วันพุธที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

Bionic


Christina Aguilera : Bionic
นับเป็นเรื่องน่ายินดีไม่น้อยสำหรับดิฉันที่ในที่สุดวันนี้ก็ได้มีโอกาสทำสิ่งที่รอคอยมากว่า2ปีนั่นคือ "การเขียนรีวิวถึง Bionic อัลบั้มล่าสุดของคริสทิน่า อากิเลร่า" ซึ่งเป็นอัลบั้มที่ดิฉันรอคอยมากที่สุดในปี2010เลยทีเดียว ก่อนอื่นต้องขอสารภาพว่านี่เป็นอีกหนึ่งอัลบั้มที่ทำให้ดิฉันตื่นเต้นและเกร็งจนไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นเขียนจากจุดไหนดีซึ่งก็ต้องใช้เวลาเป็นชั่วโมงทีเดียวกว่าจะรวบรวมสมาธิและเริ่มต้นร่างโครงเขียนถึงบทนำได้ ส่วนตัวดิฉันก็ขอมอบความตั้งใจทั้งหมด ประสบการณ์ตลอดจนจิตวิญญาณตลอด8ปีในฐานะนักรีวิวเพื่ออุทิศงานเขียนอัลบั้มนี้ให้ออกมาดีที่สุดเท่าที่ความสามารถของดิฉันจะทำได้ในฐานะเป็นการต้อนรับการหวนคืนสู่สังเวียนดนตรีกระแสหลักอีกครั้งของศิลปินหญิงที่ดิฉันชื่นชอบที่สุดรวมถึงเป็นการมอบรางวัลเล็กๆน้อยๆให้แก่ตัวเองหลังจากที่วินาทีแห่งการรอคอยๆได้สิ้นสุดลงเสียที
จุดเริ่มต้นของความผูกพันทางความรู้สึกที่ดิฉันมีต่อ "คริสทิน่า อากิเลร่า" มันเริ่มมาจากการที่ส่วนตัวสัมผัสได้ว่าเธอคือศิลปินที่ "ใช่" ตั้งแต่วินาทีแรกทั้งในแง่ของการเป็นแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ไม่ว่าจะทางดนตรีหรือภาพลักษณ์ ความทรงอิทธิพลทางการหล่อหลอมทัศนคติและจุดยืนทางการแสดงออกของพฤติกรรมตลอดจนการที่เธอเป็น "ภาพสะท้อนทางจิตวิญญาณ" ที่แจ่มชัดของตัวดิฉันเองโดยความรู้สึกเหล่านี้เกิดขึ้นจากการที่ได้ "สบตา" กับเธอเพียงแค่เสี้ยววินาที เรียบง่ายและไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ใดๆให้มากความเพราะคนเราถ้าใจกับใจมันถึงกันความผูกพันทางจิตใจมันก็เริ่มขึ้นได้ง่ายๆเสมอ มาถึงวันนี้ส่วนตัวก็รู้สึกดีใจมากๆที่การสื่อสารทางจิตวิญญาณระหว่างเราก็ได้ก้าวผ่านหลายสิ่งหล่ายอย่างอย่างมั่นคงมาด้วยกันตลอดระยะเวลา10ปีและทุกครั้งที่ย้อนกลับไประลึกถึงความประทับใจและความสุขจากการติดตามทุกย่างก้าวบนถนนสายดนตรีของศิลปินหญิงท่านนี้ควมรู้สึกเหล่านั้นยังคงสดใหม่และให้มโนภาพแจ่มชัดอยู่เสมอ นับตั้งแต่วินาทีแรกที่รู้จักเธอในฐานะ "ทีนดิว่า" สัญลักษณ์แห่งดนตรีพ็อพช่วงต้นทศวรรษสองพันซึ่งเป็นวินาทีอันรุ่งโรจน์ของดนตรีพ็อพบับเบิ้ลกัมวัยรุ่นและภาพลักษณ์หวานแหววสวยใสผมบลอนด์ตามสไตล์ขวัญใจอเมริกันชนจากศิลปินวัยรุ่นหน้าใหม่ที่ทยอยแจ้งเกิดกันในวงการช่วงนั้นอย่างบ้าคลั่ง ซึ่งคริสทิน่าก็สามารถก้าวมาเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับดิฉันจากท่ามกลางศิลปินหญิงหลายสิบท่านด้วยภาพลักษณ์สวยใสน่ากหากแต่ดูลึกมีมิติน่าค้นหา ความโดดเด่นจากน้ำเสียงที่ทรงพลังเกินตัวตลอดจนบทเพลงพ็อพจัดๆสุดติดหูตามกระแสนิยามหากแต่มีเสน่ห์อย่างร้ายกาจเชื่อว่าหลายท่านคงไม่ปฏิเสธนะคะว่าบรรดาเพลงฮิตของเธอในช่วงนั้นไม่ว่าจะเป็น Genie In A Bottle,What A Girl Wants หรือ Come On Over ก็ล้วนแต่เป็นตัวแทนที่ดีของวัฒนธรรมทีนพ็อพช่วงต้นยุคมิลเลเนียมเลยทีเดียว ในขณะที่ Stripped สตูดิโออัลบั้มชุดที่สองของเธอก็ได้ฉีกภาพลักษณ์ทีนพ็อพไอค่อนสดใสน่ารักและดนตรีพ็อพวัยรุ่นหวานๆเอาใจตลาดทิ้งสู่การห่มภาพลักษณ์และภาคดนตรีที่ดุขึ้นและโตขึ้นผิดหูผิดตากับการขยายไปเล่นกับแนวเพลงที่หลากหลายทั้งอารแอนด์บี ร็อค โซล แจ๊ซซ์ยันฮิพฮอพพร้อมกับภาคเนื้อหาสุดหมองหม่นเกรี้ยวกราดจากการะบายด้านมืดในจิตในและมรสุมจากโศกนาฏกรรมของชีวิตในอดีตซึ่งขับขานไปได้ดีกับภาพลักษณ์ดิบร้ายที่แสดงออกถึงพฤติกรรมสุดโต่งที่ปราศจากการแยแสใดๆทั้งสิ้นต่อสังคม ส่วนตัวขอยกให้งานชุดนี้เป็นงานที่ดีที่สุดของคริสทิน่าในแง่ของการระเบิดศัยภาพทางดนตรี ก้าวกระโดดของพัฒนาการที่เหนือควมคาดหมายจากพ็อพไอค่อนสู่การสวมบทบาทใหม่ในฐานะศิลปินได้อย่างเหนือชั้นและการผนวกจิตวิญญาณเข้าเป็นนหึ่งเดียวกับทุกสุนทรียภาพของเนื้องานได้อย่างสมบูรณ์แบบเหนือสิ่งอื่นใดเป็นอัลบั้มที่ทรงอิทธิพลที่สุดของคริสทิน่า อากิเลร่าต่อแฟนๆของเธอและอาณาจักรดนตรีกระแสหลัก ถัดขึ้นไปอีกระดับกับอัลบั้มชุดที่3อย่าง Bck To Basics ที่หวนคืนสู่รากฐานของจิตวิญญาณทางดนตรีจากการปรุงแต่งแรงบันดาลใจของภาคดนตรีโบราณอย่างโซล บลูส์และแจ๊ซซ์เข้ากับภาคดนตรีร่วมสมัยอาทิฮิพฮฮพ ฟั้งค์และอาร์แอนด์บีที่ดำเนินอยู่ภายในกรอบของดนตรีพ็อพระดับสูง (คอนเทมโพลารีย์) พร้อมทั้งสลัดภาพลักษณ์ดิบหยาบสู่ความหรูหราสูงส่งสง่างามที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากฮอลลีวูดไอค่อนช่วงยุค30-50ซี่งแน่นอนว่าภาพลักษณ์ของ "มาริลีน มอนโรล" เซ็กส์ซิมโบลสุดคลาสสิคตลอดกาลย่อมเปล่งประกายรัศมีออกมาได้เด่นชัดที่สุดซึ่งก็นับว่าไปได้ดีกับการนำเสนอดนตรีระดับสูงในอัลบั้มพร้อมถึงภาคเนื้อหาที่สะท้อนในมุมกลับจากด้านที่มืดหม่นอนธกาลสู่ด้านที่เปี่ยมสุขของชีวิตโดยเฉพาะอย่างยิ่ง "ชีวิตรัก" ที่สมบูรณ์แบบและประสบความสำเร็จของคริสทิน่าแลดูเหมือนจะเป็นกลไกสำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนส่วนของวาทะศิลป์ในงานชุดนี้เลยทีเดียว อย่างไรก็ตามความขบถเชือดเฉือนในแบบฉบับของคริสทิน่ารวมถึงภาคเนื้อหาที่ล้อเลียนชีวิตอย่างเจ็บแสบกรีดลึกไปสุดใจก็ยังคงมีให้ดื่มด่ำประทับใจอยู่ในหลายๆแทร็ค มาที่ในแง่ของความสำเร็จก็คงต้องยอมรับว่าในแง่ของกระแสตอบรับและความแรงของตัวเพลงยังทำออกมาได้ไม่เท่า Stripped อาจจะด้วยเพราะภาคเนื้อหาส่วนมากที่เรียกได้ว่าทำออกมาสนองเฉพาะวินาทีแห่งความสุขของเธอคนเดียวล้วนๆโดยแท้ในขณะที่แฟนๆและผู้ฟังส่วนมากตั้งหน้าตั้งตารอคอยอะไรที่มันรงๆตลอดจนความเป็นInspirationในตัวเพลงของเธอซึ่งเป็นสิ่งที่อัลบั้มนี้ขาดไป การตลาดที่อ่อนยวบลงจนน่าตกใจรวมถึงการเล่นกับภาคดนตรีที่ยากและแถบจะไม่เป็นที่นิยมในตลาดกระแสหลักแล้วซึ่งปัจจัยเหล่านี้ก็ล้วนมีอิทธิพลที่มำให้ภาพรวมของงานชุดนี้ดูดร็อปลง อย่างไรก็ตามถ้าวัดกันในแง่ของการแสดงวิสัยทัศน์ทางดนตรีคิดว่างานชุดนี้ทำได้ลึกลงไปอีกระดับเลยทีเดียวโดยเฉพาะช่วงแผ่นที่สองที่เปรียบเสมือนการ Tribute ไฮไลท์เด็ดๆให้แก่ดนตรีช่วงยุค20-60นี่นับว่าเป็นอะไรที่สุโค่ยเด็ดดวงสำหรับดิฉันสุดๆเพราะครบรสตั้งแต่การผสานธีมละครสัตว์โบราณช่วงยุค30เข้ากับมิติของดนตรีที่ซับซ้อนเข้มข้นของมิวสิคคัลบรอดเวย์ช่วงยุค50ไปยันดนตรีแจ๊ซซ์เก่าๆทั้งสวิง คาบาเร่ต์ ไลท์แจ๊ซซ์ยันสแตนดาร์ด พ็อพบริสุทธิ์แท้ๆไร้สิ่งใดเจือปน บลูส์ดิบๆแบบเบสซี่ สมิธตลอดจนพวกดนตรีจำพวกโซลช่วงยุค60-70แบบโมทาวน์หน่อยๆยันคอนเทมโพลารีย์บัลลาดที่มีทั้งกอสเพลและเมนทสตรีมออเครสตร้า เป็นต้น พอทำความเข้าใจกับงานชุดนี้ในระยะยาวแล้วส่วนตัวขอออกตัวว่าเป็นการโชว์กึ๋นทางดนตรีเนื้อๆของแท้ที่เด็ดดวงกว่า Stripped หลายช่วงตัว (หากแต่เข้าถึงยากก็เลยซวยไปตามระเบียบ) จนนับว่าเป็นมาสเตอร์พีซทางดนตรีของคริสทิน่า อากิเลร่าในแง่ของความสมบูรณ์แบบทางดนตรีเลยทีเดียว และล่าสุดกับ Keeps Gettin' Better : A Decade Of Hits อัลบั้มรวมฮิตชุดแรกของเธอที่นอกจากจะนำซิงเกิ้ลฮิตตลอดระยะเวลา10ปีของคริสทิน่ามารวมไว้ให้แฟนๆได้ฟังแล้วยังทำเก๋เป็นใบเบิกทางสู่การนำเสนอภาพลักษณ์และดนตรีแบบ Futuristic ซึ่งเป็นธีมหลักของสตูดิโออัลบั้มชุดถัดไปได้อย่างแยบยลซึ่งก็นับว่าเพลงพิเศษที่เธอทำออกมาเซอร์ไพร์สแฟนๆทั้ง4เพลงนั้นเป็นการลองเชิงกับดนตรีอิเล็คโทรนิคก่อนจะลงสนามจริงได้ดีโดยแท้ตลอดจนเปรียบเสมือนเข็มทิศที่ช่วยให้แฟนๆสามารถประเมินทิศทางรวมถึงวิสัยทัศน์ในกาทำดนตรีพ็อพเต้นรำยุคอนาคตของตัวศิลปินตลอดจนรูปแบบดนตรีทั้งซาวนด์และบรรยากาศที่มีความเป็นไปได้ว่าน่าจะมีอิทธิพลต่อ Bionic บทพิสูจน์ครั้งที่4ของเธอกับอีกครั้งของย่างก้าวแห่งความเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการทางดนตรีรวมถึงภาพลักษณ์ที่มีมิติเหนือชั้นขึ้นไปอีกระดับเพื่อต้อนรับมหากาพย์ครั้งที่4ของคริสทิน่า อากิเลร่าที่จะมาผงาดเล่นกับวัฒนธรรมดนตรีพ็อพกระแสหลักอีกครั้ง