วันพุธที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

Madonna : Like A Virgin (92%)


Madonna : Like A Virgin (92%)

โบราณท่านว่าไว้ว่า "เจ้าจักตีเหล็กก็ต้องตีแม่งตอนที่มันร้อน"...ว่าแล้วดิฉันก็ขอทำหน้าที่สาวกที่ดีของเจ๊แม่หลังจากที่ห่างหายไปคลั่งไคล้กรี๊ดกร๊าดพวกหนุ่มๆสาวๆเกาหลีซะตั้งนานด้วยการ "หยิบอัลบั้มเก่าๆเลอค่าอมตะของอีเจ๊ที่ยังไม่เคยรีวิว ขึ้นมาเขียนให้เยาวชนรุ่นล่าได้อ่าน เหอๆๆๆ" หลังจากการหวนคืนสู่บัลลังก์ในระดับที่เป็นปรากฏการณ์อีกครั้งใน Give Me All Your Luvin' ก็รู้สึกดีใจมากๆเลยที่ทุกสิ่งทุกอย่างที่สะท้อนออกมาจากตัวตนของเธอไม่ว่าจะเป็นดนตรี คอนเส็ปท์ การแสดงยังคงเป็นเครื่องยืนยันได้อย่างดีว่า "มหาราชินีเพลงพ็อพตัวจริงของวงการก็ยังคงเป็นเธอ" - - รู้สึกดีใจที่ศิลปินที่ชอบออกงานมาแล้วได้รับกระแสตอบรับที่ดีมากๆตั้งแต่ Femme Fatale ของบริทนี่ย์เมื่อปีที่แล้วที่ทำเอาดิฉันนั่งอมยิ้มภูมิใจมาจวบจนทุกวันนี้ ริฮานน่าก็ไปได้ค่อนข้างสวย เจ๊แม่นี่ของตายอยู่แล้วแม้ว่าอันดับ1บนชาร์ตเพลงบิลบอร์ดอาจจะต้องลุ้นเพราะกระแสของอะเดลยังคงครองตลาดดนตรีในอเมริกาอยู่แต่อัลบั้มเชื่อว่าประสบความสำเร็จแบบจัดเต็มสตรีมแน่นอนค่ะ โฮะๆๆๆๆๆ เอ้า!!! ทีนี้ก็เหลือแต่แม่มาลัย เจ๊พิ้งค์และคุณนายคริสทิน่า อากิเลร่าแล้วนะคะ...สู้ๆไอ้อ้วนทั้งหลาย!!!

รูปแบบดนตรี

สำหรับอัลบั้มที่ขอหยิบขึ้นมาเขียนในวันนี้นี่ต้องบอกว่าเป็นอีกหนึ่งในอัลบั้ม "โลโก้" ของเจ๊เลยทีเดียวค่ะกับ Like A Virgin สตูโออัลบั้มชุดที่2ในปี1984ของมาดอนน่าที่นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งในอัลบั้มเพลงพ็อพแห่งยุค80ที่เป็นตัวแทนและสะท้อนมนตร์เสน่ห์จวบจนจิตวิญญาณของวัฒนธรรมดนตรีทีนพ็อพช่วง80ออกมาได้อย่างชัดเจนที่สุด - - เช่นเดียวกับที่เป็นหนึ่งในอัลบั้มพ็อพ80ที่พัดพาโลกทั้งใบให้กระเจิง - - แม้เทียบกันในแง่ของ "กึ๋น" ในภาคดนตรีอาจจะแลดูด้อยกว่า "The First Album" อยู่หลายชุมด้วยซาวนด์ดนตรีเต้นรำแบบอันเดอกราวนด์หนักหน่วงเป็นงานเพลงเต้นรำดีๆที่ผสานทั้งความเป็นแด๊นซ์พั้งค์ ฟั้งค์ ดิสโก้ นิวเวฟและท่วงทำนองของวัฒนธรรมพ็อพแบบ80แท้ๆเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งอาจจะค่อนข้างดิบกร้าวและ80จ๋าจนเกินไปจนทำให้แท้แต่แฟนพันธุ์แท้ของมาดอนน่าเองอาจจะไม่โปรดปรานงานชุดนี้เท่าที่ควร (ก็มันดนตรีใต้ดินนี่คะ!!!) ในขณะที่ Like A Virgin ถูกเจียระไนออกมาให้เป็นงานดนตรีพ็อพหวานหูประปรายด้วยดนตรีเต้นรำและสรรพสำเนียงจำพวกซินธิ์และนิวเวฟกลายๆพร้อมทั้งการนำเสนอที่ทั้งหวานหูและติดหูสุดๆแต่นี่แหละคือ "หัวใจแท้จริงของดนตรีพ็อพ" กับการทำเพลงให้เข้าถึงผู้ฟังในทุกระดับซึ่งไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามก็สามารถที่จะดื่มด่ำไปกับความสดใสและเนื้อหาสุดเสียดสีแสบๆคันๆของเธอในงานชุดนี้จวบจนที่จะปล่อยใจตัวเองให้ล่องลอยไปกับปรากฏการณ์ที่ถูกสร้างขึ้นโดยผู้หญิงชื่อ "มาดอนน่า" อย่างไม่รู้สึกขัดเขิน...วัดกันภายใต้กรอบของคำว่า Pop Culture แล้วนี่คือหนึ่งในอัลบั้มมาสเตอร์พีซของเจ๊เลยทีเดียว

จุดด้อย

ถ้าไม่โฟกัสในเรื่องของ "เสียง" ก็อย่างที่ได้เรียนท่านผู้อ่านไว้ข้างต้นว่าภาพรวมของ Like A Virgin เป็นงานดนตรีพ็อพในระดับที่ทรงคุณภาพ แต่จะว่าไปแล้วนี่ก็ไม่ได้เข้าข้างนะคะในเรื่องของการใช้เสียงแหลมๆแบบนี้นี่มันเป็นกระแสของความนิยมในยุคสมัยนั้นๆมากกว่ารวมถึงแม้ว่ามาดอนน่าจะไม่ใช่คนเสียงดีในระดับมารายห์หรือวิทนี่ย์ ฮุสทันแต่เธอก็สามารถทำได้ดีในมาตรฐานของเธอ - - บางทีการสื่อสารเข้าทะลุถึงหัวใจผู้ฟังก็นับว่าประสบความสำเร็จมากมายในฐานะศิลปินแล้วล่ะค่ะสำหรับดิฉัน

แทร็คเด็ด

เปิดตัวมากับ Material Girl (5) อันเป็นโลโก้สุดคลาสสิคตลอดกาลของมาดอนน่า ภาพรวมอาจจะดูเหมือนเป็นเพลงพ็อพสนุกๆยียวนตามประสาผู้หญิงห่ามๆแบบเธอแต่สำหรับดิฉันตัวตนของมาดอนน่าได้ถูกสะท้อนออกมาอย่างครบถ้วนสมบูรณ์แบบในเพลงนี้อย่างหาที่เปรียบไม่ได้เลยทีเดียวกับแค่ท่อนที่ว่า "Cause We Are Living In A Material World And I Am A Material Girl"ก็สามารถบ่งบอกถึงความเป็นผู้หญิงทะเยอทะยานและกล้าที่จะยืนอยู่เหนือกรอบของทุกสิ่งทุกอย่างในตัวเธอชนิดที่ครบถ้วนด้วยจิตวิญญาณของคนๆหนึ่งในท่อนฮุคสั้นๆไม่กี่วินาที ตอกย้ำให้ลึกลงไปอีกหนึ่งระดับใน Like A Virgin (5) ไทเทิลแทร็คที่เป็นซิงเกิ้ลสุดคลาสสิคอมตะที่สุดตลอดกาลของโลกดนตรี มันย่อมเป็นอะไรที่ไม่ธรรมดาในการที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะลุกขึ้นมาร้องเพลงเกี่ยวกับเรื่องของ "พรหมจรรย์" ...ความน่ารัก สดใสแต่อาบไปด้งยจริตจก้านอันแพรวพราวของเธอในเพลงนี้คืออีกหนึ่งจุดเริ่มต้นของมาดอนน่าในฐานะ "สาวนักปฏิวัติ" อันแท้จริงของอาณาจักรดนตรีพ็อพโดยแท้ อีกหนึ่งในเพลงที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คงต้องยกให้แก่ In To The Groove (5) ที่เป็นหนึ่งในแทร็คเต้นรำที่ดิฉันคิดว่าดีที่สุดและส่วนตัวโปรดปรานที่สุดในช่วงต้นยุคของเจ๊เลยทีเดียว ความเป็นฟั้งค์แน่นๆจากกลองและเบสไลน์อัดแน่นๆพอๆกับดนตรีซินธิ์พ็อพเท่ห์ๆที่ผสานไปกับท่อนคอรัสที่ฟังทีไรก็อดไม่ได้ที่จะปล่อยใจให้หลุดลอยไปท่ามกลางฟลอร์เต้นรำ เป็นหนึ่งในเพลงเต้นรำแห่งยุค80ที่กล้าพูดว่าดีที่สุด!!! ต่อด้วย Dress You Up (4/5) เพลงโปรดของคุณพี่ Candy Perfume Girl หรือ Hard Candy นักรีวิวระดับตำนานของบอร์ดเราคนที่ดิฉันพูดถึงเสมอว่าเป็นแรงบันดาลใจในฐานะนักรีวิวของแนสทิน่าไม่แพ้นิตยสาร POP ในแง่ของดนตรีเพลงนี้ดูดิบและเกรี้ยวกราดกว่าแบบเพลงจำพวกแด๊นซ์ร็อคที่ผสานเสียงสังเคราะห์ตลอดจนดรัมส์แมชชีนเท่ห์ๆเข้ากับซาวนด์เต้นรำแบบคลับใต้ดินขอยกให้เป็นภาคอ่อนๆของ Burning Up ในงานชุดที่แล้วก็แล้วกัน Over And Over (4.5/5) เปลือกนอกอาจจะดูเหมือนเป็นแค่เพลงพ็อพกะโหลกกะลาแต่เมื่อลองได้มีโอกาสเข้ามาสัมผัสกับเพลงนี้มากครั้งแบบเปิดใจแล้วล่ะก็ขอบอกว่าถอนตัวไม่ขึ้นจริงๆเป็นเพลงที่ติดหูและหลอนหัวมากๆแถมยังมีเสน่ห์แบบร้ายๆของมาดอนน่าที่หอมหวานชวนสัมผัสไม่แพ้ซิงเกิ้ลดังเพลงไหนอีกต่างหาก Angel (4/5) อีกหนึ่งเพลงดีๆที่ไม่ค่อยจะเห็นใครพูดถึง สำหรับใครที่ชอบความสดใสและจริตจก้านใน Give Me All Your Luvin' ของเจ๊นี่พลาดไม่ได้นะคะที่จะต้องรีบไปทำความรู้จักกับแม่ของซิงเกิ้ลล่าสุดของเจ๊แม่ในเพลงนี้ ขอปิดท้ายก่อนที่จะต้องเขียนหมดอัลบั้มใน Shoo Be Doo (5) งานเซมิบัลลาดจำพวกดูว็อพที่ดูเหมือนจะได้แรงบันดาลใจมาจากเกิร์ลกรุ๊ปช่วงต้นยุค60 (โมทาวน์) หวานหูและไพเราะเพราะพริ้งสุดๆฟังแล้วอดคิดถึงบรรยากาศเก่าๆไม่ได้ เป็นอีกหนึ่งแทร็คที่ดีสำหรับหยิยบขึ้นมาเป็นเครื่องมือในการดึงความทรงจำเก่าๆกลับมานั่งคิดเล่นๆวันละ5-10นาที โดยเฉพาะเรื่อง "ความรัก"

สรุป

รีวิวนี้ขอมอบให้กับสาวกของมาดอนน่ารุ่นเก่าๆในบอร์ดอย่างพี่ Candy Perfume Girl,พี่รักเธอจริงๆมาดอนน่า,มาม่าเมย์,The Music Like A Bomb,พี่ซูฉี,มาดามจ๊อกกาโล่และอีกหลายๆคน...พอโตขึ้นแล้วคิดถึงบรรยากาศเก่าๆจัง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น