วันเสาร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2555

Amy Winehouse+Duffy+Adele (Myspace#89)




Amy Winehouse : Frank : Soul/R&B/Neo-Soul/Jazz (95%) + Duffy : Rockferry : Pop/Soul (92%) + Adele : 19 : Pop/Soul (95%)

มายสเปซคอลัมน์ที่89นี้ต้องขอขอบคุณน้องเฟี๊ยต "Mcqueen" สุดหล่อที่เพิ่งจะรีเควสต์อัลบั้ม 19 ของอะเดลมาทางเฟซบุ๊คส์เมื่อไม่นานมานี้ ทำให้ดิฉันได้แรงบันดาลใจว่าไหนๆจะเขียนถึงอัลบั้มโซลจากฝั่งอังกฤษแล้วเราก็จับเอาอัลบั้มแรกของสามสาวโซลที่ส่วนตัวดิฉันจับตามองผลงานของพวกเธอและคิดว่าน่าสนสนใจมาโดยตลอด หลังจากวินาทีรุ่งโรจน์ของลิซ่า สแตนฟีลด์ (คนนี้จะออกแนวอาร์แอนด์บีที่กระเดียดไปทางทริพฮอพ),เบเวอลี่ย์ ไนท์และจอส สโทนแล้วก็มีสามท่านที่ดิฉันยกผลงาพวกเธอนมาเขียนในคอลัมน์ครั้งนี้แหละค่ะที่เป็นตัวแทนของบริทโซลฝากศิลปินหญิงจากฝั่งสหราชอาณาจักรที่ดิฉันคิดว่าเด็ดดวงที่สุดแล้วในครึ่งหลังของทศวรรษ2010ที่ผ่านมา

เริ่มต้นด้วยศิลปินมากความสามารถที่ด่วนลาโลกไปเมื่อปีที่แล้วอย่าง "เอมี่ ไวน์เฮ้าส์" กับอัลบั้มเปิดตัวในปี2003 - -แต่ไฮไลท์ของเธอทราบกันดีว่าคืองานถัดจากนี้ในอัลบั้มชุด Back To Black ในปี2006 - - ภายใต้ชื่อ Frank กับงานดนตรีแนวคอนเทมโพรารีย์ดิบดำเข้มข้นสไตล์ "โซลอาร์แอนด์บี" ที่ทั้งภาคดนตรี รูปแบบการนำเสนอและเสียงร้องของเธอในงานชุดนี้เปรียบเสมือนกับการทริบิ้วท์ให้แก่ศิลปินผิวสียุค50-60รวมถึงวัฒนธรรมของอาณาจักรดนตรีในช่วงนั้น - - กลางยุควินเทจแจ๊ซซ์จวบจนย่างเข้าสู่กลางโมทาวน์ - - ท่ามกลางภาคดนตรีที่เปี่ยมไปด้วยมนตร์เสน่ห์สุดคลาสสิคอย่างแจ๊ซซ์ที่ผสานเข้ากับจิตวิญญาณของความร่วมสมัยแบบ "นูโซล" ผนวกเข้าสู่ความเป็นเอกภาพได้อย่างกลมกลืนแถมยังอิสระไร้ขอบเขตุสุดๆ ฟังแล้วชวนจินตนาการถึงวันที่วิญญาณของเจ้าป้า "บิลลี่ ฮอลิเดย์" นึกสนุกแล้วลงมาชวน "เอริคา บาดู" เข้าห้องอัดเสียงทำสตูดิโออัลบั้มด้วยกัน...ผลงานที่ได้ก็คงจะออกมาอีหรอบเดียวกับอัลบั้ม Frank ชุดนี้กับความทรงพลังบนดนตรีโซลอาร์แอนด์บีเข้มข้นดิบบ้างลอยละล่องบ้างที่ผสานอิทธิพลของการอิมโพรไวซ์อย่างเหนือชั้นภายใต้วัฒนธรรมพลิ้วไสวหวานหอมแต่แฝงภายในไว้ด้วยความเร่าร้อนและห้วงอารมณ์อันรุนแรงดิบลึกและเชือดเฉือนแบบแจ๊ซซ์...จะว่าไปแม้จะไม่โด่งดังสร้างชื่อเท่า Back To Black แต่เอกภาพและความทรงพลังในเนื้องานเหนือชั้นกว่าชนิดที่เห็นได้ชัดทีเดียว

สลับจากงานโซลอาร์แอนด์บีดิบๆมาที่บลูส์อายส์โซลหวานๆจากศิลปินฝั่งเวลส์อย่าง "ดัฟฟี่" กับสตูดิโออัลบั้มเปิดตัวสุดโปรดปรานของดิฉันอย่าง Rockferry กันบ้าง ซึ่งงานเปิดตัวชุดนี้ของเธอก็สร้างความสำเร็จอย่างล้นหลามชนิดที่เรียกได้ว่าเป็นปรากฏการณ์ย่อยๆที่แถบจะไม่ค่อยเกิดกับศิลปินที่ทำดนตรีแนวๆนี้สักเท่าไร ตั้งแต่ทะยานขึ้นไปถึงอันดับหนึ่งบน UK Album Charts ได้ (นี่ยังจิ๊บๆเพราะเพลงดีจริง ไม่ได้ก็แย่แล้ว!!!) ถ้าจำไม่ผิดนี่งานชุดนี้น่าจะเป็นอัลบั้มที่ขายดีที่สุดของเกาะอังกฤษในปี2008ด้วยมั้งคะ นอกจากนี้อัลบั้มนี้ยังพาดัฟฟี่ขึ้นไปคว้ารางวัลบนเวที่บริทอวอร์ดในปี2009อีกด้วยลามไปจนถึงการเฉือนชนะคู่แข่งเขี้ยวลากดินทั้งหลายแหล่บนเวทีแกรมมี่ครั้งที่51โดยเอาชนะรางวัลสาขา Best Pop Vocal Album มานอนกอดได้ (ได้ยังไงวะ?) เห็นภาพลักษณ์เรียบๆนิ่งๆจากหน้าปกและในเอ็มวีทำเอาดิฉันนั่งไม่เชื่ออยู่นานแต่พอได้ลองสัมผัสกับผลงานของเธอนี่ต้องขอบอกเลยว่าเป็นอีกหนึ่งสา่วที่ต้องใช้สำนวนว่า "เสื่อซ่อนเล็บ" โดยแท้เพราะ Rockferry เป็นอัลบั้มพ็อพโซลที่เชือดเฉือนและทุกๆแทร็คโดดเด่นมีเอกลักษณ์ที่ชัดเจนแถมยังไพเราะยกอัลบั้มอีกต่างหาก ไม่เฉพาะเพลงเก่งของงานชุดนี้อย่าง Warwick Avenue งานอดัลท์คอนเทมโพรารีย์พ็อพโซลบัลลาดงามงดจับจิตที่คุณเธอโหนเสียงได้เพราะพริ้งเจียนขาดใจและ Mercy อันเป็นงานพ็อพโซล60แบบโมทาวน์แท้ๆที่ท้าชนกับพวกเจ้าป้าอรีธ่า แฟรงคลินร่างยักษ์ไล่แถกๆไปชนบลูส์อายส์โซลตัวแม่อย่างดัทที่ สพริงฟีลด์ไปจนถึงวงอาร์แอนด์บีโซลระดับตำนานอย่าง The Supremes ให้เจ็บปวดรวดร้าวเลือดซิบกันไปข้างแล้ว ทีเด็ดในอัลบั้มก็ยังมีไทเทิ่ลแทร็คอย่าง Rockferry ที่ล่วงหน้าเป็นซิงเกิ้ลแรกเป็นพ็อพโซลบัลลาดผสานซอฟท์ร็อคงามระยับ เครื่องสายสวยๆและกีตาร์บลูส์เชือดๆแต่สิ่งที่พาเพลงไปถึงจุดไคลแม็กซ์ได้มากที่สุดคงหนีไม่พ้นเรื่องของ "น้ำเสียง" ที่ส่งอารมณ์ได้สุดยอดจริงๆ Syrup&Honey นี่อาจจะไม่ถูกหูมากนักในช่วงต้นแต่ฟังไปนานแล้วขอยกให้เป็นงานบลูส์โซลที่ดีไม่แพ้บางเพลงใน Soul Sessions ของจอส สโทนเลยทีเดียว ปิดท้ายด้วย Distant Dreamer เพลงปิดอัลบั้มที่สวยสุดๆอลังการมาก

มาที่อัลบั้มที่ถูกใบสั่งให้เขียนมาบ้าง รีเควสต์นี้จากคุณน้อง Mcqueen เจ้าค่ะบอกว่า "อยากอ่านรีวิวอัลบั้มอัลบั้ม19ของอะเดลมากๆ" ซึ่งก็ต้องขอขอบคุณน้องเฟี๊ยตนะคะที่รีเควสต์อัลบั้มนี้มาเพราะทำให้พี่ได้ย้อนกลับไปตั้งใจฟังงานชุดนี้อีกครั้งและเปรียบเทียบกับงานชุดล่าสุดอย่าง "21" ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นมาสเตอร์พีซของเธอ ซึ่งตอนนี้ส่วนตัวไม่เห็นด้วยซะแล้วว่าเธอมีมาสเตอร์พีซเพียงชิ้นเดียว...เราอาจจะต้องยอมรับว่าใน 21 อะเดลพัฒนาขีดของศักยภาพที่สามารถไต่ระดับไปเล่นกับภาคดนตรีที่หลากหลายมากขึ้นตั้งแต่อินดี้ร็อควิ่งขึ้นไปหาเพลงระดับสูงอย่างพวกกอสเพลเลยทีเดียวรวมถึงความโดดเด่นและความกระชากใจของแทร็คที่เป็นไฮไลท์ อาทิ Rolling In The Deep และ Someone Like You เป็นต้นนี่ต้องยอมรับว่าทำได้ "ถึง" และทรงพลังกว่าเยอะ หากแต่พอได้ฟังงานชุดนี้แล้วกลับรู้สึกว่า "มีเอกภาพในตัวสูงกว่า" อันนี้มันแน่นอนนะคะเพราะด้วยภาคดนตรีที่มีขีดจำกัดในตัวมากกว่ามันก็ย่อมฟังแล้วลื่นไหลต่อเนื่องมากกว่าเป็นธรรมดา แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นคือความสมูธของ "เสียง" ที่มันสำคัญตรงที่ฟังแล้วมันรู้สึกอึดอัดน้อยกว่า 21 ที่ค่อนข้างจะเล็งขาดและเป๊ะกับตัวโน๊ตเกินจนฟังแล้วเกร็งขาดความเป็นธรรมชาติ (นั่นไม่ได้หมายความว่างานไม่ดี) ความรู้สึกนี้มันเริ่มตั้งแต่เมโลดี้ใน Daydreamer บรรเลงขึ้นอีกครั้งกับดนตรีแผ่วเบาของกีตาร์หวานๆและเสียงทุ้มนุ่มอบอุ่นแบบอคูสติคโซลซึ่งพอย้่อนกลับมาฟังแล้วสัมผัสได้ชัดเลยว่า "อะเดลสนุกและสบายๆกับอัลบั้มนี้มากกว่า" บางทีความที่ไม่ปรุงแต่งอะไรมากมันก็ทำให้เราเข้าใกล้สิ่งดีของศิลปินได้มากกว่าความสมบูรณ์แบบที่มันมีเกินขีดจำกัดจนเกินไปนะ!! Best For Last นี่แรกๆฟังแล้วไม่เข้าใจในการสื่อสารของเธอที่อิมโพรไวซ์แบบเลอะๆดิบๆในช่วงต้นแต่พอเข้าช่วงท่อนคอรัสเท่านั้นแหละ "เจิดจรัส!!!" (ทำเสียงแบบทาทา ยัง) กลายร่างเป็นงานโมทาวน์โซลจ๋าชนิดที่คอโซลและอาร์แอนด์บีฟังแล้วต้องลงไปชักๆๆๆๆๆรากเลือด เริ่ดมากกกกกกกกกกกกกกกว่าอะไรทั้งปวง ที่ไม่พูดถึงไม่ได้คงจะเป็น Chasing Pavements งานอดัลท์คอนเทมโพรารีย์บัลลาดเจืออารมณ์บลูส์โซลหม่นๆเหงาๆแรกๆฟังแล้วไม่ชอบเสีัยงของเธอแต่พอฟังไปนานๆแล้วถึงกับหยุดไม่ได้ แหมมม๊ อีแบบนี้มันต้องเบิ้ลๆๆๆๆๆๆอีกสักสิบรอบ อ๋อ เพลงนี้ชนะแกรมมี่สาขาศซิลปินพ็อพหญิงยอดเยี่ยมปี2009ด้วยนะคะ Crazy For You เป็นงานบลูส์บนเชิงอคูสติคเรียบง่ายแต่ชวนขนลุกแท้ๆ น่าจะชอบเกือบที่สุดในอัลบั้มนี้แล้ว Right As Rain นี่ติดหูตั้งแต่รอบแรกที่ฟัง อีกหนึ่งเพลงพ็อพโซลแบบโมทาวน์ดีๆที่ผสานดนตรีไลท์แจ๊ซซ์เข้ามาได้อย่างกลมกล่อมดีแท้ มาที่ Make You Feel My Love คัฟเว่อร์จากบ็อบ ดีแลนในฉบับคอนเทมโพรารีย์บัลลาดผสานโซลกรีดกรายฟังแล้วนึกถึง "แครอล คิง" ขึ้นมาจับใจ ปิดท้ายด้วย Hometowm Glory ซิงเกิ้ลเปิดตัวเป็นงานเพียโนบัลลาดสุดอลังการประหนึ่งสกอร์ประกอบภาพยนตร์จำพวกมิวสิคคัล เริ่ดมากกกกกกกกกกกกกก!!!

ขอปิดท้ายด้วยการพูดถึงทั้งสามท่านเล็กน้อยสำหรับ "เอมี่ ไวน์เฮ้าส์" นี่คงต้องบอกว่าแม้จะชอบน้อยสุดแต่ส่วนตัวดิฉันให้เครดิตเธอเป็นตำนานไปแล้วน่าเสียดายที่ด่วนไปเข้าร่วม Forever 27 Club ทั้งๆที่เธอคนนี้เป็นศิลปินที่เก่งและมีวิสัยทัศน์ทางดนตรีที่ดี มาที่ "ดัฟฟี่" อาจจะพลาดในอัลบั้มที่สองแต่ส่วนตัวชอบเธอที่สุดเลยนะและขอเป็นกำลังใจให้เธอทำงานดีๆออกมาให้พวกเราฟังได้อีกในเร็วๆนี้ สิ่งที่อยากจะพูดคือในบรรดาสาวโซลจากฝั่งอังกฤษนับจาก "จอส สโทน" แล้ว ดัฟฟี่เป็นศิลปินหญิงที่ดิฉันให้ความสนใจในเรื่องของ "น้ำเสียง" ของเธอมากที่สุดคิดว่าเธอมีเส้นเสียงที่น่าสนใจและมีการอิมโพรไวซ์กับแอดลิบในตัวที่มีเสน่ห์มากๆแม้จะถุกค่อนขอดว่าเสียงของเธอจะออกลูกน่ารำคาญไปบ้าง แต่ก็อย่าได้แคร์!! ดิฉันคนนึงล่ะคะที่จะรอฟังเสียงของเธอในงานใหม่ๆอีก ส่วนอะเดลนี่ต้องขอบอกว่าเป็นศิลปินรุ่นใหม่ที่ "สุดยอด" ทั้ง19และ21เป็นอัลบั้มพ็อพโซลที่ทรงคุณภาพและมีพลังมากๆ เอาใจช่วยให้เธอสามารถพิสูจน์ตัวเองได้อย่างเหนือครั้งอีกในครั้งที่3 4และครั้งต่อๆไป - - ขอขอบคุณทั้งสามท่านที่ช่วยสานมนตร์เสน่ห์ของบริทโซลที่เปี่ยมไปด้วยความหวังอันเรืองรองให้ยังคงงดงามจวบจนทุกวันนี้ เอมี่ด่วนลาโลกไปแล้วไม่เป็นไีรเธอจะไม่ถูกลืมแน่นอน....ดังนั้นดัฟฟี่กับอะเดลรีบๆออกงานดีๆมาให้ฟังกันอีกนะคะ ^ ^

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น