วันอังคารที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2554

Rihanna : Music Of The Sun (Myspace#72)
















Rihanna : Music Of The Sun : Pop/R&B/Reggae/Dancehall (74%)




























หลังจากที่หอบความประทับใจกระบุงใหญ่ให้เจมส์ มอริสันกับColdplayไปแล้วตอนนี้ก็ถึงเวลาตั้งตาคอยงานใหม่จากศิลปินสุดโปรดอีกคนหนึ่งนั่นคือ Talk That Talk ของริฮานน่าที่กำลังจะออกในเดือนหน้าว่าแล้วก่อนที่จะได้ฟังงานใหม่กันเต็มๆมายสเปซครั้งนี้ก็ขอขุดงานเก่าของเธอที่เชื่อว่าป่านนี้ชาวบ้านร้านช่องคงจะได้ลืมกันไปหมดแล้วมาเขียนแนะนำก่อนจะได้ไปตื่นตาตื่นใจกับงานใหม่พร้อมๆกันนะคะ


























อัลบั้มที่เลือกมาเขียนคือ Music Of The Sun อัลบั้มเปิดตัวของเธอซึ่งก่อนอื่นต้องขอยอมรับว่าเพิ่งจะได้มาฟังงานชุดนี้เอาจริงๆก็ช่วงเดือนนี้เองเพราะก่อนหน้านี้ดิฉันไม่ค่อยจะชอบริฮานน่าเท่าไรจนหลังจากที่กระแสความสำเร็จของอัลบั้ม Good Girl Gone Bad เป็นปรากฏการณ์ไปทั่วโลกนั่นแหละเธอถึงจะกลายมาเป็นหนึ่งในศิลปินหญิงที่ดิฉันสนใจจับตามอง - - และแน่นอนเป็นหนึ่งในศิลปินหญิงที่ชอบที่สุดเป็นอันดับต้นๆของวินาทีนี้
























จากตอนแรกปรามาสน้ำหน้างานชุดนี้ไว้เยอะว่าต้องเป็นงานเร็กเก้เสี่ยวๆฉาบฉวยตามกระแสในช่วงนั้นที่ศิลปินหญิงจากแนวเทือกๆนี้จะขึ้นอันดับบนชาร์ตได้สูงมากอาทิ ลูมิดีหรือสองสาวนีน่า สกาย (ที่ขณะนี้ลงใต้ดินไปแล้ว) เป็นต้น ที่ไหนได้พอฟังแบบเต็มๆแล้วถึงกับต้องสะดุ้งโหยงด้วยความที่อัลบั้มนี้เป็นงาน "เร็กเก้พ็อพ" ที่เพราะมากๆคือมันอาจจะเป็นงานที่ค่อนข้างจะฉาบฉวยตามกระแสช่วงนั้นที่จับเอา "ริฮานน่า" ที่เอาจริงๆแล้วอาจจะไม่ได้ฝักใฝ่ในเร็กเก้จริงๆจังๆหรืออาจะมีอิทธิพลของดนตรีเร็กเก้พื้นเมืองจากบาร์บาโดสบ้านเกิดติดโครโมโซมมาบ้างมาทำเร็กเก้ซะเลยให้สมกับช่วงเวลา ผลที่ได้คือเหมือนกับเป็นการเอาดนตรี "พ็อพ" เนื้อแท้สอดไส้ไว้ด้านในแล้ววาดลวดลายด้วยภาคดนตรีเร็กเก้และกลิ่นอายของอารธยธรรมจากดนตรีแคริบเบี้ยนฉาบเปลือกนอกซึ่งคนที่เขาเป็นคอเร็กเก้จริงๆและหวังจะได้ยินงานแบบบ็อบ มาร์เลย์,แช็กกี้ย์หรือฌอน พอลอาจจะต้องผิดหวัง.....แต่ดาบนี้มีสองคมค่ะคุณเพราะผลดีมันดันข้ามฝากมาหาเราๆที่เป็นคอดนตรีพ็อพกันชนิดจังเบ้อเร่อด้วยความที่งานนี้มันดันผสมผสานออกมาได้อย่างลงตัวและร่วมสมัยมากจริงๆอย่างที่หนูริริแกโม้ไว้ตั้งแต่ตอนต้น อัลบั้มนี้จับเอาลูกเล่นของซาวนด์เต้นรำฝากแคริบเบี้ยนอย่างเร็กเก้,แด๊นซ์ฮอลล์และโซคา - - ดนตรีจำพวกคาลิพโซหรือดนตรีพื้นเมืองของอินเดีย - - มายำเข้ากับความร่วมสมัยของดนตรีพ็อพและอาร์แอนด์บีที่มีทั้งคอนเทมโพลารีย์อาร์แอนด์บีอารมณ์โซลฟูลกรีดกราย อาร์แอนด์บีกระฉึกกระฉักจำพวกคลับแด๊นซ์ไปยันพวกบีทอาร์แอนด์บีโพรแกรมมิ่งกระป๋องกระแป๋งก็มีมา ที่สำคัญเอามารวมกันไว้ได้อย่างเหมาะเจาะเหมาะใจถูกที่ถูกที่เวลาถูกที่คันและเพราะมากกกกกกกกกกกกกๆๆๆๆๆๆ...อีแบบนี้มันก็เลยออกมาพ็อพจ๋าร่วมสมัยถูกจริตคนฟังเพลงพ็อพอย่างเราๆด้วยประการฉะนี้แลค่า
















สำหรับเพลงที่ไฮไลท์ว่าต้องฟังคงหนีไม่พ้น Pon De Replay เพลงแจ้งเกิดอย่างสง่างามสวยสมของหนูริริที่เชื่อว่าทุกวันนี้แฟนๆของเธอคงยังไม่ลืมความเก๋ไก๋ร้อนแรงสุดพระเดชพระคุณของเพลงนี้จับเอาดนตรีแคริบเบี้ยนจำพวกแด๊นซ์ฮอลล์มาตีกับดนตรีพ็อพจำพวกคลับแด๊นซ์และซาวนด์เออร์บันดิบดำร้อนระอุตอบคอนเส็ปท์ของงาน "ดนตรีแห่งแสงตะวัน" ชุดนี้ได้อย่างสมบูรณ์ครบถ้วนโดยแท้ เป็นหนึ่งในเพลงเต้นรำที่ดีที่สุดตลอดกาลของริฮานน่าจริงๆกล้ายืนยัน Here I Go Again งานเร็กเก้พ็อพสุดเพราะฟังชิลล์ๆเพลินๆเจือด้วยลูกเล่นอาร์แอนด์บีแจมลงไปเล็กน้อยพอเป็นสีสันหยิบมาฟังทีไรก็รู้สึกอารมณ์ดีทุกครั้งต่อด้วย If It's Lovin' That You Want อันนี้นี่เป็นมิดเทมโพที่เร่งจังหวะขึ้นมาได้ชวนโยกมากขึ้นเช่นเดียวกับความร่วมสมัยและความเป็นอาร์แอนด์บีที่จัดจ้านขึ้นทั้งการเรียบเรียงและนำเสนอดนตรีซาวนด์สแครชเฟี้ยวฟ้าวไปทั่วเพลงเลยทีเดียวเก๋ดีที่สำคัญท่อนคอรัสเพราะมากๆ นี่ถ้าถอดอิทธิพลของดนตรีเร็กเก้ออกไปนี่จับไปเป็นเพลงของมารายห์ได้เลยนะนี่ Music Of The Sun ไทเทิ่ลแทร็คสุดแสนไพเราะจับใจชนิดที่ฟังแล้วต้องทึ่งเพราะไม่ได้คาดหวังไว้เลยว่าจะมาได้ยินดนตรีคอนเทมโพลารีย์จำพวกชิลล์แจ๊ซซ์ไฮโซแซมอาร์แอนด์บีหวานๆพอหอมประสานเร็กเก้จางๆที่หลีกทางให้ดนตรีอคูสติคขึ้นมาคุมทิศทางแทนเพราะและเซ็กซี่สุดๆถ้ามิกซ์ให้มีความเป็นอิเล็คโทรนิคหรือดาวน์เทมโพมากกว่านี้นี่เพลงแบบนี้จับรวมเข้าไปไว้กับพวกตระกูล Cafe Del Mar ได้อย่างไม่ขัดเขินทีเดียว มาที่ Let Me นี่สุดยอดทีเดียวโฉ่งฉ่างสุดพระเดชพระคุณกับการปะทะกำลังภายในกันระหว่างดนตรีคลับแด๊นซ์ ซาวนด์แคริบเบี้ยนและอาร์แอนด์บีแถมด้วยกลิ่นอายตะวันออกจำพวกเวิลด์เข้าไปที่ตายก็คือคนฟังตระกูลพวกกะเทย เกย์ เก้ง กวางทั้งหลายค่ะเพราะฟังแล้วต้องลงไปดิ้นพราดๆๆๆๆๆแน่นอน ปิดท้ายด้วย There's A Thug In My Life โดดเด่นเป็นประการแรกที่ภาคเนื้อหากระแทกใจชวนขบคิดแถมด้วยการเรียบเรียงตามวัฒธรรมอาร์แอนด์บีที่ไมธรรมดา เชื่อว่าคนฟังที่ชอบงานของมารายห์,แมรี่ย์ เจ ไบล์จ,เฟธ อีแวน,อแชนทิตลอดจนวิทนี่ย์ ฮุสทันในช่วงหลังๆมาฟังแล้วจะต้องชอบ อีกเพลงก็ได้กับ Now I Know เป็นคอนเทมโพลารีย์บัลลาดโซลฟูลอาร์แอนด์บีนวลเนียนและมีคลาสมากๆห่านโชว์เสียงได้อย่างเจิดจรัสสุดๆชนิดที่ช่วงหลังๆไม่ค่อยจะได้เห็นเธอทำแล้ว




ท้ายที่สุดรู้ตัวดีว่าพลาดของดีไปอย่างไมน่าให้อภัยตัวเองเลยจริงๆตั้ง6-7ปี พลาดม๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกก แอร๊ยยยยยย เสียดาย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น