วันอังคารที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

Oasis : Don't Believe The Truth (Myspace#61)








Oasis : Don't Believe The Truth : Alternative Rock (75%)












จะว่าไปงานรีวิวอัลบั้มของ Oasis นี่ติดค้างมานานตั้งแต่สมัยจบ Mortal Kombat คอลัมน์ที่สองไปแล้ว แรกๆว่าจะเขียน (What's The Story)Morning Glory? ที่นับว่าเป็นอัลบั้มที่ดีมากของทางวงรองลงมาจากอัลบั้มแรก (อันนี้นับเสียงแฟนส่วนมากและนักวิจารณ์เป็นเอกฉันท์นะคะ) แต่ก็ไม่เกิดแรงบันดาลใจจะเขียนถึงเท่าไรว่าแล้วก็เลยตามเลยปล่อยแม่งยาวเหยิบค้างมาร่วมจะปีก็มีอีเมลล์จาก "คุณตูน" เจ้าเก่า (มึงอีกแล้วเหรอคะ?) ร่อนอีเมลล์เจ็บๆมาทวงงานรีวิวอัลบั้มของวงนี้สั้นๆแต่ได้ใจความและวัยรุ่นมากกว่า - - "แนสทิน่าอย่ามาปากหมานะ!!! ทำเป็นหายเงียบไปไม่มีปัญญาเขียนก็บอกมาเถอะ...."












เออๆ ต่อจากย่อหน้าบนกูเขียนให้ก็ได้วะแต่ขอไม่เอา Morning Glory นะคะเพราะถึงมันจะดีกว่าอัลบั้มนี้ - - Don't Believe The Truth - - ที่หยิบมาก็จริง แต่แบบว่าไม่มีแรงบันดาลใจส่งมามากพอให้เขียนถึงอ่ะค่ะ...(งานมันเพราะจริงค่ะอิฉันไม่เถียง แต่มันมีอะไรวิเศษตรงไหนวะคะคุณตูน?เรียบเรียงก็งั้นๆถ้าไม่มีพวกงานบัลลาดอย่าง Wonderwall,Champange SupernovaกะDon't Look Back In Anger ที่เป็นขวัญใจพวกศิลปินคัฟเวอร์ตามผับฮาร์ดร็อคนี่ ส่วนตัวคิดว่าไม่มีอะไรเลยนะคะงานชุดนี้ หรือไงคะ?)








ในขณะที่ Don't Believe The Truth งานที่โปรดปรานที่สุดในแง่ของความฟังบ่อยจาก Oasis แม้ในเรื่องของความคลาสสิคและความทรงพลังจะสู้งานชุดที่สองไม่ได้แต่เรื่องการเรียบเรียงนี่กินขาด ภาคดนตรีเป็นงานร็อคแบบOasisชนิดบูรณาการมาจากยุคแจ้งเกิดที่คุ้นเคยกันดีด้วยรสชาติของร็อคแอนด์โรลขนานแท้เหยาะกับความหวานละมุนละไมของพ็อพ60ที่ยังส่งกลิ่นของช่วงเวลาอันรุ่งโรจน์ของวงดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเกาะอังกฤษ - - อย่าทะลึ่งเอ่ยชื่อสไปซ์เกิล - - อย่าง "The Beatles"ฟุ้งตลบอบอวนเหยาะความเก๋าของกีตาร์ฮาร์ดร็อคนิดๆนั่นแหละใช่เลย - - จะเรียกอัลเทอ บริทพ็อพหรือจะทะลึ่งเข้าใจเป็นพ็อพร็อคอันนี้ก็สุดแล้วแต่รสนิยมกับความเข้าใจทางดนตรีของแต่ละบุคคล - - สำหรับดิฉันนับว่าเป็นงานที่เรียกได้ว่าดีที่สุดของ Oasis นับตั้งแต่มีสองอัลบั้มแรกมา ดีชนิดที่น่าจะจับไปเสียบเป็นงานชุดที่สามแทน Be Here Now ด้วยซ้ำด้วยความชัดเจนของกีตาร์ แสนยานุภาพในการรังสรรค์ภาคดนตรีและท่อนคอรัสแบบร็อคอันมีฮุคเด็ดติดหูสุดอัจฉริยะอย่างที่เคยสัมผัสชนิดที่ถ้าเกิดเร็วกว่านี้สักสิบปีต้องเป็นอีกหนึ่งงานที่ขึ้นหิ้งอยู่หลังจนถึงเคียงคู่กับ Morning Glory? ได้ไม่ยากแน่นอน - - จะว่าไป Heathen Chemisty นี่นักวิจารณ์สับแหลกส่วนตัวก็แอบรู้สึกดีด้วยนะ - -




บ้างก็ยกย่องว่าเป็น Definitely Maybe ภาคร็อค(จะบ้าเหรอ?) แต่เอาจริงๆแล้ว Don't Believe The Truth นี่กลับเทียบเคียงได้กับ (What's The Story)Morning Glory? ในภาคที่ความทรงพลังและมนต์ขลังไม่เท่าแต่ความชัดเจนในภาคดนตรีรวมถึงความถึงในการเรียบเรียงนี่สูงกว่าเป็นเท่าตัวในระดับที่ขอออกปากว่าเป็นอัลบั้มที่เป็นเอกภาพมากที่สุดแล้วตั้งแต่ก่อตั้งOasisขึ้นมา รวมถึงเป็นงานที่ยังคงสวามิภักดิ์ต่อความรุ่งโรจน์ยิ่งใหญ่ของดนตรีบริทพ็อพยุค90ได้อย่างมั่นคง ในขณะที่เพื่อนร่วมรุ่นวงอื่นๆเขาหนีไปทำพวกงานร็อคเชิงทดลองกันหมดแล้วอย่าง Blur หรือ Radiohead ที่ขยับจากวงอัลเทอเนทีฟร็อคหรือบริทพ็อพธรรมดาๆสู่วงเอ็กซ์เพอริเมนทัลนฃร็อคและอิเล็คโทรนิคที่นักวิจารณ์ภูมิใจ - - จะว่าดักดานซ้ำซากก็ใช่แต่ก็แตกต่างนะเพราะเพลงอารมณ์90จ๋าขนาดนี้ของแท้และต้นตำรับก็ต่างหนีตายกันไปหมดแล้วแต่สองกัลลากอร์ก็ยังคงชูคอเป็นตัวเลือกที่จงรักภักดีกับคอบริทพ็อพต่อไปสมคอนเส็ปท์สูตรสำเร็จแห่งวงการดนตรีว่า "อาณาจักรดนตรีนี้ถ้าอยากจะได้ดีก็จงทำในสิ่งที่เจ้าเคยทำมาตลอดจะไม่จางหายไปไหนแน่นอน"


เพลงที่ชอบก็มี Turn Up The Sun อารมณ์เพลงเปิดตัวแบบOasisจ๋าที่แฟนๆคุ้นเคยงานร็อคแอนด์โรลผสานอิทธิพลพ็อพ60จาก The Beatles แบบเดียวกับพวก Rock And Roll Star หรือ Go Let It Out อย่างที่เราชอบๆกับนั่นแหละ Lyla ซิงเกิ้ลเปิดตัวที่ติดหูสุดๆนับตั้งแต่2-3อัลบั้มแรกมีริฟฟ์กีตาร์ที่มีเสน่ห์และท่อนคอรัสที่แบบว่าฟังรอบเดียวก็ร้องกันติดปากได้เลย ไม่มีชั้นเชิงเท่าใดแต่อีแบบนี้ก็เป็นมิตรที่ดีจริงมั้ย? Mucky Fingers วู๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย รักเพลงนี้มากๆๆๆๆๆๆงานบริทพ็อพ90เท่ห์ๆกีตาร์สวยสะอางหวานกระจ่างใสชนิดที่ลงมาตีกับเด็กบริทพ็อพสองพันอย่าง Travis หรือ Keane ได้ไม่อายทีเดียว อ๋อเสียงป๋าโนเอลเท่ห์มากค่ะ The Importance of Being Idle เคยบรรยายถึงไปแล้วในคอลัมน์ Music Cassanova ว่าเป็นหนึ่งในเพลงร็อคที่มีความหมายตรงกับชีวิตและเป็นตัวตนของดิฉันที่สุด ภาคดนตรีจิกกัดสะท้อนเสียดสีความเจ็บปวดของชีวิตคนรักสนุกได้อย่างถึงแก่น Love Like A Bomb,Guess God Thinks I'm AbelและKeep The Dream Alive 3เพลงที่คนรักกีตาร์และสาวกบริทพ็อพ90ฟังแล้วจะต้องน้ำตาไหลพราก....เพราะมากๆและหาต้นตำรับ90ทำแบบนี้อีกครั้งได้ยากแล้ว Let There Be Love บัลลาดปิดอัลบั้มและพเป็นซิงเกิ้ลปิดตัว เป็นการดวลวิทยายุทธระหว่างคุณเลียมกับป๋าโนเอล.....ที่ฟังแล้วก็อยากจะบอกว่าป๋าไม่น่าฝืนสังขารเลยปล่อยไอ้เลียมมันร้องไปคนเดียวก็ดีอยู่แล้ว เสียอารมณ์หมดว่ะ!!!


ถ้าถามว่าอัลบั้มไหนของ Oasis ที่คิดว่าดีที่สุดยังยืนยันคำตอบเดิมว่าอัลบั้มแรก....แต่ถ้าอัลบั้มไหนของOasisที่ดิฉันชอบที่สุด ฟังบ่อยที่สุด ฟังง่ายที่สุด ตลาดที่สุดและคิดว่าเพราะที่สุดเชิญหาอัลบั้มนี้มาฟังกันเลยครับท่าน ^ ^

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น