วันอาทิตย์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2553

P!nk : Missundaztood : 90%


P!nk : Missundaztood : 90%
หนึ่งในอัลบั้มที่ดิฉันต้องบอกว่าเป็นงานที่ "ทรงอิทธิพล" ที่สุดสำหรับดิฉันตลอดกาล ในฐานะที่เป็นตัวแทนที่สามารถถ่ายทอดความเกรี้ยวกราด แบ่งปันเรื่องราวด้านที่มืดหม่นทุกข์ระทมของชีวิต ระดมพลังให้ยังคงยึดมั่นและศรัทธาบนเส้นทางที่ตนเองเลือกตลอดจนเป็นการสะท้อนตัวตนในหลายๆมุมของดิฉันได้อย่างแจ่มชัดแน่นอนว่า Missundaztood งานชุดที่สองจากพี่สาวสุดซ่าส์ของดิฉันอย่างพิ้งค์ต้องเป็นหนึ่งในงานที่ประดับความทรงจำของดิฉันตลอดกาลแน่นอน ในฐานะงานที่สามารถระบายทุกสีที่สอดคล้องกับตัวตนของ Da Nastina ได้อย่างครบถ้วน
รูปแบบดนตรี
นับว่าเหนือความคาดหมายนะคะที่เธอกล้าสลัดภาพลักษณ์และคราบดนตรีอาร์แอนด์บีจ๋าๆซึ่งเป็นเครื่องหมายการค้าของเธอจาก Can't Take Me Home งานชุดแรกสู่ทิศทางใหม่ที่ปูโครงสร้างยืนพื้นบนภาคดนตรี "พ็อพร็อค" เป็นศูนย์กลางในการนำเสนอกว่าครึ่งนอกจากนี้กลิ่นอายความเป็นอาร์แอนด์บีก็ยังคงมีตามมาหลอกหลอนอยู่หากแต่แฝงรสชาติมาในคราบของพ็อพเต้นรำ อิเล็คโทร ฮิพฮอพยันโซลฟูลอาร์แอนด์บีคอนเทมโพลารีย์ทั้งหลายอย่างบลูส์โซลและแจ๊ซซ์ข้นๆดิบๆจัดๆในบางแทร็คพลางไต่ระดับไปเล่นกับโฟล์คร็อค ทริพฮอพ อัลเทอเนทีฟ พั้งค์รวมถึงอินดี้ได้อย่างมีชั้นเชิงจากการผนึกกำลังกันของอาเจ๊มหาภัยลินดา เพอร์รีย์คู่รักนางติ๊นา สก็อท สทอร์ชและดัลลัส ออสทินที่เคยฝากฝีมือไว้แล้วในงานชุด Bedtime Story ของเจ๊แม่มาดอนน่า
จุดด้อย
ในแง่ของการนำเสนอส่วนตัวรู้สึกขัดใจนิดนึงตรงจุดที่เธอไม่ตอบโจทย์ผู้ฟังอย่างชัดเจนไปเลยว่าจะเลือกสัดส่วนภาคดนตรีชนิดใดให้จัดจ้านเจ๋งเป้งไปเลยมากกว่ากัน แม้จะทำร็อคออกมาได้ในระดับที่ดีมากหากก็มาแบบกั๊กๆยังไม่ถึงขีดระห่ำเด็ดขาดสุดๆ จะอาร์แอนด์บีแบบเดิมก็ลดระดับความเปรี้ยวลงไปเยอะหรือจะพ็อพแด๊นซ์ก็มาแบบขาดๆเกินๆ ศักยภาพของเนื้องานระเบิดได้ถึงจุดสูงสุดหากแต่เอกภาพยังเกลี่ยได้ไม่เนียนและให้ทิศทางชัดเจนไม่ถึงขีดสุด (ซึ่งพิ้งค์ก็เป็นแบบนี้ทุกงาน) ตลอดจนบางแทร็คแม่คุณองค์ลงเหลาออกมาซะฟังยากจนเหวอเลยทีเดียวแถมท้ายอย่างสง่างามด้วยการเป็นงานระดับมาสเตอร์พีซของอีเจ๊หากแต่ยัดซาวนด์ทดลองลงมาซะเยอะเกินพอดีนะคะ....ว่ากันตรงๆก็คงต้องหนีไม่พ้นที่จะต้องบอกว่าแม้จะเป็นงานที่ดีที่สุดของพิ้งค์แต่ก็จัดเป็นงานที่เป๋ที่สุดของเธอเช่นกัน
แทร็คเด็ด
Missundaztood! (4/5) ไทเทิ่ลแทร็คที่เจ๊พิ้งค์ปั้นออกมาได้น่าเอ็นดูมากจากการผสานทั้งพ็อพร็อค อาร์แอนด์บี แร็พ อคูสติค สกาตลอดจนอะแค็พเพลล่าเข้าด้วยกันอย่างลงตัวคลอเคลียไปกับสารรพสำเนียงการร็องแบบชิลล์ๆกวนๆแบบไม่ตั้งใจของเธอหากแต่ผลลัพธ์ออกมาดูดีมากแถมยังเพราะติดหูสุดๆ น่ารักดี! ในขณะที่ Just Like A Pill (5) เพลงเก่งของอัลบั้มขยับขึ้นไปเป็นอัลเทอเนทีฟพ็อพร็อคหม่นหมองและกราดเกรี้ยวที่ได้รับอิทธิพลจากบรรยากาศโหดๆหดหู่ของดนตรีโพสท์-กรั๊นจ์และอารมณ์กระแทกกระทั้นแบบพั้งค์ที่เอสามารถสวมวิญญาณสาวร็อคถ่ายทอดออกมาได้ทรงพลังจนน่าขนลุกเลยทีเดียว สำหรับ Get The Party Started (4/5) ซิงเกิ้ลเปิดตัวในแบบฉบับพ็อพเต้นรำผสานลูกเล่นของอิเล็คโทรพ็อพ ติ่งๆของอาร์แอนด์บีและเจือความเป็นร็อคนิดๆก็สามารถนำเสนอภาพรวมของงานชุดนี้ออกมาได้อย่างมีชั้นเชิงเลยทีเดียวซึ่งก็ต้องยอมรับว่าพิ้งค์สามารถดึงพลังของตัวเพลงที่ประกอบไปด้วยสูตรสำเร็จควรจะดังอยู่ให้มันเหนือขึ้นไปกว่ามาตรฐานในตัวมันเองอีกหลายระดับเลยทีเดียว เช่นเดียวกับ Don't Let Me Get Me (4.5/5) พ็อพร็อคโครงสร้างง่ายๆตามธรรมเนียมหากแต่ทำออกมาได้ในระดับที่ถึงใจจนนน่ายกย่องเลยทีเดียว ใครจะไปคิดว่าศิลปินที่มีรากฐานมากจากสายดนตรีอาร์แอนด์บีอย่างพิ้งค์พอลงมาเล่นกับร็อคแล้วจะสามารถทำได้ดีขนาดนี้ สำหรับแทร็คที่ประทับใจที่สุดส่วนตัวขอยกให้ Misery (5) งานคอนเทมโพลารีย์บลูส์โซลอาร์แอนด์บีบัลลาดสะท้านทรวงที่ใส่ความเป็นร็อคและแจ๊ซซ์ลงมาประดับได้อย่างลงตัว ส่วนตัวฟังแล้วนึกถึงงานโอลด์สคูลโซลอาร์แอนด์บีจัดๆแบบอลิช่า คียส์อยู่เหมือนกันแถมยังได้เพื่อนร่วมงานชั่วโมงบินสูงลิบลิ่วอย่างสตีเว่น ไทเลอร์จากAerosmithและริชชี่ แซมโบร่าจาก Bon Jovi มาร่วมสวดชนิดทรงพลังไม่เกี่ยวน้ำหนักขนาดนี้ยิ่งเพิ่มเครดิตและความศรัทธาในตัวเจ๊พิ้งค์ในสายตาดิฉันอย่างมหาศาลเลยทีเดียว 18 Wheeler (4.5/5) ก็นับเป็นพ็อพร็อคสูตรสำเร็จที่เธอถ่ายทอดอารมณ์ในตัวเพลงออกมาได้อย่างทรงพลังน่าประทับใจที่ขับขานเนื้อหาอันเปรียบเสมือนธงชัยที่ประกาศการยืนหยัดบนศักดิ์ศรีและความแกร่งของสตรีเพศได้อย่างเหนือชั้น ต๊ายยยย พูดถึงไปจะหมดอัลบั้มแล้วมั้งเนี่ยเอาเป็นว่าท้ายสุดขอปิดที่ Gone To California (4.5/5) ที่จับบีทดาวน์เทมโพลอยๆเนิบๆผนึกจิตวิญญาณกับทริพฮฮพหลอนๆก่อนจะเสริมทัพด้วยคอแนเทมโพลารีย์ชิลล์แจ๊ซซ์สุดสุนทรีย์นับเป็นหนึ่งในแทร็คที่มีชั้นเชิงมากที่สุดในอัลบั้มของ
เธอ หากแต่มีข้อเสียคือหลุดกรอบและฟังยากเกินไปนิด
สรุป
ส่วนตัวขอยกให้ Missundaztood เป็นหนึ่งในงานอัลบั้มพ็อพร็อคฝากศิลปินหญิงที่ดีที่สุดตลอดกาล เป็นงานระดับมาสเตอร์พีซของพิ้งค์ที่เปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณของศิลปินอันเข้มข้น การระเบิดศักยภาพทางดนตรี การค้นพบหนทางของตัวเองที่สวยงามตลอดจนเป็นงานที่ใส่ชีวิตและจิตใจคนๆหนึ่งลงไปได้อย่างทรงพลัง.....จนผลงานของเธอกลายเป็นงานดนตรีที่มีลมหายใจและสัมผัสได้จริงๆ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น