วันเสาร์ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2554

Myspace(#41)


































































Jaga Jazzist : A Livingroom Hush : Nu Jazz/Electronica/Experimental








ต้อนรับปีใหม่กับมายสเปซแบบสดๆคือฟังอะไรมาแล้วประทับใจก็เขียนเลยชนิดที่ไม่มีเบื้องหลังไม่มีสคริปท์ ออกแนวเขียนเรื่อยๆเปื่อยๆแนะนำไปตามเรื่องมากกว่ารีวิว โดยอัลบั้มแรกเป็นความประทับใจจากการฟังโดย"บังเอิญ"กับอัลบั้มชุด A Livingroom Hush ในปี2001โดย Jaga Jazzist วงอิเล็คโทรนิคเอ็กซ์เพอริเมนทัลแจ๊ซซ์สุดเก๋จากนอร์เวย์ที่เป็นดนตรีบรรเลงสไตล์นูแจ๊ซซ์จากการผสานแจ๊ซซ์เข้ากับความตึ๊บและเอ็ฟเฟ็คท์สุดเฟี้ยวฟ้าวจัดๆของอิเล็คโทรนิก้ามีครบรสตั้งแต่เอซิดแจ๊ซซ์ เอ็กซ์เพอริเมนทัลยันจับไปฟิวชั่นเข้ากับฟั้งค์ เทคโนและร็อค เอาไว้เปิดฟังเล่นชิลล์ๆตอนเขียนอะไรเรื่อยเปื่อยเพลินๆยันอ่านหนังสือสอบ








Dimitri From Paris : Sacrebleu : Electronic/Jazz








ทำให้อดนึกถึงงานอิเล็คโทรนิคแจ๊ซซ์ที่ส่วนตัวหลงใหลมากๆอย่างอัลบั้ม Sacrebleu งานในปี1996จาก Dimitri From Paris ไม่ได้ แม้อารมณ์จะต่างกันตรงที่ความเก๋ล้ำสไตล์อิเล็คโทรนิคจะไม่เข้มข้นจัดจ้านเท่าแต่ก็หอมหวนไปกับการผสานเอาดนตรีปารีเซียงพื้นเมืองและเฟร๊นซ์แจ๊ซซ์ช่วงยุค40-50เข้ากับความร่วมและล้ำสมัยของดนตรีอิเล็คโทรนิคแถมยังแซมเพิ่ลไดอะล็อคหลากหลายจากหนังคัลท์ช่วงยุค50-60 อาทิ Breakfast at Tiffany's, La Dolce Vita และ The Party ซ้ำไปฟังมาให้ฟังกันเพลินหูอีก เป็นงานอิเล็คโทรนิคแจ๊ซซ์ที่ทรงเสน่ห์เหลือใจ





















Color And Light : Jazz Sketches On Sondbeim : Standard Jazz














สลับมาที่งาน "สแตนดาร์ดแจ๊ซซ์" แท้ๆกันบ้างเป็นงานตฃคัฟเว่อร์มาจากเพลงบรอดเวย์แจ๊ซซ์ดังๆของ Sondbeim โดยในอัลบั้มนี้มีทั้งเพลงแจ๊ซซ์ทั้งในแบบ Instrumental และ Vocal พลิ้วไสวไปด้วยเพียโนเรียบง่ายละลื่นหูแต่สวยงาม สะอาดสะอ้านและฟังเพลินชนิดจบแล้วจบอีกโดยไม่รู้ตัว แม้จะมีข้อเสียตรงที่อาจจะไม่มีอะไรโดดเด่นเหนือชั้นเกินหน้าอัลบั้มแจ๊ซซ์มาตรฐานทั่วไปแต่ก็ขอยกให้เป็นอัลบั้มแจ๊ซซ์ชุดแรกที่ฟังเพลินที่สุดในรอบปี (ก็เพิ่งฟังจบเมื่อกี้)


















C'est L'amour : Romantic Frech Classic : Pop/Chanson/French Jazz


















แค่เห็นหน้าปกก็ตกหลุมรักแล้วกับงานของ C'est L'amour ในอัลบั้มนี้ที่ตอบทุกคอนเส็ปท์ได้อย่างครบถ้วนด้วยภาพวาดสวยๆที่แสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมอันสุดแสนโรแมนติคตระการตาแห่งฝรั่งเศสได้อย่างดี เพลงในอัลบั้มหวานแหววไพเราะมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เป็นของขวัญวันปีใหม่ที่เลิศเลอเพอร์เฟ็คสำหรับคนรักดนตรีอย่างดิฉันเหนือคำบรรยาย ขึ้นแท่นงานที่เก๋ไก๋ที่สุดประจำเดือนแรกของปีกระต่ายทองคำสำหรับดิฉันไปเป็นที่เรียบร้อย










Putumayo : Cuba : World Music/Son/Latin/Salsa










มาจนถึงป่านนี้แล้วคงพูดได้เต็มปากว่าตัวดิฉันเองก็ฟังดนตรีมา "มากพอสมควร" เช่นกัน ซึ่งส่วนมากก็จะเป็นมิตรได้เกือบจะกับทุกแนวแต่ที่ไม่ชอบจริงๆชนิดเล่ยงได้ก็เลี่ยงก็มีฮิพฮฮพ,เมทัล,อัลเทอเนทีฟคันทรี่ย์และก็เห็นจะมี "ละทิน" นี่แหละที่ฟังยังไงมันก็ไม่คลิ๊กด้วยเสียที อย่างไรก็ตามเมื่อมาฟังอัลบั้มนี้ -- Cuba จาก Putumayo อัลบั้มที่ได้รับการการันตีว่าเป็น All Time Best-Selling จากทางค่าย -- อาจจะถึงกับต้องเปลี่ยนความคิดซะใหม่ด้วยความที่เป็นอัลบั้มที่พาเราเจาะลงไปถึงรากของประวัติศาสตร์ วัฒนธรมและดนตรีพื้นเมืองของ "คิวบา" จริงๆ โดยภาคดนตรีเอกของอัลบั้มนี้คือ "Son" ภาคดนตรีเลื่องชื่อจากภาคตะวันออกของคิวบาที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในช่วงทศวรรษที่20หลังจากถูกส่งลงฮาวาน่าและฟิวชั่นเข้ากับภาคดนตรีอันหลากหลาย อาทิ สวิง,ซัลช่าและดนตรีพื้นเมืองอื่นๆของคิวบาก่อนจะร่วมถ่ายทอดภาคเนื้อหาที่ว่าด้วยเรื่องของการเมือง,สังคม,การเป็นปฏิปักษ์กันระหว่างวัฒนธรรมพื้นเมืองแท้ๆกับวัฒนธรรมจักรวรรดิ.ชนชั้นทางสังคม ตลอดจนเรื่องของศาสนาและจิตวิญญาณ เป็นอัลบั้มเพลงละทินพื้นเมืองที่ทำให้ดิฉันรู้สึกเพลิดเพลินมากๆชนิดที่ไม่เคยเป็นมาก่อนแถมยังได้แง่คิดและสาระผ่านทางความรู้สึกอารมณ์ร่วมที่ศิลปินถ่ายทอดออกมาได้อย่างดุดันปวดร้าวเหลือเกิน.....คอละทินไม่ควรพลาด








Broadway Greatest Hits : Broadway/Musical








มาที่ด้านของบรอดเวย์กันบ้างดีกว่าค่ะ ช่วงนี้กด็คงไม่มีอัลบั้มบรอดเวย์ชุดไหนในโลกนี้ทำให้รู้สึกอิ่มเอิบประทับใจมากกไปกว่าอัลบั้ม Broadway Greatest Hits รวม21เพลงสุดคลาสสิคจาก21ละครบรอดเวย์สุดอมตะ อาทิ Annie Gets Your Gun,Weat Side Stroy,The Sound Of Music และ Phantom Of The Opera เป็นต้น หยุดพักผ่อนช่วงปีใหม่แบบนี้ได้งานแบบนี้มาฟังพลางจินจนาการตัวเองเป็นนางโชว์พร้อมกับสะบัดผมร่ายรำเซิ้งอยู่ในห้องสนานใจอยู่คนเดียวแล้วแสนจะมีความสุข ขอขอบคุณค่ายโซนี่สำหรับอัลบั้มเก๋เกิดชิ้นนี้....ความฝันของกะเทยแท้ๆเลยนะคะเนี่ย หึหึหึ ^^






James Blunt :Some Kind Of Trouble : Pop-Rock/Folk Rock






เคยชอบมากๆจนเลิกชอบไปแล้วหลังจากอัลบั้มที่สองของคุณพี่อย่าง All The Lost Souls ออกมาเป็นงานคืนสู่ระดับต่ำกว่าสามัญชนิดน่ารังเกียจ ชะรอยว่าคุณเจมส์ บลันท์เองก็คงคิดได้ว่าความดิบ หยาบ หมองหม่นเข้าขั้นถ่อยแบบงานชุดที่แล้วทำเอาขาประจำผันตัวไปเป็นแอนตี้แฟนหลายคนงานชุดนี้เลยออกมาเอาใจคนรัก Back To The Bedlam ด้วยการแทรกอารมณ์หวานในสว่างเจิดจ้าแบบโฟล์คร็อคสวยๆเมื่อคราวแรกพบแต่งแต้เมไปกับการเกาะกระแสเอ็กซ์เพอริเมนทัลร็อคแบบขางๆบางๆ2แทร็ค -- แต่ฟังแล้วเฉยๆเพราะพวกColdplay,Travis,Keane ยัน The Manics ทำออกมาจัดจ้านชัดเจนและกล้าตายกันกว่านี้ อยากบอก!! -- ลากไปหาศิลปะแบบอินดี้ร็อคช่วงยุค60-70ยันอารมณ์ฟั้งค์ติดโซลโมทาวน์ก็มีมา.....ภาพรวมนับว่าประทับใจพอควรทีเดียวนะ เท่าที่ฟังแล้วก็เห็นโหงวเฮ้งพอตัวว่าในอนาคตอาจจะมีอะไรตื่นตาตื่นใจมาให้ฟังกันอีกแบบคราวอัลบั้มแรก จะผีหรือคนก็คงต้องรอลุ้นกันต่อไปในอัลบั้มหน้า...รู้กัน!!!




Theivery Corporation : The Mirror Conspiracy : Lougne/Dub/Trip-Hop




ข้ามฝากมาพูดถึงอัลบั้มดีๆที่อาจจะ "ไม่โดน" เป็นการส่วนตัวแต่ก็กลับอยู่ถูกที่ถูกเวลาสุดๆต้องนี่เลย The Mirror Conspiracy ของวงทริพฮอพจากวอชิงตันดีซีอย่าง Theivery Corporation โดยตัวงานเป็นทริพฮอพหลอนๆเย็นยะเยือกวาดลวดลายเคียงคู่ไปกับมนตร์เสน่หก์ของดาวน์เทมโพหวานๆแบบแทรนซ์ดั๊บและอารมณ์ชิลล์สุนทรีย์สไตล์เล้าจน์จะว่าไปก็โอเคอยู่นะเพียงแต่อาจจะโชคร้ายหน่อยที่ช่วงหลังๆฟังงานประเภทนี้มาพอสมควรเลยกลายเป็นเฉยๆไป แต่ก็นับว่าซาวนด์ดนตรีละเมียดละไมและมีมนตร์สะกดชวนฟังอยู่อาจจะไม่หวานถึงขั้นของ Zero 7 และไม่ได้เป็นชิลล์เอ๊าท์หรูหรากรีดกรายดัดจริตเหลือใจแบบงานของ Cafe Del Mar แตค่ก็นับว่าเป็นตัวเลือกที่ไม่ทำให้คุณผิดหวังถ้าคิดจะลองหามาฟัง


Radiohead : The Bends : Alternative Rock


ในฐานะคนเพิ่งจริงจังกับบริทพ็อพมาได้ไม่เกิน3ปี ถ้าถามความรู้สึกที่มีต่อ Radiohead คงจะต้องตอบว่า "ชอบ" แม้ว่าเพลงของพวกเขาจะฟังค่อนข้างยากชนิดที่ตีความแล้วตีความอีกจนหัวหมุน และแม้ว่าจะไม่ได้เป็นแฟนตัวยงของพวกเขาในระดับเดียวกันกับที่ติดตาม Coldplay,Travis หรือ Keane แต่อย่างน้อยก็ยังมีความรู้สึกรู้สาและอาทรมากกว่าที่มีให้ Oasis,Blur และ Suede สำหรับอัลบั้มที่ยกมานี้ก็เป็นงานชิ้นแรกของพวกเขาที่เคยฟังรวมถึงอาจจะเป็นงานชิ้นเดียวของพวกเขาที่ฟังแล้วน่าจะไปกันได้กับดิฉันที่สุดกับอัลบั้ม The Bends ในปี1995 ที่เป็นอีกหนึ่งอัลบั้มแห่งประวัติศาสตร์ของชนชาติบริทพ็อพที่ช่วยชุบชีวิตดนตรีแขนงนี้ให้กลับมามีลมหายใจและเดินหน้าสร้างความประทับใจต่อคนดนตรียุคหลังๆจวบจนทุกวันนี้ ด้วยความทรงพลังของเสียงกีตาร์เข้มข้นที่หยอดเข้ากับซินธิไซเซอร์อิเล็คโทรนิคตึ๊บๆแต่ล้ำสมัยเข้ากับเมโลดี้ของพ็อพ ร็อคและบัลลาดได้อย่างลงตัว.........จสที่ว่าฟังยากเข้าถึงยากยังสามารถกลายเป็นหนึ่งในงานบริทพ็อพที่ถูกใจดิฉันที่สุดเคียงข้าง A Rush Of Blood To The Head,Hopes&Fears,The Man Who และ Definitely Maybe ไปโดยปริยาย
Ella Fitzgerald : Best of Twelve Nights in Hollywood : Jazz/Swing
ปิดท้ายกับ Best of Twelve Nights in Hollywood อัลบั้มแสดงสดที่ไนท์คลับ Crescendo ในปี1961-1962ของอภิมหาราชินีดิว่าแจ๊ซซ์ตลอดกาลอย่างเจ้าป้า "เอลล่า ฟิทซ์เจอรัลด์" ตลอดอัลบั้มนี้คุณจะได้ฟังน้ำเสียงทรงพลังหวานหยาดเยิ้มและการอิมโพรไวซ์เหนือมนุษย์ในตำนานของเจ้าป้าที่จะมาขับกล่อมเพลงแจ๊ซซ์หวานๆและสวิงสนุกๆสุดคลาสสิคขับกล่อมให้คุณๆได้เคลิบเคลิ้มไปกับรสชาติอันสุดแสนจะหอมหวนของดนตรีสแตนดาร์ดแจ๊ซซ์ยุครุ่งเรืองกัน นับเป็นอัลบั้มที่เติมความสุขสันต์ให้แก่ชีวิตการฟังเพลงในช่วงปีใหม่อย่างแท้จริง

2 ความคิดเห็น:

  1. ดีใจที่เจอ Blog นี้

    ชอบฟังเพลงมากค่ะ และก็ชอบหา Inspiration จากเพลงที่ไม่ได้อยู่ในกระแสหลักเหมือนกัน

    เพลงที่โพสมาไม่เคยได้ยิน แต่ต้องลองหามาฟังล่ะ

    ขอบคุณที่ review ให้อ่านนะคะ

    ตอบลบ
  2. สวัสดีปีใหม่ค่.....ะขอบคุณมากๆเลยค่ะ เรื่องรีวิวจะมีมากอีกเรื่อยๆนะคะเผอิญเป็นนักวิจารณ์ดนตรีสากลในบอร์ดFF Mag น่ะค่ะ

    www.forwardmag.com/webboard

    แล้วคลิ๊กไปที่ Reader Review นะคะ ดิฉันใช้ชื่อว่า Armand D'angouleme ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ ^ ^

    ตอบลบ