วันศุกร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

Avril Lavigne : Let Go



Avril Lavigne : Let Go : Pop Rock/Alternative Rock (90% = 4.5/5)

เป็นอีกหนึ่งอัลบั้มที่ชอบที่สุดชุดหนึ่งของชีวิตที่เพิ่งจะได้มีโอกาสเขียนวิจารณ์เป็น "ครั้งแรก" สำหรับงานชุด Let Go สตูดิโออัลบั้มชุดแรกของน้องป่วง "อาวริล ลาวีญ" ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นแรงบันดาลใจอย่างยิ่งยวดทั้งภาพลักษณ์และดนตรี - - เป็นจุดเปลี่ยนให้ลองหันมาฟังร็อคโดยเริ่มจากอัลบั้มนี้และตอนนี้ไปไกลถึงพวกNirvana,Black Rebel Motorcycle Club และ Manic Street Preachers ละ รวมถึงเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้สนใจแฟชั่นพั้งค์เป็นครั้งแรก ^ ^ จะว่าไปก็อดขำตัวเองไม่ได้เพราะก่อนที่จะชอบอัลบั้มนี้นั้น ต้องสารภาพว่าไม่เคยคิดจะฟังเลยคือไม่ได้สนใจด้วยซ้ำแค่ซื้อเทปแข่งกับเพื่อนช่วงใกล้วันหยุดหยิบอะไรได้หยิบ - - เงินพ่อเงินแม่นี่เนอะ!!! - - แถมซื้อมาก็มาดองซะนานกว่าจะได้มีโอกาสฟังรู้สึกว่สชีตัดไปเกือบสามซิงเกิ้ลได้แล้วมั้งคะ 555

พอได้ฟัง - - ณ ช่วงนั้น - - ก็เกิดอาการอู้หู้!!! อ้าหา!!! "เพลงร็อค" มันดีอย่างนี้นี่เอง อันที่จริงอัลบั้ม Let Go ชุดนี้เป็นงาน "พ็อพร็อค" จ๊ะอีแนส!!! แต่เป็นงานพ็อพประเภทเนื้องานเป็นร็อคแล้วละลายความเป็นพ็อพเข้าไปคุมทิศทางให้มีเมโลดี้ละมุนหวานหูแม้บางเพลงจะเกรี้ยวกราดสติแตกไปบ้างแต่ก็ไม่ดิบโต่งหรือหนักหนาฮาร์ดคอร์เกินไป จะว่าไปก็คนละแบบกันกับพวก "พ็อพ" ทั้งดุ้นที่เจือความเป็นร็อคลงไปล่ะนะ ในอัลบั้ม Let Go ชุดนี้หนูวีนยังใส่ลูกเล่นของความเป็นอัลเทอเนทีฟหลากหลายรสชาติลงมาให้ลิ้มลองมีตั้งแต่พั้งค์ อคูสติค อินดี้ร็อคยันกลายๆเป็นจำพวโพสท์กรั๊นจ์คล้ายๆอลานิส มอริเซ็ต

ถามถึงข้อบกพร่องของอัลบั้มชุดนี้เอาตรงๆส่วนตัวตอบว่า "ไม่มี" เนื่องจากฟังมันมาได้ร่วม10ปีแล้วมั้งจวบจนวันนี้ยังไม่เห็นมีจุดไหนให้ตำหนิเลยนะคือเป็นอัลบั้มที่เรียกได้ว่าแทบจะเข้าขั้นสมบูรณ์แบบทีเดียวทั้งการเรียบเรียงที่เป็นเอกภาพและเนียนไหลลื่น ทุกแทร็คมีพลังในตัวที่จะสะกดผู้ฟังให้หลงใหลไปกับงานร็อคเล็กๆแต่โคตรขบถของเธอแถมยังเป็นงานพ็อพร็อคที่ค่อนข้างจะอัจฉริยะในการทำฮุคได้ติดหูมันทั้งอัลบั้ม - - จะมีก็แค่ความรู้สึกที่โตขึ้นเจอดนตรีมาเยอะฟังร็อคที่หนักแน่นขึ้นแล้วรู้สึกว่าไอ้ที่มันดูหม่นๆเกรี้ยวกราดตอนนั้นนี่ในตอนนี้มันเด็กๆจังแถมเนื้องานก็ไม่ได้พั้งค์ตามที่ฉาบภาพลักษณ์ไว้...มีแค่เพลงหรือสองเพลงมั้งที่เป็นพั้งค์จริงๆ

เพลงเด่นของอัลบั้มแน่นอนค่ะหนีไม่พ้น Complicated (4.5/5) ซิงเกิ้ลเปิดตัวที่สร้างชื่อน้องป่วงให้ดังภายในชั่วข้ามคืน นับเป็นเพลงอัลเทอเนทีฟร็อคที่ออกจะพ็อพมากจนส่วนตัวมองมันเป็นพ็อพร็อคไปเลย ภาคดนตรีเหมือนกับได้รับแรงบันดาลใจมาจากงานร็อคช่วงยุค90'sของ "อลานิส มอริเซ็ต" บีทกีตาร์อคูสติคเพราะๆและอารมณ์ป่วงๆกระแทกกระทั้นช่วงท่อนคอรัสที่โดดเด่นตามประสางานพ็อพร็อคที่หยิบยืมแรงบันดาลใจมาจากงานจำพวกโพสท์ร็อคและอินดี้นั่นแหละ ฟังแล้วคิดถึงภาคที่เบากว่าหลายเท่าของ You Oughta Know Sk8er Boi (4.5/5) งานพ็อพพั้งค์สนุกๆหนึ่งเดียวของอัลบั้มที่ดูโดดเด่นชัดเจนที่สุดแล้ว สนุกสดใสเปี่ยมพลังและขบถสะใจดี เป็นหนึ่งในเพลงโลโก้ของวีนที่หลังจากนี้มีตามมาอีกไม่รู้กี่ภาค ต่อด้วย I'm With You (4/5) บัลลาดพ็อพร็อคเพราะๆที่อาวริลร้องได้ถึงอารมณ์ กรีดใจสุดๆฟังแล้วหงอยไปข้าง เมโลดี้โดดเด่นแปลกหูดี Tomorrow (5/5) กับอคูสติคร็อคสุดไพเราะ ฟังแล้วหลุดลอยไปเลยจริงๆเธอทำเพลงแนวๆนี้ขึ้นมากเลยทีเดียวนะ เป็นเพลงที่ดีที่สุดของอัลบั้ม นี่แหละความงดงามเรียบง่ายที่ปราบความเยอะและหนักหนาบาดหูชนิดราบคาบ

 Losing Grip(3/5)และUnwanted(3/5) อัลเทอเนทีฟร็อคหม่นๆโต่งๆสองเพลงที่ดูดุดันและเกรี้ยวกราดที่สุดแล้วของงานชุดนี้ มาฟังตอนนี้คิดว่าถ้าพัฒนาความหนักขึ้นไปมากกว่านี้ล่ะก็ฉลุยแน่ๆเพราะหนูวีนเธอก็เหมาะกับเพลงมืดๆดาร์คๆแบบนี้อยู่แล้วอย่างเพลงหลังที่เป็นงานเข้าขั้นโพสท์กรั๊นจ์ที่พยายามเอาพวกฮาร์ดคอร์มาชนกับพั้งค์และอีโมถ้าใส่ลูกเล่นของความเป็นการาจและอินดี้โลไฟมากกว่านี้ขึ้นไปงัดกับเจ๊พิ้งค์ได้สบาย มาที่ Mobile (5/5) เพลงที่ส่วนตัวโปรดปรานที่สุดของอัลบั้ม หลงรักในภาคเนื้อหาที่ว่าด้วยสัจธรรมอันลึกซึ้งว่าทุฏสิ่งสามารถเปลี่ยนแปลงและสูญเสียการควบคุมได้เสมอ นับว่าบ่งบอกกันโต้งๆว่าอย่๊ามาเอาอะไรกับเธอมานัก เหอๆๆ Thing I'll Never Say (4.5/5) งานพ็อพร็อคเพราะๆที่โดดเด่นบนสำเนียงแคนาเดี้ยนใสๆของเธอ รักมากฟังแล้วรู้สึกเป็นอิสระ แม้เนื้อเพลงจะพูดถึงเรื่องรักๆใคร่ๆก็ตามแต่ช่างเถอะค่ะเราเอาอารมณ์ความรู้สึกเป็นที่ตั้งนี่ พิสูจน์กันอีกเพลงกับ My World (4.5/5) ที่ติดหูสุดๆ

Nobody's Fool (4.5/5) พยายามจะใส่ลูกเล่นของแร็พร็อคเข้ามา ไม่ได้หนักหน่วงถึงขั้นเป็นฮาร์ดคอร์แร็พแบบพวก Run DMC,Limp BizkitหรือLinkin Parkแต่ก็เป็นงานเชิงอัลเทอเนทีฟที่จัดสมดุลย์ระหว่างพ็อพร็อคกับสตรีทแร็พได้ดี ปิดท้ายกับ Naked (5/5) งานบอกลาผู้ฟังที่ชัดเจนถึงภาพรวมของ Let Goและการนำเสนอตัวเองของผู้หญิงที่ชื่อ "อาวริล ลาวีญ" ในช่วงนั้น งานพ็อพร็อคลูกผสมกับอัลเทอที่มีทั้งบัลลาดพั้งค์ กรั๊นจ์และฮาร์ดร็อคที่เข้มข้นและหมองหม่นถึงอารมณ์...ฟังทีไรก็ซึมทุกที

ฟังทีไรก็ฟินทุกครั้ง นับว่าคิดถูกที่ชีวิตนี้มาเอาดีทางด้านการเป็นนักวิจารณ์เพลงแม้จะไม่ได้สร้างรายได้อะไรแต่สุขใจล้นเหลือค่ะ...ฟังแล้วมีกำลังใจที่จะเขียนอะไรดีๆอีกเยอะ นับตั้งแต่วันวานจนผ่านมาวันนี้ก็สิบปีอัลบั้ม Let Go ชุดนี้ก็มอบแรงบันดาลใจอันดีเสมอมา - - เวลาบางทีก็ใช่ว่าจะพรากความผูกพันทางจิตใจและจิตวิญญาณไปได้ซะหมด




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น