วันพุธที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2553

Marcus Cole : Write My Song : 90%


Marcus Cole : Write My Song : 90%
จากกระทู้ Myspace ครั้งแรกที่ดิฉันได้เขียนแนะนำงานกอสเพลแบบคอนเทมโพลารีย์คริสเตียนมิวสิคกึ่งไลฟ์เพอร์ฟอร์มเมนท์ร้องสวดสรรญเสริญองค์พระผู้เป็นเจ้าชนิดสุดอลังการจับจิตวิญญาณไปแล้วนั้นซึ่งก็ได้เป็นที่ถูกอกถูกใจคุณพี่ "สากุลวดี" (ชื่อเพราะมาก!) เป็นอย่างมาก คุณพี่เลยรีบร่อนรีเควสต์ผ่านทางอีเมลล์มาขอรีวิวงาน "ประมาณนี้" แบบเต็มๆ โดยระบุว่าอยากอ่านเป็นงานรีวิวสตูดิโออัลบั้มชนิดเต็มยศยาวเหยียด ต๊ายยยยยยยยยและคุณพี่ขาเล่นระบุอะไรมาก็ได้แบบนี้แล้วคุณน้องจะทราบมั้ยคะว่าคุณพี่อยากจะลองฟังงานคริสเตียนประมาณไหนเนี่ย? อย่างไรก็ตามถ้าเอางานกอสเพลที่ถูกใจในช่วงปีสองปีนี้ที่สุดสำหรับคุณน้องล่ะก็ส่วนตัวก็ขอเขียนแนะนำงานชุด Write My Song โดยมาร์คัส โคล ด้วยความที่เป็นกอสเพลที่ไพเราะ ฟังไม่ยาก ร่วมสมัยและมีครบ ซึ่งเชื่อว่าน่าจะถูกใจคุณพี่ได้ไม่ยากเลยทีเดียว
รูปแบบดนตรี
อัลบั้ม Write My Song เป็นงานดนตรีคอนเทมโพลารีย์คริสเตียนซึ่งยืนพื้นอยู่บนภาคเนื้อหาเชิงกอสเพลที่ว่าด้วยการสดุดีความรักอันบริสุทธิ์ การเติมเต็มความหวังในชีวิตด้วยพระวจนะและการสวดสรรเสริญพระวิญญาณตลอดจนการชำระจิตวิญญาณด้วยศรัทธาอันมั่นคงในพระผู้เป็นเจ้าซึ่งก็นับว่าเป็นหัวใจของภาคดนตรีแนวนี้ซึ่งถ่ายทอดปฏิบัติเป็นธรรมเนียมแต่กาลนาน หากแต่งานชุดนี้ในแง่ของภาคดนตรีเป็นงานกอสเพลที่ได้นำความร่วมสมัยเข้าไปปรุงแต่งกับวัฒนธรรมคอนเทมโพลารีย์คริสเตียนมิวสิคให้ออกมาในฉบับที่เก๋ไก๋และวัยรุ่นสุดๆมีตั้งแคฃต่งานคอนเทมโพลารีย์อาร์แอนด์บี บลูส์โซลบัลาดผสานแจ๊ซซ์ที่คุ้นเคย อคูสตืคโฟล์คเพราๆไปยันพ็อพจัดพ็อพจ๋า ฟั้งค์ร้อคเท่ห์ๆถึงขั้นฮิพฮฮพก็มีมาสร้างสีสันความสุขให้ฟังกันกับดนตรีระดับสูงจำพวกคลาสสิค มิวสิคคัลบรอดเวย์ผสานออเครสตร้าสุดอลังการ ซึ่งก็ทำออกมาได้ลงตัวและชวนดื่มด่ำมากๆเป็นกอสเพลที่หลากหลายและฟังได้เรื่อยๆชนิดไม่ง่วงไม่เบื่อที่สำคัญยังสามารถรักษาเสน่ห์และจิตวิญญาณของดนตรีคริสเตียนไว้ได้อย่างครบถ้วน
จุดด้อย
ด้วยความที่เป็นกอสเพลน่ะค่ะคือถ้าตกมาอยู่ในมือของผู้ฟังที่ไม่พิสมัยดนตรีแนวนี้ก็เป็นไปได้ที่จะไม่ชอบเลยแต่อย่างไรก็ตามถ้าตัดสินใจจะเปิดใจลองสัมผัสล่ะก็ส่วนตัวสนับสนุนเลยทีเดียวนะคะแม้ว่าผลลัพธ์จะชอบหรือไม่ก็ตามแต่ก็กล้ายืนยันว่าเป็นอัลบั้มที่สวยงามและไม่ทำให้คุณรุสึกว่าเสียเวลาที่ได้ลองฟังแน่นอน
แทร็คเด็ดเพลง
เปิดงานด้วย That's Alright (Cause I Got You) (4.5/5) งานกอสเพลบนภาคดนตรีคอนเทมโพลารีย์โซลอาร์แอนด์บีติดบีทอาร์แอนด์บีฮิพฮฮพกระฉึกกระฉักที่วัยรุ่นเกินงานแขนงนี้มากหากแต่ทำออกมาได้อย่างลงตัวช่วงเฟดเอ๊าท์ทำเก๋เป็นอะแค็พเพลล่าได้ทรงเสน่ห์เหลือใจ เช่นเดียวกันกับ I Don't Know (3.5/5) เป็นพ็อพอาร์แอนด์บีบีทระรัวผสานฮิพฮอพที่วันรุ่นซะจนตกใจนึกว่ากำลังนั่งฟังงานของวง Blue อยู่จะต่างกันตรงที่คุณมาร์คัสนี่เสียงร้องเธอจะเป็นโซลโหนเอื้อนได้สุดพลังกังวานโดยแท้ ปรับจึ้นมาเอาใขคอเออร์บันกันหน่อยใน Being With You (4.5/5) งานคอนเทมโพลารีย์โซลฟูลอาร์แอนด์บีกึ่งไควเอทสคฃตอร์มพูดได้คำเดียวว่าเริ่ด สำหรับแทร็คที่ประทับใจที่สุดในอัลบั้มนี้ขอยกให้กับ3แทร็คเด็ดอย่ง You're There (4.5/5) ที่ตัวเพลงสลัดลงมาเล่นกับพ็อพโฟล์คอคูสติคเจือยลูส์เหงาๆโซลงามๆสุดเรียบง่ายแต่ความไพเราะชนะขาดลอย ก่อนจะขยับมาเอาใจคอเพลงสรรเสริญสุดอลังการในโบสถ์อย่าง The Lord Has Been God (5) คอนเทมโพลารีย์คริสเตียนสุดเร้าใจยนเครื่องเป่าฟั้งค์โซลทะลุวิญญาณผสานเพียโนแจ๊ซซ์พลิ้วไสวและกอสเพลคอรัสปะทะกันชนิดสุดอลังการ ปิดท้ายด้วย Bless My Soul (5) ที่ภาคดนตรีพัฒนาขึ้นไปถึงระดับมิวสิคคัลบรอดเวย์บัลลาดสุดอลังการที่ตัวคุณมาร์คัสสามารถถ่ายทอดวิชาการเล่นน้ำเสียงสไตล์มิวสิคคัลได้อย่างทรงพลังกังวานชนิดที่ทะลวงออกมาจากเบื้องลึกทีสุดแห่งจิตวิญญาณจนขนลุก นับเป็น3แทร็คที่เป็นไฮไลท์เด็ดประจำงานชุดนี้โดยแท้
สรุป
เป็นงานคอนเทมโพลารีย์คริสเตียนมิวสิคที่เปี่ยมไปด้วยสีสันของวัฒนธรรมดนตรีอันร่วมสมัยสุดแสนจะหลากหลาย แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถรักษาจิตวิญญาณของดนตรีกอสเพลไว้ได้อย่างครบถ้วนชนิดน่าคารวะโดยแท้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น