วันศุกร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2554

Masonna : Trublue (80%)



Madonna : True Blue : 80%


รูปแบบเพลง


ยืนพื้นอยู่ที่ความเป็นพ็อพยุค80ล้วนๆ เพลงส่วนใหญ่ในอัลบั้มเป็นเพลงแนวเต้นรำที่ผสานกลิ่นอายมิดเทมโพรวมไปถึงนำเสนอสรรพสำเนียงที่หลากหลายอย่างละทินฟลาเมงโก้,ร็อคแดนซ์,เร็กเก้,ฟังค์กีย์,เรโทรและบัลลาด ชนิดที่มีให้ได้ยินกันแบบแบ่งแทร็คต่อแทร็คเลยทีเดียว โดยส่วนตัวคิดว่านี่เป็นอัลบั้มที่ติด1ใน5อัลบั้มที่ดีที่สุดของเจ๊เลยทีเดียว


จุดด้อย จุดด้อยที่ด้อยได้น่าเกลียดมากๆเลยคือเพลงเจ๊น้อยเข้าขั้นอุบาทว์เลยค่ะ โอ้โห 9 แทร็คเจ๊ขาทำมาอีกซักแทร็คสองแทร็คคงไม่ยากเกินความสามารถใช่มั้ย อย่างไรก็ตามขอใช้มุขเดียวกับรีวิวที่แล้วนะคะคือเมื่อมามองที่คุณภาพในการฟังระยะยาว ความแรงของตัวเพลงและอัลบั้มรวมไปถึงพัฒนาการด้านการร้องของเจ๊แล้วก็คุ้มค่ากับทุกบาททุกสตางค์ที่ซื้อไป สมค่ากับที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในอัลบั้มเพลงพ็อพที่สุดแสนจะคลาสสิคที่สุดอัลบั้มหนึ่งของโลกและคนที่รักดนตรีควรจะมีไว้ น่ะค่ะ


ซิงเกิ้ล


Live To Tell (5) ซิงเกิ้ลแรกของอัลบั้ม เป็นธีมประกอบภาพยนตร์เรื่อง At Close Range ที่ฌอณ เพนน์ อดีตสามีของเธอแสดง แต่เอาจริงๆในซาวดน์แทร็คกลับไม่มีบรรจุไว้ ในส่วนของตัวเพลงนับเป็นครั้งแรกที่มาดอนน่าตัดซิงเกิ้ลแรกเป็นบัลลาด เนื้อหาว่าด้วยการบอกเล่าบทเรียนและพิพากษาความทุกข์ระทมที่ผู้หญิงคนหนึ่งได้ประสบมาขอชมจากใจที่เจ๊แต่งเนื้อเพลงและถ่ายทอดออกมาได้อย่างมีชั้นเชิงมากๆ เป็นหนึ่งในเพลงที่ภูมิใจเจ๊ที่สุดค่ะ เริ่ด!


Papa Don't Preach (5)


ซิงเกิ้ลที่สอง พ็อพแดนซ์เจือกลิ่นอายมิดเทมโพ โดยส่วนตัวเดี๊ยนขอยกให้เป็นตัวแทนของพ็อพยุค80 ที่เด็ดมากๆก็คือเนื้อหาที่ว่าด้วยการสารภาพกับพ่อว่าตัวเองท้อง เพลงนี้ถือว่ามาดอนน่าได้ทำสิ่งที่ท้าทายผู้ปกครองชาวอเมริกันและสิทธิสตรีในช่วงนั้นมากๆ สังคมตั้งคำถามกับเธอค่ะว่า จำเป็นแค่ไหนที่หล่อนจะต้องเอาเรื่องแบบนี้มาทำป็นเพลง ในขณะที่อีกฝ่ายเกรงว่าจะเกิดกระแสเลียนแบบในหมู่วัยรุ่นสาว หลายคนอาจจะมองว่ามาดอนน่าเป็นตัวอย่างที่จะนำอนาคตของชาติให้ก้าวไปสู่หายนะ แต่สำหรับเดี๊ยนผู้ไม่เคยเชื่อว่าดาราหรือนักร้องนั้นเป็นวิศวกรของสังคมและค่อนข้างจะเชื่อมั่นว่าคนเรามีสติปัญญาเพียงพอที่จะใคร่ครวญหลายๆสิ่งให้แก่ตนเองได้นั้น ขอชมเธอในฐานะที่กล้าลุกขึ้นมาตีแผ่ความเป็นปัจเจกในเพลงนี้ ถ้ามองในมุมกลับ พ่อขาหนูท้องค่ะ หนูจะรับผิดชอบเด็กไว้ มันก็ยังดีกว่า เฮ้ สาวๆเราท้องได้ก็ทำแท้งได้ ซึ่งอีอันหลังสังคมควรจะวิ่งไปเป็นห่วงมากกว่านี้เยอะน่ะค่ะ


Trueblue (3/5)


ไทเทิ่ลแทร็ค ใช้ลูกเล่นเรโทรพ็อพยุค50เข้ากับจังหวะจะโคนของมิดเทมโพยุค80 ถือว่าเป็นเพลงที่น่ารักดีเลยทีเดียว แต่ปัญหาใหญ่ของเพลงนี้ก็คือแม้ว่ามันจะฮิตในช่วงนั้นมากๆแต่ถ้ามาในยุคนี้มันก็จะเป็นแค่เพลงเคยฮิตที่ถูกลืม โครงสร้างเพลงแบบนี้ในยุคเราไม่พ้นจะถูกมองว่าเสร่อและจะถูกเด็กรุ่นใหม่พาลเกลียดอีกต่างหาก ไม่มีอะไรน่าสนใจถ้าเทียบกับเพลงฮิตเพลงอื่นๆของเจ๊ที่แข็งกว่าและอยู่เหนือกาลเวลาได้


ป.ล. เพลงนี้เจ๊อุทิศให้ ฌอณ์ เพนน์ อดีตสามีแล้วเป็นไงคะ


Open Your Heart (5)


แรดมากๆค่ะเจ๊เพลงนี้! ก่อนหน้านี้เพลงนี้เคยเป็นเวอร์ชั่นร็อคซึ่งจะได้เป็นเพลงของป้า ซินดี้ ลอเพอร์ น่ะค่ะ แต่ไปๆมาๆดันกลายเป็นของเจ๊ไปซะได้ เพลงนี้เป็นเพลงที่เจ๊ลงเสียงเป็นเพลงแรกในอัลบั้มแถมยังปัดฝุ่นมาทำเป็นแดนซ์กระจายล้างซวยซะเลย เริ่ด! โดยส่วนตัวเป็นหนึ่งในเพลงและเอ็มวีของเจ๊ที่เดี๊ยนโปรดปรานที่สุดค่ะ คลาสสิค!


La Isla Bonita (5)


ต๊ายย! เจ๊ล่อกวาด5ไปสี่ซิงเกิ้ลเลยนะคะ เพลงนี้เป็นซิงเกิ้ลปิดอัลบั้ม ตัวเพลงเป็นละทินพ็อพหวานๆเนิบๆผสานกับจังหวะของ*ยิปซีรุมบ้า เซ็กซี่มากๆ สิ่งที่ชอบในเพลงนี้คือเจ๊วาดเพลงออกมาได้อย่างมีศิลป์รวมไปถึงถ้าพิจารณาในแง่ความแปลกใหม่จากบรรดาซิงเกิ้ลก่อนๆถือว่าเป็นตัวที่เจ๊ฉีกออกจากเพื่อนไปค่อนข้างมาก เก๋แค่ไหนไม่รู้แต่ก็ขึ้นแท่นเพลงโลโก้ของเจ๊ไปแล้ว ป.ล. * ยิปซีรุมบ้า คือฟลาเมนโก้แขนงหนึ่งมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า รุมบ้า ฟลาเมนก้า ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจาก คิวบารุมบ้าซึ่งเข้าสู่ประเทสสเปนและกลายเป็นหนึ่งในดนตรีกระแสหลักเมื่อ ค.ศ. 19


แทร็คอื่นๆ


Where's The Party (3.5/5) พ็อพแดนซ์สนุกๆที่มาดอนน่าเอาขึ้นไปโชว์บนคอนเสิร์ตหลายครั้งอยู่เหมือนกัน ล่าสุดก็เอาไปแปะไว้ในเพลง Music Inferno ในทัวร์ล่าสุด โดยส่วนตัวคิดว่ามีศักยภาพพร้อมที่จะเป็นซิงเกิ้ลน่าเสียดายนะคะที่เจ๊ไม่ได้ตัด มาที่ Jimmy Jimmy (2/5) เพลงพ็อพสไตล์สองอัลบั้มแรกน่ะค่ะ ฟังแล้วติดหูชะงัดแต่โดยส่วนตัวชอบน้อยสุดแล้วในอัลบั้มนี้ ต่อด้วย White Heat(3/5) เก๋ด้วยการแปะไดอาล็อคไว้ตอนต้นและกลางเพลง ตัวเพลงเป็นสตรีทพ็อพเจือมิดเทมโปและสรรพสำเนียงกรร้องที่ให้อารมณ์แบบฟังค์กีย์นิดๆ เท่ห์ดีค่ะ แต่โดยส่วนตัวเจ๊น่าจัะทำเพลงระดับนี้ได้เข้มข้นกว่านี้นะคะ ปิดอัลบั้มด้วยเพลงความหมายดีๆอย่าง Love Makes The World Go round (3.5/5) เพลงนี้เธอเอาขึ้นไปโชว์บนไลฟ์เอดส์ปี1984หรือ1985นี่แหละ ตัวเพลงสดใสมากๆค่ะเก๋ด้วยการเอาลูกเล่นของจังหวะจะโคนแบบเร็กเก้มาใช้ ปิดอัลบั้มได้น่ารักมากๆค่ะเจ๊


สรุป


อีกหนึ่งตัวแทนอัลบั้มเพลงพ็อพจากยุค80ที่อยากให้ทุกคนได้ฟัง อีกหนึ่งอัลบั้มเพลงเต้นรำดีๆที่จะนำคุณหวนคืนสู่ความหอมหวานและชีวิตชีวาของจังหวะจะโคนแบบเรโทรได้เป็นอย่างดี อีกหนึ่งอัลบั้มประวัติศาสตร์ที่มาดอนน่าและสาวกภูมิใจนำเสนอ เหนือสิ่งอื่นใดอีกหนึ่งอัลบั้มเพลงพ็อพที่พิสูจน์ให้เห็นกันแล้วว่าพ็อพดาดๆแบบนี้มีดีและเป็นที่นิยมได้มากมายขนาดไหน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น