วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

Maroon 5 : Overexposed



Maroon 5 : Overexposed : Pop-Rock/Dance-Pop/Disco/Funk Rock (75% = 3.5/5)


หลังจากที่ดิฉันมัวแต่เริงร่าอยู่กับที่ทำงานและผู้ชายวันนี้ก็ได้ฤกษ์มานั่งเคลียร์รีวิวของ5หนุ่มมารูน5ที่ค้างไว้เสียที จะให้เรียกว่าวงสุดรักก็กระดากปากซะเต็มประดาเพราะมันก่ำกึ่งระหว่างเฉยๆและแอบชอบเบาๆอย่าง This Love,MiseryหรือShe Will Be lovedทุกวันนี้ก็ยังหยิบมาเปิดฟังบ่อยๆแถมยังเป็นกรุ๊ปปี้รายการ The Voice อีกดังนั้นงานชุด Overexposed นี้ก็ต้องจัดว่าเป็นอีกหนึ่งอัลบั้มบังคับประจำปีที่แนสทิน่าต้องเขียนถึง - - แม้ว่าจะเพิ่งฟังจริงจังเมื่อกลางสัปดาห์ที่แล้วก็เถอะ


วู๊ยยย ต๊ายยยย ยย อ๊ายยย ต๊ายยย ตายๆๆๆเทียบกับความผิดหวังจากอัลบั้มที่แล้วแล้วล่ะก็อัลบั้มนี้เหมือนแสงท่องผ่องอำไพสว่างสดใสตั้งแต่ความรู้สึกที่รอบแรกเลยทีเดียว ในแง่ของพลังในการเรียบเรียง เมโลดี้และเอกภาพนี่ผิดกันเยอะ ผิดกันไกลและผิดกันลิบลับทีเดียว โอเคเพลงแกนๆยังมีอยู่แต่ก็ลวกได้สุกพอรับประทานและแน่นอนอาจจะไม่ได้สมบูรณ์แบบไปทุกกระเบียดประการแต่ก็ฟังได้เพลิดเพลินเจริญจิตไหลลื่นยกอัลบั้มโดยปราศจากอารมณ์สะดุดหงุดหงิดประการใด 


หนึ่งในสิ่งที่ชอบคือตัวเลือกทางดนตรีที่หลากหลายหากแต่มันแสนจะลงตัวจะเรียกว่าเป็นงานทดลองก็ไม่ถูกเพราะก็ไม่ได้ออกมาแบบจับแพะชนแกะสุ่มสี่สุ่มห้าแต่เหมือนว่าอยากจะขยับขยายเขยิบไปเล่นกับอะไรที่หลากหลายมากกว่าเพื่อรองรับรสนิยมของทุกหูและขยายฐานแฟนเพลง ดังนั้นรับประกันค่ะว่าฟังอัลบั้มนี้แล้วมอบให้คุณคุ้มทุกอารมณ์รสชาติของดนตรีจริงๆตั้งแต่แทร็คเปิดอัลบั้มอย่าง One More Night (3.5/5) ที่น่าจะเป็นซิงเกิ้ลที่สองของ Overexposed นี้ไปเรียบร้อยแล้วแค่เปิดตัวมาโดยจับเอาจังหวะเร็กเก้มาประสานงากับภาคของความเป็นพ็อพร็อคแบบมารูน5ตบบีทเต้นรำและฟองดั๊บตุ๊บป่องแค่นี้ก็แตกต่างพอแล้วกระมังคะ หรือจะเป็นเพลงเก่งของอัลบั้มอย่าง Payphone(5/5) ที่ดิฉันสุดโปรดปรานก็เป็นพ็อพอาร์แอนด์บีเออร์บันจ่าติดฮิพฮอพจากสรรพสำเนียงแร็พของ Wiz Khalifa เป็นหนึ่งในแทร็คที่เท่ห์ที่สุดของปีนี้เลยทีเดียว น่าจะได้อันดับหนึ่งไปให้รู้แล้วรู้รอด ต่อด้วย Daylight (4/5) พ็อพร็อคสูตรสำเร็จแต่ติดหูกู่ไม่กลับลูกเล่นคล้ายกับเพฝงของColdplayในภาคที่พ็อพกว่าคือเป็นซอฟต์ร็อคปะทะบีทกีตาร์สวยๆเหยาะบีทเต้นรำเจือจาง บางคนอาจจะหาว่าดาดโหลแต่ยอมรับว่าชอบนะ Lucky Strike (3.5/5) นี่ค่อนไปทางฟั้งค์ร็อคติดเรโทรนิดๆแต่แอบเปรี้ยวช่วงเบรคเอาท์ที่เอากีตาร์ฟั้งค์ร็อคมาทำเลียนแบบดั๊บสเต็ปจะว่าไปมีอิเล็คโทรนิคอ่อนๆด้วยนะในขณะเดียวกันThe man who never lied (4/5) นี่ก็เป็นอีกหนึ่งพ็อพร็อคธรรมดาๆที่ติดหูเหลือร้าย Beautiful Goodbye (5/5) บัลลาดปิดอัลบั้มสุดไพเราะเก๋ไก๋เป็นงานคอนเทมโพรารี่ย์กึ่งชิล์แจ๊ซซ์บนจังหวะพ็อพเร็กเก้นวลๆปราศจากวัฒนธรรมเอซิดแจ๊ซซ์แบบที่ทางวงชอบทำ


สำหรับเพลงอื่นๆที่น่าสนใจอีกก็มี Ladykiller (3.5/5) งานพ็อพเต้นรำติดกลิ่นเรโทรซาวนด์ของฟั้งค์ กรู๊ฟและดิสโก้บนสตพสำเนียงฟัลเซ็ทโทสุดเซ็กซี่ที่พี่จัสติน ทิมเบอร์เลคและพผีราชาไมเคิล แจ็คสันชอบทำ Love Somebody(3.5/5) นี่ก็จับเอาลูกเล่น Eurythmics แบบอังกฤษจ๋าทีขนมาทั้งยูโรบีท ซอฟต์ร็อค ดิสโก้และซอฟต์ร็อคปะทะกับฟั้งค์กี้ย์ แรกๆไม่ชอบแต่นานไปนี่โอเคละ และแน่นอน Moves Like Jagger (3/5) แทร็คที่ร่วมงานกับคุตนายช็อคการีติ๊นา งั้นๆแต่ได้อันดับหนึ่งไปร่วมเดือนเมื่อปีที่แล้ว ม้ามืดแท้ๆ


จะบอกว่าจวบจนวินาทีนี้ยังไม่เกิดความรู้สึกว่านั่งฟังานของวงร็อคแต่เหมือนกับนั่งฟังอัลบั้มเพลงพ็อพรวมฮิตอะไรเทือกๆนั้นมากกว่า จะว่าไปเป็นหนึ่งในงานของฝั่งอเมริกาที่ฟังได้เพลิดเพลินเจริญจิตที่สุดแห่งปีทีเดียว 







ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น