วันอาทิตย์ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2555

JYJ+Wang Leehom+X-Japan (Myspace#83)


































JYJ : In Heaven : K-Pop/R&B/Electro Pop/Dance (72%) + Wang Leehom : 18 Martial Arts : Mando Pop/R&B/Electro Pop (87%) + X-Japan : Art Of Life : Progressive Metal (85%)


เมื่อวานนี้ดิฉันมอบของขวัญปีใหม่เป็นงานของพวกเกิร์ลกรุ๊ปให้น้องๆเขาไปแล้ว วันนี้ขอมอบเป็น "ผู้ชาย" ให้ตัวเองสัก3อัลยั้มแล้วกันนะคะ หึหึหึ...ตอนนี้มีผู้อ่านหลายท่านรับไม่ได้ส่งอีเมลล์มาขอให้เพลาๆเรื่องการเขียนวิจารณ์ศิลปินเกาหลีบ้าง - - ทางที่ดีเลิกไปเลยเถิดบางท่านว่า - - เอาเป็นว่าหลังจากมายสเปซครั้งนี้ก็จะลดน้ำหนักของการเขียนวิจารณ์พวกเกาหลีให้น้อยลงก็แล้วกัน เหอๆๆๆ






















เริ่มต้นกับ In Heaven สตูดิโออัลบั้มแรกของสามหนุ่ม JYJ - - โดยอดีตสมาชิกดงบังชินกิอย่าง จุนซู,ยูชอนและ โฮะๆๆๆๆ ฮีโร่ แจจุงสุดที่รักของดิฉัน - - ที่เพิ่งวางขายไปเมื่อ28 กันยายนปีที่ผ่านมาแถมยังฟาดยอดขายไปอย่างสง่าอิ่มแปล้เยาะๆที่ 165,000 แผ่นหลังจากวางขายไปเพียงแค่3วัน จริงๆตอนแรกดิฉันไม่รู้หรอกค่ะว่าพวกหนุ่มๆเขาฟอร์มทีมขึ้นใหม่กันแล้วไปจ๊ะเอ๋เอาอีตอนอ่าน Asian Plus ฉบับล่าสุดนี่แหละ ถึงรีบสยายปีกบินไปหามาฟังรับปีใหม่ (ฟังช้าก็ดีกว่าไม่ได้ฟังนะคะ ใช่มั้ยฮีโร่?) ฟังจบรอบแรกนี่ถึงขั้นนั่งเคลิบเคลิ้มด้วยความประทับใจ เออ อัลบั้มพวกตัวเพราะจริงๆนะ แม้ว่าจะออกมาค่อนข้างเซฟไม่เสี่ยงไม่จัดจ้านเท่าที่ควรจะเป็นและคาดหวังไว้แต่เอกภาพของเนื้องาน การวางไลน์เสียงและมิติใหม่ๆที่ภาคดนตรีมีให้นี่นับว่าแคสสิโอเปียทั่วหล้าฟังแล้วถึงกับฉีกยิ้มได้ไม่หยุดก็แล้วกัน ภาพรวมของอัลบั้มค้องบอกตามตรงว่า "ไม่ได้ฉีกไปจากงานสูตรสำเร็จของ TVXQ เท่าไร" - - แต่ก็ต้องเข้าใจนะคะว่าพวกเขาได้ใส่ตัวตนทั้งหมดลงไปในดงบังชินกิแล้วจึงไม่ต้องแปลกใจที่งานของทั้งสามจะออกมา แหม๊ ดงบั๊ง ดงบัง - - ภาคดนตรีเป็นเคพ็อพหนักด้วยอาร์แอนด์บี อดัลท์คอนเทมโพรารีย์และบัลลาดที่แซมด้วยสีสันของดนตรีอิเล็คโทรนิคที่ค่อนไปทางพวกยูโรบีทในพวกเพลงเร็ว อาทิ Mission ที่จุนซูเราลงมือกรีดนิ้วงามๆโปรดิวซ์ดนตรีเองที่ค่อนข้างจะโดดเด่นด้วยมิติของยูโรบีทที่ผสานเข้ากับอาร์แอนด์บีและพ็อพเต้นรำสไตล์บอยแบนด์ได้อย่างลงตัว ฟังแล้วนึกถึงภาคอ่อนๆของจัสติน ทิมเบอร์เลคใน Sexy Back ในส่วนของเพลงเก่งอย่าง Get Out ที่ตอนแรกฟังแล้วรู้สึกเหมือนกับว่าจับเอาบัลลาดสูตรสำเร็จของดงบังมารีมิกซ์กับดนตรีอิเล็คโทรนิคเต้นรำแรกๆรู้สึกว่ามันงั้นๆโหลๆเป็นสูตรสำเร็จที่ตลาดอินเตอร์ยุคนี้ทำกันโดยทั่วไป - - นีโย่,เลโอน่า ลูอิสแม้แต่พิทบุล - - แต่พอฟังเข้ารอบที่4เท่านั้นแหละค่ะเพลงนี้หลอนหัวดิฉันม๊ากกกกกกกกกกกกกกก คือมันเป็นเพลงที่เรียบๆไม่โฉ่งฉ่างแต่เก๋แบบซึมลึกๆคมกริบในฝักและเชือดเฉือนใจมากๆ ชอบเกือบจะที่สุดในอัลบั้มแล้ว ในส่วนของบัลลาดชอบ Fallen Leaves กับ Boy's Letter ที่ฟังแล้วหวนนึกถึงงานพวกพวกเหล่าดงบังในยุคเดบิวท์ช่วง Tri-Angle แต่แทนที่จากบัลาดโพรแกรมมิ่งเข้าสู่คอนเทมโพรารีย์บัลลาดทั้งพรมด้วยเพียโนหวานละมุน เครื่องสายพลิ้วไสวกรีดเสียงสวยเจือด้วยอารมณ์โซลฟูลเต็มสตรีมทีเด็ดไม่ต้องเดาค่ะคือเรื่องของ "การใช้เสียง" ที่ฟังแล้วถึงขั้นขนหัวลุก ปิดท้ายด้วย Nameless Song Part 1 นี่ก็เป็นอีกวงที่คิดจะเล่นกับมุขจำพวกเมโลดิคโพรเกรสซีฟ ส่วนตัวชอบดนตรีนะคะอลังการดีเหมือนฟังสกอร์ภาพยนตร์เป็นเซมิบัลลาดที่สลับบนความเป็นฮิพฮอพเสียอย่างเดียวถ้าพวกตัวทำให้มันกระชับมากกว่านี้จะเป็นเพลงที่ดีที่สุดของอัลบั้มเลยทีเดียว - - ท้ายที่สุดแม้ว่าภาพรวมจะออกมาเสมอตัวแต่ก็ประทับใจนะคะ เชื่อว่างานชุดนี้ยังแค่ทดลองกันเบาะรอให้พวกเขาจับทางกันอีกสักพักเชื่อว่าต่อไป JYJ นี่จะมีอะไรเปรี้ยงใหญ่ออกมาให้ได้ยินกันแน่นอน












ถามถึงผู้ชายที่ดิฉันแอบชอบมานานชนิดไม่กระโตกกระตากให้ผู้ใดหน้าไหนรู้ก็ต้องนี่เลยค่ะคุณพี่ "หวัง ลี่ฮง" สุดหล่อรายนี้ส่งเข้าประกวดจากไต้หวันนะคะ หึหึหึ เดี๋ยวจะหาว่าแนสทิน่าเชียร์แต่หนุ่มๆเกาหลีและพวกฝรั่งตาน้ำข้าว นอกจากความหล่อแล้วหนึ่งในสิ่งที่ดิฉันชอบมากๆในดนตรีของคุณพี่เขาก็คงจะเป็นในเรื่องของการสอดแทรกกลิ่นอายของวัฒนธรรมและจิตวิญญาณแห่งอารยธรรม "จีน" โดยผ่านทางดนตรีพื้นเมืองหรือที่เรียกกันว่า "เวิลด์มิวสิค" ที่มีตั้งแต่ดนตรีมหากาพย์จำพวกงิ้ว คลาสสิคคัล ลูกทุ่งจีนไปจนถึงดนตรีจีนย้อนยุคแท้ๆผสานลงสู่ความร่วมสมัยของดนตรีพ็อพและความเป็นสากลอย่างพวกอาร์แอนด์บีและฮิพฮอพเป็นหลัก สิริรวมออกมาเป็นดนตรีจำพวก "แมนโดพ็อพ" ที่แม้ว่าจะไม่ได้ออกมาเป็นแนวอนุรักษ์นิยมจีนจ๋าจีนจัดแบบศิลปินอีกหลายๆท่านที่คร่ำหวอดในภสคดนตรีแนวนี้มาจนเป็นตำนาน แต่ก็นับว่าสุดหล่อของเราเป็นคนรุ่นใหม่ที่ยกระดับภาคดนตรีแนวนี้ให้มีความร่วมสมัยและเป็นที่รู้จักของคนรุ่สใหม่มากขึ้นไม่เพียงแต่ในประเทศของตัวเองแต่ยังหมายรวมถึงเด็กเจเนอเรชั่นใหม่อีกหลายคนที่รู้จักคุณพี่และสนใจติดตามผลงานของคุณพี่หวังเขา สำหรับ The 18 Martial Arts งานลำดับที่14ของคุณพี่ก็ยังรักษาคุณสมบัติของความเป็นศิลปินที่มีวิสัยทัศน์ทางดนตรีกาลในระดับก้าวหน้าและอัจฉริยะเช่นเดิม ของแบบนี้นี่อย่างหว่าขี้เกียจเลยค่ะแต่ให้มานั่งแนะนำเป็นแทร็คๆไปนี่ดิฉันหักใจไม่ได้จริงๆเพราะว่ามันดียกอัลบั้ม ชนิดที่ถ้าใครสนใจจะลองฟังนี่กล้าพูดได้เลยว่าถ้าคิดจะติดตามแล้วงานชุดนี้ต้องตามตั้งแต่ต้นจนจบถึงจะซาบซึ้ง....ไม่ได้เชียร์เกินจริงแต่ประการใด!!!






ปิดท้ายกับ Art Of Life มินิอัลบั้มในปี1993ของวงเฮฟวี่เมทัลระดับตำนานของญี่ปุ่นอย่าง X-Japan - - แถมเป็นครั้งแรกที่พวกเขาเปิดตัวภายใต้เชื่อ X-Japan ด้วย!!! - - ภายใต้ความยาวกว่า29นาทีในแทร็คเดียวเพลงนี้กับเป็นมหากาย์ทางดนตรีอันทรงศิลปะและทรงคุณค่าสำหรับดิฉันมากทีเดียว ในแง่ของความหนักหน่วงแบบ "เมทัล" นี่ทางภาคดนตรีไม่ได้สะใจเท่าไรแต่มันสะใจเอาอีตอนที่เพลงนี้ค่อยกรีดซึมเข้าไปในหัวใจด้วยการสื่อสารอันวิปริตเกรี้ยวกราดจากความรู้สึกสู่ความรู้สึก เริ่มต้นตั้งแต่เสียงกีตาร์แผ่วเบาในช่วงต้นที่ค่อยๆไต่ระดับเป็นฮารด์ร็อคและเครื่องสายออเครสตร้าอันเป็นวัฒนธรรมที่นิยมใช้กันในการวาดลวดลายลงบนดนตรีเมทัลจำพวกซิมโฟนิคไปยันแบล็คเมทัลขั้นต้น การพรมเพียโนนุ่มละมุนสลับไปกับคอร์ดกีตาร์เมทัลเกรี้ยวกราดกระแทกกระทั้น Spoken Wordsอันเป็นท่อนพูดที่แผ่วเบาท่ามกลางความดุดันของดนตรีที่โหมกระหน่ำแซมด้วยความเป็นโกธิคผสานออเครสตร้า บัลลาดเพียโนและโพรเกรสซีฟเมทัลที่ซับซ้อนและมีมิติที่สุดเท่าที่เคยสัมผัสมาในโลกก่อนที่ทุกสิ่งทุกอย่างจะจบลงเหลือทิ้งไว้เพียงความรู้สึกที่อ้างว้างประดุจสายลมแผ่วเบาที่พัดผ่านทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าในจิตใจประหนึ่งยืนท่ามกลางซากปรักหักพัง...หนึ่งในเพลงที่ดีที่สุดเท่าที่อุตสาหกรรมดนตรีญี่ปุ่นเคยรังสรรค์ออกมาให้โลกฟัง


ทั้ง3อัลบั้มที่หยิบมาเขียนนี้คือความประทับใจทั้งหมดในช่วงปีใหม่เป็นตัวแทนของสามช่วงในชีวิตของปี2011ที่ผ่านมา ที่มาบรรจบให้เราได้สัมผัสภายในวันเดียว...ปาฏิหารย์และการรำลึกที่มาพร้อมกับงานดนตรีเกิดขึ้นกับคนที่เอาหัวใจไปผูกไว้กับมันเสมอ!!!






























ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น