วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

Def Leppard : Hysteria



Def Leppard : Hysteria : Rock/Glam Metal/Hard Rock/Heavy Metal/Arena Rock (95% = 5/5)

เปิดเพจนิตยสาร Hysteria มาตั้งแต่เดือนเมษายนนี่ก็ร่วมเข้าไป8เดือนแล้วส่วนตัวก็รู้สึกดีมากๆที่แม้ว่านี่จะเป็นเพจนิตยสารโนเนมค่อนไปทางใต้ดินแต่ก็ยังมีคนตามมาอ่านในระดับหนึ่ง 8เดือนที่ผ่านมาได้เขียนวิจารณ์งานดนตรีหลายชุดหลากแนวมากๆแต่ก็ยังไม่มีโอกาสได้เขียนถึงอัลบั้มที่มีเพลงที่เป็น "แรงบันดาลใจ" ของนิตยสารถึงขั้นที่หยิบยกขึ้นมาเป็นชื่อและคอนเส็ปท์เสียที

อัลบั้มที่ว่าก็คือ "Hysteria" งานจาก Def Leppard ตำนานร็อคจากฝั่งสหราชอาณาจักรซึ่งวางขายปี 1987 ปีเดียวกับที่ดิฉันเกิด (อะไรจะพอเหมาะพอเจาะขนาดนั้น?!!!) หนึ่งในไฮไลท์ของแวดวงดนตรีร็อคยุค 80's ที่ตัวงานเป็นฮาร์ดร็อคยืนพื้นประสานอรีน่าร็อคโดดเด่นผงาดบนแวดวงเมนทสตรีม แกลมเมทัลจวบจนสืบทอดต่อจากกระแสงานร็อคคลื่นลูกใหม่ของทศวรรษ70'sที่ดนตรีเฮฟวี่เมทัลเริ่มเข้ามามีอิทธิพล

โดยส่วนตัวเสน่ห์ของ Def Leppard และ Hysteria นอกจากความดิบกร้าวและยียวนแบบร็อค80's ดิฉันว่าพวกเขายังประดิษฐ์ร็อคที่เมโลดี้สวยมีฮุคที่ง่ายต่อการเข้าถึงขนาดที่ส่วนตัวไม่ใช่คอร็อคยุค80'sแท้ๆยังอินไปกับพลังของดนตรีอันมหาศาลของพวกเขา (ส่วนตัวเป็นแฟนร็อค90'sจำพวกกรั๊นจ์ บริทพ็อพ อัลเทอและพวกการาจโพสท์พั้งค์) สรรพสำเนียงอันเป็นเอกลักษณ์ของพวกเขาที่เชือดเฉือนยามขับขาน กรีดจิตวิญญาณยามประสานแต่งแต้มเข้ากับริฟฟ์ของภาคดนตรีตลอดจนวาทะศิลป์ทุกสิ่งอันที่สะท้อน "วิญญาณ" ของวัฒนธรรมร็อค80's ออกมาได้อย่างครบถ้วน ทำให้ดิฉันไม่สงสัยว่าเพราะเหตุใดนี่คือหนึ่งในอัลบั้มร็อคที่ทรงอิทธิพลที่สุดตลอดกาลชุดหนึ่งของเกาะอังกฤษ

สำหรับแทร็คเด่นแทร็คโปรดปรานคงต้องขอพูดถึง Hysteria (5/5) ไทเทิ่ลแทร็คและแรงบันดาลใจของนิตยสารดิฉันเป็นเพลงแรก เป็นเพลงฮาร์ดร็อคที่มีเมโลดี้เพราะมากๆชนิดที่ฟังแล้วตกอยู่ในภวังค์ไปเลย ภาคเนื้อหาและทุกสรรพสิ่งคงต้องบอกว่าทางวงป้อนดิฉันได้เต็มอิ่มและตอบทุกโจทย์ความต้องการที่อยากจะได้จากเพลง "ร็อค" คุณภาพ Love Bites (5/5) ดูท่าจะดังมากในบ้านเราเพราะได้ยินสถานีวิทยุเปิดบ่อยๆแถมพับตามข้าวสารก็หยิบมาคัฟเว่อร์มากโอกาสเอาการ เป็นเพลงแนวฮาร์ดร็อคแบบอรีน่าร็อค แกลมเมทัลและพั้งค์ที่โดดเด่นในแง่ของการสื่ออารมณ์ ฟังทีไรแอบนึกถึงบางเพลงของ The Who

แทร็คเปิดอัลบั้ม Women (4.5/5) นับเป็นตัวแทนของการผสานงานฮาร์ดร็อคเข้ากับจังหวะของกระแสเฮฟวี่เมทัลได้อย่างลงตัวและเป็นเอกลักษณ์อันเอกอุยิ่งยวดของทางวง ดนตรีแน่นและมันส์มาก โดยเฉพาะริฟฟ์กีตาร์ในเพลงที่ขอยกให้เป็นริฟฟ์ชั้นบรมครูทีเดียว หัวสั่นหัวคลอน ต่อด้วย Rocket (4.5/5) อารมณ์ใกล้ๆกันแต่ก็ยังรักษาชั้นเชิงในการวาดลวดลายได้อย่างดี ช่วงเบรคเอ๊าท์แม่งโคตรเท่ห์ Pour Some Sugar On Me (4.5/5) ฟังทีไรก็คิดถึงแต่ We Will Rock You ของ Queen เป็นอีกหนึ่งแทร็คมาสเตอร์พีซประดับแวดวงร็อค80'sที่น่าจับตาที่สุดในอัลบั้ม เช่นเดียวกันกับ Animal (4.5/5) ที่จังหวะจะโคนโดดเด่นหฤหรรษ์เมโลดี้พลิ้วไสวแพรวพราวงามมันส์ระยับ จนฟังแล้วต้องอดนั่งฮัมตามไม่ได้ เอ๊ะ!นี่ดิฉันกำลังฟังอัลบั้มพ็อพอยู่รึเปล่าเนี่ย?!!!

Amageddon It (4/5) อีกหนึ่งแทร็คที่ฟังปุ๊ปติดหูหนึบหนับปั๊ป เริ่ด!!! Love And Affection (4.5/5) เดินตามวัฒนธรรมและสูตรสำเร็จอันทรงคุณภาพตามขนบร็อค80's เป็นอีกหนึ่งเพลงที่ทรงพลังมากๆของอัลบั้มนี้และปิดท้ายด้วย Tear It Down (4/5) ที่มีริฟฟ์กีตาร์และบีทกลองเหินหาวประดุจพายุบุแคม มันส์มากๆ ฟังแล้วกระโดดเขย่าโลกกันให้ดับแดดิ้นไปข้าง

ท้ายที่สุดไม่รู้จะอวยอะไรเพราะได้พูดไปหมดแล้วถึงความสมบูรณ์แบบของอัลบั้มดีๆชุดนี้ที่มีส่วนช่วยผลักดนตรีร็อคฟังยากให้กลายเป็นดนตรีที่มีภาษาสากลที่ดื่มด่ำกันได้ทุกคณะทุกแขนง - - หากแต่ต้องอาศัยการเปิดใจและพื้นฐานทางดนตรีที่มีรสนิยมในระดับพอควรของผู้ฟัง เพราะร็อคก็คือร็อค - - ส่วนตัวขอขอบคุณอัลบั้มระดับตำนานชุดนี้และ Def Leppard ที่ทำให้ชื่อของ Hysteria กลายมาเป็นแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ในการทำเพจนิตยสารของดิฉัน ขอมอบให้ 95% และดาวดวงใหญ่ๆ5ดวงเลยค่ะ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น