วันศุกร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2554

Jennifer Lopez : Love? : 53%

















Jennifer Lopez : Love? : 53%






























หลังจากที่ถูลู่ถูกังกับโปรเจ็ครักร้าวนี้มานานถึงขั้นหอบหิ้วกันข้ามค่ายพลางประกาศอย่างมาดมั่นไม่กลัวหน้าแหกให้ชาวบ้านเขาขนลุกกันว่า "อัลบั้มLove?ยังคงจะทำออกมาให้ฟังกันแน่นอน!!!" อันนี้จะขนลุกกรูเกรียวเพราะปลาบปลื้มประทับใจหรือจะเป็นขนหัวลุกซู่ๆเพราะสยองนี่ก็แล้วแต่จะศรัทธาของใครของมัน และหลังจากพิสูจน์ตัวเองกับความสำเร็จบนชาร์ตถึงขั้นต้องออกปากเป็นการคัมแบ็คอย่างสง่างามในเพลง On The FloorกับPapiที่เพิ่งปล่อยหลุดและคลิปพรีวิวชวนฟังก่อนหน้านี้จึงหมายมั่นปั้นมือคิดไว้ซะอย่างดีว่าอัลบั้มนี้ของเจโลต้องเป็นอะไรที่ "จำเริญใจ" ประมาณเดียวกับ Femme Fatale ของเจ๊หอกบริทนี่ย์ที่มาแบบโฉ่งฉ่างตลาดจ๋าขายกันง่ายๆแต่เสน่ห์เหลือร้ายถือขั้นหยุดฟังกันไม่ได้แต่ท้ายที่สุดผลลัพธ์ดันออกมาเป็นแบบที่ดิฉันปรามาสน้ำหน้าคุณนายเธอไว้ในปีที่แล้วไม่มี๊ ไม่มีผิด สักนิดก็ไม่ผิดเลยจริงๆค่ะ...ฟังแล้วถึงกับอึ้งถึงขั้นพาลไม่อยากเขียนรีวิวหากแต่ต้านทานคนอ่าน - - เกย์ - - ไม่ไหวที่รีเควสต์ผ่านทางอีเมลล์แกมขู่มาแบบสวยๆว่า "ถ้ามึงไม่เขียนสวยแน่!!!" วู้ยยยย!! กลัวฉิบหายแล้วค่ะเนี่ย เขียนให้อ่านแล้วพอใจไม่พอใจก็ไม่ต้องมาด่านะยะ




























รูปแบบเพลง




























จะว่าไปการนำเสนอดนตรีของงานชุดนี้นี่แอบทำให้คิดถึงลวดลายในอัลบั้ม J.LO งานชุดที่สองที่ดังระเบิดอยู่เหมือนกันนะคะคือมามุขใกล้เคียงกันเลยคือ "กะขาย" เน้นเพลงเต้นรำแบบโฉ่งฉ่างซ่องแตกตลาดจ๋าเป็นพ็อพเต้นรำที่ผสานไปด้วยลูกเล่นของอิเล็คโทรนิค อาร์แอนด์บี ละทินและฮิพฮอพพอเป็นกระสัย ต่างกันตรงที่ในแง่ของเอกภาพอัลบั้มนี้ทำออกมาได้น่าฟังกว่า - - แม้จะฟังแถบไม่ได้ก็ตามแต่เชื่อเถอะค่ะว่าการนำเสนอออกมาน่าฟังกว่าจริงๆ - - รวมถึงอิทธิพลของความเป็นละทินไม่ได้มาแบบบ้าระห่ำตลบอบอวนเท่ารวมถึงตลาดกว่า ง่ายกว่า พ็อพกว่า เซฟกว่าและแย่กว่าบทสรุปก็ออกมาเป็น Love? ที่นอนแหมะในเครื่องเรานี่แล


























จุดด้อย


























นั่งคิดเล่นๆว่าถ้า On The Floor ทะลึ่งไม่ดังขึ้นมาอัลบั้มนี้จะเหลืออะไรให้ชาวบ้านเขาสนใจบ้าง? ลำพังความฟังง่ายติดหูอย่างเดียวก็อาจจะเพียงพอสำหรับยุคนี้แต่มันแย่ตรงที่เป็นอัลบั้มเพลงที่ "ขาดเสน่ห์" เอามากๆ คือติดหูมั้ย?เพลงดีๆก็มี เพราะมั้ย?ก็ไม่ขี้เหร่แต่มันเป็นงานที่ฟังรอบเดียวแล้วบอกลาเลยอ่ะค่ะคือโรยแรง ไร้พลัง ว่างเปล่า ขาดจุดเด่นและดูลวกมากๆประหนึ่งว่าขอเพลงดังแค่เพลงเดียวกับเพลงดีอีกสัก2-3เพลงก็ยัดลงอัลบั้มขายซะเลย แม้จะอยู่ในมาตรฐานที่พอฟังได้ของยุคนี้แต่อย่าได้คิดอุตริเอาไปเทียบกับงานของดิว่าที่รบในลีคส์เดียวกันกับเธอเป็นอันขาดตั้งแต่ Femme Fataleของเจ๊หอก Aphroditeของไคลี่ย์ได้มีขายขี้หน้า2เจ๊เขาแน่นอนยันงานล่าสุดที่ว่าดร็อปๆแป๊กๆ อาทิ มาดอนน่ากับHard Candy แม่มาลัยในMemoirs Of An Imperfect Angels,I Look To You ของป้าวิทและอัลบั้มBionicของเจ๊ติ๊นาพญามารปากแดง...ในแง่ของคุณภาพอัลบั้มของเจโลชุดนี้อาจจะถึงขั้นโดนสี่นางล้อมและรุมยำตีนจมธรณีโลกลืม ไปยันงานของพวกรุ่นเล็กเฉกเช่น Teenage Dream จากเคที่ Loudที่ห่านแดงส่งเข้าประกวด Cannibalอัลบั้มคุ้มดีคุ้มร้ายของแม่นางเคชช่าแถมให้อีกท่านคือ Ready For Love จากทาทา ยังดิว่าแดนสยามที่น้องนุ่งเหล่านี้ถ้าได้เงี่ยหูฟังก็คงหัวเราะก๊ากกกดังลั่นสะบัดศรีษะเชิ่ดใส่ - - และคิดว่างานแบบนี้จะไปสู้งานของเลดี้กาก้ากับคุณนายบียอนเซ่ที่จะตามขวิดมาติดๆในอีกไม่นานได้มั้ยเนี่ย? - -


















แทร็คเด็ด


















เป็นหัวข้อที่ยากที่สุดแล้วในการรีวิวครั้งนี้เอาเป็นว่าแม้ส่วนตัวจะไม่ชอบ On The Floor (3/5) เอาซะเลย แต่เมื่อฟังภาพรวมทั้งอัลบั้มแล้วคงต้องขอบอกว่าเห็นด้วยอย่างยิ่งที่ตัดเป็นซิงเกิ้ลแรก เป็นแทร็คที่เรียกได้ว่าทรงพลังระดับแถวหน้าสุดของอัลบั้มนี้เลยทีเดียว รวมถึงต้องบวกเพิ่มให้อีกหนึ่งคะแนนเนื่องจากพอมายืนเคียงข้างกับสมาชิกอัลบั้มท่านอื่นแล้วรัศมีจับเปล่งประกายเจิดจรัสมากๆ - - นี่ไม่เกี่ยวกับที่เมื่อคืนดันไปประทับใจลีลาของนางโชว์ในเพลงนี้ที่เอสเพรสโซ่สีลมซอย2หรอกนะ - - ถ้าถามถึงเพลงที่ดีที่สุดของอัลบั้มจริงๆขอยกให้กับ Papi (4/5) งานพ็อพเต้นรำสุดกรีดกรายหอมฟุ้งด้วยการผสานซาวนด์เปรี้ยวๆของอิเล็คโทรนิค เฮ้าส์และดิสโก้เปรี้ยวปรี๊ดประยุกต์เข้าสู่มนตร์เสน่ห์ของละทินได้อย่างลงตัวสมบูรณ์แบบมากๆเป็นหนึ่งในเพลงเต้นรำที่ยกให้เก๋ที่สุดในปีนี้ไปเลยทีเดียวแถมเจโลยังร้องได้สะใจดี พวกเกย์ขาประจำขาจรฟังแล้วต้องกรี๊ดแน่นอน Villian (4/5) ว๊ายยยย!!!แลดูมั่นมากเลยนะยะเจ๊ ต๊ายยยยย ตายๆๆๆๆเพลงนี้นี่เป็น"ไคลี่ย์"ตั้งแต่อ้าปากหอนท่อนแรกเลยเชียวนะคะเนี่ย - - เล่นของสูงแบบนี้ระวังดิว่านาโอมาแหกอกเอาได้นะคะ - - อย่างไรก็ตามถ้ามองในแง่ดีแล้วก็นับว่าเป็นลูกเล่นที่แปลกใหม่พอตัวสำหรับเจโลทีเดียวนะคะแถมยังทำออกมาได้ดีมากๆด้วย เชื่อว่ามีสิทธิ์ที่จะเป็นสูตรสำเร็จใหม่ที่เจ๊แกยึดเป็นแบบแผนในงานต่อๆไปแน่นอน (What Is)Love (3/5) หยอดความเป็นอิเล็คโทรนิคมากระชับบีทมากขึ้นจากฉบับเดิมที่เคยได้ฟังกันแต่ก็ยังไม่มีอะไรที่โดดเด่นพิเศษจนข้ามความเป็นงานอาร์แอนด์บีพ็อพเต้นรำธรรมดาๆ มองให้เสี่ยวก็ได้นะเพลงนี้แต่ส่วนตัวพอฟังนานไปแล้วดันชอบด้วยจริตจก้านที่เจโลหยอดลงไปทำให้เพลงนี้ดูเซ็กซี่เหนือระดับขึ้นกว่างานดาดๆเยอะรวมถึงภาคเนื้อหาที่โดนใจเป็นการส่วนตัว สะท้อนอะไรหลายๆอย่างในตัวดิฉันได้ครบถ้วนทีเดียว....เพลงที่เหลือนี่ไม่มีอะไรจะพูดถึงอ่ะค่ะ ไม่พูดดีกว่าเนอะ ^ ^






สรุป






สำหรับดิฉัน Love? อาจจะเป็นอัลบั้มที่แย่ที่สุดในบรรดาทุกอัลบั้มของเจโลไปตามคาด ไม่ใช่อัลบั้มเพลงที่จะออกปากชมว่า "ดี" ได้อย่างเต็มปากเต็มคำ แต่ในฐานะการเป็นตัวคั่นเวลาหลังจากที่ระเบิดกันไปตู้มใหญ่แล้วใน Femme Fatale ของบริทนี่ย์งานชุดนี้ของเจโลนี่นับว่าเป็นอัลบั้มจากพ็อพดิว่าที่ออกจะเย้ายวนให้ทุกๆท่านที่รักดิว่าและรักดนตรีพ็อพ "ต้อง" ไปหามาฟังกันให้ได้ทีเดียว - - ฟังจบจะชมจะด่าก็อีกเรื่อง - - เพราะงานแบบนี้คนที่ชอบก็น่าจะมีมากโขอยู่อันนี้ขึ้นอยู่กับว่าคุณต้องการอะไรจากเจโล ถ้าหวังงานในระดับที่ทรงคุณภาพแบบ On The 6,This Is Me...ThenหรือRebirthเชื่อได้เลยว่าฟังแล้วต้องด่า แต่ถ้าต้องการอะไรที่ติดหูฟังง่ายๆตลาดจ๋าไม่มากมายคุณจะรักมันเลยทีเดียว...ก่อนที่จะลืมอัลบั้มนี้ไปสนิทใจเมื่อ Born This Way ของเลดี้กาก้าออกมาอาละวาดปลายเดือนหน้า!!!

วันพุธที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2554

Blur : Think Tank (Myspace#51)


Blur : Think Tank : Alternative Rock/Experimantal Rock/Post-Rock (93%)


อย่างที่ทราบกันดีว่าส่วนตัวแนสทิน่าไม่ใช่แฟนเพลงของวงบริทพ็อพกระเดื่องโลกาอย่าง Blur เอาซะเลย - - ชนิดที่แม้แต่นิดเดียวก็ไม่มีเนื้อที่ให้ในสมอง - - ยืนยันอีกครั้งว่าไม่ใช่เพราะมองไม่เห็นความสามารถของพวกเขาหรือมีอคติแต่อย่างใดหากแต่มันแค่จูนกันไม่เข้าแค่นั้นเอง ชีวิตนี้ฟัง Blur มาแค่4อัลบั้มมี Modern Life Is Rubbish ที่โอเคแต่มาแบบผ่านมาแล้วก็ผ่านไปทุกวันนี้ยังจำไม่ได้เลยว่าพวกคุณๆร้องเพลงอะไรในอัลบั้มนั้นกันไว้บ้าง มาที่ Parklife ของสูงระดับตำนานแม้จะชอบไทเทิ่ลแทร็คกับเพลงเก่งอย่า Girls&Boys มากแต่ก็ไม่ค่อยหยิบมาฟังเท่าไร The Great Escape งานสุดเพราะที่ได้ฟังก่อนหน้านี้ยิ่งแล้วใหญ่คือมาแบบม้วนเดียวจบตัดคะแนนและลืมไปเลย...พอมาถึงอัลบั้มนี้ - - Think Tank - - เท่านั้นแหละถึงขั้นตบเข่าผาง วู้ยยยยยยยยย!!! มันต้องให้ได้แบบนี้สิคะคุณพี่ม่อนขาฟังจบแล้วยืดอกอย่างมั่นใจเลยว่า นี่แหละงานของBlurที่ดิฉันชอบที่สุดตั้งแต่ทดลองฟังมา (4อัลบั้ม)


Think Tank เป็นสตูดิโออัลบั้มล่าสุดของ Blur ที่ออกในปี2003จนป่านนี้ดิฉันขออนุมานเอาดื้อๆว่าวงระดับตำนานวงนี้ได้บึ้มเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตัวงานพัฒนาจากในยุคแรกที่ก้าวจากแมดเชสเตอร์มาหาบริทพ็อพสู่ความเป็นอัลเทอเนทีฟร็อคเข้มข้นจัดจ้านวิ่งไปชนเข้าจังๆกับโพสท์ร็อคกระเดียดไปทางพั้งค์นิดๆตบตามด้วยเอ็กซ์เพอริเมนทัลล่องลอยเฟี้ยวฟาวเก๋กร่างมากๆประปรายไปด้วยการแซมเพิ่ลดนตรีที่หลากหลายอิสระไร้ขอบเขตทั้งฮิพฮอพ ดั๊บ แจ๊ซซ์เต้นรำยันแอฟริกัน นับว่าเป็นการต่อยอดพัฒนาการทางดนตรีที่จัดจ้านตั้งแต่ยุค Parklife มาระเบิดเอาขีดสุดอีกทีที่อัลบั้มนี้ - - บางคนก็ว่าSelf Titleอย่างBlurกับ13ที่ออกจะทดลองกว่านี้ดีกว่า - - ฟังแล้วขอก้มลงกราบเนื่องจากประทับใจสุดๆ...เป็นแฟนแค่อัลบั้มนี้ชุดเดียวก็ได้ หึหึหึ


แทร็คที่ประทับใจเห็นจะหนีไม่พ้น Ambulance เพลงเปิดช่วงฮิดเด็นแทร็คเปิดอัลบั้มอย่าง Me, White Noise คลับคล้ายจะเป็นอินโทรก่อนเข้าเพลงนี่ก็เท่ห์มากๆผสานได้ลงตัวทั้งอิเล็คโทรนิค โพสท์ร็อค อัลเทอเนทีฟและเอ็กซ์เพอริเมนทัล ที่ชอบสุดก็คงจะเป็น Out Of Time หอมหวนแบบบริทพ็อพกระจ่างใสก่อนยุคโพสท์บริทพ็อพหนึ่งเดียวในอัลบั้มกีตาร์อคูสติคใน Good Song ก็ช่างงามจับจิต We've Got a File on Youกระเดียดไปทางโพสท์ร็อคติดพั้งค์แซมเพิ่ลสำเนียงเวิลด์ตะวันออกได้อย่างทรงเสน่ห์ ปิดอัลบั้มได้เท่ห์โคตรๆกับ Battery In Your Leg ที่ดูดุเดือดที่สุดในอัลบั้มแล้วตัวเพลงเป็นอิเล็คโทรนิคติดซินธิ์พั้งค์แรงวาดลวดลายเคียงข้างจังหวะดั๊บตึ๊บๆตั๊บๆและซาวนด์เต้นรำสุดบรรเจิด

วันจันทร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2554

Bajofando Tango Club : Supervielle (Myspace#50)


Bajofando Tango Club : Supervielle : Electronica/Tango (95%)


ผลผลิตสุดเก๋จากอาร์เจนติน่าและอุรุกวัยเมื่อพวกเขาหยิบเอาดนตรีเต้นระบำพื้นบ้านของละทินอย่าง "แทงโก้" มาประยุกต์เข้ากับกลิ่นอายของความเก๋ไก๋ร่วมสมัยของดนตรีอิเล็คโทรนิก้า โปรเจ็คสุดเก๋าในปี2004อย่าง Supervielle ภายใต้ชื่อของ Bajofando Tango Club จึงถือกำเนิดขึ้น (วงฟอร์มขึ้นมาตั้งแต่ปี2002) มายสเปซครั้งที่50ขอมอบพื้นที่กับบทความสั้นๆให้แก่อัลบั้มอิเล็คโทรนิคที่เก๋ที่สุดในปี2004ชุดนี้ซึ่งเป็นอัลบั้มที่อยากจะเขียนมานานมากแต่เพิ่งจะมีโอกาสได้เขียนจริงจังก็คราวนี้


Supervielle นอกจากจะเป็นการผสานกันอย่างลงตัวด้วยมนตร์เสน่ห์ของจังหวะแทงโก้สวยสดตระการตาเข้ากับความเฟี้ยวฟ้าวเปรี้ยวปราดของดนตรีอิเล็คโทรนิคแล้วยังแพรวพราวไปด้วยลูกเล่นทางดนตรีที่เข้มข้นงามระยับเปี่ยมมนตร์ขลังและชั้นเชิงอีกหลายอย่าง อาทิ ซาวนด์สแครชแบบฮิพฮอพที่ฟืดฟาดยถุ่บยั่บลอยวนไปเวียนมาทั้งอัลบั้ม ดรัมส์แอนด์เบสส์จางๆ ชิลล์เอ๊าท์กรีดกรายลอยๆ เฮ้าส์สวยงามฟู่ฟ่าหรูหรา มนตราของดนตรีเวิลด์ที่กวาดความน่าตื่นตาตื่นใจจากอารยธรรมทั่วทุกซอกมุมของโลกมาประดับไว้ให้ฟังกันไปยันภาษาแร็พที่ไม่รู้พวกคุณไปล่อภาษาประเทศไหนเขามาเล่นกันบ้างแต่ วู้ยยยยย มันช่างลงตัวประณีตละเมียดละไมกะไรเยี่ยงนี้


ขอแนะนำเพลงที่สมควรจะจิ้มฟังกันเสียหน่อยเริ่มที่ Decollage ที่นับว่าเป็นการประสานกันที่ลงตัวและเป็นกลางที่สุดแล้วของอารยธรรมพิมพ์นิยมจากดนตรีแทงโก้เข้ากับวัฒนธรรมใหม่จากดนตรีอิเล็คโทรนิคเพลงสวยมากๆจากการกรีดเสียงของเครื่องสายและบีทอิเล็คโทรนิคที่ทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์แบบสุดๆ Centroja ใส่ความเป็นชิลล์เอ๊าท์เข้ามายุ่งขิงให้รสชาติที่หอมหวานพัลวันไปกับความเก๋ไก๋อยู่ในที่ทั้งซาวนด์สแครช เครื่องสายละทินแทงโก้ยันเสียงแร๊พภาษาอะไรไม่รู้ฟังไม่ออกชนิดหูดับ Miles De Pasajeros เป็นฮิพฮอพดรัมส์แอนด์เบสส์บนซาวนด์แทงโก้ที่แสนเท่ห์และลงตัว Perfume มีกลิ่นอายของดนตรีอิเล็คโทรนิก้าตามคลับอย่างพวกเฮ้าส์และแทร๊นซ์เป็นแบ็คกราวนด์เนียนๆ Mateo Y Cabrera เพราะสุดๆด้วยการผสมเสียงกีตาร์อคูสติคใสๆตามด้วยบีทอิเล็คโทรนิคและซาวนด์สแครชเก๋ๆ....แถมด้วยเพลงอื่นๆที่ยังไม่กล่ามาอีกก็นับว่าเป็นเพลงอิเล็คโทรนิคที่ดีที่คอเพลงจำพวกฟิวชั่น อิเล็คโทรนิคและละทินควรหามาฟังกัน อย่าพลาดเลย!!!

วันเสาร์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2554

Deep Dark Robot : 8 Songs About A Girl (Myspace#49)



Deep Dark Robot : 8 Songs About A Girl : Garage Rock/Alternative Rock/Pop (76%)


ด้วยความที่ตาดีจัดไปเจอเจ๊ติ๊ - - คริสทิน่า อากิเลร่า - - ทวีตถึงวงนี้ในทวิตเตอร์ สาวกที่ดีอย่างดิฉันก็พลาดมิได้ที่จะต้องไปหางานชุดนี้มาทำความรู้จักโดยเร็วที่สุดเพราะส่วนตัวนี่คันยิกๆๆๆๆอยากรู้เหลือเกินว่าคนที่แถบจะไม่เคยเอ่ยปากชมสรรพสิ่งใดบนโลกนี้เลยอย่างนางติ๊ยังทวีตถึงวงๆนี้ได้ แสดงว่าต้องมีอะไรที่ไม่ธรรมดาแน่นอน


พอเปิดWikiและGoogle หาข้อมูลดูก็ถึงบางอ้อว่าทำไมนังติ๊นาถึงจีบปากชมเนื่องจากวงจากลอสแองเจลิสวงนี้ฟอร์มวงขึ้นโดยป้ามหาภัย "ลินดา เพอร์รี่ย์" โปรดิวซ์เซอร์คู่บุญของหล่อนที่เป็นหัวหลักหัวเรือนของโปรเจ็คนี้ทั้งร้องนำ ดีดกีตาร์ เกาเบสส์ยันขึ้นแท่นโปรดิวซ์เองแต่งเพลงเองทั้งอัลบั้มชนิดเบ็ดเสร็จ ส่วนอีกหนึ่งหน่อนที่พ่วงมาด้วยคือ Tony Tornay รับผิดชอบในส่วนของการตีกลองกับเคาะเพอร์คัสชั่น บทสรุปลงเอยกันด้วยดีด้วยอัลบั้ม 8 Songs About A Girl สตูดิโออัลบั้มชุดแรกของทางวงที่ป้าลินดาจีบปากให้ข้อมูลว่าเป็นอัลบั้มแนว Dirty French Garage Pop เท่าที่ฟังดูแล้วก็เป็นการจับเอาดนตรีการาจร็อคมายำเข้ากับอัลเทอเนทีฟร็อค พั้งค์ อินดี้ร็อคก่อนจะบีบความละเมียดละไมแบบพ็อพลงไปผสานคลอเคลียไปด้วยภาคเนื้อหาเสียดสีประชดประชันยันสัปดนชวนสยิวอยู่ในที....ต๊ายยยย เล่นง่ายเนอะ


ส่วนตัวไม่มีแทร็คใดในอัลบั้มที่ถูกใจอิฉันเป็นพิเศษ แต่อย่างน้อยก็นับว่าเป็นอัลบั้มร็อคระดับคุณภาพที่น่าลองหามาฟังฆ่าเวลากันทีเดียว ใครที่อยากฟัง Peaches ในภาคพั้งค์รวมถึงป้าคอร์ทนี่ย์ เลิฟที่เสียงดีและทรงพลังร้องเพลงเป็นกว่าเป็นเท่าตัวก็ไม่ควรพลาด...แต่ถ้าคิดจะพลาด ก็ไม่ได้คลาดกับสิ่งแปลกใหม่อันใดไปมากมายเท่าไรหรอก ของแบบนี้ - - และดีกว่านี้ - - ยังมีอยู่ให้จับต้องหาฟังอีกเยอะ...เชื่อเถอะ!




วันพฤหัสบดีที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2554

Does It Offend You, Yeah? : Don't Say We Didn't Warn You (Myspace#48)


Does It Offend You, Yeah? : Don't Say We Didn't Warn You : Dance-Punk/Electro House/New Rave (97%)


Does It Offend You, Yeah? วงอินดี้ชื่อยาวเหยียด - - แถมยังค่อนไปทางโหลแบบวงร็อคชื่อสิ้นคิดที่คุณสามารถค้นพบได้จากอาณาจักรดนตรีใหญ่ยักษ์ทั้งสองฝากฝั่ง - - จากเกาะอังกฤษเข้ามาพบปะทำความรู้จักกับชีวิตของดิฉันโดยบังเอิญหากแต่พอเหมาะพอเจาะในวันที่รู้สึกเหม็นเบื่อเมนูดนตรีประจำของตัวเองชนิดถึงขีดสุด ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องขอขอบคุณคุณพี่เก๋ สิริกาญจ์นอดีตนางงามจักรวาลประจำสำนักปอปกับอัลบั้มภาพในเฟซบุ๊คส์ที่คุณเธอตั้งชื่อซะอย่างเก๋ไก๋สะดุดตามากๆว่า My Choices for What-You-Call-Indie Releases พร้อมกับอัลบั้มอินดี้จากค่าย PMD+ (อ่านว่าพีเอ็มดีพลัส) จำนวนล้านแปดแสนที่พี่ท่านคัดสรรมาอย่างดีเพื่อคอดนตรีชาวสยามเหมียวหง่าวบ้านเราจะได้เปิดหูเปิดตากับดนตรีอินดี้ดีๆโดยไม่ต้องเสียตังค์ไปอิมพอร์ตราคาแพงหูฉี่กันต่อไป


ใน Description คุณเธออธิบายไว้ว่า "ไอ้พวกบ้าบีทวงนี้เป็นผลผลิตจากเรดดิ้ง ประเทศอังกฤษ ที่ทะลึ่งไปดังอเมริกามากกว่าบ้านเกิด ด้วยการผสมผสานพั้งค์เข้่ากับเรฟและบิ๊กบีต ซึ่งก็ไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมถึงได้ไปเล่นเปิดให้ Nine Inch Nails, The Prodigy และ Linkin Park" ต๊ายยยยย เห็นชื่อวงสิ้นคิดแบบนี้แต่อย่าได้ปรามาสฝีมือพวกหล่อนไปเชียวนะคะ ซึ่งพอหยิบมาฟังก็จริงอย่างที่พี่เก๋เขาว่านะคือภาคดนตรีนี่เป็นพวกนิวเรฟที่หยิบเอาดนตรีแด๊นซ์-พั้งค์มาขยำรวมกับอิเล็คโทรนิค นิวเวฟ อินดี้ร็อค เฮ้าส์ เบรคบีทยันบิ๊กบีตชนิดสุดโต่งสุดขั้วจิตหลุดกันไปข้างแต่ลงตัวและดูดีทีเดียว ส่วนตัวฟังแล้วนึกถึง The Rapture ชุดแรกที่ไม่พั้งค์เท่าแต่เปรี้ยวปริ๊ดส์กว่าสองขุมรวมถึง The Sunshine Underground ที่ลดความเอ็ดตะโรแบบเด็กพั้งค์และอัลเทอลงก่อนจะใส่ความฮิพแบบอิเล็คโทรนิคเข้าไปผสานมากกว่า ทรงพลังแบบโลไฟก็มีมารวมถึงเปี่ยมชั้นเชิงจนอัลบั้มของเด็กเก่งอย่าง Tom Vek กลายเป็นเด็กๆอายม้วนต้วนไปเลยทีเดียว


เพลงที่ประทับใจมากมายก็มี We Are the Dead แทร็คเปิดอัลบั้มเปิดตัวด้วยกีตาร์อคูสติคเหงาๆพลางเพิ่มระดับความหวูดหวิวสยิวกิ๊วขึ้นเรื่อยๆด้วยอิเล็คโทรนิคเข้าเพลงจริงพวกท่านขนมาครบครันตั้งแต่โพสท์พั้งค์ บีทดิสโก้ตึ๊บๆจนถึงบิ๊กบีต เปรี้ยวปราดได้ใจมากๆ WrestlerกับWonderingสลับอารมณ์อิเล็คโทรติดพั้งค์ค่อนอัลบั้มมาเล่นกับซาวนด์เบรคบีท บิ๊กบีตใส่อิเล็คโทรฮาร์ดเฮ้าส์ติดเอซิดสุดเท่ห์ฟังแล้วอยากจะกลับไปเปิดเพลง Open You Eyes ในอัลบั้มชุดที่สองของเดวิด เกตต้า ในขณะที่ Wrong Time Wrong Planet นี่ทำให้อดคิดถึง Peaches ในอัลบั้ม The Teach Of Peaches เสียไม่ได้เป็นเพลงที่ชอบมากที่สุดในอัลบั้ม Pull Out My Insides นี่สำหรับคอเพลงที่หลงรักในดนตรีอินดี้ร็อคฝากผู้ดีก็คงถูกใจเป่าปากกันได้ไม่ยากดูเป็นเพลงที่ออกจะสูตรสำเร็จและตามธรรมเนียมมากที่สุดแล้วในอัลบั้ม แต่เชื่อเถอะว่าคุณจะชอบเพราะว่าติดหูมากกกกกก ให้ตาย!!!

วันพุธที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2554

Radiohead : The King Of Limbs (100%)


Radiohead : The King Of Limbs (100%)


จะเรียกว่าเป็นวงสุดที่รักก็คงกระดากปากตายเอาเป็นว่าเป็นวงที่เราเคารพในความสามารถของพวกเขาก็แล้วกัน เพราะว่าเรารู้จักกันผิวเผินมากๆเพราะดิฉันคงต้องเรียนตามตรงว่าส่วนตัวกลัวอัลบั้มของวงนี้ชนิดขยาดเนื่องจากงานเพลงออกมาในระดับฟังยากชนิดปีนกะไดฟังกันเลยทีเดียว ที่ชอบจริงจังก็เห็นจะเป็นสองอัลบั้มแรกที่เป็นงานบริทพ็อพเข้มข้นหากแต่พลิ้วหวานเยือกเย็นเสนาะหูในแบบที่ใครชอบงานชุดแรกของ Coldplay กับงานในยุคก่อนกลายพันธุ์ของ Travis ก็คงจะหลงรักเอาหัวปักหัวปำมาที่ Ok Computer งานดีแต่เริ่มฟังไม่รู้เรื่องแล้วกู วู้ยยยย!!! ฟังมันแค่3อัลบั้มพอ แถมชีวิตนี้ออกปากเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะไม่แตะอัลบั้มใดๆของRadioheadอีกเลยที่ไหนได้พอเมษาเดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาวศกนี้หาอะไรฟังไม่ได้พอได้รับสาส์นมาว่าคุณธอม ยอร์คเราฟอร์มวงออกอัลบั้มกันอีกครา - - Self-Releasedด้วยนะเออ - - หลังจากทิ้งช่วงไปกว่า4ปี....แม่งอดจะหามาฟังไม่ได้ว่ะ!!!


รูปแบบดนตรี


The King Of Limbs นี่ถ้านับไม่ผิดก็น่าจะเป็นงานชุดที่8ของทางวงนะคะ สมาชิกวงนี่ไม่ได้เช็คแต่คาดว่าคงไม่มีการขยับโยกย้ายหรือเปลี่ยนแปลงใดๆเช่นเดียวกับโปรดิวซ์เซอร์ที่ยังเป็นคุณ Nigel Godrich ที่ก็เป็นโปรดิวซ์เซอร์ให้กับมาทางวงตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์ - - ตั้งแต่ยุค The Bends ในปี1995โน่นแถมด้วยLPในปีก่อนหน้านั้นอีก - - ลามไปถึง Erasure อัลบั้มเดี่ยวของคุณธอม ยอร์คนักร้องนำพี่ยาก็ยังตามไปมิกซ์และโปรดิวซ์จัดแจงทุกสิ่งอันเสร็จสรรพ มาที่ภาคดนตรีกันบ้างแม้จะแจ้งเกิดจากการเป็นวงบริทพ็อพสุดเท่ห์แต่2011นี้งานเขาพัฒนาไปเป็นอัลเทอเนทีฟร็อคที่ชนโครมเข้ากับดนตรีอิเล็คโทรนิคเป็นเอ็กซ์เพอริเมนทัลผสานร็อคเต็มรูปแบบไปแล้วค่ะคุณขาดังนั้นคนรักอิเล็คโทรนิคอัลบั้มนี้ไม่มีผิดหวังมึนตึ๊บลอยละล่องงดงามตระการตาสมใจอยากแถมขาร็อคที่ติดตามกันมาถามก็ใช่ว่าฟังแล้วจะบายด้วยความที่เท่ห์จัดและเข้มข้นตามแบบฉบับอัลเทอยุคโลกาภิวัฒน์มากกกกกใครยังอยากจะได้ยินซาวนด์แบบยุค90ที่เป็นร็อคแอนด์โรลย้วยยานเหยิบที่เล่นสดกันตามผับฮาร์ดร็อคนี่ อิฉันนิมนต์ไล่ให้ไปฟังOasisเลยค่ะ....นี่มันใกล้จะสิ้นโลกแล้วนะเออ เปิดรับสิ่งใหม่ๆกันบ้างก็น่าจะดี ^ ^


จุดด้อย


ไม่ใช่อัลบั้มที่ติดหู ฟังแล้วมึนตึ๊บไปบ้าง บ้าพลังกันพอสมควรทั้งภาคดนตรีที่ข้นคลั่กและไอเดียบรรเจิดชนิดที่หาได้เกรงใจผู้ฟังไม่ว่าจะรับกันได้รึเปล่า.....ก็เลยออกมาสมบูรณ์แบบไปเลย


แทร็คเด็ด


Bloom (4.5/5) เพลงเปิดอัลบั้มที่ขึ้นต้นมาพร้อมกับซาวนด์อิเล็คโทรนิคชวนพิศวงแบบไม่ตั้งใจเล่นฟังกี่ทีก็ดูเกลี่ยไม่เนียนและหยาบมากๆ ตอนแรกกะจะด่าแต่พอเสียงคุณพี่ธอมครวญมาแค่นั้นแหละ อ่า เหมือนตกอยู่ในภวังค์ Feral (5) ออกแนวสกอร์อิเล็คโทรนิคเอ็กซ์เพอริเมนทัลสุดเท่ห์ฟังชั้นเชิงการหยอดบีทของคุณโปรดิวซ์เซอร์ควงคู่ไปกับน้ำเสียงหวานหยดย้อยหงอยเหงาเยือกเย็นของพี่ธอมแล้วเหมือนกับหลุดไปอีกโลกหนึ่งเลยทีเดียว Lotus Flower (4.5/5)ซิงเกิ้ลแรกกับ Little By Little (4.5/5) มีความเป็นงานเดี่ยวในอัลบั้มคุณธอม ยอร์คในแบบฉบับที่ตึ๊บขึ้นและลอยกว่าเป็เท่าตัว แต่สวยมากกกกกกกก เอาใจคอบริทพ็อพสุดๆกับ Give Up The Ghost (5) และ Separator (5) ที่ชวนให้นึกถึงความพลิ้วหวานในยุคแรกแย้มใน Pablo Honey และ The Bends หากแต่ปราศจากเสียงกีตาร์เท่ห์ๆโหมกระหน่ำประดุจพายุบุแคมสลับมาบรรเลงด้วยอิเล็คโทรนิคแทน นับว่าเป็นการฟิวชั่นเอาบริทพ็อพเข้ากับอิเล็คโทรนิคและเอ็กซ์เพอริเมนทัลได้อย่างเหนือชั้นโดยแท้


สรุป


การกลับมาที่สมศักดิ์ศรีของวงบริทพ็อพที่ดีที่สุดแห่งทศวรรษ90