วันศุกร์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2555

Kylie Minogue + Etta James + Stereophonics (Myspace#88)





Kylie Minogue : Kylie : Pop/Dance (77%) + Etta James : The Dreamer : Blues/Jazz (100%) + Stereophonics : Performances And Cocktails : Alternative Rock (96%)

จากมายสเปซคอลัมน์ที่แล้วของป้าวิทนี่ย์ ฮุสทันทำให้ดิฉันนั่งคิดถึงศิลปินหลายท่านที่ส่วนตัวชื่นชมมากๆอยู่เหมือนกันแต่ก็ไม่มีโอกาสที่จะได้เขียนงานวิจารณ์ถึงมากมายสักเท่าไรนัก ว่าแล้วมายสเปซคอลัมน์ที่88นีั้ก็ขอเขียนงานอุทิศแด่แรงบันดาลใจจากสามฝากฝั่ง - - ราชินีเพลงเต้นรำจากออสเตรเลีย "ไคลี่ย์ มิโน้ก",ตำนานเพลงบลูส์ที่ยังคงลมหายใจ "เอ็ทท่า เจมส์" และ "Stereophonics" วงบริทพ็อพชื่อก้องจากเวลส์ (สหราชอาณาจักร)

เริ่มต้นกับเจ๊ไคย์ที่ก่อนอื่นต้องบอกว่า "เธอคือแรงบันดาลใจของมายสเปซครั้งที่88นี้" เพราะว่าอัลบั้มที่หยิบมาเขียนถึงคือ Kylie ซึ่งเป็นสตูดิโออัลบั้มแรกในปี "1988" ซึ่งก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งปีสำคัญที่เปิดตัวให้โลกได้รู้จักกับราชินีฟลอร์เต้นรำจากฝั่งออสซี่ท่านนี้เลยทีเดียว ในฐานะที่ส่วนตัวไม่ได้เป็นแฟนเพลงขาจรของไคลี่ย์และติดภาพของเธอในฐานะราชินีดิสโก้ทำเพลงเต้นรำเปรี้ยวๆแรงๆตั้งแต่อัลบั้ม Fever ขึ้นไป พอได้มาลองสัมผัสกับความสดใสของเธอในอัลบั้มแรกนี้ก็รู้สึกแปลกไปอีกแบบ เพราะไม่คิดว่าส่วนตัวมาฟังเจ๊ไคย์ในภาคนี้แล้วจะชอบด้วยความที่ตัวงาน "หวาน" และ "ใส" มาก แถมฟังแล้วยังอดที่จะจับเอางานชุดนี้ไปเปรียบเทียบกับตัวแม่ของดนตรีพ็อพเต้นรำยุค80อย่างเจ๊แม่ "มาดอนน่า" และเจ้าป้า "ซินดี้ ลอเพอร์" อีก ในเรื่องของความแรงในด้านการนำเสนอตัวตนและเนือ้หารวมถึงความมีอัตลักษณ์ทางดนตรีที่ชัดเจนคงต้องบอกว่าในช่วงนั้นไคลี่ย์ยังสู้สองป้าไม่ได้ แต่หนึ่งในสิ่งที่ชอบในงานชุดนี้ของเจ๊ไคย์มากกว่าสองป้านั่นก็คือ "งานชุดนี้เป็นอัลบั้มพ็อพ80ที่ติดหูและไพเราะยกอัลบั้ม" คือฟังได้เรื่อยๆไม่เบื่อแถมฟังแล้วอารมณ์ดีอยากเบิ้ลต่ออีกหลายๆรอบต่างหาก ฟังแล้วก็หายคาใจว่าทำไมใครๆเขาถึงยกให้ SAW - - Stock,Aitken And Waterman - - เป็นหนึ่งในโปรดิวซ์เซอร์มือทองของยุค80 เพราะพวกเขาได้พิสูจน์ตัวเองอย่างยิ่งยวดในงานมาสเตอร์พีซ (อีกชุด) ชิ้นนี้แล้วว่าจิตวิญญาณของภาคดนตรีและมนตร์เสน่ห์แห่งยุค80ที่พวกเขาได้ฝังรากลงไปในอัลบั้ม Kylie นั้นมันเป็นอะไรที่เหนือกาลเวลาจริงๆ....ต่้อให้ทุกวันนี้คนรุ่นหลังนำกลับมาฟังความสดใสในวันนั้นก็ยังคงสดใหม่และไม่มีวันเชย

ข้ามฝากมาที่ฝั่งอเมริกากับงานชุด The Dreamer ของเจ้าป้า "เอ็ทท่า เจมส์" ราชินีอีกหนึ่งท่านแห่งอาณาจักรดนตรีบลูส์และอาร์แอนด์บีผู้ที่เป็นแรงบันดาลใจอย่างยิ่งยวดให้แก่ดิว่ารุ่นเล็กในยุคนี้ อาทิ คริสทิน่า อากิเลร่าและบียอนเซ่ เป็นต้น - - เพลงดังๆของป้าก็มี At Last และ Something Gotta Hold On Me - - ซึ่งเจ้าป้าก็ออกมาประกาศแล้วว่า The Dreamer จะเป็นสตูดิโออัลบั้มชุดสุดท้ายของเธอ!!! แม้ส่วนตัวจะรู้สึกใจหายเล็กๆแต่ก็เข้าใจสัจธรรมที่ว่า "ไม่มีงานเลี้ยงใดที่ไม่มีวันเลิกรา" นะคะ และใน The Dreamer ก็เป็นการปิดม่านในฐานะตำนานและคนดนตรีคุณภาพของเจ้าป้าอย่าง "สมศักดิ์ศรี" ทีเดียว หลายแทร็คสะท้อนถึงจิตวิญญาณของตำนานผู้คร่ำหวอดและถ่ายทอดดนตรีผิวสีอย่างอาร์แอนด์บี บลูส์ โซลและแจ๊ซซ์ออกมาได้อย่้างดี แถมด้วยอารมณ์ดิบๆและเกรี้ยวกราดแบบสาวร็อคที่มีทั้งพวกฟั้งค์ร็อคและRockabilly ที่นำมาผสานกับความเป็นเออร์บันได้อย่างลงตัว ฟังแล้วก็ต้องขอคารวะให้แก่ความเป็น "ตัวจริง" ของป้าตั้งแต่แรกเริ่มจวบจนวินาทีที่จะอำลาสังเวียนดนตรีเลยทีเดียว

ปิดท้ายคอลัมน์กับงาน "บริทพ็อพ" จากสหราชอาณาจักรกันบ้าง หลังจากที่ห่างหายจากการเขียนงานถึงบริทพ็อพไปค่อนข้างจะนานพอตัวทีเดียว - - ล่าสุดถ้าจำไม่ผิดนี่คงเป็น Mylo Xyloto ของ Coldplay - - ในมายสเปซครั้งนี้เราขอหยิบวงที่ไม่เคยเขียนขึ้นมากันบ้าง โดยขอมอบพื้นที่ให้แก่อีกหนึ่งตำนานร็อคจากเวลส์อย่าง Stereophonics และ Performances And Cocktails สตูดิโออัลบั้มชุดที่สองในปี1999 ซึ่งก็น่าจะเป็นอัลบั้มที่เป็นที่รู้จักในวงกว้างที่สุดของวงนี้แล้ว (มั้ง?) แต่ถึงไม่เป็นไปตามที่ดิฉันคาดส่วนตัวก็ขอยกให้อัลบั้มนี้เป็นหนึ่งในงาน "บริทพ็อพ" ที่ดีที่สุดของฝั่งสหราชอาณาจักรหลังจากพวกอัลบั้มสร้างชื่อในช่วงก่อนหน้านี้ของพวก Blur,Radiohead,Suede และ Oasis ทีเดียว โดยจุดเด่นของ Performances And Cocktails สำหรับดิฉันคือความเป็นอัลเทอเนทีฟร็อคเข้มๆที่โหมกระหน่ำกีตาร์กันแรงๆเต็มสตรีมพร้อมกับเสียงร้องยียวน - - กระเดียดไปทางพั้งค์ในเพลงเร็ว - - ของตานักร้องนำที่ฟังที่ไรแล้วรู้สึกว่า แหมมมมม นี่คือร่างแบ่งภาคของตาเลียม Oasis นักร้องนำปากดีคนนั้นหรืออย่างไร? ในส่วนของเพลงช้าก็เป็นการโชว์เสียงร้องทรงพลังคลอเคลียไปกับกีตาร์ร็อคตามวัฒนธรรมบริทพ็อพที่เพราะเหลือหลายฟังแล้วเหงาแถบขาดใจ บางเพลงก็ทำออกมาได้อารมณ์ฮาร์ดร็อคหม่นๆเศร้าๆที่มีท่อนคอรัสติดหูชะงักชะงันแบบที่พวกศิลปินคัฟเว่อร์ตามผับแถวข้าวสารฟังแล้วคงต้องรีบมาแกะริฟฟ์แล้วเอาไปร้องตาม...สำหรับเด็กยุค Arctic Monkey ถ้าอยากจะลองหาอะไรที่ใกล้เคียงกับงานอัลบั้ม Suck It And See ชุดล่าสุดนี่ลองหามาฟังดูก็น่าจะชอบนะคะ

มายสเปซครั้งที่88นี้ก็ขอปิดท้ายด้วยการคารวะตำนานทั้งสามท่านและผลงานดนตรีในระดับตำนาน - - แบบที่ตำนานเขาทำกัน - - ทั้งสามชุดนี้และขอฝากฝังชื่อของพวกเขาทั้งสามไว้ในคอลัมน์ของดิฉัน...สักครั้งหนึ่ง!!! ก็รู้สึกเป็นเกียรติสุดๆ



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น