วันจันทร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2554

Serabee : Serabee EP (2009) (Myspace#80)

Serabee : Serabee EP (2009) : Pop/R&B/Soul/Funk/Blues Rock (90%)

สำหรับมายสเปซครั้งที่80 - - ต๊ายยยย!!!! นี่ดิฉันนั่งเขียนคอลัมน์นี้มา80ครั้งแล้วเหรอนี่??? - - ดิฉันขออนุญาติถือโอกาส เอ๊ย ฤกษ์ดีนี้เขียนถึงศิลปินจากรายการ The Voice อีกท่านก็แล้วกันนะคะ (อย่าเพิ่งด่า!!!) คือคนนี้นี่เป็นอะไรที่แบบไม่เขียนถึงไม่ได้จะโกรธตัวเองมากเพราะว่าเธอเป็นผู้เข้าแข่งขันที่ดิฉันชอบที่สุดในรายการนี้ "Serabee"(เซร่า บูราส) หรือนามกรตามกำเนิดว่า "ซาร่าห์ แอล. บูราส" ผู้เข้าประกวดในทีมของโค้ชสุดหล่อ "เบลค เชลทัน" ก่อนที่จะถูกคัดออกในรอบแบทเทิ่ลที่พ่ายให้แก่ยัย "เดีย แฟรมป์ทัน" รองอันดับหนึ่งม้ามืดประจำรายการซึ่งสร้างความทุรนทุรายในใจให้แก่ดิฉันเป็นบาดแผลลึกเลยทีเดียว

ความรู้สึกที่ดิฉันมีต่อ "เซราบี" คงจะเป็นอะไรที่เรียกได้ใกล้ๆกับคำเลี่ยนๆประเภท Love At First Sight อะไรทำนองนั้น นับตั้งแต่วินาทีที่ได้ฟัง Son Of A Preacher Man คัฟเว่อร์จากดัสที่ย์ สพริงฟิลด์ที่นำมาปัดฝุ่นเป็นงานบลูส์โซลสุดอลังการที่อุทิศให้แก่จิตวิญญาณของดนตรีโซลและอาร์แอนด์บีพร้อมด้วยศิลปินระดับบรมครูช่วงยุคโมทาวน์จากพลังเสียงดิบกร้าวหฤโหดทรงพลังแบบบลูส์โซลแท้ๆที่ฟังแล้วถึงกับดีดนิ้วเลยว่า "You've Got Soul...You've Got My Heart!!!...This Girl Is My The Voice" น่าแปลกที่การสื่อสารกันผ่านทางดนตรีเพียงไม่กี่วินาทีจิตวิญญาณของดิฉันก็สามารถคลิ๊กกับเธอคนนี้ได้ในแบบเดียวกับที่เคยเกิดกับพวกคริสทิน่า อากิเลร่า,มารายห์ แครี่ย์ และ มาดอนน่า เป็นต้น...ถึงแม้ว่าจะไปได้ไม่ถึงรอบไลฟ์โชว์อย่างที่หวังไว้แต่เธอก็ได้ใจเราไปเต็มๆนะ

ในโอกาสส่งท้ายปีมายสเปซครั้งที่80นี้คิดว่าคงจะไม่มีศิลปินท่านใดรวมถึงอัลบั้มชุดไหนที่จะเหมาะสมต่อการเป็นตัวแทนที่ดีในการขึ้นต้นเลข8ของคอลัมน์นี้และเป็นตัวแทนของชีวิตใหม่ทางดนตรีที่กำลังจะเริ่มต้นอีกครั้งในปีหน้าได้เท่ากับงานอีพีภายใต้ชื่อเดียวกันของเธอในปี 2009 ภายใต้ภาคดนตรีอาร์แอนด์บีโซลเข้มข้นเจือพ็อพประปรายพอกระสากลิ่นเชือดเฉือนบนความเป็นบลูส์และร็อคดิบเกรี้ยวกราดชนะใจ รื่นเริงบนท่วงทำนองของดนตรีฟั้งค์ผิวสีรวมถึงเต็มเปี่ยมบนจิตวิญญาณความเป็นโซลที่อุทิศให้แก่วัฒนธรรมโมทาวน์ยุค60ชนิดที่คืนเอาบรรยากาศอันหอมหวานเหล่านั้นคืนสู่โลกดนตรียุคร่วมสมัยได้อย่างเฉียบขาดทีเดียว

ในส่วนของ Extended Play ชุดนี้มี6เพลงแต่ส่วนตัวถูกใจมากๆก็4เพลง เริ่มต้นที่ Down To Earth เป็นงานมิดเทมโพพ็อพอาร์แอนด์บีบัลลาดละเมียดละไมและเมนทสตรีมที่สุดในอัลบั้มนี้แล้วอารมณืประมาณบัลลาดสูตรสำเร็จในยุคหลังๆของมารายห์ แครี่ย์ยันเพลงในอัลบั้มแรกของเลโอน่า ลูอิสนั่นแหละ มาที่ Driving Me Stupid เพลงเก่งของอัลบั้มเป็นงานพ็อพโซลร่วมสมัยที่โดดเด่นด้วยการผสานกีตาร์ฟั้งค์ร็อคเท่ห์ๆ เวิลด์และกลิ่นอายบลูส์เจือจาง จะว่าไปก็เอาไปเทียบกับพวกโซลร็อคแบบที่จอส สโทนชอบทำในช่วงตั้งแต่อัลบั้มที่3ลงมาก็ได้นะอารมณ์เข้าใจยากไปนิดแต่ยุคนี้หาแบบนี้ไม่ค่อยได้แล้วนะ The Rest Of Me เปิดตัวมาเป็นพ็อพอาร์แอนด์บีบัลลาดแบบอดัลท์คอนเทมโพรารีย์นึกว่าจะสูตรสำเร็จที่ไหนได้ดันบ้าพลังขยับไปเล่นกับเร็กเก้ในช่วงคอรัสก่อนจะกลายร่างเป็นโซลในช่วงท้ายเพลง เรียบเรียงดนตรีได้น่าสนใจดี ปิดด้วย Different World ฟั้งค์โซลที่ภาคเนื้อหาอุทิศให้แก่วัฒนธรรมโมทาวน์หมดใจ

ท้ายที่สุดไม่รู้จะพูดอะไรดีเอาเป็นว่ายิ่งฟังยิ่งรัก สำหรับคนที่ไม่ใช่คอเออร์บันหรือไม่ได้ติดตามโซลยุค60มากนักช่วงแรกๆอาจจะงงกับการผสมผสานของเธอที่ดูจะติ๊สท์แตกออกแนว Abstract ไปนิดเหมือนกับเป็นงานเขียนที่สะบัดลวดลายบนผืนผ้าด้วยดนตรีมากกว่าแต่ไม่มีศิลปะชิ้นใดจะถูกสร้างให้ล้ำเลอค่าได้บนกระดาษขาวนะคะ...เช่นเดียวกับดนตรีถ้าไม่มีความเสี่ยง ถ้าไม่มีสีสันมันก็ไม่มีจิตวิญญาณใดเหลือไว้ให้สัมผัสน่ะสิ!!!

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น