วันเสาร์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2553

Marilyn Monroe : Marilyn-Greatest Hits : 90%



Marilyn Monroe : Marilyn-Greatest Hits : 90%


รูปแบบเพลง
งานเพลงของมาริลีน มอนโรส่วนใหญ่ยืนพื้นอยู่ที่บรอดเวย์และแจ๊ซซ์เป็นหลัก โดยมักจะนำเสนออกมาเป็นสแตนดาร์ดแจ๊ซซ์หรูๆสนุกๆไม่ก็เป็นบรอดเวย์แจ๊ซซ์เก๋ๆที่อารมณ์เพลงอลังการมากๆ (ยิ่งได้ภาพลักษณ์ของเธอมาช่วยขับยิ่งดูสูงส่งขึ้นไปใหญ่) สำหรับแนวอื่นๆที่มีแทรกเข้ามาเป็นสีสันก็ได้แก่ สวิง พ็อพ บัลลาด คาบาเรต์รวมไปถึงโฟล์คป้าก็มีเดี่ยวลูกคอสดๆให้ฟังในอัลบั้มนี้ด้วย ส่วนตัวประทับใจสุดๆที่ป้านำเสนอภาพลักษณ์ของตัวเองลงบนงานเพลงได้อย่างมีชั้นเชิง ทั้งจริตจก้านสาวบลอนด์ ดีกรีความเป็นไอค่อนฮอลลีวูดรวมถึงการนำเสนอความเป็นสัญลักษณ์ทางเพศตลอดการของเธอลงสู่งานดนตรีได้อย่างแยบยล เรียกได้ว่าแจ๊ซซ์ของเธอคนนี้เป็นแจ๊ซซ์ที่เต็มไปด้วยสีสีน มารยาหญิง (ซึ่งหญิงที่รักจะมีมารยารุ่นหลังๆค่อนข้างจะนิยม) ความอลังการและสำคัญที่สุดเอกลักษณ์ของความเป็น มาริลีน มอนโร ล้วนๆ ซึ่งไม่ว่าใครได้ลงมาสัมผัสต้องเกิดความประทับใจและเพลิดเพลินไปกับลีลาการขับกล่อมของเธอ
จุดด้อย
เอาจริงๆแล้วขัดใจกับลิสต์เพลงเจ้าป้ามากๆค่ะ ส่วนตัวแล้วเดี๊ยนเห็นว่าบางเพลงไม่มีความน่าสนใจและไม่มีความยิ่งใหญ่พอที่จะมารวมอยู่ในอัลบั้มอันทรงเกียรตินี่ได้อย่าง That Old Black Magic ที่ป้าร้องในเรื่อง Bus Stop และผลลัพธ์ออกมาค่อนข้างไปทางแย่แต่กลับได้รับเลือก ในขณะที่เพลงดีๆอย่าง River Of No Return หรือ I'm Through With Love กลับถูกมองข้ามไปอย่างน่าเสียดาย (มาก) ได้ไงกันคะ แล้วอย่างเพลง Ladies Of The Chorus ที่เป็นสกอร์สั้นๆนี่ส่วนตัวเดี๊ยนไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องเอามันมารวมไว้ด้วยเลยค่ะ ยังคะยังที่น่าเกลียดสุดๆคือ Happy Birthday Mr. President ที่ป้าขึ้นไปร้องอวยพรให้ประธานาธิบดี จอห์น เอฟ. เคเนดี้ ก่อนที่ป้าจะโดนฆาตกรรม (ส่วนตัวไม่คิดว่าผู้หญิงอย่างมาริลีน มอนโรจะฆ่าตัวตายเองหรอกน่ะค่ะ) ไม่ทราบว่าเอามายัดไว้เพื่ออะไรคะ แต่อันนี้โทษป้าไม่ได้เพราะตัวป้าก็ไม่ได้อยู่เลือกแทร็คเด็ดด้วยตนเองเอาเป็นว่าคงต้องมองไปที่ความตั้งใจและความละเมียดละไมของทีมงานที่ทำหน้าที่คัดเพลงลงในอัลบั้มน่ะค่ะว่า คิดอะไรกันอยู่ อีกเรื่องที่เดี๊ยนไม่พูดแล้วต้องอกแตกแน่ๆค่ะนั่นคือหน้าปกอัลบั้ม ถ้าพิจารณากันในเชิงแฟชั่นอาจจะดูดิบ เก๋และเฉี่ยวจริง แต่ส่วนตัวเห็นว่าไม่ใช่รูปที่ดีพอที่จะมาเป็นตัวแทนถ่ายทอดความเป็นมาริลีนบนปกอัลบั้มได้ (ฝ่ายอาร์ทเวิร์คล้มสุดๆ) โชคดีนะคะที่ผลงานของป้า90กว่าเปอร์เซนต์กู้ศรัทธากลบข้อผิดพลาดเหล่านี้ได้อย่างหมดจด (แต่ก็ด่าไปแล้วน่ะค่ะป้า หึหึหึ)
มาอีกเรื่อง ส่วนตัวแล้วเสียดายนะคะที่หลายคนมองข้ามเพลงของป้าไปเพียงเพราะตัดสินภาพของการที่เธอเป็นแค่นักแสดงและคงต้องยอมรับว่าการที่เธอได้รับการยกย่องว่าเป็นสัญลักษณ์ทางเพศตลอดกาลนี่ก็ถือเป็นดาบสองคมที่จะทำให้ผู้คนมองข้ามความสามารถของเธอไปในบางด้าน (เช่น การร้องเพลงที่กำลังพูดอยู่) เอาจริงๆแล้วเสียงป้าดีกว่าที่คิดนะคะรวมไปถึงชั้นเชิงและทักษะการนำเสนอเดี๊ยนว่าทำได้ดีไม่แพ้มืออาชีพทีเดียว ทั้งนี้อาจจะเป็นเพราะดิว่าแจ๊ซซ์มืออาชีพหลายนางได้ปูความสมบูรณ์แบบมาก่อนหน้ามาริลีนค่อนข้างนาน ที่สำคัญศิลปินหญิงแนวนี้เป็นพวกที่ความสมบูรณ์แบบและศักยภาพโดยรวมสูงกันมากๆชนิดที่แถบจะไม่มีใครด้อยกว่าใครเลยทีเดียว เอาง่ายๆลองคิดถึงชื่ออย่างบิลลี่ ฮอลิเดย์,นีน่า ซีโมนส์หรือเอลล่า ฟิทซ์เจอรัลด์แล้วลงมาเทียบกับมาริลีน มอนโรดูสิคะ (เห็นความแตกต่างของเครดิตได้อย่างชัดเจน) อีแบบนี้เจ้าป้าสุดที่รักของเดี๊ยนก็เลยซวยไปตามระเบียบ อย่างไรก็ตามเดี๊ยนขอยืนยันนะคะว่าอย่างน้อยเดี๊ยนเห็นและยอมรับศักยภาพของตัวเธอว่าจริงๆแล้ว ไม่ได้ด้อยกว่าดิว่าท่านใด
แทร็คเด็ด
เปิดอัลบั้มด้วย [b]I Wanna Be Loved By You (5)[/b] จากภาพยนตร์คอมเมดี้สุดคลาสสิคตลอดกาลเรื่อง Some Like It Hot ตัวเพลงเป็นสแตนดาร์ดแจ๊ซซ์หวานๆน่ารักๆผสานความเป็นบรอดเวย์ลงไปได้อย่างลงตัว ชอบวิธีการร้องของป้ามากๆค่ะเปรี้ยวและดัดจริตสุดๆ (นี่ชมนะคะ) ยิ่งมาพิจารณาเนื้อหานี่สมศักดิ์ศรีสัญลักษณ์ทางเพศตลอดการมากๆค่ะ ป้าทอดสะพานได้อย่างเหนือชั้นจนเดี๊ยนคิดว่าถ้าศิลปินรุ่นหลานยุคปัจจุบันได้ยินกันนี่จะต้องอายมุดดินหนีไปเลย นี่แหละค่ะที่บอกว่าป้าสามารถถ่ายทอดตัวตนลงสู่เพลงได้อย่างสมบูรณ์แบบ ตามมาติดๆกับ [b]Some Like It Hot (5)[/b] จากเรื่องเดียวกัน แจ๊ซซ์สนุกๆที่ป้านำจริตจก้านมารยายัดลงในเพลงได้อย่างมีชั้นเชิงไม่น้อยหน้าดิว่าแจ๊ซซ์นางใด ผลลัพธ์ออกมาเก๋มากๆเป็นอีกหนึ่งเพลงที่บอกความเป็นมาริลีนได้อย่างครบถ้วน มาที่ [b]A Fine Romance (4/5)[/b] กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด เปรี้ยวมากๆค่ะป้า สวิงแจ๊ซซ์เริ่ดๆที่ป้าไปคัฟเวอร์มาจากป้าบิลลี่ ฮอลิเดย์ในปี1936 เดี๊ยนประทับใจสุดๆกับการปัดฝุ่นในแบบฉบับของป้าเองได้อย่างเหนือชั้น ส่วนตัวฟังเทียบกันเดี๊ยนชอบเวอร์ชั่นมาริลีนมากกว่าเวอร์ชั่นต้นฉบับอีกค่ะ (ไม่น่าเชื่อว่าจะทำได้)
ป.ล. คริสทิน่า อากิเลรา น่าจะลองคัฟเวอร์เพลงนี้ดูนะคะ อยากเห็นว่าเวอร์ชั่นแบบอีติ๊จะเป็นอีแบบไหนต้องซ่องแตกไม่แพ้กันแน่ๆ
[b]There's No Business Like Show Business (5)[/b] แอร๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย ต๊ายยยยย!ป้าจิกเพลงบรอดเวย์สุดคลาสสิคตลอดกาลมาร้องใหม่ค่ะ ต้นฉบับบมาจากละครบรอดเวย์เรื่อง Annie Gets Yiur Gun ของ Irving Berlin ในปี1946 โฮะๆๆๆๆ ป้าเล่นของสูงมากค่ะ แต่ทำออกมาได้อลังการสมศักดิ์ศรีทั้งตัวป้าและทั้งต้นฉบับเลยทีเดียว มาที่ [b]When I Fall In Love (3/5)[/b] เสียงป้าเหมือนเจ๊เกว็น สเทฟานี่มากๆค่ะเพลงนี้เป็นพ็อพบัลลาดที่เสริมด้วยเพียโนและเครื่องสายพร้อมสรรพสำเนียงการร้องแบบฝันๆ ป้าร้องบัลลาดได้เพราะเข้าขั้นนะคะ พิสูจน์ได้อีกกับ [b]One Silver Dollar (5)[/b] จากภาพยนตร์เรื่อง River Of No Return ภาคดนตรีเป็นพ็อพโฟล์คที่ป้าใช้เสีงร้องนำกีตาร์อคูสติค (กึ่งๆไปทางโซลได้เหมือนกันค่ะ) เรียบๆง่ายๆแต่สวยงามและทรงพลังสุดๆ ยกให้เป็นสุดยอดบัลลาดของป้าไปเลยมาต่อกับที่อีกหนึ่งเพลงช้าจากภาพยนตร์เรื่องเดียวกันอย่าง [b]Down In The Meadown (5)[/b] อีกหนึ่งพ็อพอคูสติคประสานกลิ่นอายชิลล์แจ๊ซซ์จางๆ (สมัยนั้นมีแล้วเหรอเนี่ย) ฟังแล้วรู้สึกอบอุ่นมากๆๆๆๆ ไม่น่าเชื่อว่าจะได้ยินเพลงน่ารักๆขนาดนี้จากมาริลีน มอนโร สลับมาฟังป้าร้องคลาสสิคกันดูดีมั้ยคะ?ขอแนะนำ [b]I Found A Dream (4/5)[/b] จากภาพยนตร์เรื่อง The Prince And The Show Girl ภาคดนตรีเป็นคลาสสิคบรอดเวย์บัลลาดที่ป้าขึ้นเสียงสูงถึงระดับโซพราโน่เลยเชียวค่ะ ลองนึกถึงThe Sound Of Music ไม่ก็ สโนไวท์ดูนะคะ ต่อด้วย [b]Bye Bye Baby (4/5)[/b] ฟังครั้งแรกยอมรับว่าตกใจค่ะเพราะช่วงต้นเพลงโครงสร้างเหมือนกับเพลงของป้าบิลลี่ช่วงยุค50มากๆคือเป็น สวิง แจ๊ซซ์และผสานกลิ่นอายบลูส์เข้มๆลงไป พอฟังภาพรวมทั้งหมดแล้วนึกถึงCandy Manของอีติ๊กับHanky Pankyของเจ๊แม่เลยค่ะ เรียกได้ว่าเป็นต้นแบบของสองคนนั้นก็คงไม่ผิด แทร็คต่อไป [b]Ev'ry Baby Needs A Da Da Daddy (3.5/5)[/b] จากภาพยนตร์เรื่องLadies Of The Chorusภาพยนตร์เพลงเรื่องแรกของเธอ เป็นอีกหนึ่งเพลงที่ตอบความเป็นมาริลีนแก่คนรุ่นหลังได้อย่างดี
[b]Diamonds Are A Girl's Best Friend (5)[/b] แทร็คปิดอัลบั้ม เพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องGentlemen Prefer Blondes (โห! แค่ชื่อก็รู้ชั้นน่ะค่ะ) เพลงนี้ถือได้ว่าเป็นเพลงที่ดีที่สุดและดังที่สุดของป้า บรอดเวย์แจ๊ซซ์สนุกๆที่หยอดมาครบทั้งจริตจก้าน ลูกเล่น อารมณ์ขันในขณะที่เนื้อหาแต่งออกมาได้อย่างสวยงามมีชั้นเชิงสุดๆ องค์ประกอบที่สมบูรณ์แบบรอบด้านนี่เองที่ช่วยส่งให้เพลงนี้ดีเข้าขั้นคลาสสิค ถือว่าเป็นอนุสรณ์อันยิ่งใหญ่ที่มาริลีน มอนโรยังคงทิ้งไว้เป็นแรงบันดาลใจแก่ศิลปินรุ่นหลัง ซึ่งยังคงความนิยมมาจนถึงทุกวันนี้

สรุป
แม้ว่ามาริลีน มอนโรจะจากโลกนี้ไปนานแล้วก็ตาม แต่เรื่องราวของผู้หญิงคนนี้ยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆทั้งในเรื่องของผลงาน ภาพลักษณ์รวมไปถึงการจากไปอันเป็นปริศนาของเธอซึ่งทุกวันนี้โลกก็พยายามหาคำตอบ คงไม่ผิดถ้าจะบอกว่าMarilyn-Greatest Hitsเป็นหนึ่งในนั้นเช่นเดียวกัน ส่วนตัวแล้วเดี๊ยนดีใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีอัลบั้มชุดนี้ไว้ในครอบครองเพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่แนะนำให้เดี๊ยนรู้จักกับเธอทั้งในฐานะนักร้อง นักแสดง สัญลักษณ์ทางเพศและที่สำคัญที่สุดในฐานะผู้หญิงธรรมดาๆคนหนึ่งที่ก้าวสู่ความเป็นสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของโลกตลอดกาล ทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอสร้างไว้มันยังคงเดินหน้าต่อไปเรื่อยๆก้าวสู่ความเป็นตำนานที่โลกจะเล่าขานและนิยมสืบไป

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น