วันเสาร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

Give Me All You Luvin' (Myspace#91)











Madonna (Feat.Nicky Minaj&M.I.A.) : Give Me All Your Luvin' : Pop/Dance (4/5)


















จริงๆตอนแรกไม่คิดว่าจะเขียนวิจารณ์ถึงเพลงนี้ด้วยซ้ำเพราะหลังจากที่ได้ฟังช่วงปลายปีที่แล้วที่อีเจ๊แม่ปล่อยเดโมออกมาหลอนเอาซะอีตอนช่วงน้ำท่วมใหญ่ในรอบประวัติศาสตร์ของบ้านเราเลยทีเดียว ฟังจบรอบแรกถึงกับนั่งงทำตาปริบๆ "อะไรมันจะไม่เข้าท่ากว่านี้ไม่มีอีกแล้ว!!!" มันก็ไม่ได้แย่อะไรมากมายหรอกนะคะถ้าเทียบกับเพลงพ็อพจากหลายๆศิลปินหน้าใหม่ของยุคนี้...เพียงแต่อีเจ๊ขา!!!!หล่อนอายุปาเข้าไป50ต้นๆแล้ว ชั่วโมงบินในวงการรึก็สูงลิบไหนจะแอบไปขัดเกลาพิสูจน์ตัวเองในฐานะศิลปินคุณภาพทำเพลงดุๆเข้าใจยากลึกซึ้งสมค่าศิลปะดนตรีมาเสียนาน - - แล้วหล่อนเอาอะไรเป็นวัตถุดิบบันดาลใจให้ออกงานกะโหลกกะลาแบบนี้ออกมา
















นับว่าเป็นเดชะบุญบารมีของเจ้าหล่อนที่เมื่อวานตอนสายๆดิฉันได้เผอิญดันทะลึ่งไปฟังออริจินัลเวอร์ชั่นที่ร่วมงานกับสองสาวสุดเปรี้ยวของวงการอย่าง "นิคกี้ ไมนาจ" แร็พเพอร์สาวตัวแม่แห่งยุคและสาวแสบของแรงอย่าง "M.I.A." ศิลปินอังกฤษเชื้อสายทมิฬส่งตรงจากศรีลังกา พร้อมๆกับดูเอ็มวีไปในตัวความรู้สึกแง่ลบอันกระอักกระอ่วนอัดแน่นไปด้วยความไม่แน่ใจและกังวลกับการคัมแบ็คของเจ๊แม่ในครั้งนี้ได้หายไปในบัดดล - - ไม่ต้องอะไรมากแค่ฉากที่เพื่อนสาวทั้งสองของเจ๊นั่งขี่คอเชียร์ลีดเดอร์เป็นสาวปอมๆในตอนแรกก็ทำเอาคนแถวนี้ถึงกับตาเหลือกอ้าปากค้างในความกล๊า กล้าประสาทแดกของทั้งสองนาง...อันนี้ไม่นับจริตจก้านของเจ๊ที่นอกจากจะแอ๊บแล้วยังต๊ายยยยทุกท่วงท่าที่แสดงออกมานี่มันมาดอนน่าล้วนๆเลยนี่คะเนี่ย ได้ใจชนิดที่ต่อให้แม่มาลัย แครีย์มือวางอันดับหนึ่งด้านการรังสรรค์ศิลปะเอ็มวีที่โปกฮาและตอแหลที่สุดตลอดกาลของโลกได้มานั่งดูแล้วจะต้องตกตะลึง












มาที่ตัวเพลงในเวอร์ชั่นนี้เอาจริงๆก็ไม่ได้เปลี่ยนอะไรไปจากเวอร์ชั่นเดโมที่"ชิงหลุด"มาในช่วงปลายปีที่แล้วนัก - - ที่ใช้คำว่า "ชิงหลุด" เพราะคิดว่าเป็นการตลาดที่แยบยลมากๆของอีเจ๊และทีมงานที่ปล่อยเดโมมาชิมลางตลอดก่อน เพราะโลกก็ห่างหายจากการได้ยินได้ฟังวดนตรีของอีเจ๊ในสภาพพ็อพจัดจ๋าตลาดแตกขนาดนี้ไปเสียนานน่าดูชม แรกฟังแล้วนั่งด่ามาถึงวันนี้ก็ชินหูกัรนพอดี - - ก็แค่เปลี่ยนท่อนสาวปอมๆในช่วงแรกให้สองสาวนิคกี้กับM.I.A.มาเสี่ยงตายร้องกันไปพร้อมกับแทรกท่อนแร็พเจ็บๆตามสไตล์ของสองนางก็แค่นั้น (M.I.A. ท่อนแร็พเธอช่างเก๋มากๆสั้นๆแต่ล่อทีหน้าหงายเลย) ส่วนโครงสร้างทางดนตรีอื่นๆก็ยังคงรูปแบบเดียวกับที่เคยได้ฟังกันไปแล้วในเดโมคือ "พ็อพเต้นรำ" ใสๆเนื้อหาแสบๆคันๆประกอบกับภาคการนำเสนอชนิดเมนทสตรีมจ๋าไม่มีหลุดไปจากความต้องการของอุปสงค์ตลาดเพลงสากลในยุคนี้ไปสักกระเบียด ไม่ว่าจะเป็นจังหวะดั๊บตุ๊บป่องๆน่ารักๆ - - ซึ่งอย่าครหาว่าเธอมาเกาะกระแสเพราะถ้าติดตามงานของมาดอนน่ามาทุกชุดจริงๆ เธอปูทางมาหา "ดั๊ปสเต็ป" ตั้งแต่ช่วง Hard Candy แล้วเพียงแต่ในช่วงเวลานั้นกระแสของดั๊บยังไม่ได้เข้าสู่ความสนใจของตลาดกระแสหลักจุดโฟกัสก็เลยอยู่ที่ภาคดนตรีอาร์แอนด์บีและฮิพฮอพตลอดจนดนตรีเต้นรำประเภทคลับที่ยังสืบทอดอานิสงส์ต่อจากความสำเร็จของ Confessions On A Dancefloor มากกว่า - - ผสานคลอเคลียไปกับภาคดนตรีอิเล็คโทรนิคซินธิ์พ็อพจางๆจังหวะมาร์ชชิ่งน่ารักๆที่อดทำให้คิดถึงเกว็น สเทฟานี่และอาวริล ลาวีญที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงไปแล้วกับลูกเล่นดนตรีแนวๆนี้ใน Hollaback Girl และ Girlfriend แต่ระดับมาดอนน่าทั้งทีจะทำอะไรสักอย่างก็ต้องให้มันมีเครื่องหมายการค้าของ "Queen Mother Of Pop" เป็นโลโก้ติดหนึบ - - ใช่ว่าจะเน้น Redo แบบใครๆเขานี่คะ หึหึหึ - - ซะหน่อยตั้งแต่กลิ่นอายแรงบันดาลใจของยุค80'sสมัยอีเจ๊ยังสาว ไหนจะบีทกีตาร์อคูสติคใสๆที่ตรงนี้แหละฟังยังไงก็เป็นมาดอนน่ามากๆสูตรสำเร็จนี้เราได้เห็นติดตัวอีเจ๊กันมาแล้วตั้งแต่ในสมัย Music บวกกับการวนเข้ามาทำดนตรีพ็อพจ๋าๆฮุคเจิดจรัสติดหูตายกันไปข้างแบบช่วงต้นยุคของเธอ ฟังแล้วชะรอยว่าอัลบั้มชุดนี้จะได้เห็น Material Girl เวอร์ชั่น2.0 รวมร่างกับเจ๊แม่ในยุค Music นะนี่ - - เผลอๆจะมีความเป็น COADF และ Hard Candy เจือมาอย่างละนิดละหน่อยด้วยซ้ำ - -


ท้ายที่สุดเพลงนี้ไม่ใช่เพลงที่ดีนะคะถ้าเทียบกับมาตรฐานและศักยภาพของความเป็นมาดอนน่าแล้วอาจจะเรียกได้ว่าเป็นเพลงพ็อพสนุกๆติดหูสมยุคที่ "เห่ย!!" ทีเดียว แต่ที่ส่วนตัวให้4คะแนนเนือ่งจากมันมีจุดประทับใจในการกลับมาของเจ๊ทุกครั้งที่ไม่ว่าจะหลอมตัวเองเข้าไปเล่นกับภาคดนตรีแนวไหน "เธอก็ยังคงความเป็น มาดอนน่า แบบที่เรารักเหมือนเดิม" นอกจากการมีจุดยืนที่มั่นคงแล้วก็ขอให้คะแนนเจ๊แม่เราคนนี้ที่วิ่งนำโลกเสมอ สามารถทำให้ตัวเองอยู่ในกระแสเสมอ แบรนด์ของคำว่า "มาดอนน่า" ก็ยังคงเป็นเทรนด์ทางแฟชั่นที่ร้อนแรงเหนือกาลเวลาเสมอ...และที่สำคัญที่สุดพอได้ฟังเพลงนี้แบบเปิดใจแล้วรู้สึกเหมือนกับได้รับการเติมเต็มอะไรสักอย่างจากสิ่งที่เลือนหายไปแล้วใจไม่ได้สัมผัสซะนาน จริงๆแล้ว "มาดอนน่า" ที่ทำเพลงปะทะกับกระแสและสนุกสดใสแบบนี้สินะคือสิ่งที่เราต้องการอย่างแท้จริงมาโยตลอด!!!

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น