วันเสาร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2554

James Morrison : The Awakening : 100%













James Morrison : The Awakening : 100%






















แค่จะเอื้อนเอ่ยเกริ่นอะไรถึงอัลบั้มที่รอคอยที่สุดชุดหนึ่งในรอบปีนี้นี่ก็เล่นเอาดิฉันมือไม้สั่นงกๆงั่นๆเรียบเรียงความคิดอะไรไม่ถูกเป็นนานสองนานไม่รู้จะเริ่มจากจุดไหน เพราะหนึ่งเป็นอัลบั้มใหม่จาก "เจมส์ มอริสัน" ศิลปินชายที่ ณ ขณะนี้สามารถเบียดตัวเองขึ้นมาครองบัลลังก์คู่กับคุณ "จอห์น เมเยอร์" ที่เป็นยอดชายอันดับหนึ่งในดวงใจมานานนับจะ10ปี ถัดมาเพลงในอัลบั้มนี้เพราะม๊ากกกกกกกกกกชนิดที่ทำเอาดิฉันฟังไปอกสั่นขวัญแขวนเช็ดน้ำตาป้อยๆไป - - เปล่าไม่ใช่เพราะสยอง - - ด้วยความที่เพลงมันไพเราะเพราะพริ้งเกินมนุษย์มนาทั่วไปเขาจะรังสรรค์กันได้และเก็บความระทึกไว้ท้ายสุดที่จะประกาศว่า "ดิฉันกับพี่เจมส์เรารักกันลึกซึ้งมากกกกกกกกกก"....งานนี้ใครแย่งกูตบ!!!




















รูปแบบเพลง




















แม้ว่าภาคดนตรีจะมาแนวเดิมๆแบบที่เคยลองลิ้มชิมความหวานให้เบิกบานใจกันตั้งแต่สมัย Undiscoverd งานชุดแรก แต่ก็อ่ะ อ่ะ อ่ะ อ่าอี๊ยาอี๊อย่า...อย่าได้มาค่อนขอดพี่เจมส์ของดิฉันเชียวค่ะว่าซ้ำซากไม่มีอะไรใหม่ๆเพราะถ้าหูไม่ได้หนวกกันและติดตามงานของพี่เจมส์ชนิดเข้าเส้นเลือดมาตั้งแต่ชุดแรกชนิดไม่มีขาดตกบกพร่องกันจริงจะเห็นว่ายัดเยียดอะไรใหม่ๆเข้ามาทุกอัลบั้มพร้อมกับพัฒนาขึ้นเรื่อยๆอย่างน่าชื่นใจผิดกับอีกเจมส์ - - บลันท์ - - ที่หลังจากถูกเปรียบเทียบกันมันส์หยดถึงพริกถึงขิงสมัยงานชุดแรกพ่อทหารผ่านศึกก็ทำเพลงถอยหลังลงอย่างน่าใจหายกระท่อนกระแท่นมาโดยตลอด(แม้ชื่อจะสะกดว่า "เจมส์" เหมือนกันแต่สองเจมส์นี้ในระยาวงานมันคนละระดับกันจริงๆ) มาที่แนวเพลงของพี่เจมส์ มอริสันสุดหล่อของดิฉันใน The Awakening นี้ยังคงยืนพื้นบนสูตรสำเร็จของการผสานดนตรีพ็อพหวานละมุนอบอุ่นและโฟล์คบริสุทธิ์ละเมียดละไมจริงใจใสซื่อหวานซ้าเข้ากับดนตรีผิวสีโซล60โมทาวน์จ๋านำตบตามด้วยฟั้งค์ อาร์แอนด์บีและแจ๊ซซ์พอเป็นกระสัย - - แต่สำหรับชุดนี้นี่รู้สึกว่าจะเข้มขึ้นและดิบขึ้นมีแนวทางที่ขยับเข้าไปใกล้หาดนตรีแนวเออร์บันได้ชัดเจนและขาดตัวกว่าสองงานที่ผ่านมาเยอะทีเดียว - - นอกจากนี้ก็แซมด้วยร็อค อดัลท์คอนเทมโพลารีย์พลางขับกล่อมอย่างพลิ้วไสวบนน้ำเสียงบลูส์โซลแหบกร้าวดิบลึกเชือดเฉือนหวานประสานโศกประหนึ่งอัญเชิญร่างของตำนานโซลอย่างอัล กรีน,โอทิส เรดดิ้งและสตีวี่ วอนเดอร์มาลงทรงประมาณนั้น...ทุกสิ่งทุกอย่างที่กล่าวมาข้างต้นได้อาศัยการเก็บเกี่ยวประสบการณ์และฝีมือที่พัฒนาขึ้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการร้องการทำดนตรีและการเรียบเรียงอย่างมีเอกภาพชวนฟังก่อให้เกิดผลลัพธ์เป็นงานพ็อพโซลชิ้นงามอันเป็นอัลบั้มที่ดีที่สุดของพี่เจมส์สุดที่รักใน The Awakening นี่แล














จุดด้อย














ถ้าจะมีก็หน้าปกแหละค่ะหน้านิ่วเบื่อโลกยังกับคนเพิ่งโดนของเขมรเสกเข้าท้องมาอัลบั้มตั้งชื่อชวนตะลึงพรึงเพริดแต่ทำไมรสนิยมการเลือกปกมันช่างสวนทางกับงานดนตรีโดยสิ้นเชิงอีแบบนี้ล่ะพ่อ??? แต่เดี๋ยวๆๆๆๆๆมองดีๆไม่เหมือนโดนคุณไสยนะคะเหมือนคนสะลึมสะลือกลางดึกกำลังจะเดินไปเยี่ยวยังไงยังงั้น....แต่หน้าปกไม่เกี่ยวกับงานเพลงใช่มั้ยคะ? ดังนั้นงานดีซะอย่างต่อให้อุตริเอารูปคุณพี่เจมส์ตอนน้ำลายยืดขี้มูกย้อยยามตื่นเช้ามาทักทายให้สมกับคอนเส็ปท์งานดีมันก็คืองานดีล่ะเนอะ












แทร็คเด็ด












เลือกยากอ่ะเพราะว่ามันเด็ดไปซะทุกเพลงงั้นขอเขียนเฉพาะเพลงที่ชอบจริงๆเลยก็แล้วกันวินทีนี้คงไม่มีเพลงไหนที่จะดังก้องกังวานสะท้านในใจไปได้มากกว่า I Won't Let You Go (5) ซิงเกิ้ลเปิดตัว งานพ็อพโซลงามระยับสูตรสำเร็จที่จะต้องมีในอัลบั้มพี่เจมส์ทุกชุดอย่างที่เคยได้ยินกันไปแล้วใน You Give Me Something กับ Save Yourself ในงานสองชุดแรกนั่นไง เป็นเพลงที่ฟังแล้วรู้สึกมีความสุขล่องลอยอยู่ในอากาศไปกับเสียงของพี่เจมส์ที่ไพราะเพราะพริ้งระดับสวรรค์สร้างพระเจ้าประทานมาเหใอนพรหมลิขิตของเราสองโดยแท้เจ้าค่ะ หึหึหึ In My Dreams (4.5/5) แทร็คเปิดอัลบั้มที่แฟนๆพี่เจมส์คงได้ฟังเวอร์ชั่นอคูสติคกันไปแล้วตอนช่วงส่งท้ายปีที่แล้วดนตรีเป็นพ็อพโฟล์คสวยงามบริสุทธิ์ด้วยกีตาร์อคูสติคสะอาดๆคลอไปกับเสียงร้องเพราะๆของพี่เจมส์ตบตามด้วยเครื่องสายพองดงามและเสียงประสานแบบโซลในช่วงท้ายเรียบง่ายแต่สมบูรณ์แบบ เสียดายอย่างเดียวไอ้เวอร์ชั่นที่พี่เจมส์ร้องสดเมื่อปีที่แล้วมันเพราะม๊ากกกกกกกก เอ่อ มากจนต้องให้คะแนนต้นฉบับน้อยลง0.5เลยทีเดียว เพลงถัดมากับ 6 Weeks (5) หลอกให้ตายใจว่าดูเหมือนจะเป็นงานโฟล์คหวานๆสไตล์ที่ฟังจากพี่เจมส์จนเอียนในช่วงต้นก่อนจะกลายพันธุ์เป็นโซล60ด้วยเครื่องเป่าบิ๊กแบนด์สุดอลังการ เสียงประสานที่ให้อารมณ์ขลังๆแบบกอสเพลหน่อยๆตบตามด้วยความเป็นบลูส์โซลอาร์แอนด์บีฉบับคอนเทมโพลารีย์ดิบดำเข้มข้นเพราะมากค่ะที่รัก Slave To The Music (5) เซ็กซี่ม๊ากกกกกกกกกกมันเป็นอะไรที่เริ่ดอย่างบอกไม่ถูกตั้งแต่การเรียบเรียงดนตรีที่ทำได้อย่างมีชั้นเชิงทีเดียวไล่จากฟั้งค์ไปหากีตาร์บลูส์จางๆตลอดจนชนกับการเรียบเรียงของวัฒนธรรมอาร์แอนด์บี แจ๊ซซ์และโซล เหนือสิ่งอื่นใดสรรพสำเนียงการร้องของพี่เจมส์เท่ห์และฟินม๊ากกกกกกกกกกกก ฟังแล้วเอสโตรเจนกับโปรเจสเทอโรนในตัวน้องพุ่งปรี๊ดดดดดดดดๆๆๆ จะว่าไปก็พาลให้นึกถึง Under The Influence ในภาคที่โตและมีความชัดเจนในตัวเองอยู่เหมือนกัน มาที่ Beautiful Life (5) อีกหนึ่งงานที่จับเอาดนตรีพ็อพหวานๆและท่อนคอรัสติดหูอบอุ่นแบบอดัลท์คอนเทมโพลารีย์สไตล์เจมส์ มอริสันมาชนกับศิลปะแบบโซลยุค60ได้อย่างดีเป็นเพลงพ็อพโซลแบบที่วัดกันจริงๆแล้วก็อาจจะมีให้เห็นเยอะพอตัวเหมือนกันกับศิลปินแนวๆนี้แต่กล้ารับประกันว่าเพราะมากๆและโดดเด่นไม่แพ้ใคร One Life (4.5/5) งานบัลลาดบลูส์โซลเพราะๆเครืองสายกรีดกรายพรมเพียโนนุ่มละมุนพลิ้วไสวที่เชื่อว่าเข้าทางแฟนๆของพี่เจมส์แน่นอน ขออนุญาติปิดรีวิวก่อนจะยาวไปกว่านี้ด้วย The Awakening (4.5/5) ไทเทิ่ลแทร็ค งานบัลลาดสไตล์เจมส์ มอริสันคนเดียวเท่านั้นที่ทำได้คงจะไม่มีคำใดบรรยายไปได้มากกว่าคำว่า "เพราะมากๆ" โอ๊วววว ฟังแล้วแอบเช็ดน้ำตาป้อยๆ


สรุป


ตลอดการพิสูจน์ตัวเองกว่าสามอัลบั้มทำให้เราได้รู้ว่าที่สื่ออังกฤษยกให้ชายคนนี้เป็น "เพชรแห่งโซล" แห่งวงการดนตรีฝั่งอังกฤษนั้นไม่ใช่การยกยอปอปั้นสรรเสริญหรืออวยตามกระแสสำเร็จแต่อย่างใด เจมส์ มอริสันพิสูจน์ตัวเองได้ดีอีกครั้งว่าตัวเขานี่แหละเป็นอีกหนึ่งศิลปินคุณภาพที่เปี่ยมความสามารถฉกาจฉกรรจ์หาตัวจับยากอันเป็นความหวังแห่งวงการดนตรีจากฝั่งอังกฤษโดยแท้จริง ถึงแม้ว่าตัวเขาจะไม่สามารถเข้าไปนั่งในใจคนทั้งโลกหรือจะเปลี่ยนให้ใครยอมรับความสามารถของเขาทุกคนแบบที่ดิฉันกับอีกหลายๆคนตระหนักถึงก็เอาเถอะสำหรับดิฉันผู้ชายคนนี้พิสูจน์ตัวเองได้ดีที่สุดแล้วในอัลบั้มชุดนี้กับความสุขความสวยงามที่ผ่านน้ำเสียงเพราะและตัวโน๊ตดนตรีสุดมหัศจรรย์ ดิฉันกล้าพูดว่างานที่คุณกำลังอ่านอยู่นี่เป็นงานพ็อพที่ดีที่สุดจากเกาะอังกฤษในปีนี้ทีเดียว - - แต่งงานกันเถิดเจมส์!!!

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น