วันเสาร์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2553

Mariah Carey : Charmbracelet : 62%




Mariah Carey : Charmbracelet : 62%
[b]รูปแบบเพลง[/b]
ภาพรวมของCharmbraceletยืนพื้นอยู่ที่ดนตรีพ็อพอาร์แอนด์บีเสริมทัพด้วยฮิพฮอพที่ติดมากับคณะแร็พเพอร์ชายที่พร้อมใจเสี่ยงตายกันมาช่วยฟีทเจอริ่งให้เธอ รวมไปถึงอิทธิพลของแนวดนตรีอื่นๆอย่างเวสโคสต์ฮิพฮอพ โซล อัพเทมโป สแตนดาร์ดแจ๊ซซ์รวมไปถึงร็อคซึ่งภาคดนตรีโดยรวมถูกผสมผสานออกมาอย่างมีเอกภาพ คือไม่แรงจนหลุดกรอบความเป็นมารายห์ (ที่ผู้ฟังส่วนใหญ่คุ้นเคย) อย่างGlitter แต่ก็ไม่มีอะไรดาดดื่นเมื่อเทียบกับงานอื่นๆของเธอที่มีความสมบูรณ์แบบในตัวค่อนข้างสูงอยู่แล้วอย่าง Butterfly,Emotion,Music Box รวมไปถึงThe Emancipation Of Mimi อย่างไรก็ตามสำหรับเดี๊ยนอัลบั้มนี้เป็นหนึ่งในงานของมารายห์ที่เดี๊ยนสามารถฟังได้อย่างต่อเนื่องไม่มีสะดุดตั้งแต่ต้นจนจบ ซึ่งหาแบบนี้ได้ไม่ง่ายในงานเพลงของเธอ
[b]จุดด้อย[/b]
สำหรับเดี๊ยนไม่มีอัลบั้มไหนของเจ๊หรอกค่ะที่ไม่เพราะ อัลบั้มนี้ก็เช่นกันทั้งเพราะ ทั้งฟังสบาย ทั้งมีเอกภาพสามารถทำหน้าที่ของมันตั้งแต่ต้นจนจบได้อย่างไม่มีติดขัด แต่ถ้าว่ากันตามตรงเมื่อเอามันมาเทียบกับทุกอัลบั้มตั้งแต่Mariah CareyยันMimiแล้วคงต้องยอมรับกันนะคะว่าเป็นอัลบั้มที่มีภาคดนตรีอ่อนที่สุด น่าสนใจน้อยที่สุดและคงจะไม่ผิดถ้าเดี๊ยนจะขอบอกว่าออกมาดีน้อยที่สุด บอกตรงๆเลยว่าตอนฟังครั้งแรกยังปวดหัวแทนเจ๊เลยค่ะเพราะความโดดเด่นของแต่ละแทร็คที่แรงพอจะตัดเป็นซิงเกิ้ลได้นอกจากThrough The Rainแล้วต้องคิดกันหนัก คือมีแต่แทร็คระดับแกนๆกึ่งรอดกึ่งล่มทั้งตัวเจ๊ ทั้งทีมงาน ทั้งลูกแกะนี่คงต้องนั่งลุ้นกันเหนื่อยหน่อยอ่ะค่ะ โชคดีนะคะที่เธอเสียงดีและโชคดีสุดๆที่เธอคือมารายห์ แครีย์ไม่งั้นเดี๊ยนก็ไม่รู้ว่าเจ๊เราจะงัดอะไรออกมารบกับชาวบ้านเขา
ในแง่ของการโปรดิวซ์ส่วนตัวรู้สึกว่าอาร์แอนด์บีในอัลบั้มออกมาให้ความรู้สึกแบบเดียวกันเกือบหมด คือเนิบๆเนือยๆครวญครางหงุงๆหงิงๆเรียกได้ว่าแถบจะเหมือนกันไปหมด ยิ่งตั้งแต่You Had Your ChaceยันIrressistlbleนี่หาความแตกต่างอย่างเด่นชัดได้ค่อนข้างน้อยเลยทีเดียว แม้ว่าจะฟังได้ลื่นๆแต่ส่วนตัวรู้สึกเบื่อค่ะ ประมาณว่า "อะไรวะมาแบบนี้อีกแล้ว เธอมีอะไรใหม่ๆมาเสนอเราบ้างมั้ยเนี่ย?" ไปๆมาๆพาลจะสร้างความรำคาญให้ผู้ฟังบางคนด้วยซ้ำน่ะค่ะ มาที่อิทธิพลจากหนังเรื่องGlitterเดี๊ยนคงไม่พูดถึงแล้วนะคะ คือเรื่องมันเก่ามากๆแล้ว เอาเป็นว่าล่าสุดเจ๊ก็สามารถกลับมาเป็นขวัญใจอเมริกันชนได้อีกครั้งรวมถึงเดี๊ยนเห็นเพื่อนๆในไทยหลายนางก็ตามซื้อตามเก็บอัลบั้มนี้กันให้จ้าล่ะหวั่น เห็นมั้ยล่ะว่าที่ตกไปมันเป็นแค่กระแสแรงๆชั่วคราวบางทีจะตัดสินอะไรต้องดูกันยาวๆน่ะค่ะ ดีใจด้วยนะคะมารายห์

[b]ซิงเกิ้ล[/b]
[b]Through The Rain (4/5)[/b] ซิงเกิ้ลแรก พ็อพบัลลาดที่ทรงพลังและบริสุทธิ์ในทุกองค์ประกอบการนำเสนอ ในแง่เนื้อหาเป็นการพรรณนาให้ผู้ฟังเข้าใจถึงสภาพความรู้สึกและถ่ายทอดภาพการที่เธอสามารถฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆนานาที่รุมเร้าชีวิตเธอในก่อนหน้านี้และกลับกลายมาเป็นมารายห์ที่แข็งแกร่งขึ้นในที่สุด ส่วนตัวชอบที่เธอปลอบประโลมตัวเองด้วยเนื้อหาที่แสดงถึงความศรัทธาในค่าของชีวิตตัวเองพร้อมน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความปวดร้าวและทุกข์ระทม แม้ว่ากระแสตอบรับจะไม่ดีเอามากๆก็ตามนะคะแต่เดี๊ยนขอยกย่องในฐานะที่เธอตั้งใจนำเสนอมันออกมาได้อย่างดีสุดๆ เป็นอีกครั้งหนึ่งที่มารายห์มอบความรู้สึกที่พิเศษแก่ผู้ฟัง สำหรับเดี๊ยนเพลงนี้สมบูรณ์แบบที่สุดในอัลบั้มค่ะ
[b]Boy(I Need You) Feat. Cam'ron (3/5)[/b] ซิงเกิ้ลที่สองที่ตัดออกมาแทนที่ The One ตัวเพลงเป็นอัพเทมโป อาร์แอนด์บีฮิพฮอพ เพลงนี้มีการใช้แซมเพิ่ล "I'm Going Down" ของ Rose Royce เช่นเดียวกับที่เคยใช้ในเพลง "Oh Boy" ของแคมรอนที่มาฟีทให้เธอน่ะค่ะ สำหรับเดี๊ยนขอสารภาพเลยว่าไม่ประทับใจเพลงนี้เท่าไรเพราะเชื่อว่าเจ๊ทำฮิพฮอพได้แรงกว่าระดับนี้ตั้งเยอะ พอมาเจออาร์แอนด(บีหนืดๆแบบนี้เข้าไปทำเอาเสื่อมศรัทธาไปหลายวันเลยค่ะ อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาเทียบกับฮิพฮอพอีกเกือบครึ่งอัลบั้มแล้วก็ต้องยอมรับนะคะว่าเพลงนี้ความแรงจัดอยู่ในระดับแนวหน้าและดีพอที่จะเป็นซิงเกิ้ลได้ ดังนั้นตัดมาก็ไม่ว่ากันค่ะ
[b]Bringin' On The Heartbreak (3/5)[/b] ไม่แน่ใจว่ามีซิงเกิ้ลอื่นก่อนหน้านี้รึเปล่านะคะ แต่เท่าที่จำได้ก็เห็นเจ๊แกโปรโมตแค่3เพลงไม่นับ I Know What You Want ที่เจ๊ไปช่วยฟีทไปช่วยหวีดให้บัสทา ไรห์ม นะคะ ถ้าผิดพลาดอะไรพวกลูกแกะก็ช่วยแย้งมาโดยด่วนเลยนะคะ มาที่ตัวเพลงกันคะเพลงนี้เจ๊คัฟเวอร์มาจากDef Leppardในปี1981ซึ่งแต่เดิมเป็นเวอร์ชั่นฮาร์ดร็อค มาที่แม่มาลัยของเดี๊ยนนำมาปัดฝุ่นเป็นพ็อพบัลลาดติดกลิ่นร็อค (เธอบอกว่าอยากจะลองอะไรใหม่ๆน่ะค่ะ) ตบด้วยความเป็นโซลด้วยเสียงกอสเพลคอรัสซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ของงานเพลงแบบมารายห์ มารายห์ที่ไม่เคยขาดหายไปไหนนะคะ ส่วนตัวคิดว่าเพลงนี้ไม่แย่เลยนะแต่เห็นหลายคนด่าประณามกันถล่มทลาย ใครที่มีมุมมมองต่างจากเดี๊ยนไปช่วยมาอธิบายหน่อยนะคะ
[b]แทร็คอื่นๆ[/b]
[b]The One (3/5)[/b] เพลงสไตล์กลายเป็นSignature Songของเจ๊ไปแล้วน่ะค่ะ พ็อพอาร์แอนด์บี ฮิพฮอพนวลๆแบบที่เราได้ยินกันจากBreak DownและShake It Offนั่นแหละ แต่ส่วนตัวชอบการใช้เสียงของมารายห์ในเพลงนี้มากที่สุดในกลุ่ม จริงๆแล้วก่อนหน้านี้ถูกวางไว้เป็นซิงเกิ้ลที่สองค่ะแต่กลับถูกถอดกลางอากาศทั้งๆที่เจ๊ถ่ายเอ็มวีเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้เนื่องมาจากสาวกของเธอในญี่ปุ่นรวมตัวกันเดินขบวนประท้วงให้เจีตัดเพลงอื่นแทนน่ะค่ะ ิต๊ายยยยยยยยย! 5555 เริ่ดชิงๆค่ะ ตั้งแต่เกิดมาเพิ่งเคยเห็นม็อบประท้วงซิงเกิ้ล เก๋จัดๆ ให้ตายเถอะเจ๊ขาถ้าเจ๊จะหันลองไปเอาดีทางการเมืองล่ะก็รุ่งชัวร์ๆฮ่ะ แบ็คอัพประชาชนแข็งแกร่งมากๆขนาดที่ฝ่ายรัฐบาลของบางประเทศมาเห็นแล้วจะต้องอายยุบสภาไปเลย (เดี๊ยนไม่ได้ว่าใครนะคะ แค่พูดลอยๆ)
[b]You Got Me Feat.Jay-Z And Freeway (3.5/5)[/b] ขออนุญาติใช้คำนี้นะคะ เพลงนี้ "หงี่" สุดในอัลบั้มแล้วค่ะ คือฟังแล้วโดนตั้งแต่รอบแรกเลย อาร์แอนด์บีเนิบๆน่ารักๆเหยาะฮิพฮอพเปรี้ยวๆลงไป ภาพรวมออกมาเก๋เข้าขั้นค่ะ ส่วนตัวคิดว่าศักยภาพสูงพอที่จะเป็นซิงเกิ้ลเลยทีเดียว เสียดายนะคะที่เจ๊ไม่ยักตัด ต่อด้วย [b]I Only Wanted (3/5)[/b] ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นภาคต่อของ My All มีบัลลาดเพราะๆแบบนี้มาคั่นนี่รู้สึกดีขึ้นเยอะเลยค่ะ เพลงนี้มารายห์ร้องได้เซ็กซี่มากๆฟังได้เพลินๆเลยทีเดียวส่วนตัวชอบค่ะ แทร็คต่อไป [b]Clown (1.5/5)[/b] ว่ากันว่าเจ๊แต่งโต้ตอบเอมิเน็ม เนื้อเพลงนี่พิจารณากันลึกๆนี่จะเห็นได้ว่าด่าจิกไปถึงแม่คู่กรณีเลยค่ะ (ปากชั่วใช่ย่อยนะคะเจ๊ หึหึหึ) เพลงนี่น่าจะทำให้เริ่ดได้ไม่ยากนะคะถ้าเจ๊ทำออกมาเป็นฮิพฮอพแรงๆแล้วเอาสาวแสบๆอย่างดา แบร็ทหรือลิล คิม มาช่วยแร็พจะเด้งกว่านี้เยอะ ส่วนออริจินัลขอบอกเลยว่าไม่รอดค่ะล้มเหลวและไร้ทิศทางมากๆ เจ๊เป็นอะไรมากรึเปล่าคะ มาที่ [b]My Saving Grace (3/5)[/b] เพลงนี้เอาไปแถมไว้ในซิงเกิ้ล Fly Like A Bird ของอัลบั้มมีมี่ด้วยค่ะ ภาคดนตรีเปิดตัวด้วยเพียโนไลท์แจ๊ซซ์ก่อนจะค่อยๆเดินหน้าเป็นโซลฟูลอาร์แอนด์บีบัลลาดแบบเต็มสตรีมจนจบเพลง ชอบการเรียบเรียงดนตรีนะคะแต่ขัดใจตรงอารมณ์เพลงคือมันเหมือนจะอลังการแต่ไม่มอบความรู้สึกอะไรประดับอยู่ในนั้นเลยค่ะ เดี๊ยนว่ามันแลดูกลวงๆไปนิ๊ดน่ะค่ะ
[b]Yours (2.5/5)[/b] อาร์แอนด์บีเพราะๆเย็นๆ ถือว่าเป็นอีกเพลงที่เดี๊ยนฟังเพลินที่สุดในอัลบั้มเลยเชียวค่ะ เพลินชนิดที่ผ่านมาแล้วผ่านไปอย่างรวดเร็วหรือจะพูดอีกนัยนึงก็คืออ่อนยวบยาบมากๆ มาที่สองฮิพฮอพอาร์แอนด์บีเท่ห์ๆอย่าง [b]You Had You Chance (3/5)[/b]กับ[b]Lullaby (3/5)[/b]แม้ว่าความโดเด่นอาจจะสู้อาร์แอนด์บีต้นๆอัลบั้มไม่ได้แต่อย่างไรก็ตามเมือ่พิจารณาในแง่ของเอกภาพในตัวเพลงแล้วความไหลลื่นในการฟังถือว่าทำออกมาได้ค่อนข้างชม ที่ผิดคาดและผิดหวังมากๆก็คือ [b]Irresistible Feat. Westside Connection (2/5)[/b] ตอนแรกเห็นชื่อทีมของIce Cubeแล้วก็ตั้งความหวังไว้สูงว่าจะได้ฟังแก๊งคสทาแร็พแรงๆแน่ๆ ผลลัพธ์ออกมากลับกลายเป็นเวสต์โคสต์ฮิพฮอพจืดๆเนือยๆ ที่สำคัญเดี๊ยนรู้สึกว่ามารายห์เป็นส่วนเกินในเพลงนี้สุดๆด้วยซ้ำ คือปล่อยให้3หนุ่มนั่นแร็พไปน่าจะรื่นหูกว่าน่ะค่ะ มาที่[b]Subtle Invitation (3/5)[/b] โดดเด่นออกมาจากเพลงอื่น ด้วยความสดของดนตรีที่ใช้ลูกเล่นแบบสแตนดาร์ดแจ๊ซซ์ เก๋ดีที่กล้าฉีกออกมาจากกรอบเดิมๆแต่เจ๊ยังต้องการความลงตัวมากกว่านี้นะคะ เอาไปทำใหม่ให้ดีกว่านี้นะเจ๊ ปิดท้ายด้วย [b]Sunflowers For Alfred Roy (3.5/5) [/b] เพลงที่เธอแต่งเพื่อไว้อาลัยให้แก่การเสียชีวิตของ อัลเฟรด รอย แครีย์ คุณพ่อของเธอ ตัวเพลงเรียบง่ายแต่ใหความรู้สึกที่อบอุ่น สวยงามและบริสุทธิ์สุดๆ บัลลาดที่มอบมุมสว่างๆสะอาดหมดจดแบบนี้เป็นอีกหนึ่งในงานของมาราย์ที่เดี๊ยนฟังทีไรก็ประทับใจทุกๆครั้ง
รีมิกซ์ท้ายอัลบั้มเดี๊ยนขออนุญาติไม่รีวิวนะคะ
[b]สรุป[/b]
สำหรับเดี๊ยนนี่อาจจะเป็นอัลบั้มที่แย่ที่สุดของเธอนะคะ แต่อย่างไรก็ตามต้องถือว่าน่าประทับใจที่เธอสามารถประคับประคองภาพรวมให้อยู่ในระดับที่ไม่ต่ำกว่ามาตรฐานได้ ทั้งๆที่เพิ่งเผชิญกับลวิกฤตและความสูญเสียหลายๆอย่างไปจนถึงขั้นเสียความเชื่อมั่นและกำลังใจในการดำรงชีวิตไปชั่วขณะแต่งานกลับออกมาได้ระดับนี้ต้องบอกเลยว่าน่าชมเชยสุดๆ นอกจากนี้ยังต้องขอชมมารายห์ในฐานะที่เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ดีให้แก่ศิลปินรุ่นหลังได้เรียนรู้ถึงความบ้าคลั่ง ไม่เสถียรและไม่จีรังของวงการนี้ได้อย่างดี

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น