีสันในตัวค่อนข้างสูง ไม่มีจริตร่านซ่านเท่าแต่มีเอกภาพและหวานหูกว่าฟังยากขึ้นด้วยเนื้องานที่เน้นหนักไปทางอาร์แอนด์บีมากกว่าAloneที่ค่อนข้างจะเป็นพ็อพและบีบความเป็นเมนสตรีมเข้ามามากกว่า อย่างไรก็ตามมาดูดีๆเราอาจจะเจออัลบั้มที่ดีที่สุดชุดหนึ่งของฟากเกาหลีกันตั้งแต่ต้นปีก็ได้นะ

T-ara : Funky Town EP


T-ara : Funky Town EP : Dace-Pop/Electropop/R&B/K-Pop (94% = 5/5)

 เพิ่งส่ง Sistar เข้าทำเนียบศิลปินเกาหลีที่ได้รับคะแนนจากงานวิจารณ์5ดาวเต็มไปหยกๆ - - ที่95%ส่งผลให้เป็นศิลปินที่ได้รับคะแนนรีวิวมินิอัลบั้มสูงที่สุดต่อจาก Brown Eyed Girls - - วันนี้ก็ขอมาทำหน้าที่ Queen's ที่ดีบ้าง จัดรีเควสต์ไปแล้วอะไรแล้วก็ขอเสียบวงที่อะฮั๊นชอบบ้างเซ่ะ!!! กับงานชุด Funky Town ของ T-ara เมื่อต้นปีที่แล้วนะคะ จำได้ว่าเคยเขียนรีวิวแบบ Recommend สั้นๆไปในคอลัมน์ Myspace วันนี้ผ่านมาปีหนึ่งพอดีแล้วกระมัง รู้จักกันมากขึ้นและจากเกิร์ลกรุ๊ปที่ตอนแรกไม่ได้สนใจกลายเป็นวงที่ดิฉันติดตามที่สุดว่าแล้วก็ถึงเวลานำมินิอัลบั้มที่ดีที่สุดของวงนี้มาเขียนรีวิวแบบเต็มๆเสียที

สำหรับมินิอัลบั้มชุด Funky Town เป็นงานรีแพ็คเกจจากอัลบั้ม Black Eyes ที่ก่อนหน้านั้นก็ได้ส่งซิงเกิ้ล Cry Cry มาเป็นเพลงฮิตระเบิดระเบ้อกันไปแล้ว จะว่าไปส่วนตัวขอยกให้ช่วงเวลานั้นเป็นจุดที่ลงตัวของวงT-araกับสมาชิกทั้ง7 - - โซยอน,อึนจอง,ฮโยมิน,โบรัม,คิวริและฮวายอง - - (เลขที่ทรงพลังเสมอ) เลยทีเดียว ในเรื่องของเนื้องานนี่ส่วนตัวขอเป็นงานที่ยกให้ดีที่สุดอีกชุดหนึ่งของT-araนับจากระเบิดศักยภาพสูงสุดไปรอบหนึ่งแล้วในอัลบั้มเดบิ้วท์

 คอนเส็ปท์ของ Funky Town สลับจากการระเบิดด้านที่มืดหม่น ดิบและเซ็กซี่ดุดันของ Black Eyes หวนคืนสู่สีสันฟูฟ่าของอาณาจักรดนตรีเต้นรำย้อนยุคอย่างที่พวกเธอทำสำเร็จมาแล้วก่อนหน้านี้ใน Roly Poly ที่สร้างชื่อเสียงทางด้านการทำเพลงสไตล์เรโทรของทางวงให้เป็นที่ยอมรับ ตอกย้ำกันอีกครั้งกับ Lovey Dovey (5/5) ที่ไม่รู้ใครจะว่ายังไงแต่เพลงนี้ถูกจริตดิฉันมากๆ ตัวเพลงเปรียบเสมือนภาคสองของRoly Polyการงานดนตรีพ็อพเต้นรำแบบฟั้งค์กี้ย์ดิสโก้ช่วงยุค70's-80's สมชื่อคอนเส็ปท์ ส่วนตัวรักในความติดหูของท่อนคอรัสสุดอัจฉริยะที่ฟังทีไรก็อดลุกขึ้นมาขยับแข้งขยับขาไม่ได้ แถมพวกเธอยังใส่จริตร้องได้แสบซ่านวี๊ดว๊ายกระตู้วู้ชวนดีดดิ้นดี ตอนนี้ขึ้นแท่นเพลงธีมของT-araเป็นโล้โก้วงไปแล้ว นับเป็นหนึ่งในแทร็คที่ประสบความสำเร็จที่สุดตลอดกาลของทางวง

พิจารณาที่ภาคดนตรีโดยรวมของอัลบั้ม นอกจากเพลงคลับแด๊นซ์แบบเรโทรที่ฉายแสงให้เป็นไฮไลท์ในการโปรโมตแล้ว Funky Town ยังแฝงไปด้วยลูกเล่นของรสชาติดนตรีที่หลากหลายแต่ผสมกลมกลืนกันได้อย่างลงตัวและมีพลัง ตั้งแต่งานคอนเทมโพรารี่ย์ใน We Were In Love (5/5) ที่สมาชิกวงอย่างโซยอน,จียอน,ฮโยมินและฮวายองเป็นตัวแทนร่วมงานกับสองสาวDavichiเป็นงานคอมเทมโพรารี่ย์พ็อพอาร์แอนด์บีโซลฟูลนวลเนียนพิถีพิถันตั้งแต่เมโลดี้เพียโนและเครื่องสายดราม่ากรีดเสียงกระชากน้ำตา ส่วนตัวรักที่มีการแทรกท่อนแร็พมาได้เท่ห์และทรงพลังบาดใจสุดๆนับว่าพวกเธอหลอมตัวเองเข้ากับอิทธิพลของดนตรีสไตล์Davichiได้ถึงและสมบูรณ์แบบ ฟังทีไรแล้วมันรู้สึกเย็นยะเยือกอ้างว้างและเศร้าแทบขาดใจ ยกให้เป็นเพลงที่ดีที่สุดของทางวง Cry Cry (5/5) ซิงเกิ้ลเปิดตัวเพลงเก่งจากBlack Eyesก็เป็นงานพ็อพเต้นรำดีๆที่ชวนให้นึกถึงงามช่วงต้นยุค2000'sของบริทนี่ย์ สเปียรส์ตัวเพลงเรียบเรียงตั้งแต่อาร์แอนด์บี ฮิพฮอพยันจังหวะเต้นรำแบบละทินฟลาเมงโก้ได้ลงตัว สำคัญที่สุดพวกเธอร้องกันได้ "ร่าน" มากๆจับจิต!!! เพลงแบบนี้T-araทำทีไรไม่เคยพลาด ดูเป็นตัวตนของนางๆดี ในอัลบั้มยังมีเวอร์ชั่นบัลลาดมาปิดท้ายซึ่งก็สลับมาเป็นงานแนวออเครสตร้า ทำออกมาได้ดราม่าโศกสลดโศกาสุดๆจนแทบจะไม่เชื่อว่านี่มันคือเพลงเดียวกับที่ฉันเพิ่งเต้นไปหมาดๆเอาไป4.5ดาว มาที่ Goodbye,OK(4/5) อีกหนึ่งเพลงเต้นรำที่ได้รับอิทธิพลมาจากพวกละทินพ็อพเหยาะกลิ่นเฮ้าส์และฮิพฮอพเจือมาได้เซ็กซี่ดี ขอลาไปด้วย O My God (4/5) งานสแตนดาร์ดแจ๊ซซ์ตามธรรมเนียมของพวกเกิร์ลกรุ๊ปเกาหลี พวกงานอารมณ์คริสมาสต์ทั้งหลายแหล่น่ะค่ะ เพราะดีนะ

 ส่วนตัวกล้าพูดในฐานะ "นักวิจารณ์" ไม่ใช่ในฐานะ "Queen's" ว่าถ้าพิจารณาในเรื่องของเนื้องานแล้ว T-ara เป็นวงที่ทำ"อัลบั้ม"ออกมาได้ดีกว่าหลายวงเลยทีเดียว แม้ว่าศักยภาพในเรื่องของน้ำเสียง พลังในการเพอร์ฟอร์ม ก็อปบริทนี่ย์ สูตรสำเร็จในตัวเพลงแบบเดิมๆและเรื่องส่วนตัวของเธอจะเป็นที่ให้ปรามาสค่อนขอดสับยับกันเสียสนุกปากแต่เท่าที่ติดตามผลงานของเธอมาในฐานะคนฟังดนตรีวงนี้น่าภูมิใจอย่างตรงที่ไม่เคยมีผลงานที่ต่ำกว่ามาตรฐานออกมาให้ฟังเลย พูดตามตรงว่าวงที่ใครๆก็หาว่าเป็นเด็กใจแตกหรือเด็กไม่รู้จักโตอย่างT-araนี่มีงานที่ดีกว่าเกิร์ลกรุ๊ปชั้นนำบางวงหลายช่วงตัวถ้าพิจารณากันอย่างเป็นกลาง/ ณ จุดนี้เสียดายฮวายอง Y Y เอาฮวาฉันคืนมาเดี๋ยวนี้!!! - - เป็นอีกวงที่ขึ้นทำเนียบงาน5ดาวตามBEG,JYJ,KaraและSistar

วันอังคารที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2556

Blue : Roulette



Blue : Roulette : Pop/R&B (62% = 3/5)

 ในวินาทีนี้ที่บอยแบนด์จากเกาะอังกฤษอย่าง One Direction ได้กลับมาสร้างความโด่งดังเป็นปรากฏการณ์ไปทั่วทุกหย่อมหญ้าอีกทั้ง The Wanted ก็เป็นอีกวงที่เป็นที่จับตามองอย่างมากในยุคนี้เช่นกัน ใครจะจำได้ว่าย้อนเวลาไปเมื่อต้นทศวรรษ2000'sเมืองผู้ดีเขาก็เคยได้มี4หนุ่มวงBlueที่เรียกได้ว่าดังจนเป็นตำนานบอยแบนด์ของบ้านเขาเช่นกัน - - และแน่นอนค่ะว่าข้ามมาดังมากในบ้านเรา - - ก่อนที่ดันแคน,ลี,ไซม่อนและแอนโธนี่จะแยกย้ายสลายตัวกันไปนานโขพร้อมกับความซบเซาที่บังเกิดขึ้นทันทีสำหรับแวดวงบอยแบนด์ในอุตสาหกรรมดนตรีอังกฤษ


ทิ้งช่วงไปนานเท่าไรไม่ได้นับหากแต่วันนี้พวกเขากลับมาแล้วกับอัลบั้ม Roulette ซึ่งในฐานะแฟนคลับที่หอบหิ้วกันมาตั้งหลายปีส่วนตัวดีใจนะที่ได้เห็นการกลับมาของพวกเขา ในครั้งนี้ภาพรวมจาก "พ็อพอาร์แอนด์บี" เท่ห์ๆในยุคแรกเริ่มถูกแทนที่ด้วยความเป็น "พ็อพ" นุ่มๆแบบพ็อพจ๋าเต็มตัวตบตามด้วยรสชาติของอาร์แอนด์บี อิเล็คโทรพ็อพ บัลลาด แร็พและเต้นรำ รูปแบบในการนำเสนอมีโพรแกรมมิ่งที่ดูมีหีบห่อขึ้น นิ่งขึ้นและโตขึ้น แฟนๆที่ชอบอะไรโจ๊ะๆแบบ All RiseหรือOne Loveคงจะมีฝืนยิ้มกันประปรายแต่จากความเก๋เปรี้ยวก็ได้ความเพราะติดหูมาแทนล่ะนะ

แต่ก็คงจะต้องพูดกันตามตรงว่า Roulette ชุดนี้เป็นงานที่พวกเขาโตขึ้นแต่ "พัฒนาการขึ้นมั้ย?" คงตอบว่าไม่ ความนิ่งนุ่มละมุนกลมกล่อมถ้ามองในแง่ร้ายก็อาจจะไม่พ้นโดนโจมตีว่าเป็นงานเพลย์เซฟ แกนๆ น่าเบื่อปราศจากรสชาติความเป็น Blue ที่เราเคยสัมผัสและพลังลดถอยไปโขจนน่าตกใจ อีหรอบเดียวกับลุงๆBackstreet BoysสมัยออกงานIncompleteนั่นแหละ ถามว่าชอบมั้ย?ก็ต้องบอกตามตรงว่า "เฉยๆ" เป็นงานที่คงจะฟังเฉพาะรีวิวแล้วไม่หยิบมาฟังอีก แต่อย่างไรก็ตามในฐานะงานคั่นเวลาจากศิลปินที่ชอบแค่ได้ฟังก็ดีใจแล้วนะ

ถามถึงเพลงที่ชอบเอาจริงๆทั้งอัลบั้มกว่า13เพลงชอบอยู่แค่สองเพลงคือ Without You (3.5/5)และBroken(3.5/5) เป็นงานพ็อพอดัลท์คอนเทมโพรารี่ย์สะอาดสะอ้านไหลระรื่นชื่นเย็นหวานใสและติดหูสุดๆฟังแล้วอารมณ์ดีนึกถึงงานในอัลบั้มแรกของ Gareth Gates ที่เหลือไม่ชอบแต่ก็น่าฟังไม่น้อยตั้งแต่ Hurt Lovers (3/5)แทร็คเปิดอัลบั้มพรมเพียโนละเมียดละไมกึ่งๆบัลลาดจะว่าไปก็ดูสุนทรีย์ผิดหูผิดตา ฟังได้เรื่อยๆเพลินๆ Break My Heart (3/5) ออกแนวเชิงทดลองตามยุคด้วยดนตรีอิเล็คโทรนิคอัพบีทเต้นรำเข้ากับความเป็นพ็อพอาร์แอนด์บีสไตล์Blueนับว่าใช้ได้ทีเดียว Ayo(4/5)นี่กลิ่นของซาวนด์แบบยูโรและเฮ้าส์ลอยมาตั้งแต่ช่วงต้น เป็นเพลงที่ดูมีมิติและชั้นเชิงที่สุดแล้วของอัลบั้ม ใส่มาทั้งจังหวะเต้นรำร่วมสมัยและเออร์บันได้อย่างลงตัวพี่ไซแร็พช่วงเบรคได้เริ่ดมากๆ ตายละฟังไปฟังมาชอบซะแล้ว เป็นเพลงที่ชอบที่สุดและโดดเด่นที่สุดของอัลบั้มเลยค่า ^ ^ ท้ายสุดกับ Risk It All (3/5) ติดหูดีพอควร

Roulette อาจจะไม่ใช่งานที่ดีในฐานะงาน Comeback ที่สมศักดิ์ศรีแต่ก็นับว่าเป็นอัลบั้มที่ไพเราะชวนฟังทีเดียว ทั้งอัลบั้มฟังได้ไหลลื่นเรื่อยๆไม่มีสะดุดนับว่าเป็นตัวเลือกที่น่าหยิบจับไม่เลวสำหรับการล้างหูหลังจากโดนพวกดั๊บสเต็ปสมัยนี้กรอกหูซะจนมึนตึ๊บ

Christina Aguilera : My Kind Of Christmas



Christina Aguilera : My Kind Of Christmas : Pop/Christmas/R&B/Soul/Blues/Jazz/Gospel (90% = 4.5/5)

แม้ว่าคริสมาสต์จะผ่านไปร่วมเดือนแล้วก็ตามทีแต่ก็ไม่เสียหายหรอกใช่มั้ยคะถ้าจะหยิบผลงานคริสมาสต์ดีๆสักชุดขึ้นมาเขียนเป็นควันหลงส่งท้ายเพราะนี่ชีวิตของแต่ละคนก็เข้าสู่ภาวะปกติ - - แบบมนุษย์เงินเดือนหรือนักเรียนนักศึกษากันแล้ว - - ในโลกของดนตรีไม่มีคำว่า"เทศกาล"เพราะในแต่ละวันทุกสิ่งทุกอย่างหมุนเวียนเดินไปตามความรู้สึกที่กำหนดให้เราหยิบงานสักงานขึ้นมาดื่มด่ำ

 สำหรับรีวิวชิ้นนี้เป็นรีเควสต์จากน้อง Xtibus C. Aguilera ผู้ชนะการเล่นเกมส์ทายภาพคนที่สองกับบ.ก.ซึ่งน้องเขาก็เป็นแฟนคลับตัวจริงของคริสทิน่าทีเดียวค่ะ เพราะแค่มองจากแจ็คเก็ตด้านหลังในเอ็มวี What A Girl Wants ก็รู้เลยว่านี่คือภาพของศิลปินคนโปรด เอาจริงๆแล้วส่วนตัวก็กะจะเขียนรีวิวอัลบั้มชุดนี้ในช่วงคริสมาสต์ที่ผ่านมานะคะเพียงแต่ด้วยความที่ไม่มีเวลาในช่วงนั้นโปรเจ็คก็เลยต้องพับไป เอาเป็นว่านี่เป็นโอกาสที่ดีที่จะได้เขียนถึงงานของคริสทิน่า อากิเลร่าศิลปินคนโปรดอีกครั้งหลังจากที่ได้เขียนรีวิว Back To Basics เป็นอัลบั้มแรกต้อนรับปีไป

ภาคดนตรีในอัลบั้ม My Kind Of Christmas เอาจริงๆแล้วส่วนตัวรู้สึกว่าสะท้อนอิทธิพลของดนตรีคนดำจำพวก "อาร์แอนด์บี" ที่นางติ๊ฝักใฝ่ในสายเลือดได้อย่างชัดเจน ตัวงานเป็นงานพ็อพคริสมาสต์ที่ฉาบคลุมไปด้วยดนตรีอาร์แอนด์บีตั้งแต่สตรีทอาร์แอนด์บียันคอนเทมโพรารี่ย์ มีตั้งแต่ความหวานของโพรแกรมมิ่งเต้นรำแบบทีนพ็อพขยับไปเป็นงานดิบสดแบบบลูส์ โซล สแตนดาร์ดแจ๊ซซ์และกอสเพลสวดสรรเสริญพระเจ้าเรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งอัลบั้มที่ระเบิดศักยภาพทางดนตรีของคริสทิน่าออกมาได้ดีโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการเป็น Vocalist ส่วนตัวขอยกให้อัลบั้ม My Kind Of Christmas เป็นงานที่คริสทิน่าโชว์ความสามารถในการใช้เสียงร้องและเทคนิคได้หลากหลายรูปแบบที่สุด

ถ้าจะให้พูดตามตรงชอบทุกเพลงในอัลบั้มเลยคือเรียบเรียงกันแทบไม่ซ้ำรูปแบบแต่ออกมาดูดีมากๆตั้งแต่ Christmas Time (4.5/5) อันนี้มีกลิ่นของความเป็นทีนพ็อพ90'sและดูเข้ากับตลาดเมนทสตรีมในยุคนั้นมากที่สุดแล้ว ตัวเพลงเป็นงานพ็อพคริสมาสต์ผสานจังหวะเต้นรำแบบสตรีทอาร์แอนด์บีมีทั้งซาวนด์สแครชเฟี้ยวฟ้าว บีทฮิพฮอพ ท่อนแร็พยันโพรแกรมมิ่งเครื่องสายเพราะๆ ชอบมากๆ This Year (4/5) อิมโพรไวซ์ช่วงต้นพร้อมกับโพรแกรมมิ่งกรุ๊งกริ๊งทำให้เพลงดูน่าฟังขึ้นมาทันทีตัวเพลงเป็นงานพ็อพอาร์แอนด์บีที่เซ็กซี่หยาดเยิ้มดีไม่หยอก ติดหูมากๆชอบการอิมโพรไวซ์ของติ๊ในเพลงนี้ มาที่เพลงเก่งอย่าง Have Yourself A Merry Little Christmas (4/5) อันนี้มีกลิ่นอายของสแตนดาร์ดแจ๊ซซ์และบัลลาดสไตล์50'sจำพวกดูว็อพกับTorch Song ยุคพวกป้าบิลลี่ ฮอลิเดย์,เอลล่า ฟิทซ์เจอรัลด์,ซาร่าห์ วอห์นและแอนนิต้า โอเดย์ที่ดนตรีแจ๊ซซ์หวานขึ้นผละจากพวกสวิง บลูส์และบีบ็อพมาเป็นพ็อพมากขึ้นน่ะค่ะ Angels We Have Heard On High (4.5/5) งานอดัลท์คอนเทมโพรารี่ย์แบบพ็อพกอสเพลที่เชื่อว่าพี่น้องคาทอลิกคงจะคุ้นกันดี ติ๊เอามาร้องได้เพราะมากๆชอบเกือบจะที่สุดในอัลบั้มแล้ว  ไฮไลท์ของอัลบั้มอยู่ที่ Merry Christmas Baby ft.Dr.John (5/5) งานสไตล์บลูส์โซลดิบโหดผสานแจ๊ซซ์ คริสทิน่าโชว์ชั้นเชิงในการอิมโพรไวซ์ในเพลงนี่ได้อลังการน่าดูชมมากๆ อาจจะฟังยากไปนิดแต่ส่วนตัวประทับใจที่เธอทำงานระดับนี้ออกมาให้ฟังกัน อีกเพลงคือ Oh Holy Night (5/5) งานสไตล์คอนเทมโพรารี่ย์คริสเตียนมิวสิคที่เรียบเรียงได้อย่างมีมิติตั้งแต่มิวสิคคัล แทรกบทสวดสรรเสริญพระเจ้าแบบคาทอลิกในช่วงกลางตลอดจนเป็นคลาสสิคคัลครอสโอเว่อร์ที่ข้ามฟากไปเล่นกับกอสเพลจนสลับมาเป็นงานบลูส์ โซลและสแตนดาร์ดแจ๊ซซ์ตอนจบ ชอบที่สุดแล้วในอัลบั้มนี้ สำหรับคนที่ชอบสแตนดาร์ดแจ๊ซซ์เพราะๆอย่าลืมฟัง This Christmas (4/5) ก่อนจะปิดท้ายด้วย The Christmas Song (4/5) เพียโนบัลลาดบลูส์อายส์โซลเพราะๆอบอุ่นหวานหูดี มีรีมิกซ์ให้ฟังท้ายอัลบั้มด้วยนะคะ

ในเรื่องของความชอบอาจจะไม่เท่ากับงานคริสมาสต์ชุดแรกของมารายห์ แครี่ย์แต่ก็กล้ารับประกันว่าเป็นงานอัลบั้มคริสมาสต์ที่ทรงคุณภาพที่สุดชุดหนึ่งเลยทีเดียว ดีใจที่ในที่สุดก็ได้มีโอกาสเขียนถึง...ตอนนึ้ก็เหลือแค่Mi Reflejoชุดเดียวแล้วสินะที่ยังไม่ได้เขียน เหอๆ


Sistar: Alone EP



Sistar: Alone EP : Pop/R&B/Soul/Dance-Pop (95% = 5/5)

จริงๆแล้วเป็นวงที่ได้รับรีเควสต์สนั่นมากๆประจำปีที่ผ่านมาเลยนะคะแต่ด้วยความที่ช่วงนั้นชื่อของ Sistar ไม่ได้อยู่ในความสนใจเท่าไรก็เลยทำเป็นเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ไปแต่พอเขียนงานของวงเกิร์ลกรุ๊ปที่ชอบมากๆก็วนอยู่แค่ไม่กี่วงนี่แหละค่ะ Girls' Generation,T-ara,KaraมีBrown Eyed Girlsแซมมาบ้างประปราย วนกันอยู่แค่นี้จริงๆว่าแล้วส่วนตัวก็อยากจะหาวัตถุดิบสดใหม่เก๋ไก๋มอบให้แก่งานเขียนวิจารณ์ของตัวเองบ้างพอเปิดเช็คอีเมลล์ก็เจอชื่อของSistarค่อนข้างมากว่าแล้วโอเค Sistarก็Sistar ก็เสียงลือเสียงเล่าอ้างของกิตติศัพท์ทั้งเบื้องหน้าเบื้องหลังทั้งผลงานและเรื่องแซ่บๆส่วนตัวของฮโยรินและเพื่อนๆก็ออกจะลือกระฉ่อนมีผ่านเข้าหูมาเสียสนุกปากนี่ว่าแล้วก็ได้ฤกษ์เสียทีที่จะหยิบรีเควสต์ของวงเกิร์ลกรุ๊ปที่มีคนรีเควสต์มามากที่สุดของปีที่แล้วมาเขียนเสียที

นอกจาก "ฮโยริน" ที่ดิฉันถูกใจในความงามแบบแปลกๆของเธอแล้วก็พอจะจำชื่อสมาชิกในวงได้ว่ายังประกอบไปด้วยดาซม,โบราและอีกคนนี่ เอ่อ ชื่ออะไรหนอ???? "โซยู" รึเปล่าคะ??? ชื่อเสียงของ4สาวลอยกระแทกหูดิฉันมาตลอดปี2012ที่ผ่านมาว่าเป็นวงที่เต้นเป๊ะร้องเริ่ดแซ่บหลายมากกกๆๆๆ จะว่าไปมาถูกใจถึงขั้นต้องหาเพลงมาฟังก็อีตอนโอลิมปิคเมื่อปีที่แล้วน่ะค่ะที่มีมหากาพย์ T-araและฮวายองเกิดขึ้นแล้วดิฉันเผอิญไปเห็นคลิประหว่างฮโยรินกับโซยอนแล้วเกิดถูกใจในตัวชีมากๆ แหมม๊ เสียงจิกตาจิกปากจิกหน้าจิกขนาดนี้เราจะต้องเป็นเพื่อนสาวที่ดีต่อกันได้แน่ๆ คุณสมบัติเดียวกันกับที่อะฮั๊นถูกใจ T-ara ยกวง ความเป็นนางพญาๆของนางๆBrown Eyed Girls ความสามารถในการเบียดทุกซีนของ"ฮยอนอา"จาก4 Minute ลีดเดอร์ซูเปอร์โมเดลแห่ง After School อย่างเจ๊ "พัคกาฮี" เทพธิดาหน้าจิกอย่างสาว "คยูรี" หัวหน้าวงนางฟ้าKara ไปจนถึงน้องซอฮยอนมักเน่แห่ง Girls' Generation นั่นแหละหนา - - มีใครบ้างที่ธรรมดา? ไม่มี๊!!!!

พอฟังอีพี Alone จบทั้งอัลบั้ม (เมื่อวาน 26 มกราคม 2556) แล้วถึงกับหงายหลังล้มตึงลมแทบจับ "ฉันพลาดพวกเธอไปได้ยังงายยยย?????" กรี๊ดดดดด!!!! ตายแร๊วววว ตายๆๆๆ งานดีถึงขั้นที่จับยัดเข้าท็อป5อัลบั้มปี2012ที่เพิ่งจัดอันดับเสร็จไปเมื่อต้นเดือนได้เลยทีเดียว ขอโทษเจ้าค่ารู้สึกผิดมากๆๆๆๆ เอาเป็นว่ามินิอัลบั้มชุดนี้เป็นงานมินิอัลบั้มที่ได้คะแนนสูงสุดเท่าที่เคยเขียนงานเคพ็อพมาเลยนะคะคือ 95% เท่ากับงานของ Brown Eyed GirlsชุดSixth Senseอ่ะ (งานที่ได้คะแนน100%เต็มเป็นซิงเกิ้ล The Original จาก Brown Eyed Girls เช่นกัน) ส่งผลให้Sistarทำสถิติเป็นศิลปินเกาหลีที่ได้รับคะแนนจากงานรีวิวของดิฉัน5คะแนนเต็มเป็นลำดับต่อไปถัดจาก BEG,JYJและKara (2วงหลังได้94%) โธ่ ของแรงกันขนาดนี้ก็ไม่บอก Y Y

ในส่วนของภาพรวมด้านดนตรีในมินิอัลบั้ม Alone นี่ส่วนตัวขอยกให้ไทเทิ่ลแทร็คและซิงเกิ้ล Alone(5/5) เป็นตัวแทนที่ดีสำหรับสะท้อนหลักใหญ่ใจความของภาคดนตรีในอัลบั้มนี้เลยนะคะคือเป็นงานโอลด์สคูลพ็อพอาร์แอนด์เต้นรำเจือสรรพสำเนียงฟัลเซ็ทโทจำพวกฟั้งค์ประสานโซลเสริมทัพแต่พองามตบตามด้วยท่อนแร็พโย่วกระฉึกกระฉักบนบีทอาร์แอนด์บีฮิพฮอพเก๋ๆ ซึ่งพวกเธอหยอดทั้งจริตจก้านและมิติชั้นเชิงลงสู่ตัวเพลงได้ชนิดที่แพรวพราวมากๆ ต๊ายยย ความหวังใหม่แห่งแวดวงเคพ็อพของจริง เช่นเดียวกับ Come Closer (4.5/5) เพลงเปิดอัลบั้มที่คล้ายๆจะเป็นอินเทอลูดสั้นเก๋ก็เป็นงานคอนเทมโพรารี่ย์อาร์แอนด์บีโซลฟูลตลบอบอวนแบบงานอาร์แอนด์บียุค90's ของแบรนดี้,อแชนทิไปจนถึงอาลีญ่าห์ เก๋ลากกกก!!! No Mercy (4/5) อันนี้ยืนอยู่ระหว่างกลางของความร่วมสมัยแบบอิเล็คโทรพ็อพเต้นรำคลับแด๊นซ์ยูโรบีทตึ๊บฟาดสลัดสะบัดกับกลิ่นอายโอลด์สคูลแบบฟั้งค์กี้ย์และดิสโก้ ดูรุ่มรวยกรีดกรายเก๋ไก๋ดีแท้ ช่วงเบรคเอ๊าท์ที่เป็นแร็พแบบเชียร์ลีดเดอร์มาร์ชชิ่งนิดๆก็น่ารักดีไม่หยอก ชอบๆ  Lead Me (4/5) อันนี้เป็นงานพ็อพอาร์แอนด์บีสไตล์ทีนพ็อพและสตรีทอาร์แอนด์บีเย็นๆลอยๆหวานใส ใส่อารมณ์ของวัฒนธรรมจากทั้งสองฝากตั้งแต่ความเปรี้ยวแบบตะวันตกและความใสน่ารักสไตล์เกาหลีได้อย่างลงตัว ส่วนตัวชอบท่อนแร็พมากๆ ฮิพดี ขอข้ามมาปิดงานเขียนวิจารณ์กับ I Choose To Love You (4.5/5) เป็นอดัลท์คอนเทมโพรารี่ย์พ็อพอาร์แอนด์บีบัลลาดพรมบนเพียโนหวานๆเจืออารมณ์โซลลอยละล่อง โพรแกรมมิ่งน่ารักมากๆ

แม้จะฟังช้าไปมากโขแต่อย่างน้อยก็ได้ร่วมเป็นสักขีพยานกับเสียงลือเสียงเล่าอ้างทั้งหมดนะคะว่าพวกเธอเจ๋งจริงๆ ส่วนตัวก็รอคอยงานดีๆจากพวกเธอนะคะจะรีบรีวิวทันทีไม่ยอมพลาด/กรอกใบสมัครแฟนจ๋าอย่างรวดเร็ว


Jesse Labelle : Perfect Accident EP




Jesse Labelle : Perfect Accident EP : Pop-Rock/Acoustic (82% = 4/5)

ด้วยความที่รีเควสต์ล้นหลามมากๆดิฉันก็เลยจำเป็นต้องจัดด้วยวิธี "เล่นเกมส์" ซึ่งผู้ชนะเกมส์แรกสำหรับเกมส์ทายภาพในเฟซบุ๊คส์ของบ.ก.ไม่ใช่ใครค่ะแต่เป็นน้อง Jester Mizuno หรือ Disney Boy จากบอร์ด FF Mag นี่เองที่สามารถทายภาพบั้นทายของแม่มาลัยสายสมรในเอ็มวีสุดโปกฮาตลอดกาลอย่าง Heartbreaker ได้แม่นยำจนเป็นผู้ชนะเกมส์แรกกับคุณนายบ.ก.ไป

 นับว่าเป็นโชคชะตาที่ดีของคุณนายบ.ก.เรานะคะเพราะน้องปูเธอรีเควสต์อัลบั้มของ Jesse Labelle มาตอนแรกนี่ดิฉันก็ไม่รู้หรอกว่าใครแต่พอได้เห็นหน้าปกอัลบั้มของคุณเธอเท่านั้นแหละเล่นเอาอิฉันแผดเสียงลั่นคอนโดเลยทีเดียว แหม๊ แหม หล่อใสน่ารักแบบนี้นี่มันต้องเป็นโชคชะตาแน่ๆเลยค่ะที่ทำให้เราได้รู้จักกัน ไปสืบเสาะหาข้อมูลในOfficialทั้งเว็บไซต์และมายสเปซได้ข้อมูลมาพอสังเขปว่าคนหล่อเป็นชาวโตรอนโต้ แคนาดา ชอบเล่นกีต้าร์ตั้งแต่เด็กๆและเก่งกาจถึงขั้นตั้งวงดนตรีร็อคตั้งแต่สมัยไฮสคูลเองเลยทีเดียว แหมๆๆๆ ว่าแล้วลองไปยลผลงานของเทพบุตรกันหน่อยดีกว่า

 เปิดอีพี Perfect Accident ขึ้นมานี่อึ้งตั้งแต่เพลงแรกค่ะ โอ้ววว นานขนาดไหนแล้วที่อะฮั๊นไม่ได้สดับรับฟังงานดีๆเพราะๆหวานละมุนหูขนาดนี้ ภาพรวมของอัลบั้มเป็นงานพ็อพร็อคและอคูสติคเพราะๆตามขนบและธรรมเนียมของศิลปินอินดี้ที่รักใคร่ฝักใฝ่ทำดนตรีแนวๆนี้แหละหนาแม้ว่าทั้งอัลบั้มอาจจะฟังได้ไหลลื่นเพลิดเพลินจนดูเหมือนจะเหมือนๆกันไปทั้งอัลบั้มและไม่มีอะไรโดดเด่นหรือแตกต่างจากศิลปินหน้าหล่อล้านแปดชีวิตที่คร่ำหวอดบนดนตรีแขนงนี้แต่ก็ไม่มีอะไรด้อยไปกว่าใครนะคะ ความไพเราะหวานหยด เมโลดี้และฮุคที่ติดหูที่สำคัญการเรียบเรียงตัวงานได้อย่างมีเอกภาพทำให้ Perfect Accident ชุดนี้นี่ลอยลำเป็นงานโปรดของดิฉันตั้งแต่รอบแรกที่ฟัง

เปิดอัลบั้มมาด้วยไทเทิ่ลแทร็ค Perfect Accident (4/5) งานพ็อพร็อคที่กลิ่นอายกระเดียดไปทางหนุ่มอเมริกันหน้าใสจ๋า งานแบบพวกไรอัน คาบรีล่า,เท็ดดี้ ไกเกอร์ไปยันเจสซี่ แม็คคาร์ทนี่ย์ยุคแรกน่ะค่ะท่อนคอรัสติดหูตั้งแต่รอบแรกที่ฟัง จะว่าไปความสมบูรณ์แบบในตัวก็มากพอเรียกได้ว่าเป็นตัวเลือกที่ถูกต้องสำหรับการหยิบมาโปรโมตอัลบั้ม จะว่าไปอิทธิพลของความเป็นฮาร์ดร็อคและคันทรี่ย์แบบจางมากๆก็ส่งกลิ่นหลอนๆอยู่นะคะ แทร็คถัดมา Easier (4/5) สดใสและติดหูมากๆ มาถึงท่อนคอรัสนี่เชื่อว่าสาวแท้สาวเทียมไปยันสาวแก่แบบอีบ.ก.แนสที่เขียนอยู่ฟังแล้วคงอ่อนระทวยขวยเขินไปเลยทีเดียว เช่นเดียวกับ Don't Leave (4/5) ที่ใส่ลูกเล่นความเป็นโฟล์คดำเนินเรื่องพร้อมกีต้าร์อคูสติคและโพรแกรมมิ่งจางๆฟังปึุปก็ปิ๊งปั๊ No Astronaut (4.5/5) เป็นงานแบบพ็อพโฟล์คคันทรี่ย์เพราะๆแต้มบลูส์เจือจางแบบงานของจอห์น เมเยอร์แต่พ็อพกว่าฟังแล้วเคลิ้มไปเลย ต่อด้วย Australia (4/5) ที่ละจากกีต้าร์สลับมาพรมเพียโนละมุนก่อนจะขยับขึ้นไปเป็นงานจำพวกพาวเวอร์บัลลาดสูตรสำเร็จแต่ปฏิเสธไม่ลงว่าไพเราะจับใจ ปิดรีวิวด้วย Fledgling (4.5/5) วาดลวดลายอย่างเรียบง่ายด้วยกีต้าร์อคูสติคแต่ก็ได้งานโฟล์คเพราะๆชนิดน้องๆแจ็ค จอห์นสันเลยทีเดียว

 สุดท้ายนี้บรรดาคนรักไรอัน คาบรีล่า,เจสซี่ แม็คคาร์ทนี่ย์,เท็ดดี้ ไกเกอร์ไปยันจอห์น เมเยอร์ยุคแรกๆและแจ็ค จอห์นสันอย่าลืมไปหา Perfect Accident ชุดนี้มาฟังให้จงได้ นะคะ

วันเสาร์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2556

CN BLUE : RE : BLUE



CN BLUE : RE : BLUE : Pop-Rock/Alternative Rock (77% = 3.5/5)

จะเรียกได้ว่าเป็นอัลบั้มที่หามาฟังเพื่อ "ฆ่าเวลาแต่ดันถูกใจ" ก็คงจะไม่ผิดกับมินิอัลบั้มชุดที่4ของหนุ่มๆCN BLUEซึ่งตอนแรกๆไม่ได้คาดคิดว่าจะไปเสาะหามาฟังหรอกนะคะแต่หลังจาก I Got A Boy ของสาวๆ Girls' Generation แล้วดิฉันก็ไม่เห็นว่าจะมีงานจากฟากเคพ็อพชุดใดเข้าตาและน่าฟังเท่ากับงานของพวกหนุ่มๆแล้ว แล้วตายจริงทำยังไงดีล่ะเนี่ย? เพราะดิฉันไม่มีข้อมูลใดๆของพวกหนุ่มๆเขาเลยน่ะสิเจ้าคะ เอาเป็นว่าขอเขียนแบบสดๆเลยละกัน Boice อย่าว่ากันเด้อถ้าผิดพลาดประการใด

CN BLUE วงพ็อพร็อค4ชิ้นประกอบด้วย "ยงฮวา"และ"จงฮยอน"มีหน้าที่ร้องนำและดีดกีตาร์ ในขณะที่"จองชิน"รับหน้าที่เล่นเบสส์แซะตีกลองโดย"มินฮยอก" จะว่าไปสำหรับดิฉันแล้วก็ค่อนข้างจะเฉยๆกับพวกเขานะคะแต่มาสะดุดตรงที่การนำเสนอของพวกเขาที่มาในแบบ "วงดนตรี" มากกว่าวงที่จับเอาศิลปินชายมารวมกันแล้วร้องเพลงโชว์พลังเสียงหรือเต้นระบำให้เราดูอันเป็นสูตรสำเร็จของบอยแบนด์(บอยแบรนด์)เกาหลีใต้ทั่วไปที่มีให้เห็นกันดาดดื่นสำหรับพวกวงที่ตีตลาดเมนทสตรีมได้สำเร็จ คุณสมบัติของเกิร์ลกรุ๊ปในอุดมคติของดิฉันต้องมีเคมีที่ตรงกันและต้องแรงเช่นเดียวกับพวกบอยแบนด์ที่เราเน้นหล่อกับแปลกดังนั้นลองมาดูกันว่า CN BLUE จะมัดใจดิฉันได้สำเร็จหรือไม่หลังจากที่ชีวิตนี้เป็นแคสสิโอเปีย,เอลฟ์,เอพลัสและHottestไปแล้ว ก็ขอประเดิมฟังงานของพวกเขาแบบจริงๆจังๆจัดเต็มครั้งแรกกับ RE : BLUE มินิอัลบั้มชุดที่4ของหนุ่มๆดูว่าจะทำให้อิฉันอยากกรอกใบสมัครเข้าสมาคมชาว Boice กับเขาหรือไม่?

เปิดอัลบั้มด้วย I'm Sorry (4/5) ซิงเกิ้ลแรก(ใช่มั้ยคะ?)เป็นงานพ็อพร็อคเก๋าๆเจือกลิ่นอายร็อคย้อนยุคที่เปรี้ยวปริ๊ดส์และเท่ห์ดีไม่หยอก มาฟังเอาจริงๆจังๆก็ผงะ แหม ก็ไม่คิดว่าจะเล่นกันได้เข้มขนาดนี้ชั้นเชิงของริฟฟ์กีต้าร์ ลูพกลองรวมถึงท่อนคอรัสทำออกมาได้หนักแน่นมีมิติสมกับความเป็นวงร็อคดีทีเดียวค่ะ แรกๆเฉยๆกับเพลงนี้นะแต่พอผ่านไป3รอบแค่นั้นแหละขอบวกคะแนนให้อีก0.5คะแนน พวกวงอินดี้ร็อคฝรั่งบางวงฟังแล้วคงค้อนขวับ แหม!!! ใครว่าหล่อๆหน้าหวานใสแบบนี้จะต้องเต้นปุอิ๊งๆอย่างเดียวล่ะเจ้าคะ แบบนี้เกาหลีก็มี ระเบิดความมันส์กันต่อด้วย Coffee Shop (4/5) คือเมื่อกี้ไม่กล้าฟันธงฮ่ะกลัวคนอ่านหาว่าเว่อร์แต่พอได้มาฟังลึกเล่นเก๋าๆกร่างๆในเพลงนี้แล้ว แหมมม๊ ทั้งกลิ่นอายร็อคย้อนยุคแบบ80's แด๊นซ์นิดๆพั้งค์หน่อยๆคุณพี่อยากจะบอกว่าถ้าตั้งใจพัฒนานี่พวกเราจะเป็น The Killers ไปจนถึง The Rapture ของแวดวงเคพ็อพได้ไม่ยากเลยทีเดียว แน่นกว่านี้อีกนิดโจ๊ะกว่านี้อีกหน่อยแต่ความสดความเร้าใจได้ที่พอดี เพลงที่สามเป็นภาษาเกาหลีนะคะอ่านไม่ออกเป็นเพลงพ็อพร็อคเพราะๆหวานๆตามธรรมเนียมงานของศิลปินเกาหลีแท้ๆเอาไปเลย4ดาวชอบมากๆ เพลงที่4นี่มาตอกย้ำกับสิ่งที่ดิฉันได้อวยไปเมื่อตอน Coffee Shop หยกๆมาตั้งแต่บีทดิสโก้เต้นระบำจำพวกอิเล็คโทรร็อค ซินธิ์ติดพั้งค์และกีตาร์ฟั้งค์กระชากมึนๆตึ๊บๆแต่ท่อนคอรัสเป็นพ็อพแบบฉบับ CN BLUE เอาไปโลด4ดาวฮ่า เริ่ดมากกกก เพลงถัดไปขึ้นต้นมาเมโลดี้มีแววดราม่าแต่สลับเป็นอัลเทอเท่ห์ๆกีต้าร์ในเพลงดูโหลๆง่ายๆนะคะแต่เท่ห์บาดใจ รักซะแล้วทำยังไงดีแบบนี้มอบให้4ดาว ปิดท้ายด้วย Where You Are (3.5/5) เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษก็เอเคนะแต่ชอบน้อยกว่า5เพลงก่อนหน้านี้รวมถึงความลงตัวที่ดูน้อยกว่าด้วยก็เลยขอหักซะ0.5คะแนน

ฟังตั้งแต่ต้นยันจบว๊ายย ตายโหงงานของพวกหนุ่มๆมันกระเดียดเลยคำว่าพ็อพร็อคเข้าหมวดอัลเทอเนทีฟร็อคไปแล้วนี่หว่า ไม่เข้าใจว่าพวกนักวิจารณ์มืออาชีพใช้อะไรในการจำแนกประเภทคะถึงได้เรียกงานของพวกเขาให้ดิฉันเรียกตามว่าเป็นงาน "พ็อพร็อค" ได้เล่าฮึ? เอาเป็นว่าจะพ็อพร็อค จะอัลเทอเนทีฟร็อคหรือจะลามปามไปเรียกแด๊นซ์ร็อคยันอินดี้ร็อคงานของพวกหนุ่มๆก็อยู่ในข่ายๆนั้นทั้งนั้นแหละค่ะแต่ตอนนี้กรอกใบสมัครแล้วแฝวตัวเป็น Boice อย่างรวดเร็ว อิอิ

วันศุกร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2556

Jea : Just Jea


Jea : Just Jea : Pop/R&B (87% = 4.5/5)

หลังจากที่ก่อนหน้านี้เขียนถึง3อัลบั้มที่มีความหมายต่อตัวดิฉันเองเพื่อรับต้นปีไปแล้ว - - Back To Basics,TwentyและButterfly - - วันนี้ก็ขอประเดิมรีเควสต์แรกของปีนะคะจากคุณน้อง Natz Say ทีรีเควสต์งานชุด Just Jea โซโล่อัลบั้มชุดแรกจากเจ๊ "เจอา" หัวหอกคนสวยของวงเกิร์ลกรุ๊ปสุดเปรี้ยว Brown Eyed Girls หนึ่งในวงเกิร์ลกรุ๊ปเกาหลีที่ดิฉันโปรดปรานที่สุด - - ส่วนตัวชอบT-araที่สุด แต่เราก็เป็นแฟนคลับBEG,SNSD,Kara,Spica,4 Minuteและหลังๆก็After SchoolกับSistarบ้างนะ ^ ^ 2NE1ก็ฟังบ้างประปรายค่ะ Davichiเจ๋งมาก เปรี้ยวเริ่ดกันดี นี่ก็รออัลบั้มเต็มJeviceอยู่

สำหรับคนที่ติดตามแวดวงเคพ็อพนี่คงจะรู้จัก Brown Eyed Girls กันดีนะคะในฐานะวง "Vocal Group" คุณภาพที่น้ำเสียงทรงพลังและเปรี้ยวปราดขาดใจทุกนางบทจะให้องค์ลงร่ายเพลงเร็วอย่าง AbracadabraหรือSixth Senseพวกนางก็ทำได้ถึงจริตแตกแบบไร้ที่ติชนิดที่ฟังแล้วฮอร์โมนพุ่งพล่านหรือจะมาเป็นบัลลาดโชว์พลังเสียงเริ่ดๆ อาทิ งานจากThe Originalเมื่อปีที่แล้วก็ทำออกมาได้เพราะพริ้งชวนขนลุก แถมวิสัยทัศน์ในการทำดนตรีของพวกเธอไม่ธรรมดาจะว่าไปถ้าตัดสินกันในแง่ของศักยภาพล้วนดิฉันขอยกให้ Brown Eyed Girls นี่แหละเป็นเกิร์ลกรุ๊ปที่ดีที่สุดในแง่ของผลงานประจำเจเนอเรชั่นนี้ไปแบบไร้ข้อกังขา

นอกจากนี้ยังคงต้องยอมรับกันนะคะว่าเป็นวงที่สมาชิกในวง "เปรี้ยว" เริ่ด มั่นมีความเป็นปัจเจกในตัวสูงสุดโต่งกันยกวง ก่อนหน้านี้ก็ทยอยมีงานโซโล่มากันหมดแล้วซึ่งแต่ละงานก็บ่งบอกถึงความเป็นตัวตนได้ดี อย่าง Gain นี่ถ้าจำไม่ผิดออกมาสองงานแล้วมั้งและก็เป็นสองมินิโซโล่อัลบั้มที่ต่างกันสุดพลังสุดขั้วอย่างชุดแรกนี้มีกลิ่นอายของวัฒนธรรมละทินอันเป็นรากฐานแบบตลบอบอวนเก๋และเริ่ดมากมาย งานล่าสุดก็ฉีกมาเมนทสตรีมสุดขั้วสะท้อนถึงอีกมุมอันเป็นแฟชั่นนิสทาในตัวเธอ Narsha(กรี๊ดดด เมนของช้านนน)นี่แสดงถึงศักยภาพในตัวเธอที่หลอมตัวเองเข้าสู่สภาพแวดล้อมทางดนตรีที่หลากหลายตั้งแต่อคูสติคบริสุทธิ์เรียบง่ายยันพวกงานคลับแด๊นซ์เปรี้ยวระเบิดอันแสดงถึงความเป็นสตรีมีของในตัวเธอได้อย่างดีและMiryoแร็พเพอร์ของวงก็เป็นงานสไตล์ฮิพฮอพจ๋าอิทธิพลเออร์บันสุดโต่งตั้งแต่พวกสตรีทแร็พยันพวกอัลเทอเนทีฟฮิพฮอพ มาที่ลีดเดอร์วง "เจอา" กันบ้างสำหรับในโซโล่อัลบั้มชุดแรก Just Jea นี้ส่วนตัวดิฉันขอจัดให้อยู่ในหมวดของงานสไตล์ "พ็อพอาร์แอนด์บี" ทีมีความเป็น "คอนเทมโพรารี่ย์อาร์แอนด์บี" ในตัวสูงโด่งมากมีทั้งสไตล์แบบโมเดิร์นอาร์แอนด์บี แจ๊ซซ์ โซล อคูสติคไปยันกอสเพลกลายๆผสมกลมกลืนกันได้ดี

ปิดอัลบั้มด้วย Days&Nights ft.Eric Benet (5/5) เป็นงานสไตล์คอนเทมโพรารี่ย์เซ็กซี่หยาดเยิ้มบนท่วงทำนองแบบละทินโซลหวานหยดบนบีทกีต้าร์สแปนนิช ฟังแล้วคิดถึงงานสไตล์อาร์แอนด์บี90'sนวลๆแบบที่แบรนดี้หรือโทนี่ แบร็กทันชอบทำไปยันยุคโมเดิร์นอาร์แอนด์บีชิลแจ๊ซซ์แบบอแชนทิ เริ่ดมาก!!!! แทร็คที่2-4นี่เป็นภาษาเกาหลีนะคะดิฉันอ่านไม่ออกแต่คะแนนเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า4.5ดาวเลย เพลงที่สองเนี่ยเป็นงานเชิงอคูสติคแบบอินดี้พ็อพเพราะๆผสานแจ๊ซซ์กลมกล่อมน่ารักดี งานแบบLenkaในภาคที่ดีกว่าเยอะอ่ะ แทร็คที่3นี่เป็นงานอดัลท์คอนเทมโพรารี่ย์บัลลาดตรงตามวัฒนธรรมเคพ็อพทุกกระเบียดไพเราะมากๆโดยเฉพาะคอรัสกอสเพลที่แทรกมาช่วงหลังนี่อลังการสุดๆ (กีต้าร์ช่วงกลางเพลงเชยไปนิดแต่ก็ดึงอารมณ์เพลงให้สูงขึ้นนะคะ) พวกคอดิว่าบัลลาดหรือพวกที่ชอบงานบัลลาดสไตล์คอนเทมโพรารี่ย์คริสเตียนนี่กรี๊ดสลบ เสียงเจ๊ช่วงเฟดเอ๊าท์นี่สุดยอดไปเลย สำหรับแทร็คที่4นี่ก็เป็นงานบัลลาดที่ไพเราะมากๆอีกเพลงทีเดียว ละมุนละไมและสุนทรีย์ดีแท้ ปิดท้ายด้วย Silent Stalker ft. Double K (3.5/5) งานเชิงทดลองสุดโต่งหนึ่งเดียวที่ไม่ได้เข้าพวกเลย แต่ก็นับว่าฉีกอารมณ์ออกจาก4เพลงที่แล้วได้แบบแหวกแหกชวนช็อคโดยสิ้นเชิงตัวเพลงออกแนวทริพฮอพมีทั้งอัลเทอเนทีฟ อิเล็คโทรนิค ฮิพฮอพและอินดี้ร็อคนับว่าระเบิดด้านที่มืดหม่นของเจอาออกมาได้ดีทีเดียว

ท้ายที่สุดต้องขอขอบคุณน้องNatz Sayนะคะที่รีเควสต์อัลบัมดีๆชุดนี้มา ส่วนตัวโปรดปรานมากกกก ฟังแล้วรักBEGขึ้นมาเยอะเลยและส่วนตัวรู้สึกดีใจที่ได้รู้จักกับความเป็นตัวตนของ Jea มากขึ้นเพราะก่อนหน้านี้เรียกได้ว่าเธอเป็นสมาชิกBEGเพียงคนเดียวเลยมั้งที่ดิฉันไม่ค่อยรู้อะไรเกี่ยวกับตัวเธอเท่าไร





วันศุกร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2556

Girls' Generation : I Got A Boy



Girls' Generation : I Got A Boy : K-Pop/Electropop/R&B/Dance-Pop (69% = 3/5)

ถ้าถามถึงงานเพลงอันน่าจับตามองที่สุดประจำต้นปีจากศิลปินฟากเคพ็อพล่ะก็แน่นอนว่าคงหนีไม่พ้นที่จะต้องดำดิ่งแหวกว่ายไปวี๊ดว๊ายดีดดิ้นร่วมกับเหล่า SONE ก็จะอะไรเสียอีกล่ะค่ะถ้าไม่ใช่9ดรุณี Girls' Generation - - แทยอน,เจสซิก้า,ทิฟฟานี่,ซอฮยอน,ซันนี่,ยูนอา,ฮโยยอน,ซูยองและยูริ - - ที่เพิ่งปล่อยสตูดิโออัลบั้มชุดล่าสุด I Got A Boy มาเอาใจเหล่าโซชิกันสดๆร้อนๆ (ในวันปีใหม่) นับว่าเป็นของขวัญต้อนรับปีใหม่สำหรับแฟนๆทั่วโลกของพวกเธอเลยทีเดียว ใครชอบไม่ชอบไม่รู้แต่ที่แน่ๆยัยบ.ก.แนสทิน่าSONEวัยเฉียดจะ30ของเรานั่งยิ้มแล้วยิ้มอีกด้วยความปลื้มปิติ แถมเกิดความคิดชั่วร้ายที่จะลัดคิวรีเควสต์ทั้งหมดเพื่อจะรีบเขียนรีวิวให้9สาวSNSDอันเป็นที่รัก - - ขนาดหล่อนรีบแล้ว!!! - - ไหนจะล่าสุดบ.ก.ของเราถูกหวยใต้ดินร่วมหกพันแถมยังฝันเห็น9นางมาให้โชคด้วยนะเออ อีแบบนี้คนอ่านทุกท่านที่รีเควสต์มารบกวีรอสักนี๊ดดนะคะขอบ.ก.ทำหน้าที่แฟนคลับที่ดีก่อน

สำหรับอัลบั้ม I Got A Boy นี่ความรู้สึกในวินาทีแรกที่ฟังเก็บรายละเอียดแบบผ่านๆนี่สารภาพว่ารู้สึก"เฉยๆ" นะด้วยความที่รอบแรกที่ฟังแล้วรู้สึกว่ามันเป็นงานสไตล์ Girls' Generation มากๆจนต้องแอบขัดใจนิดนึงว่าเมื่อไรหนอเราจะได้เห็นสาวๆโตขึ้นและเปลี่ยนแปลงอย่างเต็มตัวเสียที แต่มาคิดดีๆมาโทษพวกเธอก็ไม่ถูกเพราะถ้าจะด่าก็ต้องไปด่าโปรดิวซ์เซอร์และค่ายSMโน่นที่ผ่านไปกี่ชุดก็ให้พวกเธอทำแต่งานมาตรฐานสูตรสำเร็จของSMคือแรงเฉพาะเพลงที่เป็นซิงเกิ้ลที่เหลือก็เมนสตรีมคอยลุ้นกันเอาเองตามมีตามเกิด - - ทั้งๆที่ศักยภาพของสาวๆฉันก็ถึงแล้วพร้อมที่จะระเบิดไปหลายตู้มแล้ว ค่ายก็มาให้ทำงานแบบกั๊กๆกักๆอยู่ได้ - - เอาเถอะถึงจะเป็นงานที่ปล่อยของกันเฉพาะซิงเกิ้ลแต่มาคิดดูดีๆงานแบบนี้นี่ SONE ตัวจริงต้องชอบแน่ๆเพราะเป็นงานแบบGirls' Generation จริงๆที่หวานใสไพเราะถูกหูต้องตามอุปสงค์ทุกกระเบียด จะว่าไปเราก็เจออัลบั้มที่สามารถหยิบมาฟังได้เพลินๆทั้งปีแล้วละนะ

ในแง่ของดนตรีวัดที่ภาพรวมใน I Got A Boy นี้ยังคงเป็นงาน "เคพ็อพ" แบบเมนทสตรีมเคพ็อพสไตล์ Girls' Generationและพะยี่ห้อSMจ๋าแต่มองกันลึกๆดีๆในแง่ของความเปลี่ยนแปลงมีทิศทางค่อนข้างจะชัดเจนเลยทีเดียวด้วยความที่ทิศทางของดนตรีเคพ็อพล่าสุดจะวิ่งไปตอบสนองดนตรีจำพวกอิเล็คโทรพ็อพเต้นรำและดนตรีเชิงทดลองซึ่งทางค่ายและสาวๆก็ไม่พลาดที่จะตามเทรนด์เขาเหมือนกัน เห็นได้ชัดในไทเทิ่ลแทร็ค I Got A Boy (3.5/5) ซิงเกิ้ลเปิดตัวที่เป็นงานทดลองสุดโต่งเพียงหนึ่งเดียวของอัลบั้มโดยการจับอิเล็คโทรนิคมาขยำรวมกับซาวนด์เออร์บันจำพวกฮิพฮอพและสตรีทอาร์แอนด์บีเพลงเปิดมาด้วยสองลีดแร็พคนสวยอย่างซูยองและยูริที่ต้องชมว่าทั้งคู่พัฒนาขั้นจากช่วง The Boys มากๆในขณะที่ช่วงเบรคหลังคอรัสการแร็พของฮโยยอนนี่เป็นอะไรที่ฟังแล้วลุกขึ้นมาตบเข่าผาง คือมันใช่อ่ะ!!! ซึ่งก็นับว่าเป็นการจับแพะมาชนแกะกับท่อนคอรัสบนดนตรีดั๊บสเต็ปและทีนพ็อพใสๆหวานๆตามวัฒนธรรมเคพ็อพได้ชนิดสุดแสนจะลงตัวเหมาะเจาะเหมาะใจ ส่วนตัวชอบช่วงTwinkle ที่สับรางมาให้สามสาวแททิซอร้องโชว์ลูกคอโหดๆในแบบโซลร็อคเรโทรจ๋าแบบงานซับยูนิตที่ประสบความสำเร็จถล่มทลายก่อนหน้า จะว่าไปถามว่าเพลงนี้ "มั่ว" มั้ย? ก็ต้องตอบตรงๆว่า "ไม่ไปไหนสักทาง" คือเข้าใจว่าเป็นงานทดลองอารมณ์เดียวกับ PandoraงานจับทางของพวกKaraที่ดูเหมือนจะเน้นเยอะกันไว้ก่อนและยังหาจุดสมดุลย์ที่ลงตัวในเพลงไม่ได้ แต่แปลกคือฟังไปนานๆแล้ว "ชอบอ่ะ!!!" ชอบมากๆด้วยคือในความไม่ลงตัวมันมีพลังอะไรบางอย่างที่ฟังแล้ว "ใช่!!!" คือมันดูเป็นเอกลักษณ์ของเทรนด์ใหม่แนวเคพ็อพล่าสุดดี เอาเป็นว่าเชื่อว่าถ้าพวกเธอจับทางกันดีๆต่อไปเชื่อว่าต้องได้เพลวที่เปรี้ยงๆถูกใจแรงๆสักวันแน่นอน

นอกจากนี้ทิศทางของอัลบั้มที่เหลือส่วนมากจะไปทาง "เรโทร" เสียมากคือหยิบจับพวกดนตรีสไตล์ย้อนยุคมาเล่น อาทิ Dancing Queen (3.5/5) คัฟเว่อร์ Mercy เพลงพ็อพโซลอมตะขึ้นหิ้งของสาวDuffy ซึ่งการวางไลน์เสียงและท่อนอิมโพรไวซ์สาวๆก็ยังยึดของเดิมเต็มๆ จะต่างออกไปก็ตรงมีการอัพบีทเต้นรำแบบฟั้งค์กี้ย์ดิสโก้70'sชวนให้นึกถึงสมัยที่Abbaยังผงาดในวงการไม่น้อย แรกๆไม่ชอบหรอกเพราะส่วนตัวชอบต้นฉบับแต่นานๆไปก็โอเคนะ หรือ Express 999(3.5/5) นี่ก็ตบกลิ่นอายเรโทร80'sจ๋าแบบซินธิ์พ็อพผสานอิเล็คโทรนิคตบบีทดิสโก้และความเป็นแดนซ์ร็อคกระชากๆเก๋ไก๋ดี Talk Talk (3.5/5) ที่เป็นภาคภาษาเกาหลีของ Boomerang ในอัลบั้ม Girls&Peace ก็แปลกหูและเพราะไปอีกแบบ มาที่Baby Maybe (4/5) ที่ "พิ๊กซี่ ล็อตต์" ยกเดโมมาให้ (ใช่เพลงนี้มั้ยคะ?) ก็มาแนวร่วมสมัยเป็นอาร์แอนด์บีพ็อพหวานๆที่ปรุงแต่งใหม่ด้วยการจรดปากกาจากซอฮยอน,ยูริและซูยองจนออกมาเป็นเพลงเคพ็อพเพราะๆอีกเพลง ปิดอัลบั้มด้วย Romantic St. (4/5) พรมเพียโนหวานหยดตอนเปิดตัวก่อนจะสลับมาเป็นสแตนดาร์ดแจ๊ซซ์ตามธรรมเนียมที่พวกเกิร์ลกรุ๊ปเกาหลีชอบทำกัน หวานมากๆ

ท้ายที่สุดแม้ส่วนตัวอาจจะไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นกับการคัมแบ็คครั้งนี้ของ Girls' Generation แบบที่ควรจะเป็น - - คือพวกเธอทำอะไรได้มากกว่านี้อ่ะ - - แต่ในแง่ของพัฒนาเมื่อเทียบกับอัลบั้ม The Boys แล้ว ตัวอัลบั้มโดยรวมเป็นที่น่าพึงพอใจเอาเป็นว่าก็ขอเป็นกำลังใจให้สาวๆนะคะแล้วก็จะเฝ้าติดตามพัฒนาการของพวกเธอต่อไป

วันจันทร์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2556

Mariah Carey : Butterfly



Mariah Carey : Butterfly : Pop/R&B/Hip-Hop (97% = 5/5)

ตั้งแต่เปิดศักราช2013มานี่ก็ได้นั่งเขียนถึงงานจากฟาก "อาร์แอนด์บี" ติดกันมาตลอดด้วยความที่เป็นช่วงเวลาที่งานดนตรีแขนงนี้วนกลับเข้ามามีอิทธิพลต่อชีวิตการฟังดนตรีและเป็นแรงบันดาลใจอย่างมากในชุดนี้ พูดตามตรงก็คือ "คิดถึง"หนึ่งในสิ่งที่เปรียบเสมือนพื้นฐานของเรา สิ่งที่เราชอบและเติบโตมาด้วย และแน่นอนเมื่อพูดถึงอัลบั้ม "อาร์แอนด์บี" ส่วนตัวจะคิดถึงอัลบั้มชุด Butterfly ของมารายห์ แครี่ย์ขึ้นมาเป็นอันดับแรกๆซึ่งก็น่าแปลกใจที่ตลอดระยะเวลาเกือบ11ปีที่เขียนวิจารณ์เพลงมาไม่เคยได้มีโอกาสเขียนถึงอัลบั้มชุดนี้เลยทั้งๆที่ได้รับรีเควสต์มาก็ไม่น้อย นับว่าวันนี้เป็นโอกาสดีที่ท้ายที่สุดจะได้เขียนถึงผลงานสุดรักจากศิลปินที่ชื่นชอบที่สุดตลอดกาลท่านหนึ่งเสียที

ในอัลบั้ม Butterfly จะว่าไปก็เปรียบเสมือน "จุดกำเนิดทางดนตรีครั้งใหม่" ของมารายห์ แครี่ย์ก็คงไม่ผิด จากก่อนหน้านี้ที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามจากการถูกต้นสังกัดSony Musicและอดีตสามี "ทอมมี่ ม็อตโทล่า"ที่ขึ้นแท่นเป็นประธานวางหมากให้เธอทำดนตรีสไตล์อดัลท์คอนเทมโพรารี่ย์ที่แม้จะประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามทั้งในแง่ของยอดขายและอันดับเพลงโดยเฉพาะอย่างยิ่งถึงขั้นที่สร้างสถิติี่เป็นประวัติศาสตร์ประดับชาร์ตเพลงให้แก่มารายห์อย่างอย่างมากมายมหาศาลตลอดจนสร้างอัตลักษณ์ทางดนตรีให้เธอเป็นหนึ่งของสัญลักษณ์ตลอดกาลแห่งงานดนตรีแบบ "ดิว่า90's" และแน่นอนเป็นศิลปินที่ประสบความสำเร็จตลอดกาลของยุคดังกล่าว หากแต่นั่นไม่ได้สร้างความพึงพอใจให้แก่ตัวมารายห์ที่ต้องการนำเสนอภาพลักษณ์ทางดนตรีที่เธอใฝ่ฝันจะทำมาโดยตลอด - - สิ่งที่เป็นตัวตนของเธอจริงๆ

สำหรับคนที่เป็นแฟนคลับของแม่มาลัยจะรับทราบกันดีว่าแท้จริงแล้ว "ฮิพฮอพ"และ"อาร์แอนด์บี"คือแนวดนตรึที่แม่หมีของเราหมายมั่นปั้นมือที่จะทำตั้งแต่อัลบั้มแรกแต่ทางสังกัดต้องการที่จะผลักดันเธอในฐานะ "ศิลปินแบบดิว่าบัลลาดโชว์พลังเสียง" มากกว่า เราจึงได้เห็นอิทธิพลของดนตรีประเภทอาร์แอนด์บีและโซลแบบคนดำแฝงเร้นอยู่ในอัลบั้มก่อนหน้านี้ของเจ๊เธอมาทุกชุดที่โต่งสุดเห็นจะเป็น "Emotions" ที่ดูโต่งและดิบมากในขณะที่ Daydream ก็เริ่มจะฉายแววอิทธิพลของดนตรีแบบฮิพฮอพมาให้แฟนๆเตรียมตัวตั้งรับกันตั้งแต่รีมิกซ์ของซิงเกิ้ล Fantasy แล้ว

 ทุกสิ่งทุกเกิดมาคุร้อนระอุเอาในButterflyชุดนี้เมื่อแม่มาลัยขอขึ้นแท่นบังคับทิศทางของตัวงานเองรวมถึงเรื่องระหองระแหงถึงขั้นหย่าร้างกับสามีประธานค่ายเทปอีกว่าแล้วอะไรที่ดิฉันเคยต้องเก็บให้มันกดดันอัดแน่นไว้ก็ขอปล่อยออกมาาเต็มที่ในชุดนี้ก็เลยแล้วกัน เชื่อว่าฐานแฟนเก่าๆของเธอที่หลงใหลมารายห์ในฐานะเจ้าแม่เพลงบัลลาดในงานชุดก่อนหน้านี้ได้มาฟังก็อาจจะลมจับถึงขั้นพาลไม่ชอบไปเลยก็เป็นได้จากงานอดัลท์คอนเทมโพรารี่ย์ก่อนหน้านี้สู่การพบปะกับความขบถของแม่มาลัยที่กลายร่างมาทำดนตรีสไตล์ "อาร์แอนด์บี" ชนิดเต็มตัวเน้นหนักบนภาคของความเป็นคอนเทมโพรารี่ย์อาร์แอนด์บีเนิบๆกรีดกรายผสานโซลฟูลเนิบๆลอยๆและฮิพฮอพเก๋ๆที่ทำออกมาได้เปรี้ยวปราดช็อคโลกและมีระดับชนิดที่ศิลปินหญิงที่คร่ำหวอดในสายอาร์แอนด์บีแท้ๆยังต้องทึ่งเนื่องจากใครจะไปคิดว่าศิลปินที่ร้องเพลงอมตะระดับโลกอย่าง HeroหรือWithout Youจู่ๆจะของขึ้นสับรางมาตีโจทย์อาร์แอนด์บีได้แตกกระเจิง อย่างไรก็ตามใช่ว่ามารายห์จะทิ้งขว้างฐานแฟนเดิมๆทิ้งนะคะเพราะงานแบบอดัลท์คอนเทมโพรารี่ย์สไตล์Classic Mariahก่อนหน้านี้ยังก็ยังมีให้ฟังอยู่เพียงแต่ถูกลดทอนบทบาทให้เป็นทัพหลังโดยมีสูตรสำเร็จงานดนตรีแบบอาร์แอนด์บีและฮิพฮอพก้าวเข้ามาเป็นสูตรสำเร็จใหม่แทน - - จะว่าไปก็เป็นมารายห์สองยุคในอัลบั้มเดียวนะ

 เพลงไหนที่ชอบในอัลบั้มนี้? ถ้าจะบอกว่าชอบหมดทุกเพลงล่ะ 555 แต่คงเลือกแต่ที่ชอบจริงๆมาเขียนนะคะ แน่นอนว่า Honey (5/5) ซิงเกิ้ลแรกกับวิดีโอซิ่งเจ็ทสกีสุดอลังการของแม่หมีนั้นต้องติดท็อป5ของเพลงที่ชอบที่สุดในอัลบั้มนี้ไปอย่างไม่ต้องสงสัยจะว่าก่อนหน้านี้ในDreamlover,Fantasy หรือ Always Be My Baby นี่มารายห์ก็พยายามปูทางที่จะทำเพลงแนวๆพ็อพอาร์แอนด์บีประมาณนี้ออกมาให้เข้มข้นจัดจ้านขึ้น ดูเหมือนทุกสิ่งจะมาระเบิดศักยภาพขีดสุดที่ซิงเกิ้ลนี่แหละค่ะกับงานพ็อพอาร์แอนด์บีเต้นรำสนุกๆไหลลื่นอิสระได้ใจภายใต้บีทกระฉึกกระฉักแบบ "สตรีทฮิพฮอพ" เก๋ๆ คือจำวินาทีแรกที่ฟังได้ว่าหันขวับมามองทีวีเลยว่า "นี่เพลงใคร?" คืออยากจะบอกว่าทั้ง Verse,พรีคอรัส,ท่อนคอรัสหรือตลอดกาลอิมโพรไวซ์ทั้งทั้งมวลคือ "ฮุค" ก็คงไม่ผิดเพราะว่าเป็นหนึ่งในเพลงที่โดดเด่นและน่าสนใจที่สุดชนิดที่เป็นไฮไลท์ได้ทั้งเพลงเท่าที่จำความได้ว่าชีวิตนี้เคยฟัง เจ๋งมากๆแม่!!! ต่อด้วยไทเทิ่ลแทร็ค Butterfly (5/5) ที่เป็นเพลงที่ดิฉันชอบที่สุดในอัลบั้มตลอดจนเป็นหนึ่งในเพลงของมารายห์ที่ส่วนตัวชอบที่สุด งานดนตรีพ็อพบัลลาดที่ดูเหมือนจะได้แรงบันดาลใจมาจากความสำเร็จของ One Sweet Day และอิทธิพลจากการประสานเสียงสไตล์กอสเพลแบบ Boyz II Men เป็นเพลงที่ให้ความรู้สึกที่บริสุทธิ์และทรงพลังสุดๆ หนึ่งในธีมประกอบภาพยนตร์ชีวิตของดิฉัน สำหรับใครที่ชอบงานของมารายห์ในยุคก่อนหน้านี้แนะนำ Close My Eyes (4.5/5) พ็อพอาร์แอนด์บีบัลลาดผสานไลท์แจ๊ซซ์นุ่มๆเย็นๆเชื่อว่าฟังแล้วคงเคลิ้มนึกไปถึง Love Takes Time และบางเพลงในอัลบั้ม Emotions ไม่มากก็น้อยเช่นเดียวกับ Whenever You Call (4/5) ที่เป็นอดัลท์คอนเทมโพรารี่ย์บัลลาดแบบ Classic Mariah แท้ๆ งานดิว่าบัลลาดแห่งอารยธรรม90'sน่ะค่ะ เป็นสองเพลงที่แฟนเก่าๆน่าจะชอบ มาที่ My All (3.5/5) อันนี้ส่วนตัวไม่ชอบแต่ก็โดดเด่นจนไม่เขียนถึงไม่ได้ตัวเพลงเป็นพ็อพอาร์แอนด์บีบัลลาดที่โดดเด่นบนบีทกีตาร์ละทินและอารมณ์โซลฟูลอาร์แอนด์บีลอยละล่องโหยหวนเคว้งคว้าง เพอร์คัสชั่นไพเราะมากๆ จะว่าไปก็เซ็กซี่หยาดเยิ้มดีหรอกนะคะแต่อาจจะไม่ได้คลิ๊กด้วยเป็นการส่วนตัว

The Roof(4/5),Fourth Of July(4.5/5),Breakdown(4.5/5)และBabydoll(4.5/5) นี่เป็นงานคอนเทมโพรารี่ย์อาร์แอนด์บียุคบุกเบิกของแม่มาลัยหรือจะพูดให้เข้าใจง่ายๆคือต้นตระกูลของอีกหลายๆเพลงที่ตามมาในอัลบั้มหลังจากนี้ อาทิ Shake It Off,The One,MigrateและหลายๆเพลงในCharmbraceletและMemoirs Of An Imperfect Angelที่นับกันไม่หวาดไหวนั่นแหละค่ะ อย่าง Fourth Of July นี่เป็นงานโซลฟูลอาร์แอนด์บีลอยๆได้แรงบันดาลใจมาจากงานอาร์แอนด์บีจำพวก "ไควเอทสตอร์ม" สมัย70'sแต่มาในรูปโมเดิร์นอาร์แอนด์บีปลายทศวรรษ90'sน่ะค่ะ ฟังแล้วอดคิดถึงเพลงนึงในอัลบั้มMemoirs...ไม่ได้ ชื่ออะไรนะ "Back In The Day รึเปล่าหนอ???" (พอจะเขียนก็ลืมชื่อซะงั้น) พวกงานพ็อพอาร์แอนด์บีโพรแกรมมิ่งกรุ๊งกริ๊งชนกับโซลลอยๆและฉาบแจ๊ซซ์จางๆน่ะค่ะ ส่วนเพลงที่เหลือนี่มาแบบอาร์แอนด์บีฮิพฮอพ90'sเท่ห์ๆในรูปแบบที่เป็นตำนานไปแล้ว ดิบดำแต่สุนทรีย์และติดหูมากมาย Fly Away (Butterfly Reprise) (4.5/5) ที่ร่วมกับ "เดวิด โมราเลซ" อดีตโปรดิวซ์เซอร์คู่บุญ อัพบีทเป็นแนวเต้นรำแบบเฮ้าส์ดิสโก้กรุยกรายผสานโซลกอสเพลสุดทรงพลัง อลังการมากมาย The Beautiful Ones (4.5/5) คัฟเว่อร์จากพริ๊นซ์ ต้นฉบับนี่ไม่เคยฟังหรืออาจจะจำไม่ได้แล้วฉบับของคุณนายมาลัยเป็นแนวโอลด์สคูลแบบงานบลูส์โซลอาร์แอนด์บีโมทาวน์60'sจ๋าผสานแจ๊ซซ์พลิ้วๆนุ่มละมุนและกอสเพลสุดอลังการ ปิดอัลบั้มด้วย Outside (4.5/5) อีกหนึ่งเพียวโซลบัลลาดเพราะๆ ฟังแล้วอบอุ่นไปทั้งตัว

อ้าว ตายจริงไปๆมาๆเขียนตัดคะแนนหมดทั้งอัลบั้มซะงั้นอย่างที่รู้กันในหมู่คนอ่านที่ติดตามกันมานานนะคะว่าเวลาเขียนถึงคริสทิน่า,บริทนี่ย์,มาดอนน่าหรือมารายห์ทีไรนี่จะมีความรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูกและบางทีจินตนาการก็จะไหลลื่นไปเรื่อยจน "เบรคไม่อยู่!!!" ส่วนตัววันนี้ก็ดีใจมากๆเลยทีเดียวนะคะที่ในที่สุดก็มีโอกาสได้เขียนถึงอัลบั้มสุดที่รักชุดนี้เสียที ขอให้ปีนี้เป็นปีของมารายห์นะคะ ^ ^

วันอาทิตย์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2556

Boyz II Men : Twenty

Boyz II Men : Twenty : R&B (95% = 5/5)

สำหรับผู้ที่เติบโตมากับงานเมนทสตรีมจากยุค90'sคงจะรู้ว่านอกจากดนตรีจำพวกกรั๊นจ์ บริทพ็อพและพวกทีนพ็อพบับเบิ้ลกัมแบบบอยแบนด์เกิร์ลกรุ๊ปแล้วอีกหนึ่งภาคดนตรีที่ทรงอิทธิพลต่อแวดวงคอนเทมโพรารี่ย์ในช่วงเวลานั้นไม่แพ้กันคงต้องยกให้ "อาร์แอนด์บี" ลองคิดถึงช่วงเวลาเบ่งบานของศิลปินอย่างเบบี้ย์เฟซหรือไบรอัน แม็คไนท์ในยุคนั้นดูก็คงจะปฏิเสธไม่ได้ถึงความทรงอิทธิพลจากวัฒนธรรมของอาร์แอนด์บีสมัย90'sซึ่งส่วนตัวคิดว่าเป็นยุคที่งานอาร์แอนด์บีไพเราะไม่แพ้สมัยช่วงยุค60's-70'sที่เป็นยุคทองของค่ายโมทาวน์ช่วงเวลารุ่งโรจน์ถึงขีดสุดของดนตรีคนดำอย่างอาร์แอนด์บีและโซลทีเดียว

 แน่นอนว่าเมื่อพูดถึง "อาร์แอนด์บี" แล้วคอดนตรีตัวจริงคงจะปฏิเสธชื่อของ "Boyz II Men" ไม่ลงแน่นอน ในฐานะที่พวกเขาเป็นวงบอยแบนด์อาร์แอนด์บีที่ประสบความสำเร็จที่สุดตลอดกาล จากความสำเร็จของยอดขายมหาศาลที่ถ้าจำไม่ผิดน่าจะประมาณกว่า60ล้านแผ่นทั่วโลก เป็นผู้ร่วมสร้างประวัติศาสตร์บนบิลบอร์ดชาร์ตกับมารายห์ แครี่ย์ในซิงเกิ้ลOne Sweet Dayที่ทะยานขึ้นไปถึงอันดับที่หนึ่งกว่า16สัปดาห์และยังคงครองบัลลังก์เจ้าของสถิติเพลงที่ได้อันดับหนึ่งยาวนานที่สุดบนบิลบอร์ดชาร์ต - - ซึ่งรู้สึกว่าจะบีทสถิติตัวเองจากซิงเกิ้ล End Of The Road ที่ก่อนหน้านั้นครองอันดับหนึ่งไปถึง13สัปดาห์นะคะ - - ตลอดจนความสำเร็จในแง่ของการเป็นที่ยอมรับแฝะกล่าวขวัญถึงอย่างล้นหลามในแวดวงเมนสตรีม เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ส่วนตัวทางนิตยสารHysteriaจึงขอย้อนกลับสู่หนึ่งในดนตรีที่บ.ก.ของนิตยสารเรารักและเติบโตมาด้วยกับอัลบั้มชุด Twenty สตูดิโออัลบั้มชุดล่าสุดของพวกเขาในปี2011 - - ที่พวกเขาได้นำความไพเราะของดนตรีอาร์แอนด์บี90'sแท้ๆกลับคืนมาอีกครั้ง

สำหรับภาคดนตรีในอัลบั้ม Twenty ก็ยังคงเป็นงานดนตรีที่พวกเขาได้สร้างไว้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ทุกวันนี้ก็เชื่อว่ายังคงทรงอิทธิพลต่อศิลปินและคนที่รักเพลงอาร์แอนด์บีในทุกวันนี้นั่นคือ "ดนตรีสไตล์ Boyz II Men" ซึ่งหลักใหญ่ใจความเป็นงานอาร์แอนด์บีที่ยืนพื้นบนการประสานเสียงแบบอะแค็พเพลล่าที่ฟังดูเหมือนได้รับอิทธิพลจากการประสานเสียงแบบกอสเพลในโบสถ์เนื้องานมีทั่งความเป็นอดัลท์คอนเทมโพรารี่ย์เป็นมิตรกับสถานีวิทยุ โซลไปยันคอนเทมโพรารี่ย์อาร์แอนด์บีชั้นสูงทีเดียว แล้วจะหาว่าพวกเขาไม่มีอะไรแปลกใหม่ก็ไม่ใช่ซะทีเดียวนะคะแม้ฟังแล้วจะ "อืม นี่มันงานของพวกBoyz II Men" ชัดๆแต่ก็มีแฝงลูกเล่นร่วมสมัยอื่นๆมาเอาใจทั้งโมเดิร์นอาร์แอนด์บี ชิลแจ๊ซซ์ งานพ็อพอาร์แอนด์บีแบบนีโย่กับคริส บราวน์ก็มีให้ได้ยินแค่ตลบด้วยการวางไลน์ประสานเสียงสุดอลังการตลอดจนย้อนไปเป็นงานโอลด์สคูลแบบโมทาวน์ก็มีค่ะ

อัลบั้ม Twenty ประกอบด้วยซีดีสองแผ่นคือแผ่นแรกที่เป็นงานใหม่และแผ่นที่สองที่รวมเพลงฮิตระดับคลาสสิคของพวกเขาไว้ให้แฟนๆที่คิดถึงและแฟนๆรุ่นหลังๆได้ฟังกันถึง9เพลง แทร็คที่ส่วนตัวแนะนำก็มี On Bended Knee,End Of The Road,I'll Make Love To You ซึ่งเป็นงานอาร์แอนด์บีบัลลาดเพราะๆสไตล์Boyz II Men ที่รับประกันว่าไพเราะและทุกคนต้องชอบ สำหรับคอนิวแจ็คสวิง90'sพลาด Motownphilly ไม่ได้นะคะเป็นงานพ็อพอาร์แอนด์บีที่ผสานเอาความคื้นเครงของดนตรีเต้นรำ พ็อพแร็พ โซล แจ๊ซซ์และฟั้งค์กี้ย์ดิสโก้ย้อนยุคเข้าด้วยกัน แซ่บมากๆ

มาตัดคะแนนเพลงใหม่ๆในอัลบั้มกันบ้างเริ่มที่ Believe (5/5) งานเปิดอัลบั้มงานพ็อพอาร์แอนด์บีอัพบีทเต้นรำสุดหฤหรรษ์สไตล์โอลด์สคูลพ็อพดิสโก้และเสียงประสานแบบโซลกอสเพล ต๊ายย 90'sมากๆใครจะหาว่าเชยหรือดักดานอย่าไปแคร์ค่ะดิฉันชอบคนนึงล่ะ So Amazing (4.5/5) ๊นคอนเทมโพรารี่ย์อาร์แอนด์บีไพเราะสุนทรีย์แบบโมเดิร์นอาร์แอนด์บีผสานชิลแจ๊ซซ์ไฮโซ อารมณ์โซลฟูลหวานๆลอยฟุ้งจนอดเคลิ้มไม่ได้ มาที่ More Than You'll Ever Know (4.5/5) งานบัลลาดเอาใจแฟนเก่าๆ งานอดัลท์คอนเทมโพรารี่ย์อาร์แอนด์บีอีซี่ลิสนิ่งตามขนบของBoyz II Menแหละเจ้าค่ะ ช่วงหลังแอดลิบได้ใจมากๆ มาที่ I Shoulda Lied (4.5/5) ฟังแล้วอาจจะนึกว่าเป็นงานของนี่โย่เพราะมากๆ Benefit Of A Fool (5/5/) งานโมทาวน์พ็อพโซลเพราะมากๆผสานมนตร์เสน่ห์ของความดิบแบบบลูส์โซล ฟั้งค์และอาร์แอนด์บีเข้ากับความร่วมสมัยแบบซาวน์สแครชและเสียงประสานสไตล์อะแค็พเพลล่า บีทบ็อกซ์จวบจนกอสเพล One Up For Love (4/5) ที่เชื่อว่าใครๆก็คงจะเมินท่อนคอรัสแสนติดหูไม่ได้ ปิดท้านด้วยงานโบนัสแทร็คของJapanese Editionที่ร่วมงานกับExile Atsushiในเพลง End Of The Day (5/5) อีกหนึ่งโมเดิร์นอาร์แอนด์บีที่โดดเด่นบนท่วงทำนองอคูสติค เพราะเว่อร์ไปเลย

 แม้ว่าอาจจะมีกระแสค่อนขอดว่าพวกเขา "ซ้ำซาก" คือยึดติดกับสูตรสำเร็จของตัวเองและหยุดเวลาไว้กับยุค90's ซึ่งก็พูดถูกแต่อย่าไปแคร์ "ศิลปินมีจุดยืนกันทั่วโลกแหละค่ะ" ส่วนตัวก็พร้อมจะฟังงานสไตล์พวกเขาเสมอ เช่นเดียวกับที่ Backstreet Boys,แม่มาลัย,Oasisหรือเจ๊หอกออกงานที่เป็นตัวเองมาไม่เปลี่ยนแปลงขนาดไหนก็พร้อมจะติดตามอยู่ดี เช่นเดียวกับที่พวกเขาถูกเหน็บแนมว่า "หมดยุคไปแล้ว" ซึ่งก็จริงช่วงเวลาของBoyz II Menในวงการหมดลงแล้วตามกฏวัฏจักรอันเชี่ยวกรากของอุตสาหกรรมดนตรีแห่งวัฒนธรรมกระแสหลักแต่อย่างน้อยพวกเขาก็ได้สร้างปรากฏการณ์และมีช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ในความทรงจำของคอดนตรีทุกท่านละนะ - - หนึ่งในสิ่งที่ประสบความสำเร็จที่สุดสำหรับคนที่เป็น "ศิลปิน" ในความรู้สึกของดิฉันคือแม้ช่วงเวลาของความรุ่งโรจน์จะผ่านไปแล้วแต่แรงบันดาลใจและความทรงอิทธิพลที่มีต่อคนรุ่นหลังจะยังดำเนินสืบต่อไปไม่มีวันตาย