วันศุกร์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2554

Vanessa Carlton : Rabbits On The Run (Myspace#64)






Vanessa Carlton : Rabbits On The Run : Pop/Soft Rock/Alternative (92%)








ท่ามกลางบรรดาหลายอัลบั้มที่เลือกสรรมาฟังชนิดที่ค่อนข้างจะพิถีพิถันเป็นพิเศษในช่วงนี้เนื่องจากความต้องการและความหวังเล็กๆน้อยๆที่อยากจะเสพย์ดนตรีดีๆยามพักผ่อนบ้าง...ใครจะไปคิดว่าผลงานจากศิลปินที่ไม่ได้ติดตามผลงานใดๆของเธอจริงจังอีกเลยนับตั้งแต่ Be Not Nobody หนึ่งในอัลบั้มดาวรุ่งอันแสนจะเจิดจรัสเปล่งประกายเมื่อปี2002จะมาโดนใจเข้าชนิดเต็มเปาในแบบที่ทำเอาอดรนทนไม่ได้ที่จะเขียนถึง - - ไอ้งานการรึก็มี เที่ยวเตร็ดเตรลอยละล่องก็เยอะแถมยังมีเพลงอีกบานตะไทที่นอนอืดลอยกันเป็นแผเสนอหน้าให้เขียนกันให้สลอน - - จะว่าไปก็ก็ล่อไป9ปีแล้วที่ไม่ได้สนใจงานเพลงใดๆของเธออีกเลยทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ใช่ว่าคุณภาพในการทำงานของวาเนสซ่า คาร์ลทันศิลปินสาวมากความสามารถจากเพนซิลวาเนียท่านนี้จะลดลงหรือห่วยแตกแต่อย่างใด (จริงๆแล้วกลับจัดจ้านและมีทิศทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆด้วยซ้ำ) หากแต่มีหลายตัวเลือกที่โดดเด่นไปจนถึงฉาบฉวยที่ทำให้ตลอด9ปีที่ผ่านมาดิฉันไม่มีเวลาชำเลืองไปมองเธอเลยก็แค่นั้น




ความรู้สึกหลังจากที่ได้ฟัง Rabbits On The Run สตูดิโออัลบั้มลำดับที่4จากเธอแบบเต็มๆแล้วคงต้องบอกว่าใจนึกอยากจะกลับไปควานหาทุกงานของวาเนสซ่าที่เคยจงใจพลาดไปจนถึงไปขุดเอา Be Not Nobody มาฟังใหม่อีกครั้ง มันเป็นความรู้สึกสุดหรรษาอันแสนจะยากที่จะบรรยายคำแรกที่คิดได้คือ "เออ เราไม่ได้ฟังเพลงแบบนี้มานานขนาดไหนแล้วนะ"...เพลงแบบนี้ - - เพลงพ็อพสะอาดสะอ้านเรียบง่ายให้ความรู้สึกชุ่มชื่นบริสุทธิ์ฟังแล้วขนลุกน้ำตารื้นไปกับความสวยงามและมนตร์เสน่ห์ของของดนตรีที่ขาวกระจ่างใส ไพเราะ ไม่มากความด้วยรายละเอียดวุ่นวายรกรุงรังอึกทึกแต่เปี่ยมไปด้วยพลังประหนึ่งเนรมิตแดนมหัศจรรย์จากเทพนิยายอันเปี่ยมสุขสักเรื่องมาแอบแฝงไว้ในจิตวิญญาณของตัวอัลบั้มได้อย่างแยบยล - - นี่คืออัลบั้มเพลงพ็อพที่กล้าออกปากว่าสวยงามและไพเราะที่สุดชุดหนึ่งประจำปี2011นี้เลยทีเดียว


ก่อนจากขอตบท้ายด้วยแทร็คโปรดปรานจากงานชุดนี้ที่ทำให้ดิฉันยิ้มไม่หุบตั้งแต่วินาทีแรกที่ฟังเริ่มต้นด้วยนี้เลย Carousel เพลงเปิดอัลบั้มและซิงเกิ้ลเปิดตัวรื่นเริงบริสุทธิ์กระจ่างจ้าจนแสบตาประดุจแสงอาทิตย์ยามเช้าที่แลมเลียปุยเมฆขาวอย่างอารมณ์ดีกับเพลงพ็อพบริสุทธิ์ๆแท้ๆโดดเด่นบนเสียงเพียโนเพราะๆและเครื่องสายกึ่งคลาสสิคคัลตามสไตล์ของวาเนสซ่าที่แฟนๆจะรักไม่มีทางลืม ฟังชั้นเชิงในการประสานเสียงด้วยท่อนคอรัสฝันๆสไตล์มิวสิคคัลแล้วทำให้นึกถึงความคลาสสิคของดนตรีพ็อพในยุค60-70ยังไงก็ไม่รู้ I Don't Want to Be a Bride ให้อารมณ์ที่หม่นขึ้นมาหน่อยประดุจท้องฟ้าอมชมพูหลังพายุฝนไม่มีอะไรที่จะโดดเด่นหรือเป็นช่วงเวลาที่ดีไปกว่าการนั่งฟังท่อนคอรัสเพราะๆสุดลึกซึ้งชวนขบคิดรวมถึงชั้นเชิงการเรียบเรียงเสียงประสาน เครื่องสายและเครื่องดนตรีทุกชิ้นที่ทำหน้าที่ได้ดีประดุจมีชีวิต London ที่ขึ้นต้นมาชวนให้นึกถึงงานอินดี้พ็อพกึ่งอัลเทอเนทีฟโฟล์คประเดิมง่ายๆด้วยเสียงใสๆหวานๆคลอไปกับเพียโนเจือจางก่อนจะเพิ่มความเข้มข้นขึ้นกับการปะทะกันระหว่างเพียโนพลิ้วไสวงามระยับ แชมเบอร์ออเครสตร้าสุดอลังการและเครื่องสายกรีดเสียงสวย...ไม่ได้ยินอะไรที่เพราะขนาดนี้มานานขนาดไหนแล้วนะ Fairweather Friend สำหรับเอาใจคนที่ชอบงานอัลเทอเนทีฟที่ผสานเอาพ็อพ ซอฟต์ร็อคเข้ากับคลาสสิคคัลแบบงานชุดแรกอย่าง A Thousand Miles หรือ Ordinary Day ได้อย่างดี

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น