วันพุธที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2553

Christina Aguilera : Not Myself Tonight


ถ้าจะให้กล่าวถึงศิลปินที่ดิฉัน "รอคอย" มากที่สุดในปี2009-2010ซึ่งในขณะเดียวกันก็เป็นผู้ที่ทำให้รู้สึก "เหนื่อยหน่ายใจ" ที่สุดในรอบหลายปีเช่นกันกับข่าวคราวการเลื่อนแล้วเลื่อนอีก การตลาดที่ดูเก๋และน่าสนใจมากๆในแรกเริ่มก่อนจะกลายเป็นหลักลอยเอาแน่เอานอนและหาความน่าเชื่อถือใดๆได้ค่อนข้างยากยิ่ง การเล่นกับกระแสความสนใจอันมหาศาลและความรู้สึกของแฟนๆที่เปลี่ยนจากความน่าตื่นเต้นเร้าใจให้กลายเป็นน่าเอือมระอาในระยะยาวในบัดดลตลอดจนความไม่ใยดีต่อกระแส ฃ่วงเวลาและการรอคอยของบรรดาแฟนเพลงจากตัว "คริสทิน่า อากิเลร่า" เอง อาจจะทำให้การหวานกลับมาเขย่าบัลลังก์ในอาณาจักรอุตสาหกรรมดนตรีพ็อพของเธอกับสตูดิโออัลบั้มชุดที่4อย่าง Bionic (ซึ่งวงในแว่วมาว่าอาจจะเปลี่ยนไปใช้ชื่ออื่น : เครดิตบอร์ดคริสทิน่าไทยแลนด์สุดที่รัก) นี้น่าจะมีเหตุทำให้สะดุดพอควร แม้ว่าชื่อของ "คริสทิน่า อากิเลร่า" คนนี้ในแวดวงกระแสหลักจะยังเป็นที่น่าสนใจเสมอๆและทรงพลังในระดับแถวหน้าที่ศัพท์สมัยนี้คุณๆเรียกว่า "ตัวแม่" ก็ตามที แต่ถ้าตัดความรู้สึกในฐานะสาวกเดนตายของเธอตั้งแต่งานชุดแรกอย่างดิฉันรวมถึงวิสัยทัศน์และศักยภาพในการทำดนตรีชนิดสุดแสนจะหาตัวจับยากของเธอออกไปและมาพูดกันจริงๆในสิ่งที่เห็นกันโต้งๆคงต้องยอมรับว่าในเรื่องของ "ความดัง" ถ้าเทียบกับตัวแม่ด้วยกันในระดับเดียวกับเธอก็คงต้องยอมรับว่าคริสทิน่าของดิฉันเรื่องความเป็นที่รู้จักกว้างขวางยังตามหลังแม่เทพธิดาเหล่านั้นอยู่หลายท่าน จากที่กล่าวมาทั้งหมดประกอบกับวิสัยทัศน์ในการโปรโมตแบบม้าตีนต้นและการเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์และแนวดนตรีทุกๆอัลบั้มของเธอนั้นทำให้การกลับมาทุกครั้งของคริสทิน่าคนนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสร้างความประทับใจด้วยซิงเกิ้ลเปิดตัวที่แรงและทรงคุณภาพจริงๆบวกกับภาพลักษณ์ที่จะดึงให้ตลาดหันกลับมามองและยอมปรับเข้าหาเธอได้มากกว่าดิว่าท่านอื่นๆที่เป็นทาสของตลาดและมีตลาดเป็นทาสอยู่แล้ว จะว่าไปจุดนี้มันก็เปรียบเสมือนดาบสองคมนะคะคือจะกลับมาแต่ละทีเธอต้องเหนื่อยกว่าชาวบ้านเขาระดับหนึ่งเพื่อที่จะเบนคมดาบที่ชี้เข้าหาตัวให้กลายไปฟาดฟันต่อกรกับความเชี่ยวกรากของวัฏจักรดนตรีอันสุดแสนจะฉาบฉวยในยุคปัจจุบันนี้ ซึ่งก้ไม่ปฏิเสธนะคะว่าสิ่งนี้ก็เป็นจุดที่ทำให้คริสทิน่าเป็นดิว่าที่เด่นที่สุดในแง่ของการขายกึ๋นขายคุณภาพจริงๆหากแต่ถ้าพลาดมาเฉือนโดนเนื้อตัวเองทีนึงล่ะก็ "ดูไม่จืดแน่นอน" อย่างไรก็ตามส่วนตัวดีใจที่วันนี้บทสรุปข้างต้นของการกลับมาครั้งที่4นี้กำลังจะมีมาให้เห็นกันเนื่องจากซิงเกิ้ลเปิดตัวของเธอ Not Myself Tonight ได้ฤกษ์เปิดตัวปลายเดือนนี้เสียทีหลังจากที่ทำให้รอคอยมานานแสนนาน นับเป็นความน่าดีใจที่บทพิสูจน์ครั้งหม่กำลังจะเข้มข้นขึ้นในขณะที่เป็นปฐมบทของการรอคอยระยะยาวร่วมปีได้สิ้นสุดลงอย่างน่ายินดีและน่าใจหายโดยแท้
นับจากจุดเริ่มต้นกับบรรดางานเปิดตัวทั้งหมดที่ทำให้เห็นพัฒนาการทางดนตรี ภาพลักษณ์และการนำเสนอในฐานะที่เขยิบจากพ็อพไอค่อนเข้าใกล้ศิลปินจนเกินระดับของศิลปินพ็อพในวัฒนธรรมกระแสหลักไปแล้ว จาก Genie In A Bottle งานทีนพ็อพที่ประสบความสำเร็จระดับโลกและเป็นหนึ่งในเพลงที่เป็นตัวแทนที่ดีของแวดวงทีนพ็อพช่วงปลายทศวรรษ90 ก่อนที่เธอจะฉีกภาพลักษณ์ของทีนดิว่าใสซื่อสู่การนำเสนอที่เข้มข้นขึ้นทั้งการระเบิดศักยภาพและวิสัยทัศน์ทางดนตรีตลอดจนการหลอมตัวเองเข้ากับภาพลักษณืใหม่ๆได้อย่างแยบยลอย่างที่เห็นกันใน Dirrty และ Ain't No Other Man สู่การปูทางไปหาภาคดนตรีอิเล็คโทรนิคใน Keeps Gettin' Better ซึ่งก็นับว่าเป็นเข็มทิศที่ช่วยชี้ให้เห็นถึงภาพลางๆของคอนเส็ปท์ Futuristic ในงานชุดที่กำลังจะมาถึง ซึ่งจะว่าไปคำว่า Futuristic ถ้าคิดลึกๆจริงๆก็ดูจะกว้างอยู่นะคะส่วนตัวจึงเชื่อว่า Not Myself Tonight ซิงเกิ้ลแรกที่กำลังจะเขียนถึงต่อไปนี้ก็น่าจะเป็นแทร็คที่บ่งบอกภาพรวมของตัวงานว่าเธอมีวิสัยทัศน์ที่จะนำเสนอดนตรีอิเล็คโทรนิคออกมาในรูปแบบไหน (ส่วนตัวตอนนี้ขอเดาว่าทั้งอัลบั้มจะมาแนวอัลเทอเนทีฟแด๊นซ์-พ็อพ) รวมถึงนิยามของคำว่า Futuristic ในความหมายหมายเธอจะออกมาเป็นแบบใด
Not Myself Tonight โปรดิวซ์โดย Polow Da Don โปรดิวซ์เซอร์แนวฮิพฮอพอาร์แอนด์บี แร็พตลอดจนพ็อพซึ่งเคยผ่านงานโปรดิวซ์ให้แก่ศิลปินดังๆมาแล้วทั้งอัชเชอร์, T.I. ,เนลลีย์ ตลอดจน วิล สมิธ ที่คอพ็อพอย่างเราจะคุ้นหูที่สุดในช่วง2-3ปีนี้ก็น่าจะเป็น London Bridge ของ เฟอร์กี้ และ Buttons ของ Pussy Cat Dolls.........
........หลังจากที่ได้ฟังเพลงเต็มๆที่หลุดมาเมื่อคืนแล้วส่วนตัว 5555 ดีใจนะคะที่แอบเดาทิศทางงานชุดนี้ถูกในส่วนหนึ่งจากที่เคยเขียนรีวิวตั้งแต่ตอนที่ชื่ออัลบั้มยังเป็น Working Title ในนามLight&Darknessอยู่เลย เท่าที่ฟังแล้วก็ตรงตามกับที่เดานะคะว่ามีความเป็นไปได้สูงว่านิยามของ Futuristic ในงานชุดนี้จะนำเสนอในรูปแบบที่เล่นกับภาคดนตรีที่ทรงอิทธิพลและพ็อพในวัฒนธรรมกระแสหลักโดยยืนพื้นอยู่บนกรอบการนำเสนอของดนตรีอิเล็คโทรนิคเป็นหลักใหญ่ใจความ ซึ่ง Not Myself Tonight ก็นับว่าเป็นตัวแทนที่ดีสำหรับการช่วยสะท้อนภาพรวมของอัลบั้มให้ออกมากระจ่างชัดในระดับหนึ่งกับเพลงพ็อพเต้นรำชนิดที่ชนกับบรรดาตัวแม่ในสายเมนท์สตรีมจ๋าชนิดรู้ดำรู้ดีกันไปข้างหนึ่ง ตัวเพลงเป็นอิเล็คโทรพ็อพเต้นรำที่ผสานมิติการนำเสนอของรสชาติความเป็นเออร์บันด้วยการหยอดบีทและสรรพสำเนียงอาร์แอนด์บีกึ่งเทคโนเข้าไปในระดับที่สง่าผ่าเผยชนิดท้าชนไปเลยตบด้วยอิทธิพลจากคลับแด๊นซ์ ฟั้งค์และความเป็นร็อคหน่อยๆผลลัพธ์ออกมาแม้ว่าจะไม่ได้บรรเจิดเลิศล้ำชนิดที่โลกนี้ไม่เคยมีใครทำมาก่อนอย่างที่หล่อนจีบปากโม้ไว้แต่ก็สามารถทำออกมาได้ในระดับที่ทรงพลังและมีภาษีมีโหงวเฮ้งเจิดจรัสพอที่จะระเบิดตามคลับตามชาร์ตในปี2010ทุกแห่งหนด้วยความที่ซ่องแตกและร่วมสมัยเมนท์สตรีมจัดๆชนิดที่สามารถเสนอหน้าได้ทุกงานของศักราชปัจจุบัน หึหึหึ
สุดท้ายนี้ขอบอกว่าภูมิใจนะคะ ที่ถึงแม้ว่าจะปล่อยให้รอนานจนน่าอารมณ์เสียแต่ก็สามารถคืนกำไรให้แก่ความรู้สึกของแฟนๆของเธอด้วยเพลงที่ดีในระดับนี้ได้ฟังแล้วหายเหนื่อยหายงอนเป็นปลิดทิ้งเลยทีเดียว ด้วยความที่หนึ่งเธอแสดงให้เห็นจริงๆว่าที่หายไปนานนั้นเธอกำลังประณีตกับผลงานเพื่อมอบเพลงที่ดีที่สุดเป็นของขวัญแก่แฟนๆได้อย่างน่าประทับใจ สองเธอทลายคำครหาที่ว่า "คริสทิน่าทำอิเล็คโทรนิคออกมาดีไมได้หรอกได้อย่างราบคาบ" และแน่นอนเป็นการตอกย้ำที่ดีว่า Keeps Gettin' Better,DynamiteกับGenie 2.0มันแค่ของเล่น และท้ายที่สุดคริสทิน่ายังคงสามารถรักษาเอกลักษณ์แห่งความเป็นตัวตนและจิตวิญญาณของตัวเธอเองผ่านทางภาคเนื้อหาได้อย่างแยบยลจนน่าคารวะคือฟังแล้วอ่านแล้วทุกบรรทัดมีความเป็นคริสทิน่าสูงจนขนลุก น่ายินดีที่เธอไม่ได้สูญเสียจุดยืนของตัวเองให้แก่ซาวนด์ดนตรีของโปรดิวซ์เซอร์แต่ในทางกลับกันเธอดึงศักยภาพของตัวเธอเองและโปรดิวซ์เซอร์ให้ระเบิดไปถึงจุดสูงสุดได้พร้อมๆกัน ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกนักสำหรับศิลปินดีๆแต่สมัยนี้ก็หาเพลงเมนท์สตรีมฉาบฉวยที่มีศักยภาพครบระดับนี้ได้ไม่ง่ายนักและส่วนตัวดีใจที่คริสทิน่าเป็นคนหนึ่งที่ทำได้ ขอมอบคะแนนให้ 4.5/5ค่ะ
การรอคอยอันยาวนานมันคุ้มค่าทุกวินาทีจริงๆโดยแท้
ป.ล. ถ้าแม่ติ๊ไม่ซวยเพราะค่ายเพราะตัวมันเพราะกาก้าหรือเพราะอะไรก็ตามเพลงนี้ไม่หลุดท็อป5บิลด์บอร์ดแน่ๆ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น