วันศุกร์ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2553

Myspace(#11)


Lindsay Lohan : A Little More Personal (Raw) : Pop-Rock
ความรู้สึกส่วนตัวที่ดิฉันมีต่อ "ลินด์เซย์ โลฮาน" ในฐานะศิลปินแล้วจนถึงทุกวันนี้ยังขอยืนยันว่า "ส่วนตัวเห็นแววจริงๆว่าเธอคือหนึ่งในคนที่สามารถจะกลายมาเป็นศิลปินที่ดีมากๆในอนาคต หากได้รับโอกาส" ในฐานะนักวิจารณ์มาดนตรีร่วมปีที่8แล้วค่า ดิฉันเห็นอะไรหลายๆอย่างที่ศิลปินคุณภาพสะท้อนผ่านทางงานดนตรีของพวกเขาเหล่านั้นเช่นเดียวกับที่เธอสามารถสะท้อนออกมาให้เห็นทั้งพัฒนาการด้านการนำเสนอผลงาน กึ๋นและวิสัยทัศน์ทางดนตรี ศักยภาพและที่สำคัญที่สุดเห็นจะหนีไม่พ้น "ความทรงพลังทางจิตวิญญาณ" ที่เธอถ่ายทอดออกมาได้ดีในหลายๆแทร็ค หากแต่น่าเสียดายที่ศักยภาพของเธอเหล่านี้แทนที่จะผลักดันให้หนทางการเป็นศิลปินของเธอก้าวหน้าเฉกเช่นคุณสมบัติอันไม่แพ้ศิลปินวัยรุ่นหน้าไหนที่เธอมี หากแต่กลับถูกบดบังด้วยความ "หลายมาตรฐานของโลก" จากการตัดสินคุณภาพงานของเธอจากเรื่องส่วนตัวรวมถึงตัดสินเธออย่างผิวเผินเพียงแค่เป็นนักแสดงวัยรุ่นคนหนึ่งที่หันมาเอาดีทางด้านการร้องเพลง ทำให้ A Little More Personal (Raw) อัลบั้มชุดที่สองของเธอนี้กลับพลาดความสำเร็จไปอย่างน่าเศร้าและไม่สมควรจะเป็น
A Little More Personal (Raw) เป็นย่างก้าวที่จำกัดอิทธิพลทางดนตรีที่หลากหลายในงานชุดแรกอย่าง Speak สู่การตีกรอบเพื่อระบายเอกภพและความสมดุลย์ลงสู่เนื้องานภายใต้ดนตรี "พ็อพร็อค" ซึ่งฟังครั้งแรกส่วนตัวก็อดอึ้งไม่ได้เนื่องจากการนำเสนอไม่ได้มีเพียงแค่พ็อพร็อคในระดับทีนควีนตามธรรมเนียมนิยมที่คาดการณ์หากแต่เป็นการระเบิดศักยภาพและแสดงวิสัยทัศน์ทางดนตรีที่ดิบสดระห่ำในตัวเธอชนิดที่ "เกินมาตรฐานทีนควีนท่านอื่นๆในยุคนั้น" ไม่ว่าจะในด้านการนำเสนอหรือความจริงใจ (จะแพ้ก็เพียงแต่อาวริลเพียงคนเดียวที่ลินด์เซย์ยังคว่ำงานเจ๊วีนไม่ลงซักที) หลายแทร็คในงานชุดนี้สามารถสะท้อนให้เห็นถึงความลึกและด้านที่ไม่เคยคาดคิดว่าจะได้สัมผัสจากลินด์เซย์มาก่อน ความหลากหลายของดนตรีพ็อพร็อคในงานชุดนี้มีตั้งแต่งานพ็อพร็อคทีนควีนใสๆน่ารักติดหูจัดๆอย่าง If You Were Me ผลิกมางานพ็อพร็อคเพียโนละเมียดละไมกึ่งบัลลาดไพเราะขาดใจใน Black Hole งานโพสท์กรั๊นจ์90โหดๆเชยลากที่ได้รับอิทธิพลมาจาก Nirvana เต็มๆอย่าง I Live For The Day อัลเทอเนทีฟอินดี้พ็อพร็อคติดพั้งค์70 คันทรีย์และการาจใน I Want You To Want Me ที่เป็นงานในแบบที่แม้จะออกมาไม่ได้ดูดีแต่ก็นับว่าน่าชื่นชขมในฐานะที่เธอกล้าทำในสิ่งที่ศิลปินยุคเธอเขาไม่กล้าหยิบจับนำเสนอแล้วแม้ว่าภาคดนตรีจะดูอ่อนไปนิดจนเหมือนเป็นแค่เศษเสี้ยวของSex Pistols/The White Stripes/โจนท์ เจ็ทท์ ยัน พิ้งค์ในร่างจำแลงทีนควีนแต่ก็นับว่าสวมวิญญาณร็อคออกมาได้ถึงกว่า เอ่อ อีก2ท่านที่เหลือ เช่นเดียวกันกับ Edge Of Seventeen ที่หยิบเอางานบลูส์ร็อคระดับตำนานของเจ้าป้าสตีวี่ นยิคส์มาคัฟเวอร์ได้อย่างเปี่ยมไปด้วยมิติและคารวะจิตวิญญาณสาวร็อครุ่นใหม่ ในขณะที่ My InnocenceและA Beautiful Life ก็เป็นสองงานที่ลินด์เซย์ดำดิ่งลงสู่จิตวิญญาณของตนเองและระเบิดเพลงที่เป็นอุปมาถึงจุดเริ่มต้นและบทสรุปภาพของ "ลินด์เซย์ โลฮาน" ได้อย่างทรงพลัง
แม้ว่าถ้าวัดกันในแง่ของคุณภาพงานชุดนี้จะไม่ได้ออกมาเฉียบขาดเป็นที่น่าจดจำถึงขั้นสมบูรณ์แบบและแม้ว่าจะไม่มีพิ้นที่ในตลาดดนตรีกระแสหลักที่จะวางเธอแม้เพียงในฐานะ "เพชรที่ยังไม่ถูกเจียระไน" อย่างไรก็ตามเชื่อว่า "เพชร" มันก็ย่อมเป็นเพชรอยู่วันยันค่ำหากสักวันหนึ่งเมื่อเวลา โอกาสและการพิสูจน์ตัวตนของเธอในฐานะศิลปินที่สามารถก้าวข้ามผ่านมรสุมจากข่าวฉาวทั้งปวงได้มันมาบรรจบกันเพื่อเจียระไนเธอให้เปล่งประกายจนถึงขีดสุดแล้ว ใครจะไปรู้ว่าเพชรในตมอย่างลินด์เซย์สักวันอาจจะทะยานขึ้นมาสู่ยอดมงกุฏของวัฒนธรรมดนตรีกระแสหลักได้ง่ายๆเช่นกัน วงการมายาอะไรๆก็เป็นไปได้ค่ะ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น