วันอังคารที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

Christina Aguilera : Lotus



Christina Aguilera : Lotus : Pop/R&B/Dance-Pop/Electro Pop (75% = 3.5/5)

นับว่าเป็นอีกครั้งที่ "คริสทิน่า อากิเลร่า" กลับมาพร้อมกับงานดนตรีที่โลกทั้งใบจับตา ใช่ว่าจะเป็นเพราะรอคอยลุ้นระทึกว่าเธอจะมีพัฒนาการไปถึงระดับไหนหรือว่าแนวดนตรีของอัลบั้มนี้จะมาแนวใด - - นั่นมันสมัยจบจากผลงานระดับมาสเตอร์พีซอย่าง Stripped และ Back To Basics - - เพราะหลังจากกระแสตอบรับที่เรียกได้เต็มปากเต็มคำว่า "ล้มเหลว" จาก Bionic งานเพลงชุดที่แล้วทั้งในแง่ของเสียงวิจารณ์ ยอดขาย สถิติและการเป็นที่กล่าวขวัญถึงในหมู่ผู้ฟัง การหวนคืนสู่สมรภูมิของอาณาจักรดนตรีของคริสทิน่าในครั้งนี้เชื่อว่าคนส่วนมากคงจะเผ่งเล็งไปที่ว่า "งวดนี้จะอยู่หรือจะไป" และจะสามารถแก้เกมส์ "ลบคำสบประมาท" กอบกู้ชื่อเสียงบารมีที่ตนเองสั่งสมมาในฐานะศิลปินคุณภาพ พ็อพไอค่อนและดิว่าได้หรือไม่มากกว่า

สำหรับดิฉันคงต้องกราบเรียนตามตรงว่า "แถบ" จะไม่ได้คาดหวังอะไรกับการกลับมาครั้งนี้ของเธอเพราะจากความผิดหวังในอัลบั้ม Bionic มันสอนให้รู้ว่าบางทีรออย่างสงบเฉื่อยแฉะมันก็อาจจะดีกว่านั่งจินตนาการคาดหวังอะไรไปไกลจนเมื่อผลลัพธ์มันออกมาไม่ใช่ก็กลายเป็นนำพาไปสู่ "อคติ" จวบจนในวินาทีสุดท้ายที่มาได้ยินพรีวิว30วินี่แหละถึงเริ่มจะรู้สึกซู่ซ่าขึ้นมาหน่อยเพราะว่าใน "พรีวิว" (ย้ำว่าแค่ในพรีวิว) นี่ออกมาดีเกินคาดจริงๆแถมด้วยก่อนหน้านี้กับความสำเร็จของซิงเกิ้ล Move Like Jagger ที่ร่วมงานกับวงร็อค Maroon 5และอีกหนึ่งบทบาทในฐานะโค้ชจากรายการ The Voice ที่ได้รับกระแสตอบรับในแง่บวกชนิดท่วมท้นจากมหาชนก็ทำให้ใจชื้นขึ้นว่าเอาน่าถึงยังไงก็ระดับ The Voice Of Generation ก็ขอปลดปล่อยใจตัวเองให้มีความสุขกับการ "มโน" อีกที....ซึ่งอาจจะนำไปสู่ความผิดมหันต์เมื่อได้นั่งฟังของจริงมาร่วม3รอบ ณ ขณะนี้

เข้าประเด็นกันตรงๆว่า "Lotus" งานสตูดิโอลำดับที่5ของเธอ (ไม่นับงานคั่นเวลาอย่าง Mi Reflejo,My Kind Of Christmasและ Just Be Free ที่โดนตลบหลังขาย) นั้นเป็นงานที่ "ดีมั้ย?" ส่วนตัวถ้าเราวัดกันในบรรทัดฐานและมาตรฐานของอัลบั้ม "1.พ็อพ 2.เมนทสตรีมพ็อพ 3.พ็อพของศิลปินยุคนี้" ก็คิดว่าเป็นอัลบั้มที่ "ดี" เลยทีเดียวในแง่ของการตอบโจทย์ผู้ฟังในแวดวงกระแสหลักด้วยภาคดนตรีที่หลากหลายยืนพื้นบนความเป็น "เมนสตรีมพ็อพ" ง่ายๆไม่คิดมากก่อนจะมอบทางเลือกให้ผู้ฟังกันอีกทีว่าจะไปสวามิภักดิ์กับอะไรบัลลาดเพพราะๆเครื่องหมายการค้าของคริสทิน่าที่แฟนๆจะต้องชอบก็มี เพลงเต้นรำมากจริตจก้านล่อกะเทย จิกดนตรีอิเล็คโทรพ็อพมาสะบัดเอาใจเด็กๆยุคนี้ก็มาก่อนจะคุมทิศทางด้วย "อาร์แอนด์บี" เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งอัลบั้ม "เชิงทดลอง" ที่กวาดแหครอบคลุมเอาใจ "คอเมนทสตรีม" ไปแถบจะทุกคอทุกแขนงชนิดสมบูรณ์แบบ หากแต่ถ้าเราตัดสินกันในอีกมุมในฐานะอัลบั้มชุดใหม่ของศิลปินระดับ "คริสทิน่า อากิเลร่า" ที่เคยสร้างผลงานมาสเตอร์พีซอย่าง Stripped และ Back To Basics มาแล้ว สำหรับ Lotus ดอกนี้คงจะน่ากระอักกระอ่วนน่าดูที่จะเรียกว่าเป็นงานเถือกๆอัลบั้ม "คัมแบ็ คอย่างสมศักดิ์ศรี","ทรงคุณภาพ" หรือ "ลบคำสบประมาทจากความล้มเหลวก่อนหน้านี้ได้ชนิดราบคาบ" เพราะเอาจริงๆ "พลังของภาคดนตรี" อ่อนยวบไปเยอะ แม้จะไม่ถึงกับจะต้องใช้คำว่า "กะโหลกกะลา" แต่ก็ไม่สมศักดิ์ศรีของคริสทิน่าจนเชื่อว่าหลายคนที่ได้ฟังจะพูดกันว่า "ได้แค่นี้เองเหรอ?"

เทียบกับ Bionic ส่วนตัวคิดว่า Lotus เก็บเอกภาพได้เนียนกว่าไม่มีแทร็คที่ฟังแล้วชวนไว้อาลัยแต่ก็หาได้มีจุดพีคได้ที่น่ายกย่องเทียบเท่าไม่ Bionic มีข้อเสียในเรื่องของการเรียบเรียงที่ดูไร้ทิศทางและเละเทะที่สำคัญที่สุดก็คือ "มันแป๊ก" แน่นอนว่าอะไรๆก็ย่อมดูไม่ดี แต่หากลองแยกมาสู้กันเป็นแทร็คๆไปจะพบว่าในเรื่องความแข็งของทีมโปรดิวซ์ (ที่ส่วนตัวมองว่าเป็นอัลบั้มที่เธอได้โปรดิวซ์เซอร์ที่แข็งและทรงพลังที่สุด) พลังในตัวเพลง รังสีอำมหิตและชั้นเชิงดูเหมือนจะคว่ำ Lotus ให้แพ้ได้ขาดลอย อีกประเด็นแทร็คที่เป็นไฮไลท์ของ Bionic แถบทั้งหมดเป็นงานดนตรีนอกกระแสดังนั้นถ้าผู้ฟังที่ไม่เคยสัมผัสกับงานดนตรีของ Sia,Ladytron,M.I.A.,Santigold หรือจากทีม Major Lazer มาก่อนเชื่อว่า "ถ้าต่อติด" คุณก็เกิดมาเพื่อที่จะเป็นมิตรกับดนตรีได้ทุกแขนงในโลกนี้จริงๆ สำหรับ Lotus ส่วนตัวอย่างที่บอกว่าชอบในเอกภาพดูประณีตในการจัดเรียงดีแม้จะมีแอบขบถมีแอบจะพยายามฉีกตัวบ้างแต่ก็ไม่หลุดวงโคจร หากแต่ปัญหาของอัลบั้มนี้เป็นเรื่องเดิมๆคือเพลงส่วนมากทำออกมาได้ "ไม่ถึง" ไม่เชยก็ล้า บางเพลงที่น่าจะสุดกว่านี้ก็กลับดูกั๊กๆกลัวๆตามขนบของวิถีการทำอัลบั้มที่ภาษาปากเรียก "เพลย์เซฟ" คือกูขอปลอดภัยไว้ก่อนแต่สิ่งหนึ่งที่ไม่ชมไม่คือ แม้จะเป็นงานเพลย์เซฟแต่นางติ๊นาไม่มีเกร็งดูสนุกสนานเป็นธรรมชาติหน้าระรื่นมากๆ ไอ้ที่มันน่าจะแย่อย่างการเจืออิทธิพลของศิลปินคนอื่นและโปรดิวซ์เซอร์ดังๆไว้ซะฉ่ำอัลบั้มสำหรับดิฉันกลับกลายเป็นข้อดีที่ได้เห็นศักยภาพอีกด้านของคริสทิน่าเธอที่ทำอะไรยากๆมาเยอะครั้งนี้ขอกลับมาท้าทายตัวเองในแนวของ "เมนทสตรีมพ็อพแบบ 2012" ดูบ้างซึ่งก็ไม่ปฏิเสธนะว่าจากการสวมวิญญาณเธอทำได้ดีเสมอ

ข้อด้อยที่ใหญ่สุดของ Lotus สำหรับดิฉันคือเรื่องของ "สาส์น" ในอัลบั้มมากกว่าว่าเธอจะเอายังไงกันแน่? เหมือนกับยังไม่ตกลงกับตัวเองให้ดีแล้วมาแบบรวนๆเบลอๆประหนึ่งกะเทยเทคยาคุม มันก็เก๋ดีนะในเรื่องของการเปรียบเปรยวัฏจักรของชีวิตตนประหนึ่งดอกบัวที่เจริญเติบโตผ่านพ้นสภาพแวดล้อมและฤดูกาลก่อนจะผลิบานอย่างสง่างาม การเริ่มต้น ชีวิตใหม่ที่ดูคมคายดีแต่รู้สึกใส่มาหลายเรื่องเหลือเกินนะคะไอ้เรื่องที่ไม่เข้าพวกน่ะ จนกลายเป็นออกไปทาง "รั่ว" เพ้อเจ้อคิดอะไรได้ก็พ่นออกมาเป็นจังหวะมากกว่า เข้าใจว่าพยายามจะสื่อถึงเรื่องธรรมดาของชีวิตตั้งแต่เซ็กส์ สภาวะทางจิตใจที่กดดัน อุปสรรค การเสียดสี ความรัก ศรัทธาและอะไรก็ตามที่ทำเก๋จะหมุนวนวัฏจักรของชีวิตตัวเองมาใส่ในอัลบั้ม...แต่มันดูไม่มี "แง่มุม" อะไรเท่าไรเลย (แต่เรื่องเนื้อหานี่ขอยกให้ชนะ Back To Basics กับ Bionic นะ) ลองดูชั้นเชิงของอัลบั้มที่คาดเดาว่าจะเป็นแรงบันดาลใจอย่าง Ray Of Light ของมาดอนน่าหรือ The Miseducation Of Lauryn Hill ของลอริน ฮิลล์ดูแม้แต่ Stripped ของตัวเธอเองที่ปลดพันธนาการด้านจิตวิญญาณออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ งานนี้เธอมีความฉลาดมีความขบถแต่ลืมใส่อีโก้เข้ามาให้ได้เท่าเดิมก็แค่นั้นเองติ๊ คือฟังแล้วรู้สึกเหมือนกับอัลบั้มนี้ที่ออกมาให้ฟังได้ก็เพราะค่ายกำหนดว่าต้องออกและตัวเธอดูเหมือนไม่มีแรงบันดาลใจด้านดนตรีใดๆที่ชัดเจนเลยมันก็เลยออกมา "ดร็อป" อย่างที่ได้ยินแหละ - - จะว่าไปก็ดูไม่ยุติธรรมกับชีนะเพราะถ้าอัลบั้มนี้ลองได้กลายเป็นงานของพวกศิลปินพ็อพรุ่นล่าสักคนโดยเฉพาะคนที่ไม่เคยมีงานดีๆให้เปรียบเทียบการวิจารณ์ของดิฉันคงเป็นอีกแนวนึง...นี่แหละหนากรรมของศิลปินที่ดันออกงานมาสเตอร์พีซมาแต่หัววัน (แต่ดูๆไปแม้จะดร็อปแต่ก็ยังดีกว่างานเพลย์เซฟหลายๆงานนะ อาทิ I Look To You ของวิทนี่ย์ ฮูสทันผู้ล่วงลับและ The Truth About Love ของพิ้งค์ เป็นต้น)

มาพูดถึงเพลงในอัลบั้มกันบ้างครั้งนี้ศิลปินคนโปรดออกอัลบั้มทั้งทีขอทำเป็น Track By Track เลยแล้วกันนะคะ - - งานนี้รู้สึกว่าน้ำหนักจะเทไปที่ Max Martin กับ Alex Da Kid ค่อนข้างเยอะ เอ!!! ว่าแต่ข่าวที่เธอบอกว่าร่วมงานกับ DJ Premiere,Scott StorchกับWilliam Orbitล่ะ? แล้วไปไหนกันหมดละตัว??? หรือแค่ลือแล้วงานชุดนี้ Tricky Stewart กับClaude Kellyมามั้ย???

เปิดอัลบั้มด้วยไทเทิ่ลแทร็ค Lotus (Intro) (5/5) ที่ส่วนตัวขอยกให้เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดของอัลบั้ม ขอชมในชั้นเชิงของการทำอินโทรจริงๆว่าคริสทิน่ายังเหนือชั้นเสมอและสามารถบ่งบอกภาพรวมของคอนเส็ปท์อัลบั้มได้ครบถ้วน นับว่าเป็นความน่าประทับใจอย่างยิ่งที่ได้ยินงานอินดี้พ็อพเชิงเอ็กซ์เพอริเมนทัลแบบนี้จากติ๊เหมือนกับจับเอาเมโลดี้ที่สวยละเมียดละไมของ I Am จากอัลบั้มชุดที่แล้วมาขยำกับงานดนตรีอารมณ์นิวเอจที่มีทั้งความเป็นอิเล็คโทรนิคเจือจางและกลิ่นอายแบบเวิลด์มิวสิคลึกลับชวนค้นหารวมถึงขอชมที่แซมเพิ่ลเพลง Midnight City ของวงอิเล็คโทรนิคจากฝรั่งเศสได้อย่างแยบยล เป็นเพลงที่ดีที่สุดของอัลบั้มแต่งงว่าความยาวมันก็ตั้ง3นาทีแล้วก็ปาเข้าไปอีกร่วม17วิยังจะแปะให้เป็นอินโทรอีก ตั้งชื่อเอาเคล็ดรึเปล่านี่? อารมณ์บรรเจิดในช่วงต้นถึงกับพังครืนเมื่อ Army Of Me (2/5) เริ่ม เนื้อหาแต่งได้สวยดีค่ะแต่อาไร๊ดลใจให้เธอมาทำแด๊นซ์ร็อคเจือบีทอิเล็คโทรเชยลากขนาดนี้ แถมยังไม่มีเอนเอียงไปทางใดจะเปรี้ยวเต้นรำสะบัดก็แข็งทื่อจะร็อคก็โยกไม่ออกนอกจากนี้ใช่ว่าจะกลมกล่อมหาจุดศูนย์กลางเจอคือฟังแล้วไม่เจออะไรในเพลงเลยจริงๆขนาดนั่งฟังอย่างตั้งใจก็ไม่เข้าใจจริงๆว่าจะทำออกมาทำไม แถมสรรพสำเนียงเสียงของมึง เอ๊ย ของคุณนั้นยังค่อนไปทางเสร่อแฟนจ๋าอย่างดิฉันฟังแล้วยังอับอายแทนแถบจะขาดใจ แหม๊ Fighter 2.0 หึหึหึ เพลงเก่ามันก็อยู่ของมันดีๆเนอะ ต่อด้วย Red Hot Kinda Love (3.5/5) นมกับหอยลอยมาแต่ไกลคลอเคลียกับบีทสุดอล่างฉ่างซ่องแตกในช่วงต้น แต่ฟังไปฟังมาเหมือนกับการปรุงแต่งเอาวิญญาณโอลด์สคูลใน Back To Basics เข้ากับจริตของบรรดาเพลงใน I'm Breathless ของมาดอนน่าแล้วมาใส่จังหวะจะโคนฉาบให้เป็นพ็อพเต้นรำร่วมสมัย (เหรอ???) ใครหาว่าเชยแต่ส่วนตัวชอบเพลงนี้นะคิดว่าดูมีพลังกว่าหลายๆเพลงในอัลบั้ม แถมอีติ๊เรายังร้องได้แซ่ดแซ่บสมกับเป็นอีติ๊

Make The World Move ft.Cee Lo Green (3/5) หนึ่งในเพลงที่ถูกจับตามองมากที่สุด อินโทรเปิดมาด้วยเนื้อร้อง "Come Along And Sing A Song" ที่ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นเพลงของมิคกี้เม้าส์คลับรึเปล่าคะ? ชอบที่ย้อนรอยไปถึงรากฐานสมัยแจ้งเกิดในวงการดูเป็นอะไรที่สมกับคอนเส็ปท์ของอัลบั้มที่รวมไฮไลท์ของวินาทีชีวิตอย่างแท้จริง ตัวเพลงเป็นพ็อพเต้นรำอัพบีทจัดๆและอัดความเป็นฟั้งค์ประสานโซลหนักๆในช่วงคอรัสชอบช่วงเบรคเอ๊าท์ที่เป็นโอลด์สคูลอาร์แอนด์บีฮิพฮอพติดฟั้งค์กี้ย์เท่ห์ๆ ตอนแรกฟังแล้วรู้สึกผิดหวังเพราะ แหม ขนาดดึงระดับซีโลมาร่วมงานด้วยแทนที่จะระเบิดศักยภาพได้แรงและมีสีสันกว่านี้แต่กลับออกมาเนือยๆและธรรมดาจนน่าตกใจ แต่ฟังไปฟังมานานๆชักเริ่มดีซะแล้วนะเพลงนี้ Your Body (3/5) ซิงเกิ้ลเปิดตัวที่วินาทีแรกก่นด่าสาปแช่งสารพัดแต่พอได้ซึมซับมันไปนานๆ พอได้อานิสงส์ของเอ็มวีแร่ดๆและอย่างยิ่งก็คือพอได้ฟังพร้อมๆกับทุกชีวิตในดอกบัวอภินิหารดอกนี้แล้ว เข้าใจแล้วล่ะว่าทำไมมันถึงเป็นซิงเกิ้ลแรก แม้ดนตรีจะเป็นมิดเทมโพอาร์แอนด์บียานๆเจือบีทอิเฝง็คโทรนิคและเบรคด้วยท่อนดั๊ปสเต็ปตามสมัยซึ่งโรบแรงไร้พลัง แต่ด้วยความติดหูและรังสีอำมหิตแบบช้็อคการีบ้าเซ็กส์ของยัยคริสทิน่านี่ ดูน่าจะเป็นตัวตนชีที่สุดแล้วในงานนี้ ที่เหนือความคาดหมายคือ Let There Be Love (4/5) ที่แม้จะแลดูเป็นงานเมนทสตรีมตลาดจ๋าฉาบฉวยคล้ายๆกับพวกงานที่โปรดิวซ์โดยเดวิด เกตต้า,คาลวิน แฮร์ริสและBenni Benassi ยุคล่าสุดรวมถึงดันไพล่ไปคล้ายงานของมาดอนน่า,คริส บราวน์แซะจัสติน บีเบอร์อีกแต่ขอโทษทีนะคะเจิดจรัสโดดเด่นมากๆ อิเล็คโทรพ็อพเต้นรำกรีดกรายด้วยยูโรบีทสะบัดเข้ากับเฮ้าส์พลิ้วไสวลอยละล่องทุกองค์ประกอบทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีมากๆจน "ตัดเป็นซิงเกิ้ลเถิด" ข้ามมาทีฟากของเพลงช้ากันบ้างเริ่มต้นด้วย Sing For Me (3/5) ผสานบีทมิดเทมโพอาร์แอนด์บีเข้ากับเพียโนบัลลาด งั้นๆล่ะส่วนตัวคิดว่าค่อนไปทางซ้ำซากน่าเบื่อด้วยซ้ำไม่มีอะไรน่าจดจำเมื่อเทียบกับหลายๆบัลลาดของคริสทิน่าที่ทรงพลังกว่านี้มาก เป็นหนึ่งในเพลงที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัวของอัลบั้มนี้แต่น่าแปลกที่แลดูประดิษฐ์ ไม่เป็นธรรมชาติและไม่ถึง ต่างจาก Blank Page (4/5) ที่ได้ "เซีย" ศิลปินอินดี้พ็อพจากออสเตรเลียที่ก่อนหน้านี้ร่วมงานกับบรรดาบัลลาดในอัลบั้ม Bionic กับเพลง Bound To You ใน Burlesque มาร่วมจรดปากกาแต่งอีกครั้ง (ไม่เข็ด) เป็นเพียโนบัลลาดเรียบง่ายสายเดียวกันกับ Beautiful,Hurt,You Lost MeและBound To You แต่ไพเราะจับใจไม่น่าเบื่อ ดูลงตัวพอดีสุดๆแถมคริสทิน่ายังลดความบ้าระห่ำแบบสักจะโชว์แต่เทคนิคมาเล่นกับการใช้เนื้อเสียงนุ่มๆไพเราะหวานหูชวนฟัง เป็นหนึ่งในไฮไลท์ของอัลบั้มอย่างแท้จริง

Cease Fire (2/5) ไม่เข้าหูที่สุดแล้วในอัลบั้ม งานแบบริฮานน่าค่ะมีทั้งจังหวะมารช์ชิ่งเหมือนในสมรภูมิรบ อาร์แอนด์บี เร็กเก้ ร็อคแต่แอบชอบช่วงที่ใส่ลูกเล่นโกธิคโหยเสียงเป็นแอมเบี้ยนท์ดูน่าค้นหาดีไม่หยอก แต่ขอลาล่ะค่ะพยายามผูกมิตรด้วยไม่ไหวจริงๆส่วนตัวเกลียดแนวๆนี้ด้วยเป็นทุน นั่งซึมมานานก็ต้องเบิกตาโพลงในเพลง Around The World (4/5) ที่เพลงแร่ดมากๆเป็นพ็อพอาร์แอนด์บีเต้นรำกระหน่ำกลองระรัวบทเป็นฟั้งค์ชนิดที่บียอนเซ่ได้ยินแล้วต้องกรี๊ดแล้วขอสัมปทานจิกไปไว้ในอัลบั้ม B'Day แล้วรีรีสขายอีกรอบ เนื้อเพลงแร่ดมากตามประสาผู้หญิงอ้วน มั่น สวยและรวยมากๆ - - อีแบบนี้มันวิถีมิสเปรูชัดๆ - - มีแซมเพิ่ลท่อนจากเนื้อเพลง Lady Marmaladeด้วยนะคะ เห็นว่าหลายคนชอบนะคะเพลงนี้ส่วนตัวดิฉันก็ชอบนะคะมีความเป็นติ๊นาสูงเสียดฟ้ามากๆ Circles (4.5/5) ใครว่าไม่เข้าพวกแต่ส่วนตัวชอบนะงานโต่งๆปล่อยของแบบนี้ อัลเทอเนทีฟจ๋าตั้งแต่เร็กเก้ประมาณริฮานน่าปะทะM.I.A. - - แร่ดและกวนตีน - - ประสานงาจับแพะชนกับแกะตายห่าดังโครมๆๆๆมาหมดทั้งอาร์แอนด์บี พ็อพ อิเล็คโทรนิค พั้งค์และอินดี้ร็อค วู้ยยย เสียสติแบบนี้ดิฉันชอบ แถมเนื้อหายังโดนใจสุดๆ...แต่ เอ ฟังดีๆนี่มัน Paper Planes หรือไร? Best Of Me (4.5/5) มีเศษเสี้ยววิญญาณของ I'm OK จากอัลบั้ม Stripped อยู่คือเบิกโรงด้วยกีตาร์อคูสติคผสานน้ำเสียงโซลหมองหม่นบิดเบี้ยวหากแต่ต่างตรงท่อนคอรัสที่เป็นออเครสตร้ากึ่งกอสเพลซึ่งเพราะติดหูชะงัดช่วงเบรคพาลให้คิดถึงอารมณ์ร็อคอ่อนๆใน Cruz อีกต่างหาก เป็นเพลงที่ส่วนตัวฟังแล้วภูมิใจมากๆ Just A Fool ft.Blake Shelton (4/5) อดัลท์คอนเทมโพรารี่ย์บัลลาดที่ร้องคู่กับ "เบลค เชลทัน" อีกหนึ่งโค้ชจาก The Voice ยืนพื้นระหว่างพ็อพ ร็อค โซลและคันทรี่ย์ควักหัวใจร้องกันฉกมาได้ไพเราะเพราะพริ้วอลังการมาก เป็นหนึ่งในเพลงดีที่อยู่ผิดเวลา เกิดช้าไปนิดนะเพลงนี้

มาดูเพลงใน Deluxe กันบ้าง Light Up The Sky (4/5) งานเพียโนบัลลาดสูตรสำเร็จที่จัดว่าไพเราะมากๆอีกเพลง งานแบบดิว่าบัลลาดยุค90's น่ะค่ะ มาถึงเพลงที่ชอบที่สุดของอัลบั้มนี้กับ Empty Words (5/5) ถูกจริตอิฉันสุดๆกับงานบัลลาดอดัลท์คอนเทมโพรารี่ย์เชิง Inspiration งามระยับด้วยอารมณ์ของเพียโนบัลลาด พ็อพโซล ออเครสตร้าและกอสเพล เมโลดี้สวยและท่อนคอรัสเพราะเสนาะโสตประสาทและดังกังวานหลอนจิตอยู่นานมากชนิดฆ่ากันตาย จะว่าไปถ้าเอาไปรวมไว้ใน Standard แทนที่บางเพลงจะบรรเจิดมาก Shut Up (4/5) ขำเนื้อหาอ่ะ ด่าได้เจ็บดีแท้ แต่ฟังแล้วฟีลกู๊ดสุดๆ ปิดอัลบั้มด้วย Your Body (Martin Garrix Remix) (4/5) งานรีมิกซ์คลับแด๊นซ์สไตล์ดีเจคัลเจอร์ทั่วไป เป็นตัวอย่างที่ดีที่ช่วยยืนยันเราๆว่าอี Your Body มันดีแน่ถ้ามันจะทำดนตรีได้ดีกว่านี้ บีทเป็นดั๊บกับเทคโนกระชากใจมากๆ

ความรู้สึกส่วนตัวคงปฏิเสธไม่ได้นะคะว่าอัลบั้มนี้เป็นอัลบั้มที่ชอบ "น้อยที่สุด" ในบรรดาทุกอัลบั้มของคริสทิน่า ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ใช่ว่ามันไม่ดีนะ "ก็โอเค" แต่ส่วนตัวเชื่อว่าบทที่เธอจะทำจริงๆ เธอทำได้ดีกว่าที่ได้ยินในงานชุดนี้แน่ๆ อันนี้ก็ถือว่าเป็นอัลบั้มแก้อยากแก้เซี่ยนของพวก Fighter ที่อย่างน้อยได้ฟังงานจากศิลปินที่ตัวเองรักก็ถือว่าน่าจะดีใจจะแย่แล้ว ที่เหลือก็ไปว่ากันในอนาคตละกัน ความเป็นจริงอัลบั้ม "ดอกบัว" ชุดนี้สำหรับดิฉันอาจจะเป็นงานที่ "ดอก!!!" (ไม่มีบัว)และน่าจะมอบใบบัวบกเอาไปให้อีช้างติ๊ยืนขี่มากกว่า แต่วัดจากอะไรหลายๆอย่างแล้วก็ไม่ใช่งานดนตรีที่แย่อะไรเพียงแต่ "ไม่ดีพอ" ที่จะเป็นงานของคริสทิน่า อากิเลร่าก็แค่นั้น - - สรุปตัดที่ 75% รับไปสามดาวครึ่งค่ะ (3.5/5) แล้วอัลบั้มหน้าหวังว่าจะเป็นฤดูที่บัวบานสมใจจริงๆ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น