วันอังคารที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

Alicia Keys : Girl On Fire



Alicia Keys : Girl On Fire : Pop/R&B/Soul (90% = 4.5/5)

อีกหนึ่งอัลบั้มที่รอคอยประจำปีจาก "อลิช่า คียส์" ศิลปินหญิงที่ไม่เคยทำให้ผิดหวัง ต้องยอมรับนะคะว่า4อัลบั้มก่อนหน้านี้ตั้งแต่Song In A MinorจนถึงThe Element Of Freedomเธอคนนี้ไม่เคยมีงานที่ต่ำกว่าระดับมาตรฐาน "งานคุณภาพ" เลยแม้แต่ชิ้นเดียวและวันนี้ก็ถึงเวลาที่สาวกุญแจคนสวยของเราจะมากลับประกาศศักดาในฐานะคนดนตรีตัวจริงและศิลปินแนวหน้าของแวดวงโซลอาร์แอนด์บีตัวจริงอีกครั้งกับ Girl On Fire สตูดิโออัลบั้มชุดที่5ที่พร้อมจะตอกย้ำถึงความมากความสามารถในการรังสรรค์ศิลปะดนตรีอันหาตัวจับยากของเธอ - - รีวิวนี้เป็นรีเควสต์จากแอดมินประจำแฟนเพจทางเฟซบุ๊คส์ของ Alicia Keys Thailand ค่ะ

พื้นฐานทางดนตรีของสาวอลิช่า คียส์ตั้งแต่อัลบั้มเปิดตัวสุดเจ๋งอย่าง Song In A Minor ใครฟังก็พอจะเดากันได้ว่าเธอคนนี้มีใจรักฝักใฝ่ในดนตรี "อาร์แอนด์บี" ชนิดเข้าสายเลือดจริงๆ ด้วยเนื้องานที่นำเสนอดนตรีแบบโซลอาร์แอนด์บีแท้ๆชนิดขุดรากเหง้าของยุคโมทาวน์อันเป็นยุคทองของดนตรีอาร์แอนด์บีช่วงทศวรรษ 60's-70's หยิบยกขึ้นมาเป็นแรงบันดาลใจประสานกับความร่วมสมัยของฮิพฮอพเข้ากับฟั้งค์ แจ๊ซซ์ บลูส์และเพียโนคลาสสิคส่งอานิสงส์ให้ตัวงานออกมาเป็นอัลบั้มอภิมหามาสเตอร์พีซ ก่อนจะขยับมาเป็นงานสไตล์ "พ็อพโซลอาร์แอนด์บี" ในอัลบั้มชุดถัดๆมาพร้อมกับการนำเสนองานที่ลดความดิบดุสไตล์ศิลปะแบบดนตรีโซลผิวดำแท้ๆลงหันเข้าหาความหวานหูที่บีบความเป็น "พ็อพ" คุมทิศทางเข้าโลดแล่นสู่วัฒนธรรมเมนทสตรีมเพื่อเข้าถึงฐานผู้ฟังในวงกว้าง

เท่าที่นั่งฟัง Girl On Fire ไปประมาณ3รอบส่วนตัวมีความรู้สึกในแบบเดียวกันกับตอนที่ฟัง As I Am และ The Element Of Freedom คือเป็นงานที่ยังคงยืนพื้นบนภาคดนตรี "พ็อพโซลอาร์แอนด์บี" สไตล์อลิช่า คียส์เช่นเดิมแต่ส่วนตัวมีความรู้สึกว่าความดิบในแบบศิลปะของ "โซล"หรือ"บลูส์"แบบคนดำแท้ๆได้ถูกลดทอนลงแทนที่ด้วยเมโลดี้หวานหูละเมียดละไมเพื่อจับผู้ฟังในตลาดมากขึ้น กล่าวคือ "พ็อพขึ้น" และมีความเป็น "เมนทสตรีมขึ้น"แต่ตัวงานยังจัดอยู่ในหมวด "อาร์แอนด์บี" ได้อยู่อย่างไม่ขัดเขิน ฟังดูแล้วภาคดนตรีไม่ได้กว้างและเนื้องานไม่ได้ทรงพลังเท่า As I Am แต่ดูมีความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัด น่าสนใจรวมถึงเนื้องานมีความลงตัวและชัดเจนตลอดจนเมโลดี้ที่ดูอิสระมากกว่า The Element Of Freedom เอาจริงๆฟังแล้วดิฉันรู้สึกถึงบทบาทของเพียโนคลาสสิคพลิ้วๆ ชิลล์แจ๊ซซ์ เวิลด์และนีโอโซลมากกว่าโอลด์สคูลอาร์แอนด์บีสะบัดนำอย่างที่เคย เรียกได้ว่า Girl On Fire เป็นงานคอนเทมโพรารี่ย์แบบโมเดิร์นอาร์แอนด์บีแทนที่บลูส์โซลอาร์แอนด์บีในแบบสองอัลบั้มแรกก็คงไม่ผิด

เบิกโรงมหากาพย์ทางดนตรีครั้งใหม่ได้อย่างสวยงามเสมอกับอินโทรเจ๋งๆอย่าง De Novo Adagio (4/5) งานคอนเทมโพรี่ย์เพียโนคลาสสิคพลิ้วไสวไพเราะเพราะพริ้งขาดใจมากๆ ฟังแล้วนึกถึงงานสไตล์โมเดิร์นแจ๊ซซ์จำพวกแจ๊ซซ์เล้าจ์นข้ามไปถึงดนตรีคลาสสิคที่บรรจงกรีดนิ้วด้วยเพียโนนำทัพในการนำเสนอ คาบต่อกันได้อย่างลงตัวกับ Brand New Me (4/5) งานเพียโนบัลลาดเยือกเย็นเรียบง่ายหากแต่เข้มข้นทรงพลังกรีดจิตวิญญาณในแง่ของภาคเนื้อหานับว่าบ่งบอกภาพรวมของอัลบั้ม Girl On Fireและการหล่อหลอมตัวเองครั้งใหม่ของผู้หญิงชื่อ "อลิช่า คียส์" ได้อย่างดี ชอบตอนใกล้จบที่โหมโรงประโคมออเครสตร้านั่นจัง

New Day (4.5/5) น่าจะเป็นแทร็คที่แฟนตัวยงของสาวกุญแจชอบกับงานฟั้งค์โซลอาร์แอนด์บีอัพบีทระรัวที่ได้ยินกันมาตั้งแต่สมัยอัลบั้มชุดที่สอง (เพลงชื่อ Heart Burn รึเปล่าคะไม่แน่ใจ??? ลืมไปแล้วอ่ะ) เป็นแทร็คที่มีความเป็นตัวตนของอลิช่าสูงมาก ดนตรีร้อนแรงมันส์สะใจ สำหรับ When It's All Over (4/5) เปืดตัวมาเหมือนกับจะเป็นเพลงบลูส์โซลเข้มๆแบบสมัยโมทาวน์แต่ส่วนตัวคิดว่ามาแค่กลิ่นอายเพราะภาคดนตรีมีความเป็นงาน "ทดลอง" ค่อนข้างสูงทั้งโมเดิร์นแจ๊ซซ์ เล้าจ์น ฟั้งค์หรือแม้แต่เวิลด์กรู๊ฟหากแต่ตบความเป็นโซลอาร์แอนด์บีบังคับทิศทางก็แค่นั้น ชอบ Dialog ปิดท้ายจังน่ารักดี ต่อด้วย Listen To Your Heart (4.5/5) เพราะมากๆ เป็นงานนูโซลแบบคอนเทมโพรารี่ย์อาร์แอนด์บีมิดเทมโพเนิบๆเจือจางด้วยอารมณ์โซลหวานๆลอยละล่องและเพอร์คัสชั่นชิลล์แจ๊ซซ์แบบผู้ดี๊ ผู้ดี

 Tear Always Win (4.5/5) บลูส์โซลอาร์แอนด์บีบัลลาดสไตล์โมทาวน์แท้ๆ ขอยกให้เป็นไฮไลท์เด็ดของอัลบั้มเป็นแทร็คเด็ดสำหรับแฟนคลับของสาวกุญแจและคอเพลงยุค60'sโดยแท้ อีกหนึ่งเพลงที่เห็นหลายคนจับตามองคือ Not Even The King(4.5/5) อันนี้เป็นงานเพียวโซลบัลลาดพรมบนเพียโนแท้ๆส่วนตัวไม่แน่ใจว่าเป็นแขนงที่เขาเรียกว่า "จีนูไวน์" รึเปล่าแต่เอาเถอะค่ะจะเป็นอะไรก็แล้วแต่ เพลงนี้ชอบเกือบที่สุดของอัลบั้ม เรียบง่ายและทรงพลัง เอาคุณภาพเนื้อๆปราบความเยอะของงานดนตรียุคปัจจุบันได้อยู่หมัดทีเดียว That's When I Knew (5/5) กรี๊ดดดดดดดๆๆๆๆๆๆ ตอนฟังผ่านๆรอบแรกนี่แค่เพราะดีนะคะแต่พอมาเก็บรายละเอียดนี่น้ำตาแทบไหล งดงามจนบรรยายไม่ออกกับบีทกีตาร์อคูสติคเพราะๆคลอเคลียไปกับน้ำเสียงโซลอบอุ่นสว่างไสวของอลิช่า คียส์ฟังแล้วเปี่ยมสุขจนขนลุก เป็นแทร็คมาสเตอร์พีซของอัลบั้มนี้สำหรับดิฉันเป็นการส่วนตัว มาที่ One Thing (4.5/5) ก็เป็นอีกหนึ่งบัลลาดเพราะๆของอัลบั้มที่เชื่อว่าผู้ฟังและแฟนๆน่าจะชอบ ปิดท้ายที่ 101 (4.5/5) งานคอนเทมโพรารี่ย์เพียโนบัลลาดหม่นๆเย็นยะเยือกชวนขนลุกมีกลิ่นอายของงานสไตล์ไลท์แจ๊ซซ์ผสานอยู่เจือจาง ตั้งแต่ช่วงนาที 04.40 ขึ้นไปเกรี้ยวกราดบ้าพลังมากๆเป็นงานสไตล์กอสเพลฟาดกับจังหวะของฟั้งค์ร็อคดิบดุเชือดเฉือน...ไม่ทำเมทัลไปเลยล่ะแม่คุณ!!!

ส่วนตัวถ้าถามว่า "ชอบอะไร" ในอัลบั้ม Girl On Fire ที่สุดเห็นทีจะไม่พ้นต้องตอบว่าคงเป็น "ความกลมกล่อมลงตัว" ของอัลบั้ม ในยุคที่เต็มไปด้วยเสียงสังเคราะห์ ออโต้จูน ดั๊บสเต็ปและสารพัดโพรแกรมมิ่งฟิวชั่นการได้ฟังดนตรีสดๆเข้มข้นแบบศิลปะดนตรีแท้ๆอย่างอัลบั้มนี้นับว่าเป็นอะไรที่สุโค่ยสุดๆ เทียบกับมาสเตอร์พีซอย่าง The Diary Of Alicia Keys หรืองานที่ส่วนตัวชอบมากๆอย่าง Song In A Minor และ As I Am ก็อาจจะยังไม่มีฮุคที่โดดเด่นโดนใจเท่าแต่ใช่ว่าความงดงามของเมโลดี้และความสามารถในการรังสรรค์เพลงดีๆจะเลือนหายไปตามกาลเวลาแต่อย่างใด นี่คือหนึ่งในอัลบั้มอาร์แอนด์บีจากฟากศิลปินหญิงที่ดีที่สุดประจำปี

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น