วันพุธที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2554

Manic Street Preachers : Everything Must Go (Myspace#59)










Manic Street Preachers : Everything Must Go : Alternative Rock (94%)















จริงๆแล้วกับ The Manics นี่ว่าจะเขียนถึงหลายครั้งแล้วเหมือนกันนะคะ แต่เผอิญไม่ค่อยมีโอกาสสวยๆประจวบเหมาะสักเท่าไรที่สำคัญเนื้อหาของทางวงมาแบบค่อนข้างจะตีความยากเข้าใจยากมากกกกกก - - ภาษาสวยแต่หนักอึ้งในเรื่องของแนวคิดทางการเมือง เสียดสีสภาพสังคมตลอดจนเรื่องสารพันสิ่งประดาในแวดวงปัญญาชนซึ่งเขียนออกมาคร่าวๆอย่างในคอลัมน์มายสเปซไม่เจาะจงอะไรมากมายนี่ง่ายมากแต่ถ้าให้เขียนเป็นงานวิจารณ์อัลบั้มยาวๆนี่ขอบาย....ของแบบนี้จะให้เขียนออกมาถึงแก่นนี่ต้องเอาตัวเองเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมเขาให้ได้ซึ่งยังไงก็ไม่มีทางเป็นไปได้



















ในส่วนของภาคดนตรีก่อนหน้านี้พวกลุงๆเปิดตัวกันได้แรงมากๆๆๆๆใน3อัลบั้มก่อนหน้าที่เป็นงานพั้งค์ร็อคเกรี้ยวกราดสับกีตาร์กระจายแถมด้วยความแพรวพราวในแบบฉบับแกลมร็อคพร้อมด้วยการนำเสนอภาพลักษณ์แบบต่อต้านและปราศจากการแยแสใดๆทั้งสิ้นต่อสายตาสังคมเมืองผู้ดีเปรี้ยวตีนกันถึงขั้นถูกยกย่องให้เป็น "เจ้าชายจอมขบถแห่งเวลส์" กันเลยทีเดียว หากแต่อัลบั้มนี้ไม่รู้ว่าเกิดเหตุการณ์พิสดารขึ้นกับ "ริชี่ เอ็ดเวิร์ด" สมาชิกของวงที่เปรียบเสมือนหัวหอกและมันสมองในการรังสรรค์ภาคเนื้อหาเพราะพี่ท่านเลยหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย - - เป็นการหายตัวชนิดสาบสูญหาสาเหตุไม่ได้จนทะเบียนประชากรลงความเห็นว่าเป็นบุคคลที่เสียชีวิตไปแล้ว - - จากนั้นตั้งแต่อัลบั้มนี้ลงมาเราก็ได้เห็น The manics ในภาคที่โตขึ้นคือลดความแรงโฉ่งฉ่างแบบงาน3ชุดแรกที่เป็นพั้งค์ลงขยับไปเป็นวงร็อคปัญญาชนที่ทำดนตรีอัลเทอเนทีฟร็อคสวยๆผสานท่วงทำนองของกีตาร์เท่ห์ๆ - - ก็บริทพ็อพนั่นแหละค่ะ - - ในขณะที่ภาคเนือ้หายังคงหนักอึ้งเปี่ยมไปด้วยมนตร์เสน่ห์ของมิติการใช้ภาษาร้อยเรียงออกมาได้อย่างมีชั้นเชิงเช่นเดิม จะมาของขึ้นเอาก็ตอนสองอัลบั้มล่าสุดที่ผ่านมาด้วย Journal For Plauge Lovers นี่แพรวพราวเกินเหตุจนนึกว่าเป็นงานทริบิวท์ให้ริชี่ เอ็ดเวิร์ดและ The Manics ในยุคแรกๆlส่วนอัลบั้มล่าสุดถึงจะได้รับคำชมจากนักวิจารณืเป็นกระบุงแต่สำหรับดิฉันในฐานะแฟน The Manics ขอบอกว่าไม่ไหวจริงๆนะคะ ไม่รอดฟังแล้วน้ำตาร่วงด้วยความเจ็บปวด - - ทางเราก็มีมติเป็นเอกฉันท์เหมือนกันว่างานล่าสุดที่นักวิจารณ์ประเคนให้4ดาว5ดาวนี่เป็นงานที่ชวนผิดหวังที่สุดในประวัติศาสตร์การทำงานของทางวงทีเดียว








ในส่วนของภาคดนตรีก็อย่างที่บอกนั่นแหละค่ะปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับความเคลื่อนไหวของตลาดดนตรีร็อคฝั่งสหราชอาณาจักรในยุคนั้นที่ "บริทพ็อพ" ขยับเข้ามาเป็นตัวเอก จากงานพั้งค์ร็อคสับกีตาร์สนั่นในสามมอัลบั้มก่อนหน้านี้ในอัลบั้มนี้เปลี่ยนไปเป็นงานร็อคเท่ห์ๆดำเนินอย่างสง่างามบนท่วงทำนองของกีตาร์สวยๆกระแทกกระทั้นใจ เพลงแนะนำนี่จริงๆแล้ว "ไม่มี" นะคะเพราะคิดว่าเป็นงานร็อคที่เท่ห์ มีสีสันและฟังได้ทั้งอัลบั้มจริงๆ - - คือส่วนตัวถ้าฟังงานของวงนี้ก็อยากจะให้ฟํงทั้งอัลบั้มแล้วจะเข้าใจในสาส์นที่พวกเขาสื่อจากเค้าโครงเรื่องของตัวละครที่มีชีวิตอยู่จริงๆบนโลกนี้...และหยิบยกมาเป็นแรงบันดาลใจในการทำงานตลอดอัลบั้มของพวกเขา - - แต่ถ้าจะให้แนะนำก็ขอ A Design for Life เพลงเปิดตัวที่แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการของทางวงที่โตขึ้นนิ่งขึ้นแต่ความดุดันเกรี้ยวกราดที่เคยแสดงออกทางภาคดนตรีและการแต่งตัวบนเวทีถูกผนวกขึ้นเป็นเท่าทวีทั้งในเสียงร้องที่ไม่โวยวายเท่าเดิมแต่ทุกพยางค์อัดแน่นไว้ด้วยความรุนแรงหมองหม่นในอารมณืที่พร้อมจะระเบิดและปะทุใส่ใครก็ได้ทุกเมื่อประกอบกับภาคเนือ้หาที่เสียดสีระดับชีวิตและสถานภาพทางสังคมระหว่างชนชั้นแรงงานกับชนชั้นแนวหน้าได้อย่างเฉียบคม Australia นี่เชื่อว่าแฟนๆของทางวงที่ชอบอัลบั้มก่อนหน้านี้น่าจะชอบแม้ว่าริฟฟ์กีตาร์จะไม่เดือดเป็นพั้งค์เท่าแต่ความหฤหรรษ์หนักแน่นพร้อมกับฮุคสวยๆโดนใจนั่นก็ขโมยหัวใจทั้งขาประจำและจรไปเต็มๆ Everything Must Go ไทเทิ่ลแทร็คเป็นอีกหนึ่งเพลงร็อคที่จัดว่ามีท่อนที่สวยงามน่าประทับใจที่สุดเพลงหนึ่งของอัลบั้มเลยทีเดียว No Surface All Feeling กับ Removables นี่ก็นับว่าเป็นย่างก้าวใหม่สู่ความเป็นแนวหน้าของบริทพ็อพที่ดี ริฟฟ์กีตาร์งดงามกระจ่างใจมากๆฟังแล้วเคลิ้มไปเลย





















ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น