วันศุกร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2553

Coldplay : A Rush Of Blood To The Head : 98%


Coldplay : A Rush Of Blood To The Head : 98%
ก่อนหน้านี้เคยออกตัวไว้อย่างสง่างามว่า "ไม่ใช่แฟนเพลงแนวบริทพ็อพ" หากแต่ช่วงปีสองปีหลังนี้ไม่รู้เกิดอะไรขึ้นกับดิฉันเหมือนกันถึงได้นั่งขลุกอยู่กับเสียงกีตาร์และวงดนตรีแนวๆนี้ได้เป็นวันๆ ได้ทุกวันและได้ซ้ำไปซ้ำมาตลอดวันชนิดไม่รู้เบื่อ (แตฝรั่งแถวนี้ออกอาการให้เห็นทุกครั้งว่า "อันตัวกูนั้นโคตรจะเบื่อ" ) ....ฤาดิฉันจะตกอยู่ภายใต้มนตร์สะกดแห่งโลกเหนือจินตนาการทางดนตรีอันสวยสดงดงามดนตรีร็อคจากฝากสหราชอาณาจักรเสียจนถอนตัวไม่ขึ้นแล้วก็ไม่อาจทราบได้? ถามว่ารู้จักหลายวงมั้ย?ก็คงต้องบอกว่า "ไม่" เพราะเท่าที่ฟังจนเรียกได้เต็มปากว่าติดตามก็เห็นจะมีแค่ Keane,ColdplayและTravis ซึ่งก็เป็นตัวแทนของบริทพ็อพแนวหน้าหลังทศวรรษ90กันแถบทั้งนั้น (เว้นTravis) รองลงมาก็เห็นจะเป็น Manic Street Preachers ส่วนพวก Blur,OasisกับStereophonicนี่ก็มีพอฟังให้รู้บ้าง Radioheadเหรอ?เจ๋งดีแต่เห็นจะยากไปนิด มาที่ The Hurricane#1 นี่ชอบอยู่เพลงเดียวจริงๆค่ะ และล่าสุดที่ได้ลองฟังก็เห็นจะมี The Wild Swans วงบริทพ็อพยุค80เท่ห์ๆที่ทำเพลงได้สวยมากๆ (ไม่ทราบว่าวงนี้จะมีนักรีวิวท่านใดในบอร์ดสนใจจะหยิบมารีวิวให้อ่านกันบ้างมั้ยคะ?).....อย่างไรก็ตามสิ่งเดียวที่รู้ก็คือทุกครั้งที่ปล่อยใจให้ล่องลอยไปกับเสียงกีตาร์เท่ห์ๆเหงาๆรวมถึงเกรี้ยวกราดเย็นยะเยือกหมองหม่ยนบ้างในบางทีและเมโลดี้ย์ที่เรียบเรียงได้อย่างสวยงามละเมียดละไมพร้อมกับภาคเนื้อหาที่เสียดแทง โศกศัลย์ เปี่ยมสุข ประชดประชันยันเป็นกวีทั้งเชิงจินตะและปรัชญาทางการเมืองสะท้อนโลกทัศน์ของสังคมอยู่ในทีนี่มันเป็นอะไรที่ทำให้รู้สึกมีความสุขชนิดบรรยายไม่ถูกจริงๆและวันนี้ดิฉันกลับมาพร้อมกับการรีวิวอัลบั้มบริทพ็อพอีกครั้งกับ A Rush Of Blood To The Head อัลบั้มมาสเตอร์พีซแห่งวงการบริทพ็อพจาก Coldplay ตามที่สัญญากับผู้อ่านหลายท่านเมื่อ2ปีที่แล้วพร้อมกับยืนยันคำเดิมที่เคยบอกไปในรีวิวX&Yที่ว่า "บริทพ็อพคือภาคดนตรีที่มีเสน่ห์ที่สุดในโลกสำหรับแนสทิน่าโดยแท้
รูปแบบเพลง
เพลงของColdplayน่ะหรือคะ? สำหรับดิฉันงานบริทพ็อพของวงนี้ถูกนำเสนอในรูปแบบของอัลเทอเนทีฟร็อคที่โดดเด่นบนท่วงทำนองพลิ้วไสวของกีตาร์ร็อคเท่ห์จัดทั้งกีตาร์โปร่งที่จะดีดดออกมาให้หวานใสพริ้งเพราะเสนาะหูพวกพ่อคุณก็ทำได้หรือจะเอาให้ดิบหม่นเชือดเฉือนเลือดสาดก็ได้มียกมือกราบกรานในชั้นเชิงกันแถบไม่ทันเลยทีเดียวผสานไปกับการพรมเพียโนสวยๆ เครื่องสายกรีดกราย กลองทุ้มนุ่มและเสียงสังเคราะห์ซินธิไซเซอร์อันส่วนประกอบที่แสนจะเรียบง่ายแต่ถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างล้ำลึกงดงามจับจิตเหนือมนุษย์ (บางแทร็คก็ทำเท่ห์เข้าขั้นพวกไซคลีเดลิก) นอกจากนี้มนตร์เสน่ห์และเอกลักษณ์อันเอกอุที่จะขาดไปไม่ได้ของทางวงคืออารมณ์หมองหม่นเย็นยะเยือกหากแต่บริสุทธิ์งดงามและทรงพลังชนิดที่ไม่ว่าคุณจะใช้หูฟังหรือใช้ใจฟังก็ตาม....ก็จะไม่สามารถหาคำมาปรามาสปฏิเสธความเจ๋งของพวกเขาได้อย่างแน่นอน...ขอเตือนว่าอย่าเผลอใจตกลงมาในดินแดนดนตรีของพวกเขา เพราะคุณจะตกหลุมรักดนตรีดีๆจากพวกเขาแน่นอน หึหึหึ
จุดด้อย
ส่วนตัวคงต้องบอกว่า "ไม่มี" เนื่องจาก Coldplay เป็นวงดนตรีที่นำเสนอเนื้องานของตนเองออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบอยู่แล้วตลอดทั้ง4อัลบั้ม แต่ถ้าจะให้ลองเปรียบเทียบงานชุดนี้กับอีกทั้ง3ชุดแบบคร่าวๆดูเริ่มจากที่ใกล้ตัวที่สุดกับ Parachutes อัลบั้มแรกที่หลายท่านบอกว่าในแง่ของการนำเสนอมีความสมบูรณ์แบบสูงกว่าจนทำให้งานชุดที่กำลังเขียนถึงมีบางส่วนที่ขาดไปจนน่าผิดหวัง อย่างไรก็ตามส่วนตัวไม่คิดอย่างนั้นเนื่องจากในระยะยาวเห็นว่างานชุดนี้เป็นการเดินแต้มต่อที่สง่างามและสามารถรักษามาตรฐานทางดนตรีได้อย่างมีชั้นเชิง (แม้ว่าอาจจะน่าผิดหวังที่ความแปลกใหม่จะแลดูเหมือนไม่มีอะไรขยับก็ตาม....แต่ถ้ามองกันดีๆมันก็ไม่ได้เหมือนเดิมไปซะทั้งหมดนะ) มาที่กับ X&Y ที่ส่วนตัวขอยกให้เป็นงานระดับมาสเตอร์พีซของทางวงเคียงข้างกับอัลบั้มนี้ในแง่ของมิติที่สูงขึ้น พัฒนาการทางเนื้อหาที่ลึกและเชือดเฉือนตลอดจนบูรณภาพที่ทางวงสะท้อนผ่านตัวงานในทุกด้านแสดงให้ประจักษ์กันโต้งๆว่า "พวกเขาก้าวไปได้ไกลขึ้น" ในขณะที่งานชุดนี้คือมาสเตอร์พีซในแง่ของการถ่ายทอดความดิบสดทางจิตวิญญาณผ่านงานดนตรีที่ภาพรวมออกมาแลดูเรียบง่ายหากแต่สะอาดสะอ้าน เข้มข้น จัดจ้านและเป็นความงามอันบริสุทธิ์ตามธรรมชาติที่ถ่ายทอดสู่แพ็คเก็จสวยๆของ Audio CD ได้ชนิดที่ดิฉันขอคุกเข่าคารวะพวกท่าน ก่อนจากขอจับมาชนกับ Viva...งานชุดล่าสุดที่ดีมากๆแม้ว่าอาจจะทำให้ดิฉันชอบได้มากไม่เท่าแต่งานชุดที่กล่าวถึงนี้ก็ยืนยันเป็นประจักษ์พยานที่ดีให้หลายชีวิตในโลกดนตรีมาชะโงกกันดูว่าพวกเขาทำดนตรีออกมาชนิดเข้าใกล้คำว่า "เหนือมนุษย์" มากขึ้นทุกที
แทร็คเด็ด
อู๊ยยยยย!!! จะมีอะไรที่เด็ดไปกว่า4ซิงเกิ้ลสร้างชื่อของอัลบั้มอีกล่ะค่ะที่แต่ละเพลงนี่นอกจากจะเป็นเพลงโลโก้ประดับทางวงไปแล้วยังล้วนแต่งดงามสุดพรรณากันชนิดครบครันอีกต่างหาก เริ่มต้นกับ In My Place (5) ที่โดดเด่นกับริฟฟ์กีตาร์สวยๆเท่ห์ๆที่แค่แย้มออกมาทักทายตอนอินโทรก็เล่นเอาดิฉันลงไปดิ้นพราดๆไหนจะหันมามองเนื้อหาสุดโศกศัลย์กับเมโลดี้ท่อนฮุคเพราะพริ้งซึ้งๆติดหูชะงัดหากแต่ฟังแล้วรู้สึกอ้างว้างขึ้นมาจับใจ อู๊ยยยยยยยยยยยยย! เพิ่งจะรู้ว่าความทรมานจากความหนาวเหน็บมันสวยงามซะขนาดนี้ก็อีตอนฟังเพลงนี้นั่นแหละ เช่นเดียวกันกับ The Scientist (5) งานบัลลาดพรมเพียโนไพเราะเศร้าซึ้งหวานหยดที่คลอเคลียนำพาเอาความเจ็บปวดทุกข์ระทมเสมือนมีดเป็นพันๆด้ามชำแหละกรีดและกระหน่ำทิ่มแทงอยู่ในจิตวิญญาณของคนๆหนึ่งที่ตกอยู่ในวังวนแห่งความเศร้าและสำนึกผิดอย่างบริสุทธิ์ใจออกโลดแล่นสู่โลกแห่งเสียงเพลงได้อย่างสมบูรณ์แบบซะจนดิฉันฟังแล้วรู้สึกเหมือนหัวใจถูกขยร้เสียแหลกเป็นเสี่ยงๆ เริ่ดมากค่ะตัว ต่อด้วยเพลงเก่งอย่าง Clocks (4.5/5) ที่เหยาะเมโลดี้สวยๆพลิ้วไสวบนท่วงทำนองเพียโนมินิมัลลิสเจือซินธิไซเซอร์บางเบาพร้อมกับชั้นเชิงการถ่ายทอดดนตรีที่งดงามจับจิตหากแต่เย็นยะเยือกประดุจรังสรรค์ลงมาจากอีกแดนที่ห่างไกลตามแบบฉบับ Coldplay จึงไม่แปลกที่ทั้งเพลงจะมีแต่คำว่า "สวยๆๆๆๆ" ลอยไปลอยมา สำหรับแทร็คที่โปรดปรานที่สุดเห็นจะหนีไม่พ้น God Put A Smile Upon Your Face (5) งานอัลเทอเนทีฟร็อคสุดเท่ห์ตั้งแต่โครงสร้างดนตรีที่โดดเด่นออกมาจากหลายๆแทร็คด้วยการปูพื้นบนบีทกีตาร์อคูสติคเพราะๆหม่นๆก่อนจะเร่งจังหวะสลับเข้ากับกีตาร์ไฟฟ้าเก๋าๆได้อย่างลงตัวพร้อมกับท่อนคอรัสกระแทกกระทั้นสุดใจ หากแต่สิ่งที่ประทับใจที่สุดในเพลงนี้เห็นจะเป็น "ภาคเนื้อหา" ที่ขอบอกว่าใช้สำบัดสำนวนออกมาได้แน่และลึกตามวัฒนธรรมร็อคปัญญาชนอังกฤษเสียจนไม่กล้าแปลเนื่องจากส่วนตัวฟังเพลงนี้ไปแล้วรู้สึกว่าตัวเองจะตีความได้อิสระขึ้นเรื่อยๆตั้งแต่ความเสมอภาคในฐานะมนุษย์ ความทะเยอทะยานและภาคภูมิใจในศักดิ์ศรีตลอดจนคุณสมบัติที่ไม่ได้มีสงวนไว้ให้ชีวิตอื่นสัมผัสเชยชม รูปสมบัติและกิริยาตลอดจนการพยายามแสวงหาคำตอบให้แก่ชีวิตซึ่งทุกสิ่งในวันรุ่งขึ้นล้วนแต่เป็นปริศนา เป็นต้น นอกจากนี้ที่ประทับใจก็มี Politik (4.5/5) แทร็คเปิดอัลบั้มที่ออกแนวอัลเทอเนทีฟอินดี้ร็อคเท่ห์ๆที่ยังคงความแพรวพราวบนท่วงทำนองที่สวยงามและความเยือกเย็นประดุจต้องมนตร์สะกดสไตล์ Coldplay ที่สามารรถเอาไปอวดวงเมโลดิคร็อคอย่าง U2 ได้สบายๆ ภาคเนื้อหาว่าด้วยเรื่องของศิลปะในการดำรงชีวิตที่ยึดอยู่บนนโยบายของความซื่อวัตย์ สร้างสรรและปราศจากกำแพงของความเสแสร้ง....นี่แหละค่าของคนจริงและศิลปินจริงๆ!!! ปิดท้ายด้วย2เพลงที่ตัดใจเลือกมาเขียนกับ Green Eyes (4.5/5) กับไทเทิ่ลแทร็ค A Rush Of Blood To The Head (4.5/5) งานบริทพ็อพเพราะๆที่วาดลวดลายบนกีตาร์อคูสติคที่ออกแนวพ็อพจัดกว่าท่านสมาชิกที่เหลือในอัลบั้มแต่ก็เพราะนะ ฟังแล้วนึกถึงเสียงกีตาร์ของจอห์นนี่ย์ แคชขึ้นมาจับใจ
สรุป
ความรู้สึกของดิฉันทุกครั้งที่ได้ฟังงานชุดนี้มันเปรียบเสมือนการได้ลิ้มสุนทรียรสแห่งความงามทางดนตรีอันสูงส่งลึกซึ้งแท้จริงอันนำมาซึ่งความสุขอันประณีตล้ำลึกไม่รู้ลืมจากการถูกปลดปล่อยอิสรภาพทางวิญญาณโดยแท้ รักพวกคุณค่ะ!!!!

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น