วันจันทร์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

Mary J. Blige : My Life II... The Journey Continues (Act 1)



Mary J. Blige : My Life II... The Journey Continues (Act 1) : R&B/Hip Hop Soul (92% = 4.5/5)

 จริงๆอัลบั้มนี้ดิฉันได้ฟังไปนานมากแล้วจำไม่ผิดน่าจะตั้งแต่ช่วงต้นๆปี ซึ่งส่วนตัวขอบอกเลยว่า "ประทับใจ" มากๆค่ะเพียงแค่ช่วงนั้นยังไม่มีโอกาสดีที่จะได้เขียนถึงก็แค่นั้น แต่วันนี้ต้องขอบคุณคุณพีระดลผู้อ่านจากเพจ Hysteria ที่ได้รีเควสต์รีวิวอัลบั้มนี้มา...เป็นโอกาสอันดีที่ทำให้ดิฉันมีแรงบันดาลใจในการเขียนถึงอัลบั้มดีๆชุดนี้เสียที

พูดถึงตัวของแมรี่ย์ เจ ไบล์จเด็กปั้นP'Diddyนี่ส่วนตัวไม่ค่อยได้ติดตามงานของเธออย่างจริงจังเท่าไร แต่แน่นอนด้วยความสามารถอันสูงส่งถึงขั้นได้รับการขนานนามว่าเป็นราชินีแห่งแวดวง "ฮิพฮอพโซล" แล้วก็ต้องมีบางผลงานล่ะนะคะที่ผ่านหูอิฉันมาบ้าง อาทิ No More Drama ที่เรียกได้ว่าน่าจะเป็นเพลงที่ประสบความสำเร็จที่สุดเข้าขั้นไฮไลท์ของชีวิตเลยทีเดียว พีคสุดในช่วงเวลานั้นก่อนความสนใจจากสาธารณะชนจะแผ่วลงในอัลบั้ม Love&Life (ถ้าชื่ออัลบั้มผิดขอโทษด้วยนะคะเพราะไม่ได้หาข้อมูลใดประกอบเลย เขียนสดๆ) ตั้งแต่นั้นมาก็เห็นว่าชื่อของเจ๊มาลีจะผีเข้าผีออกไอ้ครั้นจะดีก็ใจหายแต่ท้ายๆนี่เห็นว่าเงียบเป็นเป่าสาก

แต่ช่างมันเถอะค่ะคนมันมีความสามารถมีการสั่งสมบารมีและพิสูจน์ศักยภาพให้คอดนตรีระดับคุณภาพได้ชื่นชมประดับความทรงจำมาก่อน จะออกงานอะไรมาก็ย่อมจะมีคนรักกันจริงยันขาจรที่สนใจเสพย์คุณภาพเนื้องานแบบดนตรีที่เป็นศิลปะแท้ๆของเจ้าป้าอย่างดิฉันตามแห่แหนอยู่ดีแหละค่ะ และอัลบั้ม My Life II...The Journey Continues (Acts 1) ชุดนี้ก็ไม่ทำให้ดิฉันผิดหวังจริงๆค่ะกับงานดนตรีฮิพฮอพโซลประสานคอนเทมโพรารี่ย์อาร์แอนด์บีเข้มข้นครบรสตั้งแต่ผสมปนเปตั้งแต่งานบัลลาดโซลฟูลอาร์แอนด์บีแนว70's แร็พ เต้นรำ เทคโน ฟั้งค์ยันกอสเพลได้อย่างกลมกล่อมลงตัว แม้ว่าเสียงลือเสียงเล่าอ้างที่ลอยตามลมมาจะบอกว่า "ไม่เปรี้ยง" เท่าที่ควรจะเป็นก็ตาม

My Life II พาร์ทแรกนี้ป้าแกคนทั้งโปรดิวซ์เซอร์และเพื่อนร่วมงานระดับบิ๊กมาร่วมกันสังฆกรรมเนรมิตอัตถชีวประวัติบทแรกให้มีสีสันชวนติดตามมีแขกรับเชิญตั้งแต่ระดับดิว่าบียอนเซ่ หนุ่มแร็พเดรค สตาร์เกท ดานจา พี ดิดี๊ย์ บรู๊คลินลินยันแร็พเพอร์ตัวพ่อคับวงการอย่างแนส (ชื่อเดียวกับบ.ก.) แค่เปิดอัลบั้มต่อจากอินโทรมากับเพลง Feel Inside (4.5/5) ที่ได้แนสมาร่วมลงเสียงแร็พ เป็นงานฮิพฮอพโซลแท้ๆตามสไตล์ของแมรี่ย์ เจ ไบล์จที่พวกเฟนคลับเกนตายน่าจะชอบกับบีทฮิพฮอพอาร์แอนด์บีดำๆปะทะเสียงโซลดิบๆนุ่มๆของป้าและเสียงแร็พดิบกร้าวของแร็พเพอร์รับเชิญ เครื่องหมายการค้าเจ้าป้าโดยแท้ พิสูจน์กับอีกเพลงใน Next Level (4.5/5) ที่ร่วมงานกับบัสทา ไรห์มอันนี้ดนตรีเปรี้ยวล้ำด้วยบีทอิเล็คโทรผสานอารมณ์โอลด์สคูลประมาณฟั้งค์กี้ย์และดิสโก้รุ่มรวยฟังแล้วนึกถึงงานฮิพฮอพช่วงยุค80's เริ่ด

Don't Mind (4.5/5) งานมิดเทมโพอาร์แอนด์บีบัลลาดมีทีเด็ดตรงท่อนคอรัสหวานหยาดเยิ้มเซ็กซี่ไพเราะเด็ดดวงมากๆชนิดที่แม่มาลัย แครี่ย์ของดิฉันได้มาฟังแล้วต้องหวีดเสียงกรี๊ดกราดจะเอาๆๆ งดงามตามอารยธรรมบัลลาดอาร์แอนด์บีโซลแท้ๆ Why (4.5/5) เพลงนี้ได้ Rick Ross มาร่วมครวญด้วยแค่ขึ้นต้นมาก็กราบแล้วค่ะเป็นงานบัลลาดแบบอาร์แอนด์บีโซลที่ได้แรงบันดาลใจมาจากดนตรีช่วงท้ายยุค70'sแท้ๆนำมาตบเข้ากับความร่วมสมัยของกลิ่นฮิพฮอพโอลด์สคูลในยุคปัจจุบันแล้วขอชมว่าบูรณาการได้อย่างลงตัวดีไม่หยอก Love A Woman (4.5/5) อันนี้เป็นงานบัลลาดแบบคอนเทมโพรารี่ย์อาร์แอนด์บีผสานอารมณ์โซลฟูลอาร์แอนด์บีไควเอทสตอร์มลอยละล่อง งานแบบใน Dangerously In Love ของเจ๊บีเธอแหละค่ะ

มาที่ Need Someone (5/5) บัลลาดอคูสติคโซลเชิงกอสเพลที่ไพเราะจับใจ เป็นเพลงที่โดนที่สุดแล้วในอัลบั้มสำหรับดิฉัน เลอค่าสุดๆ ปิดอัลบั้มด้วย The Living Proof (4.5/5) งานอดัลท์คอนเทมโพรารี่ย์บัลลาดแบบงานดิว่าบัลลาด90'sโชยกลิ่นอายเรโทรหอมฟุ้งแบบงานบัลลาดอาร์แอนด์บี70'sที่พวกนางโชว์ชอบจิกขึ้นไปโชว์ปิดเวทีกัน เพราะดีและเพราะมาก

รีวิวเสร็จแล้วก็นั่งงงกับตัวเองเพราะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นนะคะที่งานดีขนาดนี้แต่ดิฉันก็นั่งปั้นจิ้มปั้นเจ่อเอ้อระเหยเขียนอะไรบ้าบอไปเรื่อย แต่ไม่ยักเขียนถึงอัลบั้มโคตรดีชุดนี้!!! ไม่รู้ว่าต้องรอให้มันโลกแตกก่อนหรืออย่างไรเพราะเท่าที่ฟังที่ว่าแน่ๆอย่างแบรนดี้ที่ออกมาปีนี้กับแองจี้ สโทนขวัญใจดิฉันต้องบอกว่าแพ้ป้าแกนะ รับไป92%เต็มพร้อมดาวใหญ่ๆ4ดวงกับอีกครึ่ง (4.5/5) วู้ยยย สมัครเป็นแฟนคลับตอนนี้ยังทันบ่????



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น