วันอังคารที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2553

Melanie C : Reason : 69%


Melanie C : Reason : 69%
นับว่าเป็นเรื่องน่ายินดีนะคะที่แม้ว่าสไปซ์เกิลจะยุบวงไปนานมากแล้วแต่ทุกวันนี้ก็ยังมีผู้อ่านหลายท่านที่ถามถึงรีวิวงานของบรรดาโซโล่สไปซ์อยู่เหมือนกันหลังจากที่ล่าสุดได้เขียนถึงอัลบั้มแรกของวิคตอเรียไปแล้วพบว่ากระแสของคนรักสไปซ์ในไทยยังเหนียวแน่นทรงพลังอยู่จากยอดผู้อ่าน การรีเควสตลอดจนรีพลายในบอร์ดซึ่งทำให้ดิฉันเป็นปลื้มถึงกับน้ำตาซึม หึหึหึ พูดถึงในเรื่องรีเคสนี่หลายท่านของานเอ็มม่ามาเยอะนะคะก็คาดว่ารีวิวของเอ็มม่าที่ตั้งในกระทู้ด้านบนแฟนๆสไปซ์จะได้อ่านกันภายใน2สัปดาห์นี้แน่นอน สำหรับรีวิวที่อยากจะลงล่วงหน้าเป็นการส่วนตัวก่อนคืออัลบั้ม Reason ของเมลซีที่บังเอิญได้ย้อนกลับไปฟังอีกครั้งและเกิดความประทับใจเป็นการส่วนตัวในจุดที่เมื่อย้อนกลับไปพิจารณาแล้วเห็นว่า "เป็นหนึ่งในมาสเตอร์พีซของบรรดาโซโล่สไปซ์เลยทีเดียว"
รปแบบดนตรี
ก่อนอื่นต้องออกปากชมในเรื่องของ "เอกภาพ" และ "ชั้นเชิงการนำเสนอ" ที่พัฒนาขึ้นกว่างานชุดNorthern Star มาก แม้ว่าอัลบั้มแรกจะประสบความสำเร็จในด้านยอดขายและเป็นที่กล่าวถึงมากกว่าแต่ถ้าวัดที่เนื้องานจริงๆขอบอกว่า "เละ" เหนือไม่ไปใต้ไม่มาและจับจุดอะไรไม่ค่อยได้ในขณะที่งานชุดนี้ถูกขัดเกลาให้กลมกล่อมขึ้นจากการจำกัดทิศทางภาคดนตรีให้ยืนพื้นบนความเป็น "พ็อพร็อค" ที่มีเมโลดี้ละเมียดละไมสละสลวยและจัดจ้านเด็ดขาดกว่าอัลบั้มแรกหากแต่ก็ไม่ได้มาบ้าระห่ำหยาบโลนแบบ Beautiful Intention หายนะในชุดถัดมา (จริงๆแล้วชอบสิ่งที่สื่อหากแต่ดนตรีดิบแบบไม่ชวนฟังเอาซะเลย) สำหรับ Reason เป็นอัลบั้มพ็อพร็อคที่หบยอดความระรื่นหูแบบเมนท์สตรีมจากความงดงามบนเครื่องสายคอนเทมโพลารีย์ออเครสตร้ากรีดกรายหวานหยดซึ่งคุมทิศทางของตัวงานเป็นส่วนมากเจือด้วยการแซมอิทธิพลของความเป็นอินดี้ อัลเทอเนทีฟ โฟล์ค บริทพ็อพตลอดจนเกือบๆจะโพรเกรสซีฟในบางแทร็ค ส่วนตัวคิดว่าเป็นงานที่สมดุลย์และลงตัวที่สุดในชีวิตของเมลซี
จุดด้อย
ในเรื่องของ "เสียง" เป็นประเด็นแรกที่เป้นดาบสองคมอย่างเห็นได้ชัดว่ากันตามตรงก็ต้องยอมรับว่าเมลานี ซีจัดเป็นนักร้องที่มีเนื้อเสียงดีและทรงพลังท่านหนึ่งเลยทีเดียวหากแต่น้ำเสียงของเธอนั้นเป็นอะไรที่ "ไม่ชวนฟังให้มันตลอดรอดฝั่งทั้งอัลบั้ม" คือสำหรับแฟนๆเธออย่างดิฉันที่คุ้นเคยกับน้ำเสียงเธอดีก็ไม่ได้รู้สึกรำคาญอะไรมากมายหากแต่ก็เคยรับฟังความเห็นจากบรรดาผู้ฟังขาจรหลายท่านซึ่งส่วนใหญ่ลงความเห็นว่า "เพราะดีนะ แต่ฟังแล้วอึดอัด" ซึ่งก็นับว่าเป็นอุปสรรคที่สกัดดาวรุ่งพอสมควร อีกประเด็นเป็นมุมมองในปัจจุบันของดิฉันคิดว่าภาคดนตรีสละสลวยดีนะคะหากแต่น่าเสียดายที่ผู้ฟังส่วนมากมีแนวโน้มที่ค่อนข้างจะ "ติดความเป็นสไปซ์เกิลค่อนข้างสูง" คือเน้นความฟังง่าย หลากหลาย สนุกแต่พอมาเจองานพ็อพร็อคประณีตๆเรียบๆนิ่งๆแถมบังแทร็คยังทำติ๊สท์เก๋แอ๊บอาร์ทเข้าใจยากเสียด้วย ผลที่ได้คืออัลบั้มทรงศักยภาพหากแต่ต้องอาศัยเวลาในการพิสูจน์ตนเองเนื่องจาก "ทำดนตรีโตเกินแฟนๆ" แบบเดียวกัยที่เอ็มม่าต้องเผชิญในงานชุด Free Me กับ Life In Mono นั่นแหละ แต่เมื่อจุดหนึ่งที่ภูมิทางดนตรีของแฟนๆเธอโตขึ้นแล้วเชื่อว่าหลายท่านที่ย้อนกลับไปมองงานชุดนี้จะเข้าใจในเหตุผลทางดนตรีที่เปี่ยมไปด้วยมิติอันสวยงามของงานชุดนี้เลยทีเดียว
แทร็คเด็ด
เริ่มที่ Reason (3.5/5) ไทเทิ่ลแทร็ค งานคอนเทมโพลารีย์บัลลาดที่ดำเนินเรื่องบนความพลิ้วไสวงามระยับของเพียโนปะทะเครื่องสายออเครสตร้าและเหยะจังหวะจะโคนพ็อพร็อคจางๆแกลมด้วยความบาดใจจากภาคเนื้อหาที่ยิงหมัดกันตรงๆหากแต่ลุ่มลึกพร้อมกับท่อนฮุคกรีดกรายติดหูชนะใจที่รับประกันคุณภาพว่าถูกใจขาประจำได้ไม่ยาก มาที่งานเปิดตัวใน Here It Comes Again (3/5) ที่เมโลดี้กฌสวยงามกรีดกรายไม่แพ้กัน พ็อพร็อคละเมียดละไมกึ่งพาวเวอรบัลลาดผสานอัลเทอเนทีฟและความเป็นเมนท์สตรีมจากเครื่องสายออเครสตร้าหวานหยดหากแต่ทรงพลังจับจิต ในแง่ของการเปิดตัวนับว่าหยิบมาเปิดได้สวยรวมถึงบอกภาพรวมของอัลบั้มและตัวตนของเมลซีในงานชุดนี้ได้อย่างครบถ้วนสมบูรณืแบบเลยทีเดียว เร่งจังหวะขึ้นมาสนุกกันใน On The Horizon (4/5) พ็อพร็อคสนุกสนานรื่นเริงกระจ่างใสไพเราะติดหูที่สุดแล้วในงานชุดนี้แถมยังเบิกบานด้วยการตีกับเครื่องเป่าฟั้งค์ย์ที่ให้อารมณ์อินดี้พ็อพร็อคย้นไปยุค70กว่าๆพวกดนตรียุคบุปผาชนทั้งหลายน่ะค่ะ มาที่ Positively Somewhere (5) แทร็คที่ดิฉันขอยกให้เป็นเพลงที่ประทับใจที่สุดในอัลบั้มตลอดจนเป็นหนึ่งในงานที่ดีที่สุดตลอดกาลของเมลซี พ็อพร็อคผสานโฟล์คบริสุทธิ์กระจ่างใสละเมียดละไมด้วยการเรียบเรียงเมโลดี้ได้อย่างสุนทรีย์และงดงามเกือบๆจะเข้าขั้นบริทพ็อพคลอเคลียไปกับเสียงร้องทุ้ม นุ่มและอบอุ่นหากแต่ทรงพลังและพอเหมาะพอดีซึ่งสามารถถ่ายทอดภาคเนื้อหาที่สะท้อนแง่มุมที่สวยงามของทัศนคติในการดำรงชีวิตบนศรัทธา การแสวงหาจิตวิญญาณที่แท้จริงและการยืนหยัดก้าวข้ามมรสุมไปสัมผัสวินาทีที่สวยงาม ปิดท้ายด้วย Yeh Yeh Yeh (4/5) หนึ่งในแทร็คที่เปรี้ยวที่สุดในชีวิตของเมลซีแล้วภาคดนตรีเป็นอัลเทอเนทีฟอินดี้ร็อคบนสรรพสำเนียงแด๊นซ์-พั้งค์ปะทะซินธิ์ ไซคลีเดลิกและนิวเวฟจะว่าไปถ้าไม่ติดภาพของเมลซีสมัยพ้อพจัดๆในสไปซ์เกิลกับความจัดจ้านที่ควรจะมีมากกว่านี้ เพลงนี้ก็มั่วๆเข้าไปเหยียบในหมดโพรเกรสซีฟร็อคอ่อนๆได้เหมือนกัน
สรุป
แม้ว่าจะไม่ประสบความสำเร็ตในด้านยอดขายและการเป็นที่ยอมรับในระดับเดียวกับ Northern Star แต่ส่วนตัวขอบอกว่าภูมิใจกับเมลซีในงานชุดนี้มากๆที่นอกจากจะแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการในด้านการทำดนตรีและยกระดับชั่วโมงบินของตนเองให้มีดีกรีขยับขึ้นจากพ็อพไอค่อนไปสู่ฐานะศิลปินคุณภาพอีกด้วย ขอยกให้งานชุดนี้เป็นงานที่ดีที่สุดของสปอร์ตี้สไปซ์และเป็นหนึ่งในอัลบั้มระดับมาสเตอร์พีซของบรรดาโซโล่สไปซ์เลยทีเดียว

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น