วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

Lady Gaga : Born This Way : 78%


















Lady Gaga : Born This Way : 78%















บ่อยครั้งที่เราได้เห็นอัลบั้มชุดที่สองชี้ชะตาศิลปินที่ประสบความสำเร็จอย่างสง่างามล้นหลามมหาศาล"ว่าจะอยู่หรือจะไป"มานักต่อนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งศิลปินที่เกิดจาก "กระแสเพียงชั่วข้ามคืน" จวบจนจำพวกที่เป็นเทรนด์ฮิตร้อนแรงแห่งยุคนี่ยิ่งต้องทำการบ้านชนิดรอบคอบให้จงหนักเพราะการตอบรับอย่างอุ่นหนาฝาคั่งในวันวานจะว่าไปก็คมกริบไม่ต่างอะไรกับดาบสองคมที่สามารถเชือดคุณให้อันตรธานหลุดวงโคจรไปจากวัฏจักรของดนตรีพ็อพและวัฒนธรรมกระแสหลักเอาได้ง่ายๆเช่นกัน - - ถ้าคุณทำมันออกมาได้ไม่ถูกใจสาธารณชนเขา - - ตั้งแต่ยุค80เราได้เห็นการขยับขึ้นมาเป็นแนวหน้าของวงการจากฝากศิลปินหญิงอย่างชัดเจนยิ่งขึ้นเริ่มตั้งแต่ปรากฏการณ์ของมาดอนน่าที่เขย่าโลกทั้งใบกระเจิงมาแล้วตามมาติดๆก็มีดิว่าอย่างวิทนี่ย์ ฮุสทัน,เจเน็ต แจ็คสันและแด๊นซ์ซิ่งควีนอย่างไคลีย์ มิโน้กที่สามารถก้าวผ่านมรสุมยืนหยัดเติบโตมาพร้อมคนฟังกว่า4ทศวรรษบ้างก็สง่างามน่าประทับใจบ้างก็สภาพรุ่งริ่งขาดวิ่นหายใจรวยรินเต็มทีแตกต่างกันไป ยุค90นี่ขอยกให้เป็นยุคของแม่มาลัย "มารายห์ แครี่ย์" ที่ต้องยอมรับว่าไม่มีใครคว่ำเธอลงได้จริงๆในยุคนั้นและสดๆร้อนๆกับยุคสองพันก็คงจะต้องยกบัลลังก์ให้เจ๊หอก "บริทนี่ย์ สเปียร์ส" เป็นดาวที่ประสบความสำเร็จสูงสุดประจำยุคไปโดยมีไฮไลท์เทียบเคียงก็คือคริสทิน่า อากิเลร่า,บียอนเซ่และเจนนิเฟอร์ โลเพซที่ก็มีอะไรไม่ธรรมดาสามัญเหนือมนุษย์ไม่แพ้กัน สำหรับทศวรรษล่าสุดนี้จะว่าไปก็เห็นแววจองพื้นที่กันเปล่งประกายกากีเปรี้ยงปร้างกันตั้งแต่ช่วงปลายยุคที่ผ่านมาที่โดดเด่นที่สุดก็เห็นจะไม่พ้นสุภาพสตรีนามกรเก๋ไก๋อย่าง "เลดี้กาก้า" - - อีกสองท่านที่เด่นมากๆและดูท่าจะมั่นคงกว่าคือริฮานน่ากับเคที่ เพอร์รี่ย์ - - ท่านนี้นี่แหละที่พร้อมสรรพไปหมดด้วยความแปลกประหลาดวิจิตรพิสดารล้ำลึกไม่เหมือนคน - - นี่ชมนะไม่ได้ด่า - - แถมด้วยความสามารถด้านการดนตรี การประพันธ์และแต่งสรรเนื้อร้องที่คุณเธอก็โชว์ฝีมือได้เจ๋งพอตัวเหมือนกันแม้ว่าช่วงหลังๆเจ้าหล่อนจะถูกประชาชีค่อนขอดว่าเน้นไปทางแต่งตัวบ้าๆบอๆทำตัวเสแสร้งโอเวอร์เรตมากกว่าจะมุ่งขายความเป็นศิลปิน บ้างก็ว่าไอเดียเริ่มจะตีบตันวนไปวนมาซ้ำซากหาทางออกไม่เจอและหลายสายตาก็กำลังจับตามองความเป็นไปของ Born This Way สตูดิโออัลบั้มชุดที่สองของหล่อนว่าจะมีขวบที่สองต่อหรือจะปลิดชีพฝังตัวเองทิ้งเฉกเช่นหลายท่านที่ดวงดีมาถูกที่ถูกเวลาและมายืนอยู่ ณ จุดนี้ได้เพียงเพราะกระแสและโชคช่วยแต่สุดท้ายก็ต้องเหี่ยวเฉาไปเพราะหามีฝีมือไม่


























รูปแบบดนตรี


























คำตอบบรรทัดท้ายด้านบนคือ "คุณประเมินหล่อนต่ำไป!!!" ภาคดนตรีของ Born This Way นับว่าเป็นอะไรที่ขยับขึ้นมาจากยุค The Fame ชนิดแรงจัดชัดเจนและสุดแสนจะทรงพลังประหนึ่งนางก้าเดินมาโบ๊ะกะโหลกพวกที่จีบปากแช่งชักหักระดูกหล่อนชนิดฉาดใหญ่และแรงมากกกก แม้ว่าในส่วนของภาคดนตรีฐานใหญ่ยังคงไม่หนีจากพ็อพ แด๊นซ์และอิเล็คโทรนิคแต่ก็อย่างที่บอกว่า "พัฒนาขึ้น" จากก่อนหน้านี้ที่ภาคการนำเสนอบางจุดดูหลุดและเข้าใจค่อนข้างยากบางอันก็ไม่น่าฟังบางอันก็ดูยัดๆแถมๆให้ดูเยอะแน่นเสียดครบ14เพลงไว้ก่อน แต่อัลบั้มนี้ "ไม่มีและไม่เป็นเช่นนั้น" เนื่องจากเธอเก็บเนื้องานได้ละเมียดละไมขึ้นมากเข้าขั้นเกือบสมบูรณ์แบบ ตัวอัลบั้มมีเอกภาพและเรียงร้อยนำเสนอออกมาได้ชนิดทรงพลังและมีความต่อเนื่องชวนดื่มด่ำระยะยาวในตัวในระดับที่สูงมาก (ขนาดที่ดิฉันว่าเป็นแอนตี้แฟนนางก้าตัวแม่ยังต้องขอซูฮกอัลบั้มนี้ว่าเธอทำได้ดีจริงๆ) คือทุกแทร็คทำหน้าที่ในการส่งรับขายและเซฟตัวอัลบั้มกันได้ดีมากขนาดJudasที่ก่อนหน้านี้เขียนด่ายาวเหยียดยังมีส่วนที่ช่วยให้อัลบั้มเดินหน้าไปอย่างไหลลื่นสบายอุรากับเขาคิดดู!!...ที่ตกใจก็คือ3ซิงเกิ้ลแรกเป็นอะไรที่ออกมาค่อนข้างกระจายตัวกันมากจนตอนแรกคิดว่าไม่น่าจะระเบิดศักยภาพและพลังของตัวงานออกมาได้สูงขนาดนี้แต่พอมารวมทีมกันในอัลบั้มนี้แล้วขอบอกว่า "น่ากลัวมากๆ" ไม่รู้ว่าหล่อนมีตรรกกะในการเรียบเรียงคอมโพสอย่างไรออกมาได้แต่ขอชมที่เพลงของเธอดูเป็นอะไรที่ "มีชีวิต" ทุกเพลงรวมถึงสมาชิกทุกท่านมีทีมเวิร์คที่ดีมากๆ....ทำงานออกมาดีซะขนาดนี้แถมยังเป็นกระแสแรงขนาดนี้ถ้าตายก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้วเนอะ จะต้องเป็นหนึ่งในอัลบั้มพ็อพที่ดีที่สุดของปี2011อย่างที่เลดี้กาก้ามันโม้ไว้ก่อนหน้านี้แน่นอนดิฉันกล้าฟังธง!!!
























จุดด้อย
























สำหรับดิฉัน - - ผู้เกลียดเลดี้กาก้าเข้าไส้ - - ขอบอกว่า "ไม่มี" นะ คือถ้ามีก็อาจจะเป็นในจุดที่ตัวอัลบั้มมันมีขอบเขตที่ศักยภาพไต่ระดับไปได้ "แค่4ดาว" ไม่ได้สมบูรณ์แบบไปทุกสิ่งอย่างแต่ดิฉันเชื่อนะคะว่าบางทีแม้งานจะออกมา3-4ดาวหรือแค่2ดาวแต่ถ้าเราฟังแล้วรู้สึกมีความสุขเพลิดเพลินไปกับมันแค่นั้นก็น่าจะดีกว่างานที่ถูกแห่แหน5ดาวเพอร์เฟคแต่ฟังไม่รู้เรื่องเป็นไหนๆ บางจุดนักวิจารณ์เขากัดว่า "พ็อพขึ้น" ซึ่งอันนี้ก็จริงแต่คำว่า "พ็อพขึ้น" นี่มันมีสองแบบนะ อย่างแรกพ็อพจ๋าแล้วเสี่ยวตลาดโบ๊เบ๊3ตัวร้อยไม่มีชั้นเชิงน่าด่าน่าถีบแต่สำหรับกาก้าชุดนี้นี่เป็นอย่างหลังคือ "พ็อพขึ้น" ในแง่ของการรังสรรค์เนื้องงานให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้นและถึงหมู่มากยิ่งขึ้นเนื่องจากตัวเธอเป็นสัญลักษณ์ของดนตรีพ็อพในยุคนี้ไปแล้วซึ่งก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดีทีเดียว เทียบกับThe Fameที่เป็นงานอิเล็คโทรพ็อพที่มีความเป็น80ฉุยฉายตลบอบอวนกับการนำเสนอที่ "เก๋" แต่เชื่อเถอะว่าต่อให้คุณเก่งภาษาอังกฤษจริงๆคุณก็ไม่เข้าใจบางเพลงที่เธอทำออกมาหรอกเนื่องจากเป็นงานพ็อพที่ค่อนข้าง Abstract จับต้องได้ยาก โลดแล่นอยู่ในจินตนาการ ไร้ขอบเขตในความคิดและเป็นนามธรรมนักวิจารณ์เขาถึงได้ชอบยังไงล่ะ ในขณะที่งานชุดนี้ทำออกมาให้จับต้องเข้าถึงได้ง่ายขึ้นมาก...สลัดมนตร์เสน่ห์เรโทรแบบ80และนิวเวฟติ๊สท์ๆในอัลบั้มออกไปเข้าไปเล่นกับภาคดนตรีที่หลากหลายขึ้นตั้งแต่การจับมนตร์เสน่ห์ของดนตรีเต้นรำตั้งแต่ยุค80-90มาผสานกับลวดลายของแด๊นซ์-พ็อพทศวรรษล่าสุด ยูโร อิเล็คโทรนิค ดิสโก้ เทคโน กรู๊ฟ ดาร์คอัลเทอเนทีฟ อาร์แอนด์บี ฟั้งค์ร็อค บลูส์โซลยันลูกเล่นจางๆของดนตรีจำพวกทริพฮอพ กอสเพล แอมเบี้ยนท์ อาร์ทร็อคยันไปถึงพวกโกธิคโน่น...ปัญหาก็คือมันลงตัวสุดพลังไปเลยน่ะสินี่ยังไม่นับเนื้อหาที่เข้าใจหาเรื่องเปรียบเปรยเสียดสีได้อย่างมีวาทะศิลป์อีกนะตั้งแต่ความรัก เซ็กส์ พระเจ้า การเมือง แฟชั่น ตัวตนของมันเองและอีกสารพันสิ่งตามธรรมเนียมของหล่อน...เป็นงานที่ตอบสนองความต้องการผู้ฟังได้ครบถ้วนทุกด้านโดยแท้จนน่าขนลุก












ป.ล. โดยเฉพาะเรื่องการใช้เสียงนี่ดูเหมือนกาก้าจะหาตัวเองเจอมากขึ้น อัลบั้มที่แล้วนี่มามั่วไปหมดเดี๋ยวมาดอนน่า เดี๋ยวเกว็นก่อนจะย้ายมาเป็นเฟอร์กี้บ้างและเจโลบ้าง




















แทร็คเด็ด




















Marry The Night (4/5) แทร็คเปิดอัลบั้มที่ขึ้นต้นมาด้วยเสียงออร์แกนโบสถ์เจือจางคลอเคลียไปกับการร้องประหนึ่งเพลงสวดสรรเสริญพระเจ้าที่ให้ความรู้สึกค่อนข้างขลังก่อนจะสลับไปเป็นดนตรีเต้นรำอิเล็คโทรนิคจัดจ้านสะบัดด้วยยูโรนำตบด้วยดิสโก้เล่นความเป็นดั๊บสเต็ปกระชากๆปะทะกับบีทเทคโน90ได้อย่างลงตัว ไม่ได้ยินลูกเล่นแบบนี้มานานแล้ว ชอบนะ! Born This Way (4.5/5) ไทเทิ่ลแทร็คและเป็นซิงเกิ้ลแรก อิเล็คโทรพ็อพเต้นรำที่สอดแทรกความเป็นเรโทรปลายยุค80คาบต่อกับทศวรรษ90พร้อมกับฮุคที่ติดหูหนึบเป็นเพลงที่ฟังครั้งแรกแล้วหลงรักด้วยแม้จะดูขายง่ายๆโต้งๆโฉ่งฉ่างไม่แคร์สื่อใดๆแต่ด้วยพลังในตัวมันที่ควรค่าสุดๆแก่การจะยกให้เป็น Dance Anthem ประจำปี2011นี้เคียงข้างกับ On The Floor ของเจโลไปเลย หลายสำนักวิจารณ์มาว่าเหมือน Express Yourself ของมาดอนน่าตอนแรกฟังนี่ไม่ได้คิดถึงเพลงเจ๊แม่เลยนะเพียงแต่ตะหงิดๆเฉยๆว่าเหมือนกับเคยได้ยินที่ไหนมาก่อนถึงจะเทียบเสี้ยวงานระดับตำนานของอีเจ๊แม่ไม่ได้แต่ก็เป็นเพลงที่ดิฉันประทับใจมากทีเดียว The Edge Of Glory (4/5) ที่ขณะนี้เป็นซิงเกิ้ลที่สามอย่างเป็นทางการ - - จำไม่ผิดตอนนี้เดบิ้วท์ที่อันดับ3บนบิลบอร์ดชาร์ตแล้ว - - ตอนแรกฟังแล้วรู้สึกเฉยๆรู้สึกว่าเป็นเพลงที่แกนมากแต่มากรอบเข้าแล้วรู้สึกว่าเพราะขึ้นเรื่อยๆจนพอมาฟังในอัลบั้มแล้วถึงกับงงว่า "ทำไมมันดูดี๊ ดูดีกว่าที่ฟังตอนแรกขนาดนี้" ตัวเพลงเป็นอิเล็คโทรพ็อพติดบีทเต้นรำแบบกรู๊ฟจางๆใส่ลูกเล่นซอฟต์ร็อคอ่อนๆมาเด่นจัดเอาตรงความเป็นสมูธแจ๊ซซ์80ด้วยเสียงแซ็กสวยๆช่วงเบรคเอ๊าท์ทำให้นึกถึงงานของมาดอนน่าช่วงต้นยุค80อย่างพวก I Know It,Shoo Be Doo และพวก Pretender อะไรทำนองนี้เป็นต้นยันงานในอัลบั้มแรกๆของป้าวิทอีกคนก่อนจะใส่ลูกเล่นแบบบาโร๊คอย่างใน Firework ของเคที่ เพอร์รี่ย์และ Viva...ของColdplayบวกกับลักษณะการร้องของพิ้งค์ในRaise Your Glassหน่อยๆล่ะใช่เลย เริ่มชอบแล้วสิ Bad Kids (4/5) เปิดตัวเก๋ด้วยกีตาร์ฟั้งค์ร็อคกระชากๆช่วงต้นก่อนจะกลายพันธุ์มาเป็นเพลงจำพวกโอลด์สคูลอิเล็คโทรแด๊นซ์-พ็อพอาร์แอนด์บีติดฟังค์กี้ย์ดิสโก้80กรีดกรายสวิงสวายมากๆ ฟังแล้วนึกถึงตอนที่ป๋าไมค์ "ไมเคิ่ล แจ็คสัน" ราชาเพลงพ็อพผู้ล่วงลับพยายามยัดเพลงร็อคเข้ากับนิวแจ็คสวิงในช่วงยุค90และผลลัพธ์ออกมาลงตัวมากๆ Scheiße (4/5) เก๋ไก๋แปลกหูดี ฟังแล้วนึกถึงงานฟิวชั่นจำวพกอัลเทอเนทีฟแด๊นซ์ที่จับเอาดนตรีพ็อพ เทคโน ยูโรแด๊นซ์ โรโบติคซาวนด์มาชนกับดั๊บสเต็ปตายกันไปข้าง เปรี้ยวดี ^ ^ เพลงที่รอคอยที่สุดในอัลบั้มคงหนีไม่พ้น Government Hooker (4.5/5) ที่กรี๊ดกร๊าดประทับใจมากจากเวอร์ชั่นที่หล่อนไปเปิดในงานแฟชั่นก่อนหน้านี้พอมาเจอเวอร์ชั่นอีก้าลงเสียงไปทีแล้วขอลดลง.5คะแนนกลายเป็นดูป่วงประสาทปนตลกกลายๆแทนที่จะเก๋ไทรงพลังชวนขนลุกแบบลูกเล่นดนตรีที่ขึ้นต้นมาด้วยเสียงกอสเพลคอรัสโหยหวนกึ่งคลาสสิคคัลย้ายมาเป็นแด๊นซ์-พ็อพเทคโนติดกลิ่นไทรบัลและลูกเล่นของดาร์คอัลเทอเนทีฟที่หยอดบีทและเทคนิคการร้องแบบอาร์แอนด์บีเข้ากับซาวนด์อิเล็คโทรนิคปรุงแต่งออกมาเป็นเสียงเครื่องจักรและหุ่นยนต์จางๆตอนเข้าเพลง (แบบPoker Faceไงคะ หึหึหึ) ชนิดที่ถ้าคนเล่นไม่แน่จริงก็เตรียมส่งขึ้นเมรุได้เลยเพราะดนตรีเถือกๆนี้หลอมเข้ากับพวกเมนทสตรีมได้ยากพอตัวแต่ขอชมที่กาก้าทำออกมาได้ดีมากๆในแง่การนำเสนอรวมถึงสาส์นในเรื่องของเพศ การเมืองและเนื้หาเชิงเสียดสีมนุษยนิยมที่ช่วยขับขานให้แทร็คนี้ออกมาทรงพลัง เบรคกับบัลลาดช้าๆใน You&I (4.5/5) เป็นคอนเทมโพลารีย์เจือบีทอิเล็คโทรนิคผสานไลท์แจ๊ซซ์เจือจางในตอนแรกพร้อมกับไต่ระดับหยอดอารมณ์ของความบลูส์โซลขึ้นเรื่อยๆจนระเบิดความดิบถึงขีดสุดตอนท้ายถึงขั้นเป็นบลูส์โซลคันทรีย์ฟังค์จัดจ้านผสานสำเนียงกีตาร์บลูส์ร็อคดิบกร้าวเชือดเฉือน ชนิดที่ไม่เคยคาดหวังว่าศิลปินอย่างกาก้าจะทำเพลงแบบนี้ออกมาได้ดีถึงขนาดนี้ ท้ายสุดกับ Heavy Metal Lover (5) กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดทำออกมากับเขาก็ได้ด้วย อวกาศและฮิพมากๆเจ้าค่ะ ดนตรีเป็นอิเล็คโทรซินธิ์พ็อพติดดีพเฮ้าส์เทคโนสำรวยสำราญแบบที่แม่มาลัยของดิฉันชอบทำ บีทดิสโก้ตึ๊บๆและแอมเบี้ยนท์ลอยละล่องประหนึ่ง Goldfrapp อาร์แอนด์บีเทคโนอย่างที่เจเน็ตและบริทนี่ย์นิยมใช้เป็นอาวุธและดีพแทรนซ์ฉบับอีเจ๊แม่มาดอนน่ากับน้าไข่มาเอง เป็นเพลงที่ดีที่สุดในอัลบั้มสำหรับดิฉัน ณ ขณะนี้








สรุป






อีกหนึ่งไฮไลท์เด็ดจากฝากดิว่าพ็อพประจำปี2011นับจาก Femme Fatale ของบริทนี่ย์ในช่วงต้นปี...The Fame คืออัลบั้มที่สร้างให้ชื่อของเลดี้กาก้าขึ้นเป็นกระแสร้อนแรงอันดับ1ของโลกแต่ Born This Way นี่แหละจะเป็นอัลบั้มที่สร้างเครดิตในฐานะศิลปินที่ทำ "ดนตรีและอัลบั้มที่ดี" ประดับชื่อของเธออย่างแท้จริง...สร้างมาสเตอร์พีซในอัลบั้มที่สองซะแล้วนับว่าต่อไปเมื่อเดินพ้นจากความเป็นกระแสและติดลมบนเหมือนดิว่าท่านอื่นๆที่เขาเจ๋งจริงๆอย่างมาดอนน่า คริสทิน่า มารายห์และไคลีย์อะไรพวกนี้แล้วเลดี้กาก้าจะเป็นคู่แข่งที่ศิลปินหญิงทุกนางในวัฏจักรดนตรีพ็อพต้องระวังให้ดี

















วันจันทร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

Radiohead : Pablo Honey (Myspace#53)

Radiohead : Pablo Honey : Alternative Rock (98%)

รีวิวอัลบั้มบริทพ็อพมาระยะหนึ่งจนคนอ่านพากันเขียนเข้ามาถามถึง "อัลบั้มบริทพ็อพที่ชอบที่สุด?"...โห โจทย์งวดนี้นี่ตอบยากว่ะค่ะเพราะก็มีหลายอัลบั้มเหลือเกินที่ประทับใจมากๆแถมไม่เคยจัดอันดับอัลบั้มสุดโปรดของฝากดนตรีแขนงนี้อีกต่างหากเอาเป็นว่าคร่าวๆก็มี Definitely Maybe ของ Oasis ที่แม้ว่าจะไม่ชอบตัวตนศิลปินแต่ตัวงานนี่ก็เป็นอะไรที่แน่นอนมากๆควรค่าแก่การที่สาวกบริทพ็อพจะนำพาขึ้นหิ้งจุดธูปกราบ The Holy Bible ของ Manic Street Preachers ก็เจ๋งนะไม่ได้ฟังแบบลงลึกลงรายละเอียดอะไรมากแต่ก็ชอบทีเดียว Think Tankของ Blur นี่คาดว่าคงจะนับไม่ได้เพราะตัวงานมันก็เลยล่วงเข้าสู่ยุคเอ็กซ์เพอริเมนทัลร็อคแล้ว ที่เหลือก็มีMarchin' Already ของ Ocean Colour Scene ที่เพิ่งหามาฟังโดยบังเอิญนี่ก็แอบปลื้มอยู่ สามอัลบั้มแรกของ Coldplay,Hopes&Fearsของ KeaneกับThe Man Who ของ Travisนี่ก็สวยงามสุดๆ ไปๆมาๆพาลมึนเพราะเกิดอาการรักพี่เสียดายน้องตัดใจไม่ได้เสียอีก...

...โอเค!!!หลังจากที่นั่งงุดๆคิดไปคิดมาหัวแถบแตกแล้วขอลงเอยกับ Pablo Honey อัลบั้มเปิดตัวของวงที่เคารพแต่ฟังงานของพวกเขาน้อยมากๆอย่าง Radiohead ด้วยความที่เป็นอัลบั้มบริทพ็อพที่เท่ห์สุดๆคือมันเปี่ยมไปด้วยมนตร์เสน่ห์ทางดนตรีที่อัศจรรย์งดงามตระการตา บาดลึกทางอารมณ์และเชือดเฉือนคมกริบด้วยวาทะศิลป์อย่างถึงขีดสุด - - จนขอยกให้เป็นอัลบั้มบริทพ็อพที่เดบิ้วท์ตัวเองได้สวยสุดๆในความรู้สึกจะเป็นรองก็แค่งานเปิดตัวของ Oasis ที่บ้ากว่าก็แค่นั้นแหละ - - Pablo Honey แม้จะไปได้ดีที่สุดแค่อันดับ22บนอัลบั้มชาร์ตฝั่งอังกฤษนั่นก็ไม่ได้หมายถึงว่าจะสามารถมาตัดสินความเป็นอมตะ คุณภาพของตัวงานตลอดจนวิสัยทัศน์และศักยภาพทางดนตรีอันสูงส่งอัจฉริยะที่วงนี้ฉายแววออกมาได้ตลอดระยะเวลาบนเส้นทางสายศิลปินแต่อย่างใด ในเรื่องของความเปรี้ยงปร้างงานชุดนี้อาจจะเป็นรองThe Bends,Ok ComputerหรือKid Aที่ตามมาแต่สำหรับดิฉันแค่อัลบั้มนี้ก็พิสูจน์ตัวเองได้ครบถ้วนว่าRadioheadนี่เป็นหนึ่งในความหวังอันเจิดจรัสของอุตสาหกรรมดนตรีร็อคฝั่งอังกฤษอย่างที่นิตยสารปากหนักอย่าง NME ท่านว่าไว้ไม่ได้เกินจริงแต่อย่างใดเลยซักกะผีก - - แถมจะออกแนวภาษาคนฟังรู้เรื่องที่สุดในประวัติศาสตร์ของวงด้วย เหอๆๆๆ

แทร็คแนะนำคงหนีไม่พ้นเพลงเก่งอย่าง Creep ซิงเกิ้ลเปิดตัวที่ฝั่งอเมริกันเขาหลงใหลได้ปลื้มถึงขั้นยกยอให้เป็น British Nirvana ด้วยภาคดนตรีอัลเทอเนทีฟร็อคที่มีอิทธิพลความหม่นหมองแบบกรั๊นจ์เข้าไปผสมผสานจนออกมาเป็นหนึ่งในงานร็อคบัลลาดที่เท่ห์และเปี่ยมไปด้วยมนต์ขลังบาดลึกที่สุดเท่าที่บริทพ็อพเคยมีมา เป็นหนึ่งในเพลงที่ดิฉันชอบมากที่สุดในชีวิตเช่นนี้เช่นกัน Stop Whispering ฉีกออกมาในอารมณ์ร็อคที่น่ารักหวานใสฟังแล้วอารมณ์ดีแถมเห็นโลกสวยงามเป็นสีชมพูไปอีกหลายสิบเท่าเฉกเช่นที่เด็กยุคโพสท์บริทพ็อพที่คลั่งไคล้ Travis - - วงนี้อาจจะยังไม่หลุดเข้ายุคโพสท์ - -,Keane,Starsailor,Hurricane#1และแน่นอนColdplayมาฟังก็คงจะชอบได้ไม่ยาก เช่นเดียวกับที่ Thinking About You ที่โดดเด่นด้วยกีตาร์หวานๆสุดแสนจะงดงามพร้อมด้วยน้ำเสียงหลอนๆล่องลอยหวานหูของคุณธอม ยอร์คก็สามารถพาคุณหลุดเข้าไปสู่โลกเหนือจินตนาการที่งดงามเหนือคำบรรยายได้ในแบบฉบับเดียวกันกับที่ Parachutes งานชุดแรกของColdplayหวนพาอารมณ์แบบนี้มาสร้างความประทับใจแก่โลกดนตรีร็อคอังกฤษอีกครั้งในปลายยุค90 ในขณะที่ Anyone Can Play Guitar,How Do You?,Vegetable,YouและProve Yourself นี่ก็ยังคงเป็นกองทัพที่แข็งแกร่งทำหน้าที่ในการพิสูจน์คุณภาพของอัลบั้มนี้ได้อย่างดีไม่มีตก

เพิ่งคอดได้เมื่อกี้ว่าถ้าตัวดิฉันเองมีโอกาสได้ทำความรู้จักกับพวกเขาครบถ้วนทุกอัลบั้มเอาจริงๆแล้วก็ไม่แน่เหมือนกันนะว่า Radiohead นี่แหละอาจจะกลายเป็นวงบริทพ็อพที่อาจจะประทับใจที่สุดแทนที่พวก Coldplay,KeaneหรือTravisไปก็ได้ แม้ว่าขณะนี้จะได้ทำความรู้จักกับพวกเขาเพียง5อัลบั้ม - - 4งานแรกและอัลบั้มล่าสุด - - แต่รู้สึกว่าวงนี้มีอะไรลึกๆที่สัมพันธ์กับตัวดิฉันเองอย่างบอกไม่ถูก เป็นความรู้สึกแบบที่มันไม่ต่างอะไรจากที่ชอบ Nirvana,จอห์น เมเยอร์ยันพวกศิลปินดิว่าทั้งหลายแหล่ที่เรียกว่า "แม่" พวกนั้นนั่นแหละ และสักวันหวังว่าจะได้มีโอกาสมาเขียนรีวิวแบบนี้ให้คำตอบคุณๆผู้อ่านทุกท่าน...ขอบคุณที่ติดตามอ่านแนสทิน่าเสมอมานะคะ ^ ^

วันอาทิตย์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

Kirk Franklin : Hello Fear (Myspace#52)


Kirk Franklin : Hello Fear : Urban Contemporary Gospel (100%)

จริงๆแล้วจ้องจะรีวิวอัลบั้มนี้ไว้ตั้งแต่วันแรกๆที่ได้ฟังเพียงแต่พอเอาจริงๆคิดว่ามันยังไม่ใช่เวลาที่จะสามารถเขียนอะไรอุทิศออกมาจากใจได้ถึงขีดสุด จนวันนี้ได้เกิดชนวนจากความรู้สึกที่ค่อนข้างแย่ทำให้ส่วนตัวได้มีโอกาสหวนกลับมาระลึกถึงอัลบั้มนี้อีกครั้ง - - ต้องขอขอบคุณจิตใจที่ชอกช้ำที่ทำให้ดิฉันหวนกลับมาพิจารณางานดนตรีดีๆชุดนี้อีกครั้งในฐานะอัลบั้มเพลงสวดสรรเสริญพระผู้เป็นเจ้าที่ดีที่สุดประจำต้นปีที่ผ่านมา เป็นการใช้ใจสัมผัสในจิตวิญญาณเบื้องลึกของตัวงานอย่างแท้จริงว่า "ดี" มากกว่าที่จะชมว่าดีไปเรื่อยเปื่อยเพราะว่าเป็นแค่อัลบั้มจากแขนงดนตรีที่โปรดปราน

ตัดสินอย่างผิวเผินจากความรู้สึกแรกที่เห็นหน้าปกที่ทำให้ไพล่นึกไปถึงศิลปินอาร์แอนด์บีฮิพฮอพเสี่ยวดาดมากกว่าจะเป็นงานคอนเทมโพลารีย์กอสเพลทรงค่าที่อัดแน่นอย่างเต็มเปี่ยมในเนื้อในก็คงต้องขอสารภาพว่าตอนแรกเป็นอัลบั้มที่คิดจะข้ามๆไปเลยไม่คิดแม้แต่จะลงมาฟัง ทั้งนี้ทั้งนั้นอาจจะเพราะพระผู้เป็นเจ้าทรงเมตตา อาจจะเพราะดวงดีชะตาสมพงศ์หรืออาจจะเป็นเพราะบังเอิญไปกดโดนแซมเพิ่ลในอะเมซอนที่พอได้ฟังแล้วถึงกับระบายรอยยิ้มไว้เต็มใบหน้าพร้อมด้วยความรู้สึกอย่างอิ่มเอมใจชนิดบอกไม่ถูกเนื่องจากก็คาดไม่ถึงเหมือนกันว่าเนื้อในจะเต็มไปด้วยศิลปะของดนตรีเออร์บันคอนเทมโพลารีย์กอสเพลไล่เรียงตั้งแต่อาร์แอนด์บีบริสุทธิ์ บีทฮิพฮอพ แอฟฟริกันบลูส์ โซล นีโอโซล แจ๊ซซ์ Spoken Wordยันดนตรีกอสเพลแท้ๆตั้งแต่ระดับChoirบางเบาอบอุ่นเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณในโบสถ์ โซลฟูลจ๋าแบบโปรเตสแตนท์ไปจนถึงระดับมิวสิคคัลยิ่งใหญ่อลังการระดับยกมินิกอสเพลคอนเสิร์ตเข้ามาไว้ในอัลบั้ม ซึ่งเป็นอะไรที่สมบูรณ์แบบและครบเครื่องมากๆชนิดคอกอสเพลจะต้องกรี๊ดปอดหลุดน้ำตาไหลพรากเป็นอะไรที่ขอแนะนำว่าไม่ควรพลาดเพราะเป็นงานที่จะเข้าทางคุณมากไม่ว่าคุณจะเป็นคอกอสเพลระดับไหนก็ตาม

ป.ล. แทร็คแนะนำไม่มีเพราะอยากให้ฟังทั้งอัลบั้มมากกว่าทางที่ดีไม่ควรพลาดสักแทร็ค

สุดท้ายนี้ขอปิดท้ายด้วยประโยคหนึ่งจากเพลง Give Me ในอัลบั้มนี้ที่ว่า "You Took My Everything,But Now You Are My Everything" ซึ่งก็นับว่าเป็นประโยคที่สะท้อนชีวิตทั้งก่อนและขณะที่เป็นคริสเตียนของดิฉันได้ดีมันเป็นความรู้สึกที่ไม่ต่างจากพี่น้องชาวพุทธที่นั่งสมาธิแล้วบรรลุถึงสัจธรรมและซาบซึ้งในรสพระธรรม จะต่างกันนิดเดียวตรงความรู้สึกที่เหมือน "เกิดใหม่" ไม่ว่าจะจากศรัทธา ความรักหรืออะไรก็ตาม...รู้อย่างเดียวว่าชีวิตมันสวยงามขึ้นเยอะทีเดียวล่ะ!!!