วันเสาร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2554

Tarralyn Ramsey : Beyond The Darkness (Myspace#79)










Tarralyn Ramsey : Beyond The Darkness : Gospel (94%)
















สัปดาห์หน้าเทศกาลคริสมาสต์ที่ดิฉันรอคอยก็กำลังจะมาถึงแล้ว จะว่าไปแล้วจากประสบการณ์ที่หายใจบนโลกมา24ปีนี่สำหรับดิฉันช่วงปลายปีนี่ก็ต้องนับว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดของชีวิตในแต่ละปีจริงๆไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่ได้เห็นการตกแต่งสวยๆงามๆตามสถานที่ต่างๆรวมถึงบรรยากาศที่เปี่ยมไปด้วยความสุขในทุกหนทุกแห่งคือคนรอบข้างก็ดูเหมือนกับว่าจะเครียดน้อยลงด้วยนะหลังจากที่ต้องฟันฝ่ามรสุมสาหัสสากรรจ์มาตลอดทั้งปี ในช่วงปลายปีนี้ถ้าถามดิฉันว่า"ขลุก"อยู่กับดนตรีแนวไหนมากที่สุด? ตอบได้ไม่ยากเลยว่าที่เคียงคู่มากับพวกเพลงคริสมาสต์นี่ก็ต้องเป็นเพลงสวดสรรเสริญพระผู้เป็นเจ้าจำพวก "กอสเพล" แน่นอนและมายสเปซครั้งที่79นี้เราขอหยิบอัลบั้มกอสเพลที่ดิฉันประทับใจที่สุดในปลายปีนี้มาแนะนำท่านผู้อ่านนะคะ ขอให้มีคริสมาสต์และปีใหม่ที่ดีทุกๆท่านค่ะ ^ ^














อัลบั้มที่ว่าคือ Beyond The Darkness สตูดิโออัลบั้มในปี2009จาก "ทาราลีน แรมซี่ย์" ที่เชื่อว่าคนส่วนใหญ่จะรู้จักเธอเมื่อไม่นานมานี้จากการเป็นหนึ่งใน32ผู้เข้าแข่งขันรายการ The Voice โดยเป็นสมาชิกทีมท่านแรกของ "คริสทิน่า อากิเลร่า"












จากตอนแรกที่ดิฉันเข้าใจว่าเธอคนนี้เป็นศิลปินจำพวก "นักล่าฝัน" ที่เดินสายประกวดตามรายการต่างๆเพื่อที่จะเซ็นสัญญาออกอัลบั้ม...แต่นั่นเป็นความเข้าใจผิดชนิดไปกันไกลเลยทีเดียวเพราะจริงๆแล้วเธอคนนี้เคยออกอัลบั้มกอสเพลมาตั้งแต่ปี 2000 เรียกได้ว่าเปิดตัวในวงการดนตรีในช่วงเวลาไล่เลี่ยกับคุณโค้ชติ๊นาเลยทีเดียวแถมยังเป็นผู้ชนะรายการ VH1 Born To Diva คว้าสัญญาออกอัลบั้มจากอดีตสามีเก่าของคุณนายมารายห์ แครีย์อย่าง "ทอมมี่ ม็อทโทล่า" ภายใต้ชายคาของคาซาบลังก้า ยูนิเวอร์แซลค่ายเดียวกันกับสาวซ่า "ลินด์เซย์ โลฮาน"ในช่วงออกงานชุดแรกนั่นแล










และ Beyond The Darkness อัลบั้มดนตรีสรรเสริญพระเจ้าที่เข้มข้นบนความเป็นโซลและอาร์แอนด์บีปะทะกับดนตรีกอสเพลจำพวกคอนเทมโพลารีย์คริสเตียนนี้ก็เป็นสตูดิโฮอัลบั้มล่าสุดก่อนที่เธอจะไปปรากฏตัวในรายการ The Voice ซึ่งทำให้ดิฉันสงสัยเหลือเกินว่าศิลปินที่มีพลังเสียงระดับเธอ - - คิดถึงเสียงอาร์แอนด์บีเข้มๆสมูธๆแบบวิทนี่ย์ ฮุสทันที่มีเทคนิคในการร้องเพลงที่แพรวพราวทั้งอิมโพรไวซ์ แอดลิบ เชสโทน เฮดโทนยันวิสเทิลประหนึ่งมารายห์ แครี่ย์บนภาคดนตรีแบบโยลันด้า อดัมส์และความทรงพลังดุดันแบบบียอนเซ่ คริสทิน่า อากิเลร่ายันเจ้าป้าคชสารนยุทธหัตถีรุ่นเฮฟวี่เวทอย่างอรีธ่า แฟรงคลิน - - จะมาออกรายการประเภทนักล่าฝันที่แถบจะโนเนมแบบนี้ทำไม? (หรืออาจจะจริงที่โดนเขาจ้างมาประกวด)








ในส่วนของเพลงที่อยากจะแนะนำให้ฟังนี่จริงๆแล้วก็อยากจะให้ฟังยกอัลบั้มไปเลยนะคะนอกจากภาคเนือ้หาและการนำเสนอบนวัฒนธรรมกอสเพลก็มี "การใช้เสียง" ของเธอนี่แหละที่มีลูกเล่นน่าสนใจ เรนจ์เสียงกว้างและดิบดุสุดๆแบบโซลแท้ๆชนิดที่ศิลปินโซลอาร์แอนด์บีที่คร่ำหวอดในวงการมานานหลายๆท่านรวมถึงที่มีชื่อเสียงอย่างล้นหลามในขณะนี้ได้ฟังแล้วต้องสะดุ้งแล้วกัน แต่ถ้าต้องการให้แซมเพิ่ลเล็กๆน้อยๆดิฉันก็ขอจัดให้กรุบกริบ...เปิดอัลบั้มมากับ God Handle It นี่เป็นฟั้งค์ร็อคสไตล์ทิน่า เทอร์เนอร์นำควบคู่กับโพรแกรมมิ่งเสียงสังเคราะห์ปะทะกับเสียงประสานกอสเพลที่ให้อารมณ์ดนตรีโซลช่วงยุค70เข้าใจยากไปนิดแต่ก็เจ๋งทีเดียว แทร็คถัดไป I'll Take Your Trouble สลับจากอารมณ์บ้าพลังดุเดือดในเพลงแรกมาเป็นกอสเพลบัลลาดเรียบง่ายกับที่ร้องคลอไปกับกีตาร์อคูสติค โพรแกรมมิ่งเสียงสังเคราะห์และการร้องกึ่งๆอะแค็พเพลล่าประสานไปกับลูกเล่นของการนำเสนอดนตรีสวดแบบ Chant สุดยอดมากๆ ต่อด้วยอดัลท์คอนเทมโพลารีย์ใน Glory And Honor ที่เข้ากับบรรยากาศแห่งความรื่นเริงในช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองคริสมาสต์เสี่ยนี่กระไร Ain't Nobody Like Him กับ Sanctuary Of Praise เป็นอัพเทมโปที่ชวนให้นึกถึงยุคบุกเบิกของวิทนี่ย์ ฮุสทันไม่น้อยพวกเพลงเต้นรำที่ได้รับอิทธิพลมาจากดนตรีโซล อาร์แอนด์บีและดิสโก้แบบที่ศิลปินผิวสีในยุค70ชอบทำนั่นแหละ Feel Your Presence Again นี่เป็นแทร็คมาสเตอร์พีซของอัลบั้มโดยแท้ งานคอนเทมโพลารีย์อาร์แอนด์บีผสานอารมณ์โซลฟูลไควเอทสตอร์มพลิ้วๆบนวัฒนธรรมของเพียโนบัลลาดก่อนจะสลับไปเป็นกอสเพลเต็มตัวบนธรรมเนียมของความเป็นคอนเทมโพลารีย์คริสเตียนมิวสิคแท้ๆทรงพลังมากๆ


ท้ายที่สุดใครได้ฟังงานของเธอแล้วคงจะคิดเหมือนกันว่า...ศิลปินระดับนี้ไม่ต้องการ "คริสทิน่า อากิเลร่า" มาเป็นโค้ชให้หรอก (ก็ร้องดีกว่าตัวนางติ๊นาเองตั้งเยอะ)








ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น