วันศุกร์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

Groovejet (If This Ain't Love) (Music Cassanova#9)


Groovejet (If This Ain't Love) (Music Cassanova#9)
เคยรู้สึกเหมือนกันมั้ยคะ?เวลาฟังเพลงๆหนึ่งแล้วความประทับใจที่มีมันเกิดขีดของคำธรรมดาๆที่แค่ว่า "ฉันชอบเพลงนี้"...หากแต่มันเหมือนกับพรหมลิขิตที่สวยงามไม่ต่างอะไรกับเวลาที่เราได้เจอใครสักคนที่ทำให้เราตกหลุมรักได้หมดใจ เคยเป็นมั้ย?เวลาที่เราขาดเพลงๆนั้นไปแม้แต่แค่เพียงวันเดียวแล้วรู้สึกเหมือนกับชีวิตนี้แห้งแล้งขาดความสวยงามไปโข...ไม่ต่างอะไรกับวินาทีที่เพื่อนหรือคนรักจากเราไปอยู่ไกลและมีมั้ยคะที่บางทีเพลงธรรมดาๆแค่เพลงเดียวที่อาจจะโด่งดังชั่วระยะเวลาหนึ่งแล้วก็เลือนหายไปจากความทรงจำของมวลชนตามวัฏจักรดนตรีอันเชี่ยวกรากแต่กับเรามันไม่มีวันจะตายไปจากความรู้สึกได้?....โดยที่แม้แต่คุณก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าไปตกหลุมรักอะไรมันเข้านักหนา Music Cassanovaครั้งที่9นี้ขอสลับจากการเขียนถึงศิลปินที่ประทับใจมากล่าวอะไรสั้นๆถึงเพลงที่เปรียบเสมือนสวรรค์น้อยๆสำหรับดิฉันบ้างด้วยความที่เสน่ห์ในตัวของมันเป็นอะไรที่จะไม่มีวันสูญสลายไปจากพิพิธภัณฑ์ทางดนตรีในจิตวิญญาณของดิฉันแน่นอนและเพลงที่กล่าวถึงคือ Groovejet (If This Ain't Love) ซิงเกิ้ลเต้นรำสุดโด่งดังในปี 2000 กับดนตรีแด๊นซ์เฮ้าส์สวยๆสุดหรูหรากรีดกรายและงดงามประหนึ่งรังสรรค์มาจากเกาะท่ามกลางมหาสมุทรอันไกลโพ้นบนสรวงสวรรค์ซึ่งตามจินตภาพของดิฉันคงเป็นสถานที่ที่เราคงจะได้เห็นหมูเทพยดาเต้นระบำกันอย่างสวยงามเคียงข้างไปกับรอยยิ้มของปุยเมฆและดวงจันทร์กลมโตสีนวลสวยสว่างเจิดจ้าพร้อมกับเสียงคลื่นซัดสาดดังกังวานไพเราะประดุจดนตรีบรรเลงควบคู่ไปกับแสงดาวทอประกายไม่ต่างอะไรกับแสงสวยๆของสปอทไลท์หลากสีในไนท์คลับยามกระทบกับดิสโก้บอลแพรวพราวระยิบระยับ ทั้งหมดทั้งมวลนี้ต้องยกความดีให้แก่ดีเจอิทาเลี่ยนอย่างคริสเทียโน่ สพิลเลอร์ผู้เนรมิตอารมณ์บรรเจิดเหนือมนุษย์นี้ลงสู่โลกแห่งเสียงดนตรีได้อย่างแยบคายนอกจากนี้ยังต้องขอบคุณศิลปินหญิงชาวอังกฆษสุดเก๋อย่างโซฟี เอลลิส เบ็กซ์เทอร์อดีตสมาชิกวงอินดี้ร็อคอย่าง theaudience ผู้ที่ภายหลังก็มีเพลงเต้นรำเก่ๆที่เชื่อว่าบอร์ดเราก็น่าจะคุ้นเคยกับเพลงของเธอกันพอตัว อาทิ Take Me Home,Murder On The Dancefloor และ Mixed Up World มาวาดลวดลายลงเสียงร้องเย็นๆสุดเก๋ให้ส่งผลให้เพลงนี้นอกจากจะออกมาหรูหราด้วยภาคดนตรีของมันเองแล้วยังไฮโซกรีดกรายขึ้นไปอีกหลายระดับด้วยน้ำเสียงของคุณนายเธอที่ให้อารมณ์เชิ่ดๆจิกๆนิ่งเรียบเนี้ยบและสะท้อนนิยามของคำว่า "มีระดับ" ออกมาได้ชัดเจนที่สุด ผลลัพธ์คือนอกจากเจ๊โซฟีจะเกิดแล้วเพลงนี้ยังดังระบือทะยานขึ้นไปถึงอันดับหนึ่งฝั่งยูเคชาร์ตตบหน้าเจ๊วิคตอเรีย เบ๊คแฮมฉาดใหญ่ด้วยการไปขวางลำเอา Out Of Your Mind ของอีเจ๊ให้สะดุดกึกอย่างสง่างามที่อันดับ2สร้างเจ้าของสถิติอันปวดใจให้แก่คุณนายพอซสไปซ์ในฐานะหนึ่งเดียวในสาวเครื่องเทศที่พาเพลงโซโล่ขึ้นไปอันดับหนึ่งไม่ได้ เหอๆๆๆๆ ส่วนตัวแม้จะเห็นใจเจ๊วิคแต่ดิฉันก็ไม่สามารถปฏิเสธหัวใจตัวเองได้ลงว่า "หลงรักเพลงนี้เข้าเต็มเปา" เป็นความรักชนิดที่ไม่รู้เหตุผลเหมือนกันว่า10ปีที่นั่งฟังมันมานี่รักเพราะอะไรจนตอนนี้ไม่เสียเวลาลงไปเหนื่อยหาคำตอบกับอะไรทั้งสิ้นแล้วรู้แค่ว่าทุกครั้งที่เปิดเพลงนี้แล้วปล่อยใจให้คลอไปกับดนตรีเฮ้าส์สวยๆและเสียงเก๋ๆเย็นๆของแม่นักร้องแล้วมันรู้สึกเหมือนกับถูกพาให้หลุดออกไปจากกรอบของชีวิตจริงทุกอย่างทั้งปัญหาที่พานพบ ภาระที่ต้องรับผิดชอบ ความกังวลกับอนาคตที่มองไม่เห็นรวมถึงความทุกข์ทรมานของชีวิตที่ต้องตะเกียกตะกายเพื่อไขว่คว้าสิ่งที่ฝันทั้งๆทั้ง "มันอาจจะเป็นได้มากสุดแค่เพียง ความฝัน".....สุดท้ายนี้ใครจะไปเชื่อว่าว่าสุนทรียภาพทางความงามอันไร้เขตุจำกัดของเพลงนี้มันจะเปรียบเสมือนถนนอีกสายที่ดิฉันปลีกไปสู่อิสรภาพทางอารฒณ์และหยุดความเป็นจริงที่โหดร้ายไว้ให้มันเป็นเพียงแค่ "ความฝัน" ของอีกเส้นทางหนึ่งได้ง่ายๆเพียงแค่ปล่อยใจให้ลอยละล่องไปกับวิมานที่ถูกรังสรรค์มาเสร็จสรรพในเพลงๆนี้โดยที่ไม่จำเป็นต้องหลับตา แค่นี้ก็เป็นวิธีง่ายๆที่จะปิดตัวคุณจากสภาพชีวิตจริงอันแสนวุ่นวายแล้วเปิดตัวเองให้เข้าไปพานพบดื่มด่ำกับความงดงามของโลกที่อยู่ข้างในตัวคุณได้ไม่รู้เบื่อ....ก่อนจะกลับมาบู๊ล้างผลาญกับชีวิตได้อย่างบ้าระห่ำแพรวพราวด้วยชั้นเชิงกว่าเดิม!!!

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น