วันศุกร์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2554

Dia Frampton : Red (Myspace#76)










Dia Frampton : Red : Pop/Folk/Indie Pop/Folk Rock (76%)
















เดีย แฟรมพ์ทันหรือที่ดิฉันเรียกเธอเป็นประจำว่า "พจมาน" คือ Runner Up อันดับสองม้ามืดแห่งรายการ The Voice จากทีมป๋าเบลค เชลทันที่ไปได้ไกลกว่าที่ท่านใดจะคาดหมายและจินตนาการ ที่ว่า "ม้ามืด" ก็เพราะ - - แม้จะเสียงหวานใสเพราะพริ้ง - - สตรีนางนี้ดูเผินๆหาได้มีความโดดเด่นอะไรไม่บุคลิกดูนิ่งๆจืดสะเทิ้นเขินอายโทรมซีดและดูโรยแรงไร้ชีวิตชีวาแข็งทื่อประดุจผู้ป่วยเป็นวัณโรคขั้นท้ายสุดก็ไม่ปานแล้วใครจะไปคิดเล่าคะว่าหล่อนคนนี้จะมีดีที่จะสามารถผ่านอุปสรรคฟันฝ่าผู้แข่งขันเขี้ยวลากดินท่านอื่นๆที่แรงทั้งลุ๊คและโดดเด่นที่ลีลามาได้ถึงรอบ4คนสุดท้าย (แถมได้ยังเป็นผู้แข่งขันที่สรางประวัติศาสตร์มีเพลงติดบิลบอร์ดท่านแรกอีกด้วย) ตอนแรกต้องสารภาพตามตรงว่าไม่ชอบเธอคนนี้เลยสักนิดสักนิดก็ไม่ชอบยิ่งกล้าดีมาเอาชนะ "เซราบี" ผู้แข่งขันคนโปรดของดิฉันยิ่งแค้นฝังหุ่นแช่งชักหักกระดูกให้รีบๆโดนโหสวตออกไม่เว้นแม้แต่ละวัน...
















...แต่ชะรอยนางคนนี้จะได้หมอเขมรดียิ่งแช่งยิ่งดังยิ่งแช่งยิ่งแรงเพราะตั้งแต่เธอเปิดปากกับเพลง Heartless คัฟเว่อร์เพลงฮิพฮอพของคานยี เวสต์ในฉบับบัลลาดเพียโนอิมโพรไวซ์สดๆสุดเก๋ที่แม่คุณเรียบเรียงเองหลังจากนั้นดิฉันก็ขอกลับลำพิจารณาเธอใหม่ หลังจากนั้นทุกเพลงที่จากเธอไม่ว่าจะเป็น Losing My Religion ยันออริจินัลแทร็คอย่าง Inventing Shadow ล้วนถูกใจดิฉันจนกลายเป็นแอบหลงใหลได้ปลื้มไม่รู้ตัว - - อย่างว่าแหละค่ะวงการนี้ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร - - และวันนี้เป็นโอกาสดีที่จะได้รีวิว "RED" สตูดิโอโซโล่อัลบั้มชุดแรกของเธอในมายสเปซเสียที (ก่อนหน้านี้เดียเป็นสมาชิกในวงดนตรีMeg&Dia)










ตอนแรกที่ได้ยิน Cover Mondays งานคัฟเว่อร์ชิมลางก็แอบนึกหวั่นๆว่าเธอจะมาเป็นโฟล์คร็อคดิบหม่นเข้มข้นและบันทึกเสียงแบบสดๆทันท่วงทีเหมือนเดโมอินดี้กึ่งสุกกึ่งดิบแต่ใน RED นี่เป็นอะไรที่ฟังง่ายและนุมละมุนชนิดคนละฝากโลกเลยทีเดียวค่ะภาคดนตรีโดยรวมภูมิใจนำเสนอบนความเป็น "พ็อพโฟล์ค" ที่พยายามจะแทรกลูกเล่นทางดนตรีที่หลากหลายเข้าไปเติมเต็มมิติในตัวงานฟังๆแล้วดูเหมือนว่าเธอพยายามจะฉีกการนำเสนอดนตรีโฟล์คให้หลุดไปจากกรอบเดิมๆซึ่งบางแทร็คก็ทำได้ลงตัวดีนะ อาทิ Don't Kick The Chair งานเปิดอัลบั้มที่ได้ Kid CuDi มาลงเสียงแร็พให้นี่ก็จับพัฒนาเอาโฟล์คมาชนกับฮิพฮอพ ร็อคและอิเล็คโทรนิคเต้นรำผลลัพธ์ออกมาเป็นงานอัลเทอเนทีฟฮิพฮอพที่น่ารักดี ใช่ว่าจะลงตัวแต่ชอบไอเดียนะ!!! อ๋อ แอดลิบตอนช่วงต้นเก๋มากชอบๆ เพลงอื่นๆที่น่าสนใจก็มี Isabella ที่เชื่อว่าใครฟังก็น่าจะชอบได้ไม่ยากนะเป็นงานพ็อพโฟล์คผสานร็อคและเซลติคจางๆมีท่อนฮุคที่สวยมากๆแถมส่วนตัวยังชอบในส่วนของภาคเนื้อหาที่แต่งออกมาใช้วาทะศิลป์แบบฝันๆสมกับที่เป็นนักเขียนวรรณกรรม The Broken Ones เป็นอคูสติคโฟล์คบัลลาดสูตรสำเรต็จแต่เพราะมากๆ ในขณะที่ I Will ที่ร่วมใงนกับโค้ชสุดหล่ออย่างเบลค เชลทันก็จับเอาดนตรีพ็อพติดคลาสสิคคัลสไตล์วาเนสซ่า คาร์ลทันมาปะทะกับความเป็นคันทรีย์ร็อคเข้มๆในแบบฉบับป๋าเบลคได้ดีน่าดูชมทีเดียว Billy The Kid ฟังแล้วนี่เล่นเอาสำลักทีเดียวนึกว่า Ladytron มาเองนะคะเนี่ย แหมๆๆๆๆใช้ได้เลยนะคะกับดนตรีอิเล็คโทรนิคเต้นรำแบบอินดี้ติดบีทดิสโก้ๆตึ๊บๆ ยูโรเยือกเย็นลอยๆและซินธิอไซเซอร์กระชากๆโหดๆแต่ทำออกมาทำไมคะเดีย? ไม่เข้าใจค่ะ? คิดว่ามันเข้ากันกับเพลงอื่นๆเหรอคะ? Daniel นี่เป็นคันทรีย์โฟล์คหวานใสเพราะๆช่วงกลางสลับมาเล่นเป็นอคูสติคได้เนียนดี ส่วน Walk Away เป็นโฟล์คร็อคที่ฟังแล้วนึกถึงจีวล์เป็นบ้า ปิดอัลบั้มกับ Trapeze งานโฟล์คที่โดดเด่นบนกีตาร์อคูสติคเรียบง่ายและท่วงทำนองของวัฒนธรรมอัลเทอเนทีฟร็อคเท่ห์ๆ ชอบเพลงนี้จัง!!!


เทียบกับอัลบั้ม Come Through For You ของฮาเวียร์แล้วความเพราะพริ้งและบริโภคได้ง่ายดายทันใจอาจจะแพ้แต่เรื่องของวิสัยทัศน์นี่ชนะขาดลอย เสียเปรียบตรงที่เป็นงานที่อาจจะดีกว่าในระยะยาวแต่ในช่วงแรกเริ่มต้องอาศัยเวลาซึมซับถึงจะเข้าใจไปกับภาคดนตรีและการนำเสนอของเธอได้ลึกกว่าในช่วงต้น - - แต่ว่าก็ว่าเถอะเป็นงานที่ฟังแล้วลืมง่ายเบื่อง่ายพอกัน - - แต่เรื่องเครดิตนี่หนูเดียเธอขาดลอยนะคะดูเพื่อนร่วมงานแต่ละคนสิ อิซาเบลล่า ซัมเมอรส์จาก Florence+the Machine งี้ ทอม ชาพิโร่โปรดิวเซอร์และนักแต่งเพลงคันทรี่ย์ชื่อดังที่ผ่านการร่วมงานกับดัสที่ย์ สพริงฟีลด์มาแล้วงี้ Kid CuDi งี้ยันเจ๊" แม็ค ไวท์" จาก The White Stripes คนหลังนี่ของแรงสุด....แค่นี้ก็คงการันตีความมั่นคงบนเส้นทางดนตรีได้ระดับหนึ่งแล้วล่ะ


ป.ล. ว่าแต่ช่วงต้นอัลบั้มคุณเดียรอแขกรึไงคะเพลงมันถึงได้หงุงๆหงิงๆ นี่ไม่ใช่งานคอนเสิร์ตค่ะหนหน้าเอาใหม่นะปล่อยทีเด็ดให้มันเสมอต้นเสมอปลายไปเลย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น