วันอาทิตย์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

Whitney Houston (95%)














Whitney Houston : Whitney Houston (95%)
























แม้ว่าดิฉันจะไม่ใช่แฟนเพลงตัวยงของ "วิทนี่ย์ ฮูสทัน" แต่เมื่อวานก็อดช็อคไม่ได้จริงๆค่ะกับข่าวการเสียชีวิตของดิว่าท่านนี้ในแบบที่กระทันหันเกินจะรับทีเดียว แถมเมื่อเดือนที่แล้วดิฉันก็เพิ่งหยิบอัลบั้ม My Love Is Your Love สตูดิโออัลบั้มชุดที่โปรดปรานที่สุดของป้ามาเขียนเป็นงานฉลองวันเกิดครบ25ปีในคอลัมน์ Myspace ของตัวเองก็ไม่คิดว่าท้ายที่สุดจะมาด่วนจากกันไปเร็วขนาดนี้ - - เช่นเดียวกับป้าเอ็ตต้า เจมส์ที่เขียนรีวิวงานของป้าลงมายสเปซหลังจากป้าวิทแค่คอลัมน์เดียวก็มาอำลาโลกไปในระยะเวลาไม่ถึงสองสัปดาห์ - - นับว่าการเสียชีวิตของ "วิทนี่ย์ ฮูสทัน" เป็นหนึ่งในการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของอาณาจักรดนตรีสากลเลยทีเดียว ส่วนตัวแล้วในฐานะคนดนตรีและนักวิจารณ์เพลงดิฉันไม่คิดว่าจะต้องมารีบใช้คำว่า "เขียนเพื่อทำความเคารพเป็นครั้งสุดท้าย" กับศิลปินท่านใดเลย แม้ว่าชีวิตนี้ใช้เวลากับดนตรีมาเกินครึ่งชีวิตมันก็น่าใจหายที่พอวันหนึ่งคนที่เป็นตำนานตัวจริงลาจากโลกนี้ไปเรากลับไม่ได้รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับตัวของเธอเลย ทั้งที่จริงๆแล้วงานของป้าที่เป็นซิงเกิ้ลดังๆก็รู้จักและฟังมาตลอดตั้งแต่เด็ก...เป็นบทเรียนที่ดีที่สอนให้ตัวดิฉันได้รู้ว่าแม้ชีวิตนี้จะฟังดนตรีดีๆมาเยอะแต่ก็ได้พลาดที่จะทำความรู้จักกับตัวตนของศิลปินดีๆผ่านทางผลงานของเขาไปเยอะไม่แพ้กัน ที่สำคัญที่สุดในฐานะที่ป้าเป็น "ดิว่า" และเป็นหนึ่งในคนที่สะท้อนของคำว่าดิว่าออกมาได้ดีที่สุดตลอดกาลดังที่ดิฉันเคยพูดไว้ในหลายๆรีวิวว่าสุภาพสตรีเหล่านี้มีความผูกพันทางจิตวิญญาณกับคนที่เป็น "เกย์" อย่างประหลาดทั้งในแง่แรงบันดาลใจและการหล่อหลอมความแข็งแกร่งทางจิตวิญญาณให้พวกเรากล้าที่จะยืนหยัดและเชื่อในความเป็นดิว่าที่มีในตัวของพวกเราพร้อมกับไม่กลัวที่จะระเบิดพลังทางจิตวิญญาณเหล่านั้นออกไปและแสดงให้โลกได้รับรู้และยอมรับในจิตวิญญาณที่แท้จริงของคนๆหนึ่ง...และในวันนี้ดิว่าตัวน้อยๆคนนี้ขอมอบรีวิวชิ้นนี้เพื่อเป็นการอุทิศให้แก่ดวงวิญญาณของเจ้าป้าผู้เป็นดิว่า เป็นเดอะวอยซ์และเป็นตำนานตัวจริงตลอดกาลที่โลกดนตรีไม่มีทางลืมเลือนกับงานสตูดิโออัลบั้มชุดแรกของป้าในปี1985...จุดเริ่มต้นของผู้หญิงธรรมดาๆที่ชื่อ "วิทนี่ย์ ฮูสทัน" ผู้ที่กลายมาเป็นสุภาพสตรีแถวหน้าและราชินีของวงการดนตรีในระยะเวลาเพียงแค่อัลบั้มเดียว


















รูปแบบดนตรี


















ดวงดาวที่ถูกค้นพบจากการแสดงในไนต์คลับที่นิวยอร์คโดย Clive Davis ที่ได้ตระหนักถึงศักยภาพทางดนตรีและเสียงร้องที่ทรงพลังของป้าโดยเชื่อมั่นอย่างถึงที่สุดว่า "ผู้หญิงคนนี้สามารถที่จะกลายเป็นดาวที่เจิดจรัสและสุกสกาวที่สุดในอนาคตได้" จากความเชื่อมั่นนำไปสู่การขัดเกลาจนก่อเกิดเป็นสตูดิโออัลบั้มแรกภายใต้ชื่อเดียวกับศิลปินชิ้นนี้นับว่าเป็นเครื่องยืนยันได้อย่างดีว่าสิ่งที่คุณ Clive ได้เล็งเห้นในตัวของผู้หญิงที่ชื่อวิทนี่ย์คนนี้ไม่ได้ผิดไปจากที่เขาเชื่อมั่นเลยแม้แต่น้อย Whitney Houston เป็นงานดนตรีอดัลท์คอนเทมโพรารีย์ที่ผนวกเอาความเป็นพ็อพหวานหูและเป็นมิตรกับทุกคลื่นวิทยุเข้ากับพลังเสียงที่ทรงพลังแบบอาร์แอนด์บีดิบดำเข้มข้นของเจ้าป้าที่โดยเฉพาะในส่วนของบัลลาดจำพวก "สแตนดาร์ด" ที่เป็นงานคอนเทมโพรารีย์ผสานสมูธแจ๊ซซ์นุ่มละมุนรวมถึงกลิ่นของความเป็นบัลลาดจากยุค50ผสานโซลกลมกล่อม ซึ่งจะว่าไปแล้วถัดจากยุคของอรีธ่า แฟรงคลินมาก็มีป้าวิทนี่แหละที่เข้ามาสานความนิยมของศิลปินในแนว "ดิว่าโชว์พลังเสียง" และส่งอิทธิพลเสมอมาจนก่อให้เกิดช่วงเวลาของมารายห์ แครีย์,ซีลิน ดิออน,คริสทิน่า อากิเลร่า,เจสซิก้า ซิมป์สันและอีกมากตามมา


จุดด้อย

ไม่มีน่ะค่ะเพราะในแง่ของเอกภาพนี่เป็นงานที่ลงตัวสมศักดิ์ศรีคนที่เป็นตำนานทำจริงๆแถมยังเป็นงานที่ไพเราะมากๆอีกต่างหากฟังแล้วก็ไม่แปลกใจว่าทำไมชื่อของป้าถึงได้เป็นชื่อของศิลปินที่ทรงอิทธิพลที่สุดเป็นอันดับต้นๆมาจวบจนทุกวันนี้และเชื่อว่าแม้ต่อให้ป้าจะจากไปอีก10ปีก็ตาม

แทร็คเด็ด

You Give Good Love (4.5/5) ที่ส่วนตัวของยกให้เป็นหนึ่งในเพลงที่คลาสสิคที่สุดของเจ้าป้าทั้งเนื้อหาที่บูชาในศรัทธาตลอดจนมุมมองที่ขาวสะอาดของความรัก เป็นบัลลาดที่ส่วนตัวคิดว่าสามารถโชว์ศักยถาพในการร้องเพลงของป้าได้อย่างชัดเจนที่สุดเพลงหนึ่งทีเดียวรวมถึงในแง่ของดนตรีงานจำพวกนี้นับว่าเป็นโมเดิร์นอาร์แอนด์บีของยุค80เลยก็ว่าได้นะคะ เก๋!!! How Will I Know (4.5/5) ก่อนที่เพลง I Wanna Dance With Somebody ในอัลบั้มชุดถัดมาจะโด่งดังก็มีเพลงนี้นี่แหละที่เปรียบประดุจเพลงแม่ของเพลงนั้นกับการประสานเอาจังหวะเต้นรำของดนตรีพ็อพ80เข้ากับจิตวิญญาณของอาร์แอนด์บีและโซลผิวสีของป้าได้อย่างลงตัว ฟังแล้วนึกถึงเพลงเต้นรำของศิลปินผิวดำช่วงยุค70เหมือนกัน All At Once (5) ในแง่ของอิทธิพลแล้วอาจจะสู้อีกหลายๆบัลลาดของเจ้าป้าไม่ได้แต่ส่วนตัวขอบอกเลยว่ารู้สึกผูกพันกับเพลงนี้อย่างประหลาดตั้งแต่ครั้งแรกที่ฟังตั้งแต่ตอนเด็กๆเลยอ่ะค่ะ เป็นเพลงที่ส่วนตัวรักและพิเศษในความรู้สึกที่สุดเพลงหนึ่งของป้าวิทเลยทีเดียว ปิดท้ายด้วย Saving All My Love For You(5) กับ Greatest Love Of All (5) สองบัลลาดที่เป็นโลโก้ของเจ้าป้าไปแล้วงานสแตนดาร์ดพ็อพอันเป็นเอกลักษณ์ของเจ้าป้าที่ผสานเอาอารมณ์สุนทรีย์จำพวกสมูธแจ๊ซซ์เข้ากับความดิบสดเข้มข้นในแบบฉบับอาร์แอนด์บีและโซล คลาสสิคสุดๆ

สรุป

บทสรุปของทุกสิ่งทุกอย่างของผู้หญิวงชื่อวิทนี่ย์ ฮูสทันคงเป็นจริงอย่างในทุกถ้อยคำที่เธอได้เคยร้องไว้ในท่อนนึงของเพลง Greatest Love Of All ว่า "At Least I Lives As I Believed.No Matter What They Take From Me,The Can't Take Away My Dignity"...ชื่อของป้าจะเป็นตำนานตลอดไปและจะยังอยู่ในความทรงจำของคนดนตรีทุกคนไปอีกนานเท่านาน หลับให้สบายนะคะวิทนี่ย์ ฮูสทันป้าได้มอบความบันเทิงให้แก่โลกมามากมายแล้วถึงเวลาที่ป้าจะได้พักผ่อน แนสจะจำป้าไปตลอดค่ะ... Rest In Peace!!!

วันพุธที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

Madonna : Like A Virgin (92%)


Madonna : Like A Virgin (92%)

โบราณท่านว่าไว้ว่า "เจ้าจักตีเหล็กก็ต้องตีแม่งตอนที่มันร้อน"...ว่าแล้วดิฉันก็ขอทำหน้าที่สาวกที่ดีของเจ๊แม่หลังจากที่ห่างหายไปคลั่งไคล้กรี๊ดกร๊าดพวกหนุ่มๆสาวๆเกาหลีซะตั้งนานด้วยการ "หยิบอัลบั้มเก่าๆเลอค่าอมตะของอีเจ๊ที่ยังไม่เคยรีวิว ขึ้นมาเขียนให้เยาวชนรุ่นล่าได้อ่าน เหอๆๆๆ" หลังจากการหวนคืนสู่บัลลังก์ในระดับที่เป็นปรากฏการณ์อีกครั้งใน Give Me All Your Luvin' ก็รู้สึกดีใจมากๆเลยที่ทุกสิ่งทุกอย่างที่สะท้อนออกมาจากตัวตนของเธอไม่ว่าจะเป็นดนตรี คอนเส็ปท์ การแสดงยังคงเป็นเครื่องยืนยันได้อย่างดีว่า "มหาราชินีเพลงพ็อพตัวจริงของวงการก็ยังคงเป็นเธอ" - - รู้สึกดีใจที่ศิลปินที่ชอบออกงานมาแล้วได้รับกระแสตอบรับที่ดีมากๆตั้งแต่ Femme Fatale ของบริทนี่ย์เมื่อปีที่แล้วที่ทำเอาดิฉันนั่งอมยิ้มภูมิใจมาจวบจนทุกวันนี้ ริฮานน่าก็ไปได้ค่อนข้างสวย เจ๊แม่นี่ของตายอยู่แล้วแม้ว่าอันดับ1บนชาร์ตเพลงบิลบอร์ดอาจจะต้องลุ้นเพราะกระแสของอะเดลยังคงครองตลาดดนตรีในอเมริกาอยู่แต่อัลบั้มเชื่อว่าประสบความสำเร็จแบบจัดเต็มสตรีมแน่นอนค่ะ โฮะๆๆๆๆๆ เอ้า!!! ทีนี้ก็เหลือแต่แม่มาลัย เจ๊พิ้งค์และคุณนายคริสทิน่า อากิเลร่าแล้วนะคะ...สู้ๆไอ้อ้วนทั้งหลาย!!!

รูปแบบดนตรี

สำหรับอัลบั้มที่ขอหยิบขึ้นมาเขียนในวันนี้นี่ต้องบอกว่าเป็นอีกหนึ่งในอัลบั้ม "โลโก้" ของเจ๊เลยทีเดียวค่ะกับ Like A Virgin สตูโออัลบั้มชุดที่2ในปี1984ของมาดอนน่าที่นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งในอัลบั้มเพลงพ็อพแห่งยุค80ที่เป็นตัวแทนและสะท้อนมนตร์เสน่ห์จวบจนจิตวิญญาณของวัฒนธรรมดนตรีทีนพ็อพช่วง80ออกมาได้อย่างชัดเจนที่สุด - - เช่นเดียวกับที่เป็นหนึ่งในอัลบั้มพ็อพ80ที่พัดพาโลกทั้งใบให้กระเจิง - - แม้เทียบกันในแง่ของ "กึ๋น" ในภาคดนตรีอาจจะแลดูด้อยกว่า "The First Album" อยู่หลายชุมด้วยซาวนด์ดนตรีเต้นรำแบบอันเดอกราวนด์หนักหน่วงเป็นงานเพลงเต้นรำดีๆที่ผสานทั้งความเป็นแด๊นซ์พั้งค์ ฟั้งค์ ดิสโก้ นิวเวฟและท่วงทำนองของวัฒนธรรมพ็อพแบบ80แท้ๆเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งอาจจะค่อนข้างดิบกร้าวและ80จ๋าจนเกินไปจนทำให้แท้แต่แฟนพันธุ์แท้ของมาดอนน่าเองอาจจะไม่โปรดปรานงานชุดนี้เท่าที่ควร (ก็มันดนตรีใต้ดินนี่คะ!!!) ในขณะที่ Like A Virgin ถูกเจียระไนออกมาให้เป็นงานดนตรีพ็อพหวานหูประปรายด้วยดนตรีเต้นรำและสรรพสำเนียงจำพวกซินธิ์และนิวเวฟกลายๆพร้อมทั้งการนำเสนอที่ทั้งหวานหูและติดหูสุดๆแต่นี่แหละคือ "หัวใจแท้จริงของดนตรีพ็อพ" กับการทำเพลงให้เข้าถึงผู้ฟังในทุกระดับซึ่งไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามก็สามารถที่จะดื่มด่ำไปกับความสดใสและเนื้อหาสุดเสียดสีแสบๆคันๆของเธอในงานชุดนี้จวบจนที่จะปล่อยใจตัวเองให้ล่องลอยไปกับปรากฏการณ์ที่ถูกสร้างขึ้นโดยผู้หญิงชื่อ "มาดอนน่า" อย่างไม่รู้สึกขัดเขิน...วัดกันภายใต้กรอบของคำว่า Pop Culture แล้วนี่คือหนึ่งในอัลบั้มมาสเตอร์พีซของเจ๊เลยทีเดียว

จุดด้อย

ถ้าไม่โฟกัสในเรื่องของ "เสียง" ก็อย่างที่ได้เรียนท่านผู้อ่านไว้ข้างต้นว่าภาพรวมของ Like A Virgin เป็นงานดนตรีพ็อพในระดับที่ทรงคุณภาพ แต่จะว่าไปแล้วนี่ก็ไม่ได้เข้าข้างนะคะในเรื่องของการใช้เสียงแหลมๆแบบนี้นี่มันเป็นกระแสของความนิยมในยุคสมัยนั้นๆมากกว่ารวมถึงแม้ว่ามาดอนน่าจะไม่ใช่คนเสียงดีในระดับมารายห์หรือวิทนี่ย์ ฮุสทันแต่เธอก็สามารถทำได้ดีในมาตรฐานของเธอ - - บางทีการสื่อสารเข้าทะลุถึงหัวใจผู้ฟังก็นับว่าประสบความสำเร็จมากมายในฐานะศิลปินแล้วล่ะค่ะสำหรับดิฉัน

แทร็คเด็ด

เปิดตัวมากับ Material Girl (5) อันเป็นโลโก้สุดคลาสสิคตลอดกาลของมาดอนน่า ภาพรวมอาจจะดูเหมือนเป็นเพลงพ็อพสนุกๆยียวนตามประสาผู้หญิงห่ามๆแบบเธอแต่สำหรับดิฉันตัวตนของมาดอนน่าได้ถูกสะท้อนออกมาอย่างครบถ้วนสมบูรณ์แบบในเพลงนี้อย่างหาที่เปรียบไม่ได้เลยทีเดียวกับแค่ท่อนที่ว่า "Cause We Are Living In A Material World And I Am A Material Girl"ก็สามารถบ่งบอกถึงความเป็นผู้หญิงทะเยอทะยานและกล้าที่จะยืนอยู่เหนือกรอบของทุกสิ่งทุกอย่างในตัวเธอชนิดที่ครบถ้วนด้วยจิตวิญญาณของคนๆหนึ่งในท่อนฮุคสั้นๆไม่กี่วินาที ตอกย้ำให้ลึกลงไปอีกหนึ่งระดับใน Like A Virgin (5) ไทเทิลแทร็คที่เป็นซิงเกิ้ลสุดคลาสสิคอมตะที่สุดตลอดกาลของโลกดนตรี มันย่อมเป็นอะไรที่ไม่ธรรมดาในการที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะลุกขึ้นมาร้องเพลงเกี่ยวกับเรื่องของ "พรหมจรรย์" ...ความน่ารัก สดใสแต่อาบไปด้งยจริตจก้านอันแพรวพราวของเธอในเพลงนี้คืออีกหนึ่งจุดเริ่มต้นของมาดอนน่าในฐานะ "สาวนักปฏิวัติ" อันแท้จริงของอาณาจักรดนตรีพ็อพโดยแท้ อีกหนึ่งในเพลงที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คงต้องยกให้แก่ In To The Groove (5) ที่เป็นหนึ่งในแทร็คเต้นรำที่ดิฉันคิดว่าดีที่สุดและส่วนตัวโปรดปรานที่สุดในช่วงต้นยุคของเจ๊เลยทีเดียว ความเป็นฟั้งค์แน่นๆจากกลองและเบสไลน์อัดแน่นๆพอๆกับดนตรีซินธิ์พ็อพเท่ห์ๆที่ผสานไปกับท่อนคอรัสที่ฟังทีไรก็อดไม่ได้ที่จะปล่อยใจให้หลุดลอยไปท่ามกลางฟลอร์เต้นรำ เป็นหนึ่งในเพลงเต้นรำแห่งยุค80ที่กล้าพูดว่าดีที่สุด!!! ต่อด้วย Dress You Up (4/5) เพลงโปรดของคุณพี่ Candy Perfume Girl หรือ Hard Candy นักรีวิวระดับตำนานของบอร์ดเราคนที่ดิฉันพูดถึงเสมอว่าเป็นแรงบันดาลใจในฐานะนักรีวิวของแนสทิน่าไม่แพ้นิตยสาร POP ในแง่ของดนตรีเพลงนี้ดูดิบและเกรี้ยวกราดกว่าแบบเพลงจำพวกแด๊นซ์ร็อคที่ผสานเสียงสังเคราะห์ตลอดจนดรัมส์แมชชีนเท่ห์ๆเข้ากับซาวนด์เต้นรำแบบคลับใต้ดินขอยกให้เป็นภาคอ่อนๆของ Burning Up ในงานชุดที่แล้วก็แล้วกัน Over And Over (4.5/5) เปลือกนอกอาจจะดูเหมือนเป็นแค่เพลงพ็อพกะโหลกกะลาแต่เมื่อลองได้มีโอกาสเข้ามาสัมผัสกับเพลงนี้มากครั้งแบบเปิดใจแล้วล่ะก็ขอบอกว่าถอนตัวไม่ขึ้นจริงๆเป็นเพลงที่ติดหูและหลอนหัวมากๆแถมยังมีเสน่ห์แบบร้ายๆของมาดอนน่าที่หอมหวานชวนสัมผัสไม่แพ้ซิงเกิ้ลดังเพลงไหนอีกต่างหาก Angel (4/5) อีกหนึ่งเพลงดีๆที่ไม่ค่อยจะเห็นใครพูดถึง สำหรับใครที่ชอบความสดใสและจริตจก้านใน Give Me All Your Luvin' ของเจ๊นี่พลาดไม่ได้นะคะที่จะต้องรีบไปทำความรู้จักกับแม่ของซิงเกิ้ลล่าสุดของเจ๊แม่ในเพลงนี้ ขอปิดท้ายก่อนที่จะต้องเขียนหมดอัลบั้มใน Shoo Be Doo (5) งานเซมิบัลลาดจำพวกดูว็อพที่ดูเหมือนจะได้แรงบันดาลใจมาจากเกิร์ลกรุ๊ปช่วงต้นยุค60 (โมทาวน์) หวานหูและไพเราะเพราะพริ้งสุดๆฟังแล้วอดคิดถึงบรรยากาศเก่าๆไม่ได้ เป็นอีกหนึ่งแทร็คที่ดีสำหรับหยิยบขึ้นมาเป็นเครื่องมือในการดึงความทรงจำเก่าๆกลับมานั่งคิดเล่นๆวันละ5-10นาที โดยเฉพาะเรื่อง "ความรัก"

สรุป

รีวิวนี้ขอมอบให้กับสาวกของมาดอนน่ารุ่นเก่าๆในบอร์ดอย่างพี่ Candy Perfume Girl,พี่รักเธอจริงๆมาดอนน่า,มาม่าเมย์,The Music Like A Bomb,พี่ซูฉี,มาดามจ๊อกกาโล่และอีกหลายๆคน...พอโตขึ้นแล้วคิดถึงบรรยากาศเก่าๆจัง

วันเสาร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

Give Me All You Luvin' (Myspace#91)











Madonna (Feat.Nicky Minaj&M.I.A.) : Give Me All Your Luvin' : Pop/Dance (4/5)


















จริงๆตอนแรกไม่คิดว่าจะเขียนวิจารณ์ถึงเพลงนี้ด้วยซ้ำเพราะหลังจากที่ได้ฟังช่วงปลายปีที่แล้วที่อีเจ๊แม่ปล่อยเดโมออกมาหลอนเอาซะอีตอนช่วงน้ำท่วมใหญ่ในรอบประวัติศาสตร์ของบ้านเราเลยทีเดียว ฟังจบรอบแรกถึงกับนั่งงทำตาปริบๆ "อะไรมันจะไม่เข้าท่ากว่านี้ไม่มีอีกแล้ว!!!" มันก็ไม่ได้แย่อะไรมากมายหรอกนะคะถ้าเทียบกับเพลงพ็อพจากหลายๆศิลปินหน้าใหม่ของยุคนี้...เพียงแต่อีเจ๊ขา!!!!หล่อนอายุปาเข้าไป50ต้นๆแล้ว ชั่วโมงบินในวงการรึก็สูงลิบไหนจะแอบไปขัดเกลาพิสูจน์ตัวเองในฐานะศิลปินคุณภาพทำเพลงดุๆเข้าใจยากลึกซึ้งสมค่าศิลปะดนตรีมาเสียนาน - - แล้วหล่อนเอาอะไรเป็นวัตถุดิบบันดาลใจให้ออกงานกะโหลกกะลาแบบนี้ออกมา
















นับว่าเป็นเดชะบุญบารมีของเจ้าหล่อนที่เมื่อวานตอนสายๆดิฉันได้เผอิญดันทะลึ่งไปฟังออริจินัลเวอร์ชั่นที่ร่วมงานกับสองสาวสุดเปรี้ยวของวงการอย่าง "นิคกี้ ไมนาจ" แร็พเพอร์สาวตัวแม่แห่งยุคและสาวแสบของแรงอย่าง "M.I.A." ศิลปินอังกฤษเชื้อสายทมิฬส่งตรงจากศรีลังกา พร้อมๆกับดูเอ็มวีไปในตัวความรู้สึกแง่ลบอันกระอักกระอ่วนอัดแน่นไปด้วยความไม่แน่ใจและกังวลกับการคัมแบ็คของเจ๊แม่ในครั้งนี้ได้หายไปในบัดดล - - ไม่ต้องอะไรมากแค่ฉากที่เพื่อนสาวทั้งสองของเจ๊นั่งขี่คอเชียร์ลีดเดอร์เป็นสาวปอมๆในตอนแรกก็ทำเอาคนแถวนี้ถึงกับตาเหลือกอ้าปากค้างในความกล๊า กล้าประสาทแดกของทั้งสองนาง...อันนี้ไม่นับจริตจก้านของเจ๊ที่นอกจากจะแอ๊บแล้วยังต๊ายยยยทุกท่วงท่าที่แสดงออกมานี่มันมาดอนน่าล้วนๆเลยนี่คะเนี่ย ได้ใจชนิดที่ต่อให้แม่มาลัย แครีย์มือวางอันดับหนึ่งด้านการรังสรรค์ศิลปะเอ็มวีที่โปกฮาและตอแหลที่สุดตลอดกาลของโลกได้มานั่งดูแล้วจะต้องตกตะลึง












มาที่ตัวเพลงในเวอร์ชั่นนี้เอาจริงๆก็ไม่ได้เปลี่ยนอะไรไปจากเวอร์ชั่นเดโมที่"ชิงหลุด"มาในช่วงปลายปีที่แล้วนัก - - ที่ใช้คำว่า "ชิงหลุด" เพราะคิดว่าเป็นการตลาดที่แยบยลมากๆของอีเจ๊และทีมงานที่ปล่อยเดโมมาชิมลางตลอดก่อน เพราะโลกก็ห่างหายจากการได้ยินได้ฟังวดนตรีของอีเจ๊ในสภาพพ็อพจัดจ๋าตลาดแตกขนาดนี้ไปเสียนานน่าดูชม แรกฟังแล้วนั่งด่ามาถึงวันนี้ก็ชินหูกัรนพอดี - - ก็แค่เปลี่ยนท่อนสาวปอมๆในช่วงแรกให้สองสาวนิคกี้กับM.I.A.มาเสี่ยงตายร้องกันไปพร้อมกับแทรกท่อนแร็พเจ็บๆตามสไตล์ของสองนางก็แค่นั้น (M.I.A. ท่อนแร็พเธอช่างเก๋มากๆสั้นๆแต่ล่อทีหน้าหงายเลย) ส่วนโครงสร้างทางดนตรีอื่นๆก็ยังคงรูปแบบเดียวกับที่เคยได้ฟังกันไปแล้วในเดโมคือ "พ็อพเต้นรำ" ใสๆเนื้อหาแสบๆคันๆประกอบกับภาคการนำเสนอชนิดเมนทสตรีมจ๋าไม่มีหลุดไปจากความต้องการของอุปสงค์ตลาดเพลงสากลในยุคนี้ไปสักกระเบียด ไม่ว่าจะเป็นจังหวะดั๊บตุ๊บป่องๆน่ารักๆ - - ซึ่งอย่าครหาว่าเธอมาเกาะกระแสเพราะถ้าติดตามงานของมาดอนน่ามาทุกชุดจริงๆ เธอปูทางมาหา "ดั๊ปสเต็ป" ตั้งแต่ช่วง Hard Candy แล้วเพียงแต่ในช่วงเวลานั้นกระแสของดั๊บยังไม่ได้เข้าสู่ความสนใจของตลาดกระแสหลักจุดโฟกัสก็เลยอยู่ที่ภาคดนตรีอาร์แอนด์บีและฮิพฮอพตลอดจนดนตรีเต้นรำประเภทคลับที่ยังสืบทอดอานิสงส์ต่อจากความสำเร็จของ Confessions On A Dancefloor มากกว่า - - ผสานคลอเคลียไปกับภาคดนตรีอิเล็คโทรนิคซินธิ์พ็อพจางๆจังหวะมาร์ชชิ่งน่ารักๆที่อดทำให้คิดถึงเกว็น สเทฟานี่และอาวริล ลาวีญที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงไปแล้วกับลูกเล่นดนตรีแนวๆนี้ใน Hollaback Girl และ Girlfriend แต่ระดับมาดอนน่าทั้งทีจะทำอะไรสักอย่างก็ต้องให้มันมีเครื่องหมายการค้าของ "Queen Mother Of Pop" เป็นโลโก้ติดหนึบ - - ใช่ว่าจะเน้น Redo แบบใครๆเขานี่คะ หึหึหึ - - ซะหน่อยตั้งแต่กลิ่นอายแรงบันดาลใจของยุค80'sสมัยอีเจ๊ยังสาว ไหนจะบีทกีตาร์อคูสติคใสๆที่ตรงนี้แหละฟังยังไงก็เป็นมาดอนน่ามากๆสูตรสำเร็จนี้เราได้เห็นติดตัวอีเจ๊กันมาแล้วตั้งแต่ในสมัย Music บวกกับการวนเข้ามาทำดนตรีพ็อพจ๋าๆฮุคเจิดจรัสติดหูตายกันไปข้างแบบช่วงต้นยุคของเธอ ฟังแล้วชะรอยว่าอัลบั้มชุดนี้จะได้เห็น Material Girl เวอร์ชั่น2.0 รวมร่างกับเจ๊แม่ในยุค Music นะนี่ - - เผลอๆจะมีความเป็น COADF และ Hard Candy เจือมาอย่างละนิดละหน่อยด้วยซ้ำ - -


ท้ายที่สุดเพลงนี้ไม่ใช่เพลงที่ดีนะคะถ้าเทียบกับมาตรฐานและศักยภาพของความเป็นมาดอนน่าแล้วอาจจะเรียกได้ว่าเป็นเพลงพ็อพสนุกๆติดหูสมยุคที่ "เห่ย!!" ทีเดียว แต่ที่ส่วนตัวให้4คะแนนเนือ่งจากมันมีจุดประทับใจในการกลับมาของเจ๊ทุกครั้งที่ไม่ว่าจะหลอมตัวเองเข้าไปเล่นกับภาคดนตรีแนวไหน "เธอก็ยังคงความเป็น มาดอนน่า แบบที่เรารักเหมือนเดิม" นอกจากการมีจุดยืนที่มั่นคงแล้วก็ขอให้คะแนนเจ๊แม่เราคนนี้ที่วิ่งนำโลกเสมอ สามารถทำให้ตัวเองอยู่ในกระแสเสมอ แบรนด์ของคำว่า "มาดอนน่า" ก็ยังคงเป็นเทรนด์ทางแฟชั่นที่ร้อนแรงเหนือกาลเวลาเสมอ...และที่สำคัญที่สุดพอได้ฟังเพลงนี้แบบเปิดใจแล้วรู้สึกเหมือนกับได้รับการเติมเต็มอะไรสักอย่างจากสิ่งที่เลือนหายไปแล้วใจไม่ได้สัมผัสซะนาน จริงๆแล้ว "มาดอนน่า" ที่ทำเพลงปะทะกับกระแสและสนุกสดใสแบบนี้สินะคือสิ่งที่เราต้องการอย่างแท้จริงมาโยตลอด!!!

วันพุธที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

KARA : Step (94%)


KARA : Step (94%)

ห่างหายจากการเขียนวิจารณ์ยาวๆเต็มรูปแบบพร้อมกับตัดคะแนนตาม(บาง)แทร็คไปนาน จนผู้อ่านหลายท่านถามเข้ามากันว่าสรุปจะเขียนแต่ "คอลัมน์ Myspace ใช่มั้ย?"...จริงๆแล้วช่วงหลังๆที่เน้่นมายสเปซเพราะว่า "ไม่ค่อยมีเวลา" บางทีเราไม่ต้องลงรายละเอียดอะไรมากไงคะแถมบางทีอยากเขียนอะไรสั้นๆรวบที3อัลบั้ม5อัลบั้มก็เขียนได้ แถมสมาชิกในบอร์ดยุคนี้ไม่ค่อยชอบอ่านอะไรยาวๆกันแล้วดังนั้นรีวิวเต็มรูปแบบของ Da Nastina นี่จะเขียนเฉพาะอัลบั้มที่ดิฉันข้อมูลล้นจริงๆคือเป็นงานที่เป็นไฮไลท์ของช่วงนั้นรวมไปถึงงานกิติมศักดิ์ของศิลปินในดวงใจที่จะให้มานั่งเขียนกันย่อๆก็คงไม่ได้ต้องเจอกันเต็มๆ เช่นเดียวกับ Step สตูดิโออัลบั้มชุดที่3ในปีที่แล้วของ "คาร่า" 5สาวนางฟ้าจากแดนโสมที่ตอนนี้กลับดาหน้าขึ้นแท่นเป็นวงเกิร์ลกรุ๊ปอันดับ1ในดวงใจของแนสทิน่าคนนี้ไปได้แบบงงๆ ณ ขณะนี้นั่งฟังวงนี้ทุกวันไม่รู้ไปทำอะไรกับพวกเธอไว้ (คาดว่าจะเป็นเพราะเวรกรรมที่ก่อนหน้านี้ด่าพวกศิลปินเกาหลีเอาไว้เยอะ สวรรค์เลยสาปส่งให้ปีศาจสาวโลกีย์อย่างอะฮั๊นกลายร่างเป็นติ่งติดสอยห้อยตามพวกนางนายเกาหลีต้อยๆเฉกเช่นทุกวันนี้)

รูปแบบดนตรี

เชื่อว่าแฟนเพลงส่วนใหญ่ในบ้านเราจะรู้จักและจดจำพวกเธอกันได้จากเพลง Mister - - ที่ทุกวันนี้เข้าทำเนียบเพลงเคพ็อพวัยรุ่นคลาสสิคไปแล้ว - - พร้อมทั้งภาพลักษณ์หวานๆ สดใส น่ารักไปยันแบ๊วของทั้ง5สาวอันประกอบด้วย "คยูรี" - - เทพธิดาแห่งความงามลีดเดอร์ของวงรับหน้าที่ร้องนำแร็พบ้าง - - "ซึงยอง" - - หรือน้องแฮมที่แฟนๆหลายคนรักคนนี้นี่เสียงดีที่สุดในวงรับหน้าที่ Main Vocal เวลาแผดเสียงสูงหลบลงต่ำอิมโพรไวซ์หอนกระจาย- - "คูฮาร่า" - - น่าจะดังสุดในวงแล้วเพราะหน้าดันไปคล้ายคลึงกับศิลปินญี่ปุ่นท่านนึง คงนี้นอกจากจะร้องบ้างก้ยังรับบทประสานเสียงพร้อมเต้นนำ - - "นิโคล" - - สาวสุดเท่ห์แนวหน้าการแร็พของวง - - และ "จียอง" - - น้องเล็กของวงเสียงแหลมสูงประะสานสอดรับกับหนูแฮมได้ดี - - แต่กระนั้นแล้วจุดเริ่มต้นอันแท้จริงของพวกเธอในสมัยเดบิ้วท์กับอัลบั้มชุด The First Blooming กลับเป็นสาวเคพ็อพอาร์แอนด์บีสุดเท่ห์ซึ่งความหวานของพวกเธอทั้ง4 (ในช่วงนั้นก่อนที่นักร้องนำเสียงดีจะชิ่งออกไป) ก็ไม่ได้แพ้อย่างที่เราได้ยินกันในทุกวันนี้เลยหากแต่จะดูโตและเซ็กซี่น่าค้นหากว่าช่วง Honey,Pretty Girl และ Revolution ที่สมาชิกมาลงตัวกันที่5กับภาพลักษณืและดนตรีที่หวานมสจนอาจจะเลี่ยนกันไปข้าง...แต่ก็น่ารักนะ มาในสตูดิโออัลบั้มชุดที่3อย่าง Step นี้ความหวานในดนตรีเคพ็อพของพวกเธอยังคงอยู่แต่ถูกประยุกต์ปรับเปลี่ยนให้ก้าวสู่ยุคเคพ็อพที่ล้ำสมัยมากขึ้นกับดนตรีอิเล็คโทรพ็อพแด๊นซ์กันกระจายมีแแอบแกมเปรี้ยวเป็นฮิพฮอพบ้างอาร์แอนด์บีสวยๆ แต่ก็ยังคงไม่ลืมจุดยืนของตัวเองในฐานะขวัญใจวัยทีกับดนตรีแนวทีนพ็อพและบับเบิ้ลกัมพ็อพที่ครั้งนี้ไม่ได้มาแบบไก่กาอีกต่อไปหากแต่ถูกปรุงแต่งให้โฉบเฉี่ยวและมีความเป็นแฟชั่นมากขึ้นพร้อมทั้งสารพัดลูกเล่นที่งัดออกมาเสริมทัพให้อัลบั้มนี้เป็นงาน "เคพ็อพ" วัยรุ่นที่เข้าขั้นงานคุณภาพ...เรียกได้เต็มปากว่าเป็นก้าวกระโดดของ "คาร่า" ในภาคที่โตขึ้นและหลอมตัวเองใหม่เข้าสู่กับแฟชั่นและเทรนด์ทางดนตรีกระแสหลักของอุตสาหกรรมดนตรีเกาหลี ที่คราวนี้ดูเหมือนว่าไม้ตายจะเป็น "ฝีมือ" ที่สั่งสมมาประกอบกับ "พัฒนาการ" มากกว่าเปลือกนอกอันหวานใส (เอาแล้ว!!!)

จุดด้อย

พิจารณาจากพื้นทางของวงและคุณภาพในกรอบของอัลบั้ม "พ็อพ" (เข้าสู่หมวดสากลเพราะไม่ได้วักจากรอบของ "เคพ็อพ") ที่ดีแล้ว Step ไม่มีอะไรด้อยนะคะ ยิ่งถ้าคุณได้ติดตามงานของพวกเะฮตั้งแต่อัลบั้มแรกที่สมบูรณ์แบบไม่แพ้กันยันเป๋ไปแอ๊บแบ๊วเอาใจวัยหวานซะนานเป็นปีๆในช่วงก่อนหน้านี้ อัลบั้มชุดนี้คือ "สวรรค์" ของเหล่าคามิเลียที่ต้องการจะได้ยินพัฒนาการที่จากทั้ง5สาวเลยทีเดียว อาจจะติดอยู่ตรงที่พวกเธอยังต้องคำนึงถึงฐานของแฟนๆอยู่ภาคดนตรีและการนำเสนอโดยรวมจึงยังมีความเป็นทีนพ็อพตามสไตล์K-Idol ค่อนข้างมากแต่ถ้าพิจารณาลูกเล่นอะไรกันดีๆแล้ว ครั้งนี้เปรี้ยวขึ้นโข....พัฒนากันไปเรื่อยๆเชื่อว่าในงานชุดต่อๆไปเราต้องได้เห็น5นางฟ้าที่โตขึ้นและทำอะไรที่น่าตื่นตาตื่นใจขึ้นกว่าเดิมแน่นอน

ป.ล. คาดว่ายุคของสาวแบ๊วในตลาดเกาหลีกำลังใกล้จะหมดไปเพราะทั้ง T-ARA,SNSDและWonder Girls ก็ต่างลอกคราบมาทำเปรี้ยวแข่งกันชนิดมันส์หยด วู๊ยยยยยย เอากันให้เต็มที่เลยเจ้าค่า

แทร็คเด็ด

EY!OH! (4/5) อินโทรเปิดอัลบั้มกับดนตรีอิเล็คโทรนิคเปรี้ยวเป็นฉากหลังตีกับบีทฮิพฮอพโจ๊ะๆพร้อมกับการแร็พชนิดตับแล่บกันไปข้างของสาวๆ วู๊ยยยย เปิดมาแค่นี้คามิเลียตัวจริงก็ฟังออกกันแล้วกระมังคะว่างวดนี้ได้ยินงานปล่อยของแน่ๆ ยิ่งมาเจอกับ Step (5) ไทเทิ่ลแทร็คที่เป้นซิงเกิ้ลแรกที่ใช่เลยทีเดียวค่ะกับการประยุคดนตรีเคพ็อพเต้นรำตามสไตล์ของคาร่าให้เปรี้ยวขึ้นบนโพรแกรมมิ่งอิเล็คโทรนิค ซินธิไซเซอร์ดืดดึ๋งพลางตบเท้าต่อด้วยยูโรบีทแจ่มจรัสตบกับดิสโก้ตึ๊บๆแถมเบรคเอ๊าท์สลับเป็นฮิพฮอพอีก (น่าจะเหยาะดั๊บมากันอีกนิดโน๊ะ) ฟังแล้วแถบจะลงไปดิ้นพราดๆๆๆๆๆๆๆแบบนี้นี่ใช่เลย Date (My Boy) (4.5/5) งานซินธิ์พ็อพโพรแกรมมิ่งหวานๆที่นอกจากความงามละมุนของอาร์แอนด์บีพ็อพแล้วยังแอบเจิมด้วยดนตรีเฮ้าส์ลอบๆ แถมท่อนคอรัสยังเพราะติดหูเอามากๆ ต๊ายยยย แฟนจ๋าเชีนร์ขาดใจทีเดียะ มาที่ I Am (Ing) (5) งานรีเร็คคอร์ดเวอร์ชั่นอคูสติคที่ก่อนหน้านี้เพลงนี้ได้ถูกรวมไว้ในมินิอัลบั้มชุด Pretty Girl ด้วย จริงๆแล้วงานบัลลาดของคาร่านี่ปกติจะได้ยินแต่อารมณ์เหงา ใสและหวานนะคะแต่นี่เป็นครั้งแรกจริงๆที่ได้ยินอะไรที่ดิบสดเข้มข้นและทรงพลังจากพวกเธอโหนเสียงกันโหยหวนแหลมปรี๊ดตายไปข้างทีเดียว อีกหนึ่งงานที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คงเป็น With My Heart (Dear Kamilia) (5) งานโบนัสแทร็คแบบอดัลท์คอนเทมโพรารีย์เพียโนบัลลาดเครื่องสายกรีดเสียงสวยงามงดที่พวกเธอพัฒนาเรื่องฮาร์โมนิคของการวางไลน์ประสานเสียงได้ดีจนที่ว่าแน่ๆอย่างพวก S.H.E. จากฝั่งไต้หวันฟังแล้วต้องเหลียวหลัง ให้5้เต็มเพราะว่าพวกเธอร้องให้ดิฉันได้ซึ้งม๊ากกกกกกกกกกกกก อ๊ะ! ก็เป็นคามิเลียนี่คะ

สรุป

ไหนๆได้ลองมาตกหลุมรักกันขนาดนี้แล้วก็ขอออกปาก ณ ที่นี้เลยว่าเชื่อในตัวพวกเธอมากๆแล้วกัน แฟนจ๋าคามิเลียคนนี้รอติดตามสิ่งดีๆและพัฒนาการใหม่ๆจาทั้ง5นางฟ้าเสมอนะจ๊ะ (ซารางเฮโย ว่ะ!)