วันพฤหัสบดีที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2555

Whitney Houston : My Love Is Your Love (Myspace#87)


Whitney Houston : My Love Is Your Love : R&B/Soul/Pop (92%)

สำหรับวันนี้ - - 12 มกราคม - - ก็เป็นวันคล้ายวันเกิดของดิฉันนะคะ มายสเปซคอลัมน์ที่87นี้เลยขอมอบของขวัญให้แก่ตัวเองเป็นงานรีวิวเชิง Recommend สั้นๆจากศิลปิน "ดิว่า" ด้วยความที่อย่างที่เคยบอกไปแหละค่ะว่าไม่มีศิลปินประเภทใดในโลกที่จะสามารถสื่อสารทางจิตวิญญาณกับ "เกย์" ได้ลึกซึ้งเท่าสารพัดดิว่าอีกแล้ว พวกเธอเกิดมาเพื่อชนเผ่าเราโดยแท้เราสุขก็เปิดเพลงของพวกเธอเต้นเราเศร้าก็เปิดเพลงของพวกเธอคลอเคลียปลอบประโลมจิตใจ โดยมายสเปซครั้งนี้ขอเลือกดิว่าท่านที่ "ไม่ได้ผูกพันอะไรมากมายเป็นพิเศษ" - - แต่ก็เคารพในผลงานของเธอมากๆเลยทีเดียว - - อย่าง "วิทนี่ย์ ฮุสทัน" เพื่อเป็นนิมิตหมายของการมีชีวิตใหม่และเรียนรู้อะไรใหม่กับงานดนตรีใหม่ๆคนใหม่ๆและหลีกออกจากความเคยชินเดิมๆ เหนือสิ่งอื่นใดเราก็รู้กันดีอยู่แล้วนะคะว่าในอดีตวิทนี่ย์ ฮุสทันเคยเป็นดิว่าที่ยิ่งใหญ่และทรงพลังขนาดไหน...ถ้าจะหาสุภาพสตรีระดับแนวหน้าของวงการสักคนที่ส่องประกายความเป็นราชินีในตัวและสะท้อนนิยามของคำว่า "ดิว่า" ออกมาได้ดีที่สุด - - เช่นเดียวกับที่ถ้าคิดจะเลือกใครสักคนเป็นตัวแทนเอาฤกษ์เอาชัยของชีวิตแบบดิว่า ฮุฮุฮุ - - คงจะหนีไม่พ้นป้าวิทคนนี้แน่นอน

สำหรับอัลบั้มที่เลือกมาเขียนถึงในโอกาสพิเศษสำหรับตัวดิฉันเองในวันนี้ขอเป็น My Love Is Your Love สตูดิโออัลบั้มลำดับที่4ในปี1998ของป้าก็แล้วกันนะคะ แม้ว่้าในแง่ของสถิติจากการทำอันดับบนชาร์ตจะด้อยกว่้าทุกอัลบั้มที่ผ่านมาของเธอ - - สูงสุดที่อันดับ13 - - รวมถึงสตูดิโอสองอัลบั้มล่าสุดหลังจากงานชุดนี้อย่าง Just Whitney และ I Look To You แต่จากเนื้องานเท่าที่สัมผัสแล้ว แม้ว่าส่วนตัวจะไม่เคยฟังผลงานช่วงต้นยุคของป้าวิทแบบเต็มๆอัลบั้มแต่ก็กล้าพูดนะคะว่า "นี่อาจจะเป็นหนึ่งในงานที่ดีที่สุดของเธอเลยทีเดียว" ที่สำคัญสำหรับผู้ฟังรุ่นใหม่ที่รู้จักกับผลงานของป้าในยุคหลังๆนี้ถ้าได้ลองหามาฟังจะสัมผัสได้ขัดเจนเลยว่า "ความทรงพลังของตัวงานแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง"

8ปีที่ทิ้งห่างจาก I'm Your Baby Tonight อัลบั้มชุดก่อนหน้านี้ไป ใน My Love Is Your Love ภาคดนตรีของป้าวิทขยับขยายจากงานอดัลท์คอนเทมโพรารีย์สูตรสำเร็จและพ็อพอาร์แอนด์บีขึ้นไปเล่นกับภาคดนตรีหลากระดับโดยภาพรวมทั้งหมดยืนพื้นอยู่บนความเป็นงาน "คอนเทมโพรารีย์อาร์แอนด์บี" เข้มๆและนุ่มนวลตามแบบฉบับอาร์แอนด์บีผิวสีทรงเสน่ห์ของวิทนี่ย์ ฮุสทันผสานความร่วมสมัยด้วยบีทฮิพฮอพอินเทรนด์เกาะกระแสไล่้กวาดไปหาจิตวิญญาณของความเป็นโอลด์สคูล อาทิ โซล,Torch Song จำพวกบัลลาดที่แฝงกลิ่นอายของดนตรียุค50,สมูธแจ๊ซซ์,อดัลท์คอนเทมโพรารีย์สูตรสำเร็จตามแบบฉบับป้าวิท ไปจนถึง "กอสเพล" ตัดสินจากภาพรวมทั้งหมดทั้งมวลแล้วนับว่าเป็นงานที่แสดงให้เห็นถึงความทรงศักยภาพและวิสัยทัศน์ทางดนตรีของป้าวิทอย่างเด่นชัดที่สุดครั้งหนึ่งเลยทีเดียว - - Just Whitney ส่วนตัวคิดว่าหลากหลายกว่าแค่ไม่เข้มเท่า ออกไปเอาใจคอเมนทสตรีมเอาซะมากกว่า

แทร็คที่พลาดไม่ได้เลยจริงๆก็พวกบรรดาซิงเกิ้ลทั้งหลายของอัลบั้มนี้ที่เรียกได้ว่า "โด่งดัง" เป็นที่รู้จักและยอมรับในหมู่นักฟังเพลงอย่างกว้าขวางทีเดียวนับตั้งแต่สองอัลบั้มแรกและพีคสุดๆในยุค The Bodyguard เริ่มที่เพลงเปิดอัลบั้มอย่าง It's Not Right But It's OK เพลงอาร์แอนด์บีเต้นรำจังหวะจะโคนเก๋ๆและท่อนฮุคที่หลอนหัวติดหูกระซวกเข้าไปในจิตวิญญาณ เป็นหนึ่งในเพลงเต้นรำของป้าวิทที่ดังในหมู่เกย์ม๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกไม่แพ้ I Wanna Dance With Somebody หรือ I'm Every Woman เลยทีเดียว ขึ้นหิ้ง!!! มาที่ไทเทิ่ลแทร็คใน My Love Is Your Love เด็ดดวงตรงการผสานบีทมิดเทมโพอาร์แอนด์บีเนิบๆเข้ากับอิทธิพลของวัฒนธรรมดนตรีเร็กเก้และศิลปะการนำเสนอแบบกอสเพล เป็นหนึ่งในเพลงที่ชอบที่ของป้าวิทเท่าที่เคยฟังมาเลยทีเดียว และแน่นอนว่าเพลงที่เป็นไฮไลท์ของงานชุดนี้จะเป็นอะไรไปได้นอกจาก When You Believe ซาวนด์แทร็คจากแอนนิเมชั่นเรื่อง The Prince Of Egypt งานดูเอ็ทระดับตำนานกับดิว่ารุ่นน้องอย่างแม่มาลัย แครี่ย์เจ็ดสีเจ็ดศอก เป็นอดัลท์คอนเทมโพรารีย์บัลลาดกอสเพลที่เพราะและทรงพลังจนขนหัวลุก If I Told You That ผลผลิตจาก "ร็อดนี่ย์ เจอร์กินส์" ก็เปิดตัวได้อย่างสง่าผ่าเผยบนอารมณืดิบสดแบบบลูส์โซลอาร์แอนด์บีที่ชวนให้นึกถึงอารยธรรมโมทาวน์ก่อนจะหักดิบเข้าเป็นอาร์แอนด์บีฮิพฮอพร่วมสมัยที่พรมด้วยเพียโนแจ๊ซซ์พลิ้วไสวคลอเคลียเป็นแบ็คกราวน์ สำหรับ Heartbreak Hotel นี่ก็เป็นงานบัลลาดจำพวกคอนเทมโพรารีย์โซลฟูลอาร์แอนด์บีเนียนๆแบบที่ฟังแล้วนึกถึงเครื่องหมายการค้าของ "แบรนดี้" สมัยยังดังอยู่ แต่เชื่อว่าที่แฟนๆจะต้องชอบคือ I Learned From The Best ที่เป็นงานดิว่าบัลลาดโชว์พลังเสียงสไตล์บัลลา่ดสูตรสำเร็จของป้าวิท จะว่าไปฟังแล้วแอบนึกถึงป้าโทนี่ แบร็กทันในเวอร์ชั่นที่ดุขึ้นมาอีกระดับ อย่างไรก็ตามสำหรับดิฉันเพลงที่ดันหลงรักเข้าจริงๆกับเป็น Until You Come Back ที่มาแนวสแตนดาร์ดพ็อพบัลลาดอิืงแอบด้วยอารมณ์โซลหวานๆลอยๆปะทะสมูธแจ๊ซซ์กลมกล่อมเครื่องหมายการค้าของป้าวิท น่าเสียดายที่ไม่ได้ตัดเป็นซิงเกิ้ลแต่ก็ถูกเอาไปรวมไว้ในงานชุด Love,Whitney ที่คิดว่าเป็นงานรวมบทเพลงรักอมตะที่ดีที่สุดของวิทนี่ย์ - - ดีกว่ารวมฮิตแพ็คคู่เจาะสว่านนั่นเยอะเลยทีเดียว - - ส่วนตัวชอบพลังเสียงแบบอาร์แอนด์บีเข้มๆของป้าที่สะกดดิฉันซะอยู่หมัดที่สำคัญการอิมโพรไวซ์แบบอิสระพอดีๆและไพเราะมากมาย วู๊ยยยย ฟังแล้วแถบจะขาดใจ ปิดท้ายด้วย I Was Made To Love Him ดิบและมีความเป็นเออร์บันมากที่สุดแล้วในตัวงานกับภาคดนตรีแบบบลูส์โซลอาร์แอนด์บีกอสเพลที่ทำขึ้นคารวะปรมาจารย์โซลและจิตวิญญาณของดนตรีแห่งจิตวิญญาณยุค60โดยแท้

มายสเปซคอลัมน์ที่87นี้ขอมอบรีวิว My Love Is Your Love เป็นของขวัญให้แก่ตัวดิฉันเอง นับว่าเป็นโชคชะตาที่ดีทีเดียวที่ดันมาเกิดอาการสนใจอยากจะฟังงานของป้าวิทอย่างจริงจังเอาช่วงนี้พอดิบพอดี ต้องขอบคุณพระประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้าที่ทรงทำให้ดิฉันพบเจอกับงานดีๆชุดนี้และไม่แน่อาจจะได้พบเจอแรงบันดาลใจ....ที่ชีวิตนี้มองข้ามเธอไปนาน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น