วันเสาร์ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2555

Joss Stone : The Soul Session Vol 2


Joss Stone : The Soul Session Vol 2 : Soul/R&B/Funk Rock/Blues ( 87% = 4.5/5)

ช่วงนี้นับว่าเป็นอีกช่วงที่ไม่ค่อยมีอัลบั้มของศิลปินหญิงท่านไหนที่ส่วนตัวดิฉันรู้สึกถูกใจมากมายเท่าไรที่ฟังบ่อยก็มีมินิอัลบั้มล่าสุดของ T-ara กับงานรวมฮิตของเจโลแต่ก็ไม่ได้ปลาบปลื้มถึงขั้นขนหัวลุกไม่ใช่ว่าไม่ชอบนะคะ "ชอบ" แต่ก็ชอบแบบแค่ฟังบ่อยในช่วงเวลานี้แต่พอนานไปก็ลืมเชื่อสิ ส่วนตัวต้องการอะไรที่ดิบสดเข้มข้นและการระเบิดพลัง ศักยภาพจวบจนวิญญาณของดนตรีฟังไปฟังมาท้ายที่สุดหวยก็มาออกที่อัลบั้ม The Soul Sessions ชุดที่สองของจอส สโทนศิลปินโซลมากความสามารถของเกาะอังกฤษเอาจนได้

คงต้องท้าวความไล่ไปถึงสมัยปี2003 (ถ้าจำไม่ผิด) ที่เธอออกอัลบั้ม Soul Sessions ชุดแรกเป็นงานเดบิ้วท์สร้างชื่อให้เป็นที่ฮือฮายอมรับนับถือในหมู่นักฟังเพลงและคอดนตรีไปทั่วโลก ก็แหมใครจะไปคาดคิดล่ะคะว่าหน้าสวยๆกับด้วยวัยเพียง17-18ในช่วงนั้นเธอจะทำเพลงโซลจ๋าดิบสดชนิดโคตรพ่อโคตรแม่มหาโซลของแท้ชนิดคารวะจิตวิญญาณแห่งยุค60's - 70'sได้ถึงพริกถึงขิงทีเดียว ส่งอานิสงส์ให้ชื่อของจอส สโทนคนนี้ลอยลำขึ้นเป็นศิลปินหน้าใหม่ที่ได้รับการกล่าวขวัญถึงมากที่สุดทีเดียว หลังจากงัดข้อกับต้นสังกัดเก่าและโดดหนีมาทำฟั้งค์ร็อคดุๆ เร็กเก้และฮิพฮอพบ้างในงานสามสี่ชุดหลังมาคราวนี้ก็ได้ฤกษ์งามที่สาวจอสเธอจะหวนกลับคืนสู่แรงบันดาลใจในยุคแรกเริ่มกับอัลบั้มโซลคัฟเวอร์เชือดเฉือนสุดจิตวิญญาณอีกครั้ง

 เทียบกับ The Soul Sessions ชุดแรกในแง๋ของภาคดนตรียังเน้นหนักที่ความเป็นโซลเช่นเดียวกันหากแต่ในแง่ของความดิบสดเข้มข้นแล้วชุดสองนี้แลดูจะดุกว่าเป็นเท่าตัวแถมชั้นเชิงในแง่ของการขับขานและความละเอียดอ่อนของภาคดนตรียังละเมียดละไมมากขึ้นไปอีกระดับ ที่แตกต่างออกไปอีกคือใน The Soul Sessions ชุดที่สองนี้ค่อนข้างจะมีความเป็น "ฟั้งค์ร็อค" โดดเด่นเห็นชัดกว่าเยอะจะว่าไปก็เป็นไปตามทิศทางของภาคดนตรีที่สาวจอสเธออยากให้เป็นอ่ะนะ ที่เหลือก็มีอารมณ์บลูส์โซลเฉือดๆและคอนเทมโพรารี่ย์อาร์แอนด์บีหม่นๆ โดยสรุปคงเรียกได้ว่าเป็นแรงบันดาลใจเดิมที่แตกต่าง ลุ่มลึกและก้าวหน้าขึ้นก็คงไม่ผิด

ยากมากๆที่จะต้องตัดใจเลือกมาเขียนเฉพาะบางเพลงเพราะโดยส่วนตัวชอบหมดทั้งอัลบั้มเลยอ่ะค่ะ แต่ถ้าต้องเลือกก็นี่เลย Then You Can Tell Me Goodbye (5/5) ที่โชว์เนื้อเสียงเพราะๆคลอเคลียร่วมไปกับกีตาร์อคูสติคงามระยับและเครื่องสายกรีดไปยันวิญญาณไพเราะจับจิตมากๆ โดยเฉพาะเสียงที่นุ่มละมุนของสาวจอสที่ไม่ต้องพยายามเค้นอะไรมากมายก็ได้เพลงที่สมบูรณ์แบบทีเดียว I Don't Wanna Be With Nobody But You (4.5/5) งานคอนเทมโพรารี่ย์70'sจำพวกบลูส์โซลอาร์แอนด์บีบิ๊กแบนด์โมทาวน์จ๋ามากๆใครที่อยากลองฟังงานโซลโชว์พลังเสียงย้อนยุคแบบที่ไม่หินจนเกินไปเริ่มได้ที่เพลงนี้ The High Road (4/5) อินโทรด้วยกีตาร์ฟั้งค์ร็อคเฟี้ยวฟ้าวก่อนจะย่างกรายเข้าสู่วัฒนธรรมโซลอาร์แอนด์บีบัลลาด ท่อนคอรัสติดหูดีนะ  ‎(For God's Sake)Give More Power To The People (5/5) นับว่าเป็นไฮไลท์ของอัลบั้มโดยแท้ครบเครื่องตั้งแต่โซล ฟั้งค์ กอสเพล บลูส์ร็อค อเมริกาน่าและแจ๊ซซ์ ดิบโต่งอลังการสะใจชอบสุดในอัลบั้มแล้ว Tearsdrops (4.5/5) อีกหนึ่งคอนเทมโพรารี่ย์โซลฟูลอาร์แอนด์บีบัลลาดติดพ็อพร็อคเพราะมากๆ จัดเป็นงานจำพวกโมเดิร์นอาร์แอนด์บีและนีโอโซลได้อยู่ ปิดท้ายกับ (1-2-3-4-5-6-7) Count The Days (4/5) งานพ็อพโซลใสๆปิดอัลบั้มแบบที่เธอชอบทำเพราะ พ็อพและฟังง่ายที่สุดในงานชุดนี้แล้ว หลายคนจะชอบนะ

 ถามว่างานชุดไหนดีกว่ากันชุดนี้ดนตรีเข้มและดุกว่าแต่ส่วนตัวชอบ The Soul Sessions ชุดแรกมากกว่าด้วยความที่มีเมโลดี้ติดหูกว่า พ็อพกว่าและฟังง่ายกว่าแต่อย่างไรก็ตามในฐานะภาคต่อที่เว้นช่วงห่างกันเป็นสิบปีนับว่าเธอมีพัฒนาการและก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องเลยทีเดียว ประทับใจอ่ะ! 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น