วันอาทิตย์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2553

Adam Lambert : For Your Entertainment : 70%





Adam Lambert : For Your Entertainment : 70%




เอาจริงๆแล้วส่วนตัวไม่ใช่คอรายการประเภท อเมริกันไอดอล,เอ๊กซ์แฟคเตอร์,อคาเดมี่แฟนเทเชีย และสารพัดรายการนักล่าฝันประเภทนี้ ส่วนตัวศิลปินที่มาจากรายการเหล่านี้ที่จะสามารถสะกดความสนใจดิฉันได้อยู่หมัดจึงมีอยู่น้อยมากๆ เพราะมาจากกรณีเดียวจริงๆคือ "ถ้าไม่ดังมากกกกกกกก นางนายผู้นั้นก็ต้องเจ๋งจริงๆล่ะหว่า" เท่าที่ผ่านมาบุคคลจากรายการเหล่านี้ที่ได้ถูกจารึกสำหรับดิฉันไว้ว่า "ต้องหามาฟังให้ได้ค่ะ" เท่าที่จำได้ก็มี เคลลี่ย์ คลาร์คสัน/เลโอน่า ลูอิส/วิล ยัง/การ์เร็ต เกตต์/แครีย์ อันเดอร์วูดและป้าซูซาน บอยส์และล่าสุดก็คุณพี่ "อดัม แลมเบิร์ท" นางนี้แหละเจ้าค่ะที่ของแรงมากกกกกกกกกกกกกชนิดจิกหัวกะบาลดิฉันให้หันมาตาเหลือกอ้าปากค้างเทียวไล้เทียวขื่อกรี๊ดกร๊าดคุณพี่ชนิดที่ไม่ต้องรอให้ชาวบ้านที่ไหนมาภูมิใจนำเสนอ หึหึหึ



รูปแบบดนตรี



For Your Entertainment ของคุณพี่อดัมเป็นงานพ็อพที่ส่วนตัวขอบอกว่าเป็นหนึ่งในงานที่ค่อนข้างจะโดดเด่นและแตกต่างจากบรรดางานของผู้เข้าแข่งประเภทไอดอลทั่วไปที่มักจะมาแบบอนุรักษ์นิยมแซฟกันพอสมควร ในขณะที่งานของอดัมค่อนข้างจะออกมามีสีสันและเล่นในบทบาทที่เสี่ยงตายกว่าบรรดาผู้เข้าแข่งขันหลายท่านด้วยการผสมผสานดนตรีร็อค อัลเทอเนทีฟและอิเล็คโทรนิคเข้าสู่วัฒนธรรมของภาคดนตรี "พ็อพ" ยืนพื้นเป็นหลักใหญ่ใจความตลอดจนไต่ระดับไปเล่นกับดิสโก้ ซินธิ์พ็อพ นิวเวฟยันบัลลาดจำพวกคอนเทมโพลารีย ดาวน์เทมโพ อาร์แอนด์บี แจ๊ซซ์ เป็นต้น ซึ่งนับว่าต่างและโต่งพอควรเมื่อเทียบกับบรรดางานของไอดอลหลายๆท่านคืองานประเภทนี้ถ้าทำออกมาล้มก็ไม่ได้เกิดเลยอ่ะค่ะแต่น่ากรี๊ดดดที่พี่อดัมทำออกมาได้ดีพอตัว วัดจากภาพรวมแล้วนับว่าเกลี่ยออกมาได้ในระดับที่ออกปากชมว่า "โอเค" ได้เลยทีเดียวอย่างน้อยสีสัน ลูกล่อลูกชน ความมีมิตินับว่ากลั่นกรองออกมาอยู่ในระดับที่ความเปรี้ยวประหลาดสยองขวัญน่าระทึกกว่าบรรดางานของไอดอลหลายท่านเลยทีเดียว ยิ่งไปกว่านั้นไม่พูดถึงไม่ได้คือเรื่องของ "การใช้น้ำเสียง" ที่ขอบอกว่าถ่ายทอดออกมาได้เริ่ด แรง ทรงพลังและมีเสน่ห์มากๆซึ่งนับว่าเป็นแต้มต่อของอดัมที่สามารถพิสูจน์ตัวเองมากกว่าแค่ "การเป็นนักร้องเสียงสวรรค์ทั่วไป" หากแต่สามารถพิสูจน์ตัวเองในฐานะศิลปินที่สามารถหลอมตัวเองให้เป็นมิตรที่ดีกับภาคดนตรีอันหลากหลายและถ่ายทอดออกมาในระดับที่ต้องเรียกว่าถึง

จุดด้อย

หลายแทร็คถ่ายทอดออกมาได้โอเคอยู่ ภาพรวมไม่น่าเกลียดแต่ถ้าว่ากันจริงๆคิดว่า อืมมม งานของคุณพี่นี่ไม่ค่อยจะเนียนนะคะ คือสะเปะสะปะไปบ้างด้วยความที่ผสานเครื่องปรุงที่หลากหลายเข้าด้วยกันในส่วนผสมที่ไม่เข้าที่ดีจนถึงขีดสุด จะว่า "เหนือไม่ไปใต้ไม่มา" ก็คงไม่เลวร้ายขนาดนั้นเรียกว่าเอกภาพของตัวงานมันยังไม่เนี้ยบนิ้งพริ้งถึงขีดสุดน่าจะถูกกว่า แต่แหม รอดูอัลบั้มถัดๆไปเถอะคุณน้องเชื่อมือค่ะว่าต้องดีกว่านี้มากกกกกกกกกกก แน่





แทร็คเด็ด



ส่วนตัวชอบ Music Again (4/5) แทร็คเปิดอัลบั้มที่ได้ Justin Hawkins นักร้องนำจากวงร็อคย้อนยุคสุดป่วงอย่าง The Darkness มาร่วมเขียน ตัวเพลงนับว่าสามารถเป็นแทร็คที่ยกมาบ่งบอกภาพรวมของอัลบั้มได้อย่างมีชั้นเชิงทีเดียวจากการผสานดนตรีอิเล็คโทรนิคเข้ากับพ็อพร็อคลามไปหาแด๊นซ์ อัลเทอเนทีฟตลอดจนลากกีตาร์ยาวเฟื้อยเป็นร็อค80เชยลากปะทะกลิ่นอายนิวเวฟแบบที่ฟังแล้วนึกถึงอิทธิพลของควีน/เดวิด โบวี่/พริ๊นซ์ ตลอดจน หึหึหึ The Darkness สิคะ ติดหูดีนักแลเพลงแบบนี้ มาที่ Fever (4/5) แทร็คที่ได้เลดี้ กาก้ามาร่วมจรดปลายปากกาก็ออกมาเป็นอิเล็คโทรแด๊นซ์-พ็อพติดยูโรดิสโก้ปะทะอัลเทอเนทีฟร็อคเก๋ๆที่คุณพี่อดัมสวมวิญญาณถ่ายทอดออกมาประหนึ่งว่าตัวเองเป็นแด๊นซ์ซิ่งดิว่าได้เริ่ดมากค่ะ แถมทำเก๋สลับมาร้องสรรพสำเนียงร็อคติดอินดี้เข้มๆทำแมนอีก สุดท้ายพอจับมาชนกันก็หนีไม่พ้นออกมากะเทยเชียว หึหึหึ เช่นเดียวกันกับ For Your Entertainment (3.5/5) ไทเทิ่ลแทร็คที่ฟังแล้วชวนอมยิ้ม ตัวเพลงเป็นอิเล็คโทรพ็อพเต้นรำติดซินธิ์พ็อพดืดดึ๋งและนิวเวฟเฟี้ยวฟ้าวส่วนตัวฟังแล้วนึกถึงร่างจำแลงของ I Kissed A Girl ภาคอัลคาซาร์ประสาทแดกมากๆ


ในส่วนของบัลลาดที่ประทับใจมากๆก็มี Whataya Want From Me (4/5) จากการรวมพลังปลุกเสกระหว่างพิ้งค์กับแม็กซ์ มาร์ทินตัวเพลงเป็นอัลเทอเนทีฟพ็อพร็อคติดซินธิ์ที่พี่อดัมถ่ายทอดออกมาได้ชวนคิดถึงยุครุ่งโรจน์ของศิลปินทีนพ็อพประเภทพ็อพร็อคไอดอลทั้งหลายนะคะ ฟังแล้วคิดถึงยุคของไรอัน คาบรล่า/เจสซี่ แม็คคาร์ทนีย์และเท็ดดี้ ไกเกอร์อะไรทำนองนั้น นอกจากนี้ก็มี Time For Miracles (4/5) และ After Math (4.5/5) แทร็คแรกเป็นซาวนด์แทร็คประกอบภาพยนตร์เรื่อง 2012 ที่มาในแบบฉบับบัลลาดสูตรสำเร็จสุดไพเราะติดหูฟังแล้วหลายคนคงทนใจแข็งไม่ได้แน่นอน ส่วนแทร็คหลังเป็นบัลลาดแนว Inspiration ที่ภาคเนื้อหาเฉียบคม หม่นหมองและเกรี้ยวกราดในแบบฉบับร็อคอเมริกันซึ่งจับไปตีกับวงระดับตำนานอย่างAerosmith,Bon Jovi หรือพวก Matchbox Twenty ยันแถกๆไปชนกับพวกNickel Backก็ยังไหว นับเป็นอดัลท์คอนเทมโพลารีย์บัลลาดที่เป็นไม้เด็ดของตัวงานทั้งสองแทร็ค สุดท้ายขออำลาผู้อ่านด้วย Broken Open (4.5/5) อิเล็คโทรพ็อพบัลลาดสุดสง่างามด้วยซินธิ์และภาคของมนตร์เสน่ห์แห่งดาวน์เทมโพลอยละล่อง ขอยกให้เป็นแทร็คที่เป็นมาสเตอร์พีซของงานชุดนี้ทีเดียว



สรุป


นับว่าเป็นบทพิสูจน์ที่ดีในฐานะอัลบั้มแรกและศิลปินหน้าใหม่ เห็นศักยภาพในระดับนี้แล้วก็น่าคิดนะคะว่างานชุดหน้าพี่อดัมจะขยับขยายไปเล่นกับอะไรใหม่ๆและพัฒนาการอาจจะระเบิดออกไปได้ไกลในระดับไหนจะทำเป็นหนุ่มอิเล็คโทรนิคแด๊นซ์กระจายไปเลยก็มีสิทธิ์ จะทำอัลเทอเนทีฟร็อคอเมริกันติดโพสท์กรั๊นจ์ดิบๆก็ยิ่งเรริ่ดและขอสนับสนุน จะมาเป็นหนุ่มหวานละไมครวญเพลงอาร์แอนด์บีผสานแจ๊ซซ์ก็ อ๊ะ อ๊ะ มีตลาดแน่นอนหรือจะเพี้ยนไปทำฮิพฮอพแร็พย่วคุณน้องก็จะรอ ว่าแล้วกรอกใบสมัครเป็นแฟนจ๋าส่งคุณพี่อดัมเรียบร้อยแล้วค่า เหอๆๆๆๆๆ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น