วันอังคารที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2555

Jay Park + T-ara + JYJ (Myspace#90)




Jay Park : New Breed Part 1 : POp/R&B/Hip-Hop (85%) + T-ara : Funky Town(EP) : K-Pop (78%) + JYJ : The Beginning : Pop/R&B/Electro Pop/Dance-Pop (94%)


จริงๆแล้วมายสเปซครั้งที่90นี่รอแล้วรอเล่านะคะว่าจะเขียนถึงซิงเกิ้ลใหม่ของเจ๊แม่ไม่ก็นางติ๊นา แต่ก็อย่างว่าแหละค่ะรอแล้วรอเล่าจนไม่รอแล้วพวกตัวออกงานมาเมื่อไรก็ขึ้นชกกับเดี๊ยนเมื่อนั้นแล้วกันนะคะ ตอนนี้ขอหนีกลับไปหาเกาหลีให้มันชุ่มชื่นหัวใจและให้คนแถวนี้เขาด่ากันเล่นๆดีกว่า หึหึหึ

หลังจากเผชิญมรสุมจากกรณีพิพาทที่ข้อความทางมายสเปซที่มีเนือ้หาในเชิงดูถูกประเทศเกาหลีของ "ปาร์คแจบอม" ได้ถูกแอนตี้แฟนเจาะออกมาเผยแพร่ แม้ว่าหนุ่มซิกแพ็คสุดงามของเราจะออกมาขอโทษขอโพยพลางยอมรับว่าที่พิมพ์ไปเพราะไม่ตั้งใจแต่ด้วยแรงกดดันอันมหาศาลในช่วงนั้นก็มีผลถึงกับต้องทำให้หนุ่มแจบอมของเราถึงกับต้องเลือกที่จะสละตำแหน่งหัวหน้าวงของ 2PM วงบอยแบนด์อนาคตไกลกลับไปตั้งหลักที่ซีแอ็ตเทิ่ลเลยทีเดียว ส่วนตัวก็นั่งลุ้นใจแถบขาดค่ะว่าน้องเขาจะถึงขั้นอำลาวงการไปเลยรึเปล่าแต่ก็ต้องมีอันโล่งใจเมื่อโมเดอเรเตอร์แสนกลของบอร์ดเราอย่างคุณน้่อง Disney Boy ได้นำข่าวมาอัพเดทให้ดิฉันทราบว่าน้องเขาได้กลับมาแล้วในฐานะศิลปินเดี่ยวแถมออกEPมาให้ฟังแล้วถึงสองชุดต่างหาก หุหุหุ ว่าแล้วสาวแก่ก็ขอติดตามพาร์ทต่อไปด้วยตัวเองสิคะ...ไหนก็กลับมาให้ปีศาจสาวโลกีย์อย่างอิฉันแทะโลมแลเ้วก็ขอหยิบพาร์ทแรกของอัลบั้ม New Breed สตูดิโออัลบัมชุดแรกในชีวิตที่เพิ่งปล่อยครึ่งแรกมาให้ฟังเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมานี้สักหน่อย ต๊ายๆๆๆๆๆ ฟังแล้วเพลงเท่ห์มากเลยค่ะคุณน้อง คือเราวัดกันที่มาตรฐานของความเป็น "แจบอม" หรือในนามกรใหม่สุดกิ๊บว่า "เจย์ ปาร์ค" โดยไม่หยิบไปเทียบกับพวกเอมิเน็ม,จัสติน ทิมเบอร์เลค,สนู๊พด็อกก,หรือบัสทา ไรห์มที่คร่ำหวอดในเพลงแนวๆนี้จนเป็นเซียนไปแล้วน่ะนะคะ - - ในพาร์ทแรกของ New Breed นี่ภาพรวมออกมาเป็นงานพ็อพอาร์แอนด์บีซึ่งจะว่าไปเนื้องานนี่เข้าขั้นอินเตอร์เลยทีเดียวนะภาคดนตรีนอกจากจะหนักและแน่นแล้วยังครบหมดทุกสูตรตามวัฒนธรรมอาร์แอนด์บีที่เล่นกันในทุกตลาดมีตั้งแต่ฮิพฮอพอาร์แอนด์บีดิบๆหนักๆใน Enjoy The Show ที่ร่วมงานกับ Dok2และThe Quietตัวเพลงเป็นสตรีทแร็พบนจังหวะฮิพฮอพหนักๆแบบอีสต์โคสต์หน่อยๆที่ชวนให้คิดถึงยุคแรกๆของสนู๊พด็อกก,บัสทา ไรห์มและเอมิเน็มไม่น้อย - - จะว่าไปก็แอบนึกถึงแร็พเพอร์เอเชียอย่างจินเจ้าของเพลง Learn Chinese อยู่เหมือนกัน - - นับว่าโดดเด่นเข้าขั้นเป็นไฮไลท์ของอัลบั้มเลยทีเดียว หรือจะเป็น Star เพลงเปิดอัลบั้มนี่ก็เป็นมิดเทมโพพ็อพอาร์แอนด์บีบัลลาดติดกลิ่นสโลแจมไพเราะตามสูตร มาที่ Up And Down นี่ก็เมนทสตรีมเอาใจตลาดสุดๆกับงานอาร์แอนด์บีฮิพฮอพที่ลงเสียงเป็นพ็อพแร็พและไปขยำเอากับบีทเต้นรำโจ๊ะๆพวกฟลอไรด้ากับวิล ไอ แอมชอบทำกันนักละ ปิดท้ายด้วยอคูสติคเพราะๆใน Can't Live Without You ที่ทำเก๋ลงเสียงเป็นแร็พและการร้องแบบอาร์แอนด์บีชะอุ่มไปด้วยกลิ่นอายโซลฟูลหวานๆเต็มเปี่ยม....แหมมมมมมม ว่าแล้วก็อยากให้ถึงวันที่หนึ่งเดือนกุมภาเร็วๆจังนะคะเพราะแค่พาร์ทแรกนี่ก็เจิดจรัสซะขนาดนี้นะคะ อยากรู้จังเลยว่าพาร์ทสองจะออกมาอีหรอบไหนน๊อออออ

สลับจากศิลปินชายมาที่เกิร์ลกรุ๊ปกันบ้างนะคะเดี๋ยวจะหาว่าพูดถึงแต่ผู้ชาย งวดนี้ขอหยิบเอางาน Extended Play ชุดล่าสุดของ T-ara มาเขียนก็แล้วกัน ซึ่งกับวงนี้จริงๆแล้วไม่เคยอยู่ในสายตาดิฉันมาตั้งแต่ไหรแต่ไรแล้วแต่ไม่รู้อะไรเข้าสิงจู่ๆอยากฟังอยากเขียนถึงซะงั้น ย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้นของพวกเธอในวันที่สมาชิกลงตัวที่เลข5กับพัคจิยอน,เฮียวมิน,ฮันอึนจอง,จิวอนและจิเอ แต่เคราห์ซ้ำกรรมซัดไม่ทันจะได้เดบิวท์สาวจิวอนกับจิเอก็ดันเล่นชิ่งออกจากวงไปเสีัยก่อน (วงในเม้าท์มาว่าเป็นเ้พราะความโดดเด่นเกินหน้าเกินตาของคุณน้องจิยอนสองสาวเธอก็เลยไม่อยากจะอยู่ใต้เงาเป็นสะพานให้ใคร ตูข้าขอออกไปตายเอาดาบหน้าดีกว่าว่ะค่ะ) แต่หลังจากนั้นไม่นานทางต้นสังกัดก็ได้ดึงตัวจอนโบรัมเข้ามาเสียบสำทับด้วยQri,Soyeonและ Hwayoung (ขอเขียนเป็นภาษอังกฤษนะคะอ่านไม่ออก) เดินตามต้อยๆเข้าวงเรื่อยมาตามโชคชะตาจะปราณี วันนี้พวกเธอมาลงตัวกันที่เลข7เลขนำโชคอันมาพร้อมกับพลังมหาศาลอันน่าอัศจรรย์เสมอว่าไปนั่น!! พร้อมกับงานอีพีสุดเพราะอย่าง Funky Town ที่เป็นรีแพ็คเก็จจากงานชุด Black Eyes โดยมี Lovey-Dovey เพลงเคพ็อพเต้นรำน่ารักๆที่เปิดตัวมาออกแนวดั๊บสเต็ปที่ฟังแล้วหน้าของคุณนายหอกบริทนี่ย์ สเปียรส์เจ้าหญิงแห่งเพลงพ็อพจากฝากอเมริกาลอยมาฉีกยิ้มอยู่รางๆแต่พอเข้าตัวเพลงจริงๆกับเป็นงานอิเล็คโทรพ็อพเต้นรำติดฟั้งค์กี้ย์ดิสโก้เริงร่าแบบที่ีฟังแล้วคุณจะสามารถเห็นภาพในยุค80ของน้าไคย์ลี่ย์ มิโน้กโบว์ใหญ่เบ้อเริ่มเท่าหัวยืนดีดดิ้นวี๊ดว๊ายอยู่ตรงหน้า ที่พูดนี่ไม่ได้หาว่าพวกเธอไปก็อปเขามานะคะถือซะว่าเอาไปเปรียบเทียบกับพวกตำนานฝั่งตะวันตกเพราะทึ่งในฝีมือมากกว่าเพราะส่วนตัวชอบนะคะทำออกมาได้ถึงและติดหูมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกในอีพีนี้ยังมีเวอร์ชั่น Club Remix ที่ก็ไม่ต่างจาก Extended Mix ให้เลือกฟังกันด้วย สำหรับแทร็คอื่นๆที่เด็ดนี่ก็ 우리 사랑했잖아(We Were In Love) เป็นคอนเทมโพรารีย์บัลลาดแบบพ็อพอาร์แอนด์บีงามๆเครื่องสายกรีดเสียงสวยมากกกกกกกกกกกกกกแถมแทรกเสียงแร็พลงกับแบ็คกรวนด์เพียโนเหงาๆเศร้าๆได้เนียนพริ้งสุดๆ ต๊ายยย ไม่น่าเชื่อว่าพวกเธอจะทำได้ นอกจากนี้ก็มี Cry Cry เพลงเก่งของพวกเธอที่ป่านนี้หลายคนก็คงได้ฟังกันแล้วก็สนุกสนานเซ็กซี่ดีและ O My God อันนี้ติดกลิ่นสแตนดาร์ดแจ๊ซซ์จางๆฟังทั้งหมดทั้งมวลจบแล้วก็ต้องขอซูฮกและคงต้องกลับไปมองพวกเธอกันใหม่...ฝีมือไม่เลวเลยทีเดียวถ้าเอาจริงๆ - - SNSD,KaraและWonder Girlsอย่าประมาท!!!

ท้ายที่สุดกับ The Beginning สตูดิโออัลบั้มภาษาอังกฤษชุดแรกของสามทหารเสือ JYJ - - จุนซู,ยูชอนและ หึหึหึ แจจุงสุดที่รัก - - ที่ตอนแรกดิฉันว่าจะเขียนตัดคะแนนแบบเต็มๆแต่ไปๆมาๆงานมันก็ออกมาตั้งแต่ปี2010แล้วรอชุดหน้าแล้วกันนะคะที่รัก สัญญา!!! - - ผู้หญิงที่ดีมิมีเสียสัตย์ค่ะ - - เท่าที่ติดตามข้อมูลมาได้ข่าวว่าพวกตัวกังวลกับเรื่องการออกสำเนียงถึงขั้นต้องเทคคอร์สภาษากันเลย แต่าถึงแม้ว่าอาจจะไม่ได้ชำนาญการด้านภาษาแต่ดิฉันกล้าพูดนะคะว่านี่คือหนึ่งในงานที่ดีที่สุดในบรรดาทั้งหมดทั้งมวลที่พวกตัวเคยออกมาให้ฟังกันเลยทีเดียว - - นับรวมยุคดงบังชินกิด้วยเอ้า!!! - - ภาคดนตรีของพวกเขามันเป็นอะไรที่แบบก้าวกระโดดจากพวกเมนทสตรีมในตลาดเคพ็อพไปแล้วนับว่าไม่เสียทีที่ทำอัลบั้มภาษาอังกฤษเพราะวิสัยทัศน์ของพวกตัว พัฒนาการรวมไปถึงการนำเสนอแบบแทร็คต่อแทร็คในงานชุดนี้เป็นอะไรที่สากลม๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ชนิดที่ศิลปินตลาดยุโรปและอเมริกาบางคนฟังแล้วต้องอายเอาซีดีตัวเองไปเผาทิ้งแล้วหันไปขายแม็คโดนัลด์แทน แม้ว่าแนสทิน่าคนนี้จะเพิ่งมาเป็นแฟนจ๋าแคสสิโอเปีัยในช่วงเวลาสั้นๆแต่ฟังแล้วก็อดเช็ดน้ำตาป้อยๆไม่ได้ - - กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ แจจุงฉะนทำงานระดับนี้ออกมาได้เลยทีเดียวนะตัว - - พูดแล้วจะหาว่าเว่อร์งั้นเรามาแนะนำแทร็คเด็กันดีกว่าเริ่มต้นที่นี่เลยค่ะ Ayyy Girl ที่ได้ Kanye West และ Malik Yusef มาลงเสียงแร็พให้เป็นงานพ็อพอาร์แอนด์บีติดบีทฮิพฮอพเข้มๆออกลีดแบ็คดาวน์เทมโพแบที่จัสติน ทิมเบอร์เลคกับอัชเชอร์ชอบทำ เปรียบเทียบกันแล้วในแนวๆนี้อัชเชอร์คร่ำหวอดอยู่แล้วในเรื่องของความหวานและน้ำเสียงโซลนุ่มละมุนเหนือกว่าหนึ่งระดับในขณะที่ของจัสตินจะออกล้ำและเปรี้ยวแบบฟัลเซ็ทโทแหลมปรี๊ดดดด แต่จุดเด่นของ JYJ คือการวางไลน์เสียงที่สอดประสานกันได้อย่างนุ่มนวลราวกับขนนกแต่เปี่ยมด้วยพลังและที่สำคัญเซ็กซี่มาก!!! เส้นเสียงอิสระตามใจฉันของมิคกี้ไปได้ดีกับการส่งอารมณ์ขั้นเทพของจุนซูโดยจุดเด่นอยู่บนการอิมโพรไวซ์อันทรงเสน่ห์ที่เป้นเครื่องหมายการค้าของแจจุง ฟังแล้วแถบจะลงไปดิ้นพราดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ วู๊ยยย แฟนจ๋าภูมิใจในพวกเธอม๊ากกกกกกกกกกกกกกกกค่า เพลงถัดไป Empty นี่เปลี่ยนคอนเส็ปท์เร็วเหลือเกินนะคะกลายร่างเป็นหนุ่มเมโทรสุดเซ็กซี่กับเพลงแด๊นซ์พ็อพเทคโนโยกได้หวานๆและยูโรบีทติดดิสโก้ตึ๊บๆเปรี้ยวปรี๊ดดดดด แหมๆๆๆๆ ทำไมใน In Heaven ไม่ทำให้ได้แบบนี้บ้างล่ะค่ะเจ้าชาย??? มาที่ Be My Girl อันนี้เป็นมิดเทมโพพ็อพอาร์แอนด์บีเพราะๆหวานๆตามสูตรสำเร็จที่ดีไม่มีตกของ JYJ และ เอ่อ TVXQ เอาเป็นว่าพวกแคสสิโอเปียต้องชอบกันแน่ๆ และเจิดจรัสสุดๆใน I Can Soar ที่เป็นงานคอนเทมโพรารีย์บัลลาดจำพวกเพียวโซลหวานละมุนในช่วงต้นและสลับไปเป็นโมทาวน์และบลูส์โซลอาร์แอนด์บีกอสเพลจัดจ้านในช่วงหลัง ตกยกเครดิตให้พี่จุนซูเขาจริงๆค่ะที่นำชั้นเชิงของความเป็นมิวสิคคัลมาถ่ายทอดลงเพลงนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบสุดๆ สมแล้วที่ Mozart ที่พี่เล่นเป็นละครบรอดเวย์ที่ทรงอิทธิพลแห่งยุค...ฟังแล้วต้องบอกว่าไร้ข้อครหา!!!

Keep The Faith!!!

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น